ปีที่แล้วใช้ปุ๋ยน้ำจากกากถั่วใส่ต้นโสมที่ปลูกไว้ห้าสิบจั้ง ปีนี้ยังเติบโตดีเหมือนเดิม
ส่วนต้นโสมใหม่สองร้อยจั้งที่ปลูกเมื่อปีที่แล้ว โดยใช้ปุ๋ยสูตรผสมที่สวี่ซื่อเยี่ยนคิดขึ้นมาเป็นปุ๋ยรองพื้น ปีนี้พอต้นเริ่มงอก ต้นโสมกลับเติบโตสูงใหญ่กว่าต้นที่ไม่ได้ใส่ปุ๋ยรองพื้นอีก
เห็นได้ชัดเลยว่า ต้นโสมที่ใส่ปุ๋ยรองพื้นเติบโตดีกว่า
พออวี่โส่วกวงขึ้นมาดูด้วยตัวเองก็สั่งการทันทีว่า ปีนี้ต้นโสมที่ผ่านฤดูหนาวมาทุกต้นต้องใส่ปุ๋ยเสริม
และยังจะให้เตรียมปุ๋ยรองพื้นไว้เพิ่มเติมด้วย ตอนปลูกโสมช่วงฤดูใบไม้ร่วง ก็จะพยายามใส่ปุ๋ยรองพื้นให้ครบทุกต้น
ปุ๋ยรองพื้นรวมกับปุ๋ยเสริมสามารถเพิ่มผลผลิตได้ถึงห้าสิบเปอร์เซ็นต์เลยนะ
ใช้เวลาดูแลถึงสามปี ใครจะไม่อยากให้ได้ผลผลิตเยอะหน่อยล่ะ? นั่นก็เงินทั้งนั้น
กากถั่วราคาถูกจะตาย ทีมงานไม่ได้ออกไปหาซื้อที่อื่นก็ต้องเตรียมไว้ใช้เองอยู่ดี
สวี่ซื่อเยี่ยนเป็นช่างเทคนิคของทีมที่สอง เรื่องการหมักปุ๋ยก็ต้องให้เขานำทีมทำงานอยู่ดี แต่ฝั่งโสมที่แม่น้ำเฮยเหอก็ต้องมีคนดูแลเหมือนกัน
พอวันรุ่งขึ้นหลังจากที่สวี่ซื่อเยี่ยนกลับมาจากการเก็บเขากวาง อวี่โส่วกวงก็ขึ้นเขามาหาเขา
“เสี่ยวสวี่นะ ลุงคิดแบบนี้นะ เดี๋ยวลุงจะจัดคนขึ้นมาทางนี้อีกคนก่อน
ช่วงนี้เธอกลับไปดูแลเรื่องหมักปุ๋ยก่อนดีไหม?”
“ลุงอวี่ จัดการยังไงก็ได้ครับ ผมฟังลุงอยู่แล้ว”
อวี่โส่วกวงเป็นเลขา ส่วนสวี่ซื่อเยี่ยนเป็นสมาชิกทีม แน่นอนว่าต้องฟังผู้ใหญ่
“แล้วเธอว่า จะให้ใครมาดูแลทางนี้ดีล่ะ?”
ตอนแรกก็ตกลงกันไว้แล้วว่า ใครจะมาดูแลทางฝั่งแม่น้ำเฮยเหอ คนต้องให้สวี่ซื่อเยี่ยนเป็นคนเลือก
อวี่โส่วกวงไม่ใช่คนที่พูดแล้วไม่ทำ เมื่อพูดออกไปแล้วก็ต้องทำตาม ดังนั้นเรื่องเลือกคน ก็ต้องให้สวี่ซื่อเยี่ยนตัดสินใจ
“ลุงครับ ให้พ่อผมขึ้นมาดูได้ไหม?”
