ตามธรรมเนียมท้องถิ่น เทศกาลเช็งเม้งต้องกินไข่ต้ม บางคนยังวาดลวดลายบนเปลือกไข่ไว้เอาใจเด็ก ๆ ด้วย
เด็ก ๆ ชอบเล่นเกม “ชนไข่” มากที่สุด ดูว่าไข่ของใครแข็งกว่ากัน ไม่แตกง่าย
เช้าวันนี้ โจวกุ้ยหลานลุกขึ้นมาเก็บไข่ไก่กว่า 20 ฟองไปต้มให้สุกไว้ล่วงหน้า
ตอนนี้เอง สวี่ซื่อฉิน ซูอันฟาง และซูอันฮวาก็กำลังใช้ปากกาที่สวี่ซื่อฉินเอากลับมาวาดลวดลายลงบนเปลือกไข่
สวี่ซื่อฉินวาดรูปแมว ซูอันฟางวาดรูปหมา ส่วนซูอันฮวาวาดรูปเด็กขี้เล่นแลบลิ้นหลอกล้อ ทำตาเหล่ใส่
สวี่ไห่หยวนกับสวี่จิ่นผิงนั่งดูคุณป้าและคุณน้าอย่างตั้งใจไม่ละสายตา
“โอ้ สวยจังเลย” สวี่จิ่นผิงพูดเสียงตื่นเต้นพลางรับไข่จากมือน้า
“คุณอา เร็วๆหน่อยของน้องสาวเสร็จแล้ว”
สวี่ไห่หยวนเห็นว่าน้องสาวมีไข่ลายสวยในมือแล้ว ส่วนของเขายังไม่ได้ก็รีบร้อนเร่ง
สวี่ซื่อฉินเร่งมือระบายสีส่วนสุดท้าย เสร็จก็ยื่นให้หลานชาย “เอ้า ของเธอ”
สวี่ไห่หยวนรับมาอย่างดีใจสุด ๆ “สวยจังเลย คุณอาสุดยอดไปเลย!”
“พอแล้ว ไปกินข้าวกันเถอะ ไข่ที่เหลือไว้ให้เสี่ยวอวี้นะ”
อากาศอุ่นขึ้นแล้ว จี๋อวี่เฟิ่งมักจะพาหยางฮ่าวอวี้่มาเล่นกับพี่น้องสวี่ไห่หยวน
โดยเฉพาะวันนี้ที่สวี่ไห่หยวนหยุดเรียน หยางฮ่าวอวี้ต้องได้มาแน่
พี่น้องสองคนต่างก็เอาไข่ที่วาดลายสวยเก็บไว้ในกระเป๋าอย่างหวงแหน แล้วเดินตามคุณป้าคุณน้าไปกินข้าวที่ห้องตะวันออก
เช้านี้มีไข่ต้ม ข้าวต้มข้าวหอม ขนมปังข้าวโพดดินเปรี้ยว ผักดอง ต้นหอมอ่อนที่เพิ่งงอกขึ้นจากดิน และเต้าเจี้ยว
สวี่ซื่อเยี่ยนกับภรรยาก็มากินไข่ที่นี่คนละสองฟอง กินกับข้าวต้มผักดองก็อร่อยดี
พี่น้องสวี่ไห่หยวนหวงไข่ที่วาดลายไว้อย่างกับสมบัติ จะเก็บไว้เอาไปอวดเพื่อน
“เดี๋ยวก่อน ขอชนไข่ก่อนค่อยกิน”
สวี่ไห่หยวนเห็นผู้ใหญ่หยิบไข่มากะจะเคาะเปลือก ปอกกิน ก็รีบห้ามไว้
พูดจบก็รีบเลือกไข่จากกะละมัง แล้วเดินไปหาคุณปู่สวี่เฉิงโฮ่ว
“คุณปู่ เราสองคนมาชนกัน”
สวี่ไห่หยวนรักคุณปู่มาก เวลาไหนนึกถึงใครเป็นคนแรก ก็ต้องเป็นคุณปู่นี่แหละ
สวี่เฉิงโฮ่วยิ้มอย่างอารมณ์ดี ไม่พูดอะไร แค่หยิบไข่ฟองหนึ่งจับหัวใหญ่ไว้แน่น
ไข่สองฟองชนกัน “แป๊ะ” ไข่ของสวี่เฉิงโฮ่วบุบเป็นรู
“ผมชนะแล้ว ผมชนะแล้ว!”
