ที่ดินที่พ่อแม่ของสวี่เฉิงโฮ่วเล็งเอาไว้นั้นกว้างขวางไม่น้อยเลย
แน่นอนว่ารู้ๆ กันอยู่ในชาติที่แล้ว สวี่ซื่อเซียนเคยสร้างบ้านไว้สามห้องที่นั่น ต่อมาสวี่ซื่อเยี่ยนก็สร้างติดกันอีกสามห้อง แบบนั้นจะเล็กได้ยังไง?
สวี่ซื่อเยี่ยนเลยคิดว่า ไหนๆ ก็จะสร้างบ้านทั้งที จะเพิ่มอีกสักหลังครึ่งหลังมันก็ไม่ต่างกันเท่าไร สู้สร้างทีเดียวห้าห้องไปเลย จะได้ถือครองพื้นที่ไว้ให้แน่นอน
ตอนแรกพ่อแม่ยังลังเลอยู่ เพราะถ้าจะสร้างบ้านอิฐมอญห้าหลังจริงๆ คำนวณคร่าวๆ แล้วคงต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่าเจ็ดแปดร้อยหยวน บ้านก็ไม่ได้มีเงินมากขนาดนั้น
สวี่ซื่อเยี่ยนเลยบอกว่า ถ้าเงินไม่พอ เขาจะช่วยออกให้ก่อนก็ได้ รอพี่น้องทั้งสี่คนกลับมาค่อยหารกันจ่าย
พ่อสวี่เฉิงโฮ่วคิดไปคิดมาก็เห็นด้วย ไหนๆ ก็จะลงแรงลงมือแล้ว ทำใหญ่ไปเลยก็คุ้มกว่า
ฝั่งพ่อแม่จะสร้างห้าห้อง สวี่ซื่อเยี่ยนเองก็มีแผนจะสร้างอีกห้าห้องเป็นบ้านอิฐเหมือนกัน บนที่ดินฝั่งตะวันตก
รวมแล้วก็เป็นสิบห้อง ใช้วัสดุก่อสร้างเยอะมาก ไหนจะค่าแรงอีก
สมัยนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อน ตอนที่พี่น้องทั้งห้าคนยังอยู่รวมกัน บ้านก็ช่วยกันทำเองได้หลายอย่าง เหลือแค่จ้างคนมาช่วยบางจุดเท่านั้น
แต่สิบห้องนี่ ถ้าจะหวังพึ่งแต่คนงานรับจ้าง ก็คงต้องสร้างกันไปจนถึงชาติหน้า
สุดท้ายสวี่ซื่อเยี่ยนเลยตัดสินใจที่จะไปหากัวโส่วเย่ให้ช่วยจัดการหา "ทีมก่อสร้างหลินเจี้ยน" มาให้
เขาว่าจ้างทีมหลินเจี้ยนให้มารับเหมางานสร้างบ้านสิบห้องให้กับตระกูลสวี ซึ่งทีมนี้เป็นมืออาชีพ ทำงานดีกว่าจ้างคนทั่วไปแน่นอน
แน่นอนว่า ค่าแรงก็แพงตาม แต่ของแพงมันก็มีเหตุผลของมัน ทีมมืออาชีพก็ย่อมสร้างบ้านได้มีคุณภาพกว่า
เรื่องแบบนี้ถ้าเป็นคนอื่นคงทำไม่ได้
เพราะหลินเจี้ยนเป็นหน่วยงานของรัฐ ปกติเขารับงานให้รัฐเท่านั้น จะมาทำงานให้เอกชนได้ยังไง?
แต่พอเป็นกัวโส่วเย่ เขาก็มีวิธี แค่บุหรี่ไม่กี่ซอง กับเหล้าเขากวางผสมเลือดไม่กี่ขวด จัดการเรื่องใต้โต๊ะเรียบร้อย ทุกอย่างก็ลงตัว
ทางหลินเจี้ยนก็อ้างว่ามาสร้างบ้านพักให้กับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ แล้วก็แอบรับงานส่วนตัวจากบ้านสวี่ไปด้วย
คนงานก็มีอยู่แล้ว ก็ถือว่าเป็นรายได้เสริมให้พวกเขาไป
หัวหน้าองค์กรก็ทำเป็นมองไม่เห็น คนงานก็ได้เงินเพิ่ม ใครจะไม่ชอบล่ะ?
ไม่ว่าจะเป็นช่างก่ออิฐ ช่างไม้ รวมถึงงานวางเตียง ก่อเตา ปูผนังทั้งในและนอก ทั้งหมดเหมารวมในค่าแรงแล้ว ถึงจะแพงหน่อยแต่ก็ไม่ต้องปวดหัว
หลังจากเตรียมวัสดุครบแล้ว สวี่ซื่อเยี่ยนก็ไม่ต้องยุ่งอะไรอีก ยกเว้นวันยกเสา ที่ต้องหาคนมาช่วยและจัดเลี้ยงอาหาร ส่วนงานอื่นทีมช่างจัดการให้หมด
แต่ก็เพราะสวี่ซื่อเยี่ยนไม่มีทางเลือก พ่ออยู่บนเขาดูแลโสม พี่ชายสองคนก็ยุ่ง ไม่มีเวลามาช่วย
น้องชายสองคนยิ่งไม่ต้องพูดถึง คนหนึ่งเป็นครู อีกคนยังเรียนอยู่ ใครจะมาช่วยทำงานได้?