สวี่ซื่อเยี่ยนคิดแล้ว เรื่องแบบนี้ไว้ใจคนอื่นไม่ได้
แถวนี้ทั้งมีตัวนาก ตัวเซเบิ้ล แล้วก็จิ้งจอกขี้เกียจที่ชอบกลับมาอยู่เป็นระยะ ถ้าเปลี่ยนเป็นคนอื่น แล้วเกิดอยากได้ของเลยทำร้ายสัตว์พวกนี้ขึ้นมาจะทำยังไง?
ถ้าพูดถึงคนไว้ใจได้ จะมีใครสู้พ่อแท้ๆ ได้? ถึงแม้สวี่เฉิงโฮ่วจะอารมณ์ไม่ดี แต่เรื่องทำงานนี่เก่งสุดๆ
ตอนนี้พื้นที่ปลูกโสมรอบๆ เต็มไปด้วยปืนดิน ประทัด กับกับดัก อีกทั้งยังเป็นโสมที่เพิ่งปลูก ไม่มีใครอยากเข้ามาอยู่แล้ว พ่อขึ้นมาเฝ้าก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร
อีกอย่าง ถ้าสวี่ซื่อเยี่ยนไม่ยุ่งอะไร กลางคืนก็ยังขึ้นมาอยู่เป็นเพื่อนได้ พ่อลูกอยู่ด้วยกันพอดี
ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าพ่อสวี่เฉิงโฮ่วขึ้นมา ทีมงานก็ยังให้แต้มแรงงานเต็มอีกนะ พ่ออายุหกสิบแล้วยังได้แต้มเต็ม มีที่ไหนให้แบบนี้อีก?
“ดีเลย พวกเธอสองพ่อลูกอยู่บนเขา ยังไงก็น่าเชื่อถือกว่าคนอื่น
งั้นเดี๋ยวลุงจะไปบอกพ่อเธอ ให้เขาขึ้นเขาพรุ่งนี้ ส่วนเธอลงไปดูเรื่องหมักปุ๋ยก็แล้วกัน”
อวี่โส่วกวงได้ยินแบบนั้นก็ตอบตกลงทันที
สำหรับเขาแล้ว ใครขึ้นมาดูโสมไม่สำคัญ สิ่งสำคัญคือต้องใช้ความรู้เรื่องการหมักปุ๋ยของสวี่ซื่อเยี่ยน
เทียบกับการเพิ่มผลผลิตของโสมแล้ว แต้มแรงงานของคนคนเดียวน่ะจิ๊บจ๊อย
อย่าว่าแต่แต้มของคนเดียวเลย ต่อให้สิบคน รวมกันทั้งปีจะมีค่าเท่าไหร่กัน?
แต่ถ้าโสมกว่าหมื่นจั้งเพิ่มผลผลิตได้ห้าสิบเปอร์เซ็นต์ จะได้เงินเท่าไหร่กัน?
ขนาดคนโง่ยังรู้ว่าฝั่งไหนคุ้มกว่า แล้วอวี่โส่วกวงจะไม่รู้หรือ?
“เสี่ยวสวี่ ขอแค่เธอทำเรื่องหมักปุ๋ยให้เรียบร้อย ตอนที่เราเก็บโสม ผลผลิตเพิ่มขึ้น ลุงจะจดชื่อเธอไว้เป็นความดีความชอบใหญ่เลย”
คำพูดนี้ของอวี่โส่วกวงเป็นความจริง ไม่ใช่แค่พูดไปงั้น
ถ้าผลผลิตโสมของทีมที่สองเพิ่มขึ้น เขาไม่ให้รางวัลสวี่ซื่อเยี่ยนหน่อย จะรักษาเขาไว้ได้ยังไง?
ทีมอื่นๆ หน่วยงาน อำเภอ ถ้ารู้ว่าสวี่ซื่อเยี่ยนมีความสามารถแบบนี้ จะไม่แย่งตัวกันตายเลยหรือ?
ถ้าจะรักษาคนเก่งไว้ ก็ต้องให้ผลตอบแทนจริงๆ ไม่อย่างนั้นใครจะยอมทำงานให้?