สวี่ไห่หยวนดีใจสุด ๆ กระโดดโลดเต้น
“คุณย่า คุณย่า มาชนกับผมมั่ง”
พอชนะรอบแรก เขาก็มั่นใจมากขึ้น หยิบไข่ฟองเดิมที่ชนะเมื่อกี้ไปหาคุณย่าต่อ
โจวกุ้ยหลานก็เลียนแบบสามี เอาหัวใหญ่ของไข่ไปชนหัวเล็กของหลานชาย
ผู้ใหญ่รู้ดีว่า ไข่ด้านใหญ่มีช่องว่างอากาศ เปลือกจะบางกว่าด้านเล็ก จึงแตกง่ายกว่า
แน่นอนว่า สวี่ไห่หยวนชนะอีกครั้ง ดีใจเต้นไม่หยุด แล้วไปหาพ่อ
สวี่ซื่อเยี่ยนอยากสอนลูกชายให้รู้จักโลกบ้าง จึงเอาหัวเล็กของไข่ไปชน
ผลคือ ไข่ของสวี่ไห่หยวนแตก
“ห๊ะ? ทำไมมันแตกได้ล่ะ?”
สวี่ไห่หยวนหน้าหงอย เศร้ามาก ไข่ที่คิดว่าแข็งแกร่งเหมือนแม่ทัพจะพ่ายแพ้ในรอบที่สาม
สวี่เฉิงโฮ่วเห็นหน้าหลานชายบูดเบี้ยว ไม่พอใจก็ไม่สบอารมณ์เช่นกัน จึงหันไปจ้องลูกชาย
“ดูแกสิ เอาใจเด็กนิด ๆ หน่อย ๆ ก็ไม่ได้ ไข่แค่ฟองเดียว ยังจะต้องเอาชนะลูกอีก?”
สวี่ซื่อเยี่ยนได้แต่หัวเราะ “หยวนหยวน รู้มั้ยทำไมไข่ของคุณปู่คุณย่าถึงแตก?”
เด็กน้อยไม่ได้ถูกตามใจตลอด ต้องรู้จักความจริงของโลกบ้าง
“เพราะว่าคุณปู่คุณย่ายอมให้เราน่ะสิ”
ว่าแล้วก็แกะไข่ให้ลูกดู อธิบายโครงสร้างภายในของไข่
บอกว่า ถ้าเอาหัวเล็กไปชนหัวใหญ่ ฝั่งหัวใหญ่จะแตกง่ายกว่า
“พ่อจะบอกอะไรให้นะ เวลาชนไข่ ต้องเลือกไข่ใบเล็ก ๆ เปลือกสีแดง แบบนั้นเปลือกมักจะหนากว่านิดหน่อย
ไข่ใบใหญ่ที่เปลือกขาวน่ะ แย่ที่สุด ชนนิดเดียวก็แตกแล้ว”
สวี่ซื่อเยี่ยนเลือกไข่สองฟอง ยื่นฟองแดงใบเล็กให้ลูก ส่วนตัวเองเอาฟองขาวใหญ่ไว้
คราวนี้ชนกันที่หัวเล็กทั้งสอง ฝั่งขาวแตก ส่วนฟองแดงไม่เป็นอะไร
“เข้าใจแล้วใช่ไหมล่ะ?”
"เข้าใจแล้วครับ" สวี่ไห่หยวนพยักหน้าอย่างจริงจัง ที่แท้ไข่ใบเดียวก็มีความรู้มากขนาดนี้
"พ่อครับ ไข่ห่านมันเปลือกขาว แถมยังใบใหญ่ ทำไมมันถึงไม่ค่อยแตกง่ายล่ะครับ?"
เจ้าตัวเล็กนึกถึงไข่ห่านดองเกลือที่บ้าน ปีที่แล้วเขาเคยลองทุบดู ต้องออกแรงตั้งเยอะถึงจะทำให้มันแตกได้
ทุกคนในโต๊ะนิ่งไปชั่วขณะ ใครจะคิดล่ะว่าเด็กอย่างสวี่ไห่หยวนจะถามอะไรแบบนี้ออกมาได้
"ไข่ไก่กับไข่ห่านเทียบกันไม่ได้หรอก ไข่ห่านมีขนาดใหญ่และเปลือกมันก็หนากว่า แข็งแรงกว่ามาก" สวี่ซื่อเยี่ยนลูบหัวลูกชายพลางหัวเราะ
เจ้าตัวเล็กหันไปยิ้มแป้นให้แม่ทันที ดวงตาเป็นประกาย
"แม่ครับ เดี๋ยวแม่ต้มไข่ห่านให้ผมสักใบได้ไหมครับ? ผมจะเอาไปเล่นชนไข่กับพวกเขา ดูซิว่าไข่ใครจะแข็งกว่ากัน!"