ไม่ใช่แค่ลงแรง ช่วยจัดเตรียมเรื่องต่างๆ ก็ไม่มีใครช่วย ต้องพึ่งสวี่ซื่อเยี่ยนคนเดียว
เขาก็ไม่ใช่มีแปดมือ จะไปจัดการทุกอย่างได้ยังไง?
เหมางานทั้งหมดออกไปถือเป็นทางออกดีที่สุด ขอแค่เสร็จก่อนฤดูใบไม้ร่วง ให้พ่อแม่ได้ย้ายเข้าอยู่ในปีนี้ก็พอ เรื่องอื่นก็ต้องปล่อยไปก่อน
สุดท้ายวันที่ 6 กรกฎาคม ตามปฏิทินจันทรคติคือวันที่ 12 เดือน 5 ก็เริ่มขุดรากฐานของทั้งสองหลังพร้อมกัน
พร้อมกันนั้น ช่างไม้ก็เริ่มทำคานบ้าน หน้าต่าง และประตู
ไม้ที่ใช้ ส่วนหนึ่งมาจากของเดิมตอนย้ายบ้านจากบ้านใหญ่
บ้านสวีอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมาหลายปี ถึงอย่างอื่นจะไม่เหลือเท่าไหร่ แต่ไม้นั้นมีเก็บไว้เยอะ ตอนย้ายบ้านยังเอาไม้มาทั้งกองกับฟืนเต็มรถบรรทุกคันหนึ่ง
อีกส่วนหนึ่งก็คือไม้ที่สวี่ซื่อเยี่ยนตัดและปลอกเปลือกไว้ตั้งแต่ฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวปีที่แล้วในป่า
ไม้เหล่านั้นตากจนแห้งสนิทมาตลอดฤดูหนาวและฤดูใบไม้ผลิ เหมาะจะเอามาทำคาน เสาไม้ โครงหลังคา ฯลฯ
หลังจากยุ่งกันอยู่หลายวัน ในที่สุดเรื่องบ้านก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง วัสดุต่างๆ ก็เตรียมครบหมดแล้ว ช่างไม้ช่างปูนก็เริ่มทำงานตามแผน
ในบ้านก็มีโจวกุ้ยหลานกับซูอันอิงช่วยดูแลเรื่องน้ำร้อนข้าวปลาให้กับคนงาน พยายามเอาใจใส่ให้มากที่สุด
แบบนี้เอง บ้านของสวี่ซื่อเยี่ยนก็ถูกสร้างขึ้นอย่างเป็นระเบียบทีละขั้นตอน
สวี่ซื่อเยี่ยนยังต้องดูแลงานในทีม ทั้งเรื่องหมักปุ๋ย ใส่ปุ๋ย แถมต้องจัดการเรื่องบ้าน ปีนี้เลยไม่ได้มีเวลาสนใจเรื่องเห็ดหูหนูหรือเทียนหม่าเลย
แต่โชคดีที่เขายังหาเวลาไปที่อำเภอ ขายเขากวางแห้งที่เตรียมไว้ยี่สิบกว่าง่ามจนหมด
เขากวางแห้งคุณภาพดี ราคาตอนนั้นอยู่ที่สามสิบแปดหยวนต่อห้าเหมา แต่ละง่ามหนักประมาณสองถึงสามห้าเหมา ก็ขายได้ประมาณร้อยหยวน
สุดท้ายได้เงินมากกว่าสองพันสี่ร้อยหยวน มากพอสำหรับสร้างบ้านเลยทีเดียว
ทำงานหัวหมุนจนถึงปลายเดือนกรกฎาคม สวี่ซื่อเสียงก็กลับมาจากทงฮวาแล้ว
พอมีเจ้าห้า สวี่ซื่อเยี่ยน ก็รู้สึกโล่งอกขึ้นมาทันที อย่างน้อยฝั่งบ้านก็มีคนคอยดูแล เขาจะได้มีเวลาจัดการเรื่องโสม
วันที่ 26 กรกฎาคม ตรงกับวันที่ 3 เดือน 6 อธิกมาสตามปฏิทินจันทรคติจีน บ้านตระกูลสวี่ทำพิธี ยกคานบ้าน
พี่น้องของสวี่ซื่อเยี่ยนอย่าง สวี่ซื่อเซียน สวี่ซื่ออัน ก็ลางานมาช่วย ส่วนสวี่ซื่อเต๋อ พอปิดเทอมก็รีบมาช่วยงานตั้งแต่เนิ่นๆ
ไม่ใช่แค่ญาติฝ่ายพ่อ ญาติฝ่ายแม่อย่างหลานชายและหลานสาวของโจวกุ้ยหลาน รวมถึงซูเหวยจง ซูเหวยเฉิง และญาติคนอื่นๆ ที่อยู่ในตำบลต้าอิ๋งก็พากันมาช่วยด้วย