“ลุงวางใจได้เลยครับ ผมจะทำให้เรียบร้อยแน่นอน”
สวี่ซื่อเยี่ยนยิ้ม ตอบกลับอย่างไม่คิดมาก เรื่องจะได้ความดีความชอบหรือไม่ เขาไม่แคร์หรอก ตอนนี้เขาก็พอใจแล้ว ไม่ถูกกลั่นแกล้ง ไม่โดนรังแก พูดมีน้ำหนักในทีมหน่อยก็พอ
แต้มแรงงานได้ครบ หาเงินพิเศษบ้าง ชีวิตค่อยๆ ดีขึ้น เขาก็พอใจแล้ว
อวี่โส่วกวงรีบลงเขาไปหาสวี่เฉิงโฮ่วเพื่อคุยเรื่องนี้
พอสวี่เฉิงโฮ่วได้ยินว่าจะให้เขาขึ้นไปเฝ้าโสม แถมยังให้แต้มแรงงานเต็มอีก โอ้โห ดีใจจนออกนอกหน้าเลยล่ะ!
ต้องรู้ไว้นะว่า หน่วยที่สองนั้นมีค่าคะแนนแรงงานมากกว่าบ้านใหญ่เยอะเลย ถ้าทำเต็มวันก็ได้เกือบสองหยวนต่อวันแน่ ๆ ไม่ไปทำก็บ้าแล้ว
เช้าวันที่ 17 พฤษภาคม สวี่เฉิงโฮ่วก็เก็บข้าวของพะรุงพะรังออกเดินทาง ทางทีมก็จัดเกวียนม้าส่งเขาขึ้นเขา
พอพ่อกับลูกเจอกัน สวี่ซื่อเยี่ยนก็พาพ่อเดินดูรอบ ๆ สนามสาธิต พร้อมอธิบายเกี่ยวกับกับดักระเบิดและปืนต่าง ๆ
“พ่อ พ่อจำไว้นะ ถ้าเห็นที่ไหนมีเครื่องหมายที่ผมทำไว้ข้าง ๆ แบบนี้ แสดงว่ามีปืนดักอยู่แถวนั้น
กับดักหรือหลุมพรางต่าง ๆ มักจะมีป้ายเตือนอยู่ใกล้ ๆ ด้วย” สวี่ซื่อเยี่ยนชี้ไปที่ต้นไม้ใหญ่ที่เขาทำสัญลักษณ์ไว้ พลางกำชับพ่อ
สวี่เฉิงโฮ่วไม่ใช่คนโง่ เขามองเครื่องหมายนั้นแวบเดียวก็เข้าใจทันที “โอเค พ่อรู้แล้ว ไม่ต้องห่วงหรอก ปกติพ่อก็ไม่เดินแถวนั้นอยู่แล้ว
กลับไปตั้งใจทำงานเถอะ ไม่ต้องห่วงเรื่องบนเขา พวกสัตว์ป่าทั้งหลาย พ่อจะดูแลให้อย่างดีเลย”
สวี่เฉิงโฮ่วเป็นคนขยันและเก่ง งานแบบนี้ไม่มีอะไรยากสำหรับเขา อย่างเดียวที่ลำบากหน่อยก็คือเรื่องกิน เพราะเขาทำกับข้าวไม่ค่อยเก่ง
โชคดีที่ก่อนขึ้นเขา โจวกุ้ยหลานทำแผ่นแป้งให้เขากองใหญ่ พร้อมกับเอาผักดองกับเต้าเจี้ยวใส่โหลมาด้วยหลายใบ
ต่อให้สวี่ซื่อเยี่ยนไม่กลับมาบนเขาตอนกลางคืน พ่อเขาก็ยังพอจะจัดการเรื่องกินอยู่ได้
ทุกอย่างที่ควรจะบอกก็บอกหมดแล้ว สวี่ซื่อเยี่ยนจึงขี่จักรยานลงเขาไป เตรียมงานเกี่ยวกับการหมักกากถั่ว