ทุกคนในโต๊ะถึงกับหัวเราะลั่น
นี่มันแผนการของเด็กหกขวบจริงๆ เหรอ? เอาไข่ห่านไปชนไข่ไก่ แบบนั้นใครจะไปสู้ได้!
"ไม่เอานะ อย่ามาเล่นกับไข่ห่านของแม่! แม่กะจะเก็บไว้ฟักลูกห่านต่างหากล่ะ" ซูอันอิงพูดพลางหัวเราะ ส่ายมือไปด้วยอย่างหมดปัญญา เจ้าลูกชายคนนี้นี่ คิดอะไรแผลงๆ ได้ตลอดเลย
"ฟักลูกห่าน? ฟักยังไงเหรอครับ?"
เด็กน้อยเปลี่ยนความสนใจทันที พอได้ยินว่าจะมีลูกห่านก็หูผึ่ง รีบถามต่อด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"ก็เอาไข่ห่านไปให้แม่ไก่ที่กำลังจะฟักไข่ ให้มันนอนกกอยู่บนไข่ วันๆ ก็จะคอยอุ่นให้ไข่ พอครบสามสิบเอ็ดวัน ลูกห่านก็จะฟักออกมาเอง
ตอนนั้น ลูกก็ไปเด็ดผักมาเลี้ยงห่านได้ ห่านโตแล้วจะออกไข่ให้กิน แถมยังเอาไปทำอาหารได้อีกด้วย" ซูอันอิงอธิบายลูกอย่างใจเย็น
การฟักไข่มีหลายวิธี จะให้แม่ไก่ฟัก หรือจะฟักแบบใช้ความร้อนก็ได้
ที่ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ของบ้าน เขาจะใช้วิธีฟักเอง เอาไข่ไปวางในผ้าห่มบนเตียงร้อนๆ คอยพลิกไข่เป็นระยะๆ รักษาอุณหภูมิให้คงที่ ไม่นานก็จะฟักเป็นลูกไก่ลูกห่านได้
แต่ในบ้านทำแบบนั้นไม่ได้ เด็กเล็กเยอะเกิน
สองคนโตยังซนอยู่เลย วันไหนลืมตัวขึ้นไปนั่งบนเตียง อาจจะเผลอทับไข่แตกก็ได้
ส่วนสองคนเล็กนี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง กำลังคลานเต็มบ้าน ไม่รู้จะคลานไปเหยียบตรงไหนบ้าง
ถ้าเผลอเหยียบไข่แตกไปหลายใบ แบบนั้นแย่แน่ๆ
เด็กโตยังพอเตือนกันได้ อาจจะจำได้บ้าง แต่เด็กเล็กยังไม่รู้ความ ต่อให้เตือนก็ไม่เข้าใจ
เพราะงั้น ซูอันอิงเลยตัดสินใจ ให้แม่ไก่ฟักไข่แบบธรรมชาตินั่นแหละง่ายสุด
บ้านเขามีลานกว้าง โดยเฉพาะตรงเชิงเขาด้านล่าง มีแต่หญ้าขึ้นรกเต็มไปหมด เลี้ยงห่านตรงนั้นพอได้
ห่านมันเซ่อซ่า ปีนขึ้นเนินไม่ได้ ไม่ต้องกลัวมันจะขึ้นไปทำลายผักข้างบน
บ้านนี้ไม่เลี้ยงไก่ เพราะอยู่ใกล้ภูเขาหลังบ้านมากเกินไป ไก่เลี้ยงไว้ก็โดนพวกตัวเซเบิ้ลมาขโมยกินบ้าง แถมมันยังชอบบินขึ้นไปเหยียบผักอีกต่างหาก
ยังดีที่ฟาร์มเลี้ยงสัตว์มีไก่เยอะมากอยู่แล้ว ไข่ไก่ไม่ขาดแน่นอน เลี้ยงแค่ห่านไม่กี่ตัวก็พอ ไม่ต้องดูแลมาก
พอมันเริ่มออกไข่ ก็เอาไปทำไข่ห่านดองเกลือ ไว้พกไปกินบนเขา อย่างไรก็อร่อยกว่ากินแต่ผักดองแน่นอน