สวี่ซื่อเยี่ยนมีฐานะพอใช้ในชุมชนตงกังมีเพื่อนฝูงมาก ลูกศิษย์ที่เขาเคยสอนมาพอรู้ว่าเขากำลังยกคานบ้านก็รีบมาช่วยเช่นกัน
แม้แต่ฮันลี่หมิง ไม่รู้ไปได้ยินมาจากไหน ยังอุตส่าห์มาช่วยด้วยตัวเอง
โชคดีที่คนเยอะ เพราะบ้านมีตั้งสิบห้อง ต้องยกคานทุกห้อง ถ้าคนไม่พอก็คงไม่ไหวเหมือนกัน
ดังนั้น จึงแบ่งคนออกเป็นสองกลุ่ม มีช่างไม้และช่างก่อสร้างคอยนำแต่ละทีม แล้วก็เริ่มลงมือ
คานไม้ทำไว้ล่วงหน้าแล้ว คานหลักตรงกลางผูกด้วยผ้าสีแดงและเหรียญทองแดง
สวี่ซื่อเต๋อเขียนกลอนมงคลสำหรับพิธียกคานไว้สองคู่ แล้วเอาไปติดที่ผนังอิฐ
มีคนหนึ่งถือประทัดขึ้นไปบนนั่งร้าน อีกคนถือกระจาดเล็กๆ ที่ใส่ลูกอมไว้เต็ม
ช่างไม้คอยสั่งการให้ช่วยกันยกคานหลักขึ้นไปบนหลังคา แล้วก็ใช้เครื่องมือปรับทิศทางและยึดตำแหน่งให้แน่นหนา
ขณะเดียวกัน ก็มีคนจุดประทัด
เสียงประทัดดังเปรี้ยงปร้าง กระดาษสีแดงปลิวว่อนกลางอากาศ กลิ่นกำมะถันจากประทัดลอยอบอวล
คนที่ถือกระจาดลูกอมก็โปรยลูกอมลงมา เด็กๆ ด้านล่างพากันแย่งอย่างสนุกสนาน
พิธียกคานถือเป็นเรื่องใหญ่ ต้องการความคึกคักเป็นมงคล ใครๆ ก็ไม่ว่าเด็กจะวิ่งเล่นหรือแย่งลูกอม ทุกคนยิ้มแย้มมองดูด้วยความเอ็นดู
บางคนก็ช่วยหยิบลูกอมจากกระจาดมาแจกเด็กที่แย่งไม่ทัน
พอคานหลักถูกยึดแน่นดีแล้ว คานอื่นๆ ก็ถูกยกขึ้นไปทีละชิ้น ปรับทิศทางแล้วใช้ไม้หรือแผ่นไม้ตอกเฉียงยึดไว้ ซึ่งเรียกว่าการตอกไม้เสริมคาน
หลังจากคานทั้งหมดถูกยึดเรียบร้อย ก็เริ่มตอกคานรอง, แผ่นพื้น, คานเพดาน และแผ่นฝ้า
บ้านตระกูลสวี่สร้างเป็นบ้านอิฐกระเบื้อง ใช้โครงสร้างสมัยใหม่ ทั้งหลังคามุงกระเบื้อง ด้านล่างก็ต้องฉาบด้วยปูนขาว
เพื่อให้บ้านอบอุ่น แผ่นฝ้าต้องฉาบด้วยส่วนผสมของดินเหลืองและขี้เลื่อย แล้วคลุมด้วยชั้นขี้เลื่อยหนาๆ อีกที
งานจึงเยอะมาก โชคดีที่มีคนมาช่วยเยอะ
ทุกคนทำงานตามคำสั่งของหัวหน้าคนงาน แบ่งหน้าที่ชัดเจน ทำงานเรียบร้อยไม่วุ่นวาย งานก้าวหน้าเร็วมาก
พอบ่ายโมงกว่าๆ กระเบื้องมุงเรียบร้อย ดินและขี้เลื่อยก็อัดแน่นเรียบร้อยหมด
ตามธรรมเนียม วันยกคาน เจ้าของบ้านต้องจัดอาหารเลี้ยงอย่างเต็มที่เพื่อขอบคุณคนมาช่วย
สวี่ซื่อเยี่ยนลงทุนลงแรงกับมื้อนี้มาก
สวี่ซื่อฉินเก็บคูปองซื้อเนื้อไว้นานหลายเดือน บวกกับคูปองที่กัวโส่วเย่ให้มาก็ยกให้สวี่ซื่อเสียง
วันก่อนก็ไปหาซื้อของที่แม่น้ำซงเจียงกับร้านขายของในอำเภอ หาเนื้อส่วนที่ไม่ต้องใช้คูปองอย่างหัวกับเท้ามาได้ไม่น้อย
ยิ่งตอนนี้สวนผักกำลังมีผลผลิตเยอะ ทำให้มื้อนี้ทำออกมาได้อุดมสมบูรณ์จริงๆ