แต่ถึงยังไงพ่ออยู่บนเขา เขาก็ยังอดห่วงไม่ได้ เลยพยายามกลับมานอนบนเขาทุกคืน แล้วเช้าก็ขี่จักรยานลงเขาไปใหม่
ถึงจะเสียเวลาไปกลับหน่อย แต่ก็ยังดีกว่าทิ้งพ่อไว้คนเดียวบนเขา
ดีที่ปีนี้อวี่โส่วกวงจัดคนช่วยงานให้เขาหลายคน และคนพวกนี้ก็เป็นคนที่สวี่ซื่อเยี่ยนเลือกเองด้วย
มีทั้งจ้าวเจี้ยนเซ่อกับหยางชุนหมิงจากบ้านใหญ่ แล้วยังมีเฟิงเชา ซุนเสี่ยวเฟิง หวงเซิ่งลี่ ทุกคนมาช่วยงานสวี่ซื่อเยี่ยน เพราะคะแนนแรงงานสูง
พอทำงานกันได้สิบกว่าวัน ก็จัดการเรื่องการบดและหมักกากถั่วเสร็จเรียบร้อย งานของสวี่ซื่อเยี่ยนก็พักไปก่อนช่วงหนึ่ง
เขาก็เลยไปบอกอวี่โส่วกวงว่า ที่บ้านกำลังจะสร้างบ้านใหม่ เขาต้องไปจัดการเรื่องวัสดุก่อสร้าง
ยุคนี้ใครจะสร้างบ้าน ส่วนใหญ่ยังใช้ดินก้อน บางคนก็ใช้ก่ออิฐมุงกระเบื้อง
ถ้าสร้างบ้านดินจะง่ายหน่อย แค่เอาดินเหลืองผสมกับฟางและโคลน ใส่กรอบไม้ทำเป็นก้อนขนาดเท่ากัน ทิ้งให้แห้งก็ใช้ได้แล้ว
บ้านดินสร้างง่าย ส่วนใหญ่ใช้ดินเหลือง เตรียมหินไว้ทำฐานบ้าน หาไม้ทำคาน ทำเสา ทำประตูหน้าต่างก็พอ
แต่ถ้าจะสร้างบ้านอิฐกระเบื้อง ก็จะยุ่งยากหน่อย
ต้องใช้ทั้งอิฐ กระเบื้อง หิน ปูนซีเมนต์ ปูนขาว ทราย ของพวกนี้ทั้งหมด
ทางเหนือของโรงเรียนประถมตงกัง มีโรงเผาใหญ่แห่งหนึ่ง มีทั้งอิฐแดง กระเบื้อง ท่อดินเผา
หินก็มี แผนกที่สามมีเหมืองหินเฉพาะไว้ส่งให้คอมมูนและเขตก่อสร้างต่าง ๆ ในแม่น้ำซงเจียง
ทราย ปูนซีเมนต์ ปูนขาว โรงงานวัสดุก่อสร้างในตงกังก็มี
แต่ของพวกนี้ ทั้งหมดเป็นของสำหรับจัดสรรให้หน่วยงานต่าง ๆ
คนธรรมดาจะไปซื้อเอาเลยไม่ได้ ถึงมีเงินก็ซื้อไม่ได้ ต้องมีใบอนุญาตจากหน่วยงาน
โชคดีที่สวี่ซื่อเยี่ยนรู้จักกับเจ้าหน้าที่ในคอมมูนดี หลายคนก็คุยกันรู้เรื่อง เขาเลยไปขอร้องให้ช่วยติดต่อจนได้ใบอนุญาตมา
จากนั้นก็เอาใบอนุญาตที่ผู้นำคอมมูนเซ็นให้ พร้อมกับเงิน บุหรี่ และเหล้า
ไปที่โรงเผา โรงหิน โรงวัสดุก่อสร้าง ซื้อของที่ต้องใช้สร้างบ้านทีละอย่าง แล้วหารถมาขนกลับบ้าน







