เกาะบริเตน เมือง L
เหวยเอินจานซือเท่อใช้ผ้าขนหนูพันผม เดินออกจากห้องน้ำโดยไม่ใส่ใจแม้แต่น้อยว่าหยดน้ำจากร่างกายจะตกใส่พรมขนแกะชั้นดีในห้อง
เขาเหลือบมองหญิงสาวที่เปลือยกายอยู่ครึ่งหนึ่งบนเตียง ก่อนเดินเข้าไปตบแก้มเธออย่างรำคาญ
หญิงสาวลืมตาขึ้นอย่างเลื่อนลอย ราวกับเพิ่งได้สติกลับมาจากห้วงสุขสม เธอยื่นแขนหมายจะกอดเอวจานซือเท่อตามสัญชาตญาณ แต่ถูกชายหนุ่มใช้มือผลักออก
"ตื่นแล้วก็รีบไปซะ เดี๋ยวฉันยังมีธุระสำคัญต้องทำ"
หญิงสาวสะดุ้งเฮือก ในที่สุดก็ได้สติเต็มที่ "คุณให้ฉันดื่มอะไรเข้าไป"
"ของช่วยเพิ่มอารมณ์นิดหน่อย ปกติเธอก็ใช้มันอยู่เรื่อยไม่ใช่หรือไง" เหวยเอินจานซือเท่อหยิบกระเป๋าสตางค์บนโต๊ะ ดึงธนบัตรใบละร้อยออกมาทั้งปึกแล้วโยนใส่ตัวเธอ "เอาไปซะ ส่วนที่เกินถือเป็นรางวัล"
เดิมทีหญิงสาวคิดจะพูดอะไรอีก แต่สายตาก็ถูกธนบัตรดึงดูดอย่างรวดเร็ว แววยินดีวาบผ่านก้นบึ้งดวงตา แม้แต่ท่าทางเชื่องช้าก็ดูคล่องแคล่วขึ้นมาก เธอลนลานรวบเงินเข้ามา ก่อนจัดเรียงทีละใบ ขณะนับเงินยังอดเลียริมฝีปากไม่ได้
ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นไม่อาจรอดพ้นสายตาของจานซือเท่อ
เขาเผยสีหน้าดูแคลน ขณะเดียวกันก็รู้สึกเบื่อหน่าย
นับตั้งแต่ได้สัมผัสดินแดนหรรษา ความตื่นเต้นในโลกความจริงก็ดูจืดชืดไร้รสชาติจนยากจะกระตุ้นความสนใจ เช่นเดียวกัน ผู้ที่เคยเข้าร่วมเกมต่างจากคนธรรมดาอย่างมหาศาล เขาบอกไม่ได้ว่าเพราะอะไร แต่พอจะสัมผัสได้เลือนราง อย่างตัวเขาเอง หลังผ่านความเป็นความตายมาสองครั้ง ความเฉียบคมในการสังเกตและความเร็วในการตอบสนองก็ราวกับย้อนกลับไปตอนอายุยี่สิบ กระทั่งเหนือกว่าสมัยหนุ่มเสียอีก
ตอนเพิ่งค้นพบเรื่องนี้ เขาตื่นเต้นเสียจนแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่
ต่อให้มีเงินมากเพียงใดก็ซื้อเวลากลับคืนมาไม่ได้ ตอนนี้เขาสั่งสมทรัพย์สินไว้มากพอแล้ว แต่อายุที่เพิ่มขึ้นทุกวันคอยย้ำเตือนว่าร่างกายกำลังแก่ชรา ทั้งสุราและกามารมณ์ที่เสพอย่างไร้ขอบเขตยังเร่งให้กระบวนการนี้เร็วขึ้นอีก
ทว่าตอนนี้ สมรรถภาพของเขาเริ่มมีวี่แววฟื้นคืนมาแล้ว
หญิงสาวที่นอนอ่อนระทวยอยู่บนเตียงคือหลักฐาน
แต่การพิชิตผู้หญิงดาษดื่นเช่นนี้ไม่ได้ทำให้จานซือเท่อรู้สึกพอใจสักเท่าไร เพราะตราบใดที่มีเงิน ใครก็เรียกใช้พวกเธอได้ตามใจชอบ ภายใต้โฉมหน้าอันงดงามมีเพียงก้อนเนื้อเน่าเปื่อยไร้วิญญาณซุกซ่อนอยู่ เหยื่อของเขาไม่ควรจำกัดอยู่เพียงเท่านี้
คนที่ชื่อหมิงจื่อนั่นไม่เลวเลย...
โดยเฉพาะยามเข่นฆ่า
ทั้งแววตาพยศไม่ยอมใคร เรือนร่างเปี่ยมพลัง และการเคลื่อนไหวประหนึ่งเสือชีตาห์...
มุมปากของเหวยเอินจานซือเท่อแสยะกว้าง บางทีเขาอาจใช้เส้นสายสืบหาตัวตนที่แท้จริงของเฉี่ยนหยวนหมิงจื่อ แน่นอนว่าผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมเกมดินแดนหรรษาย่อมเป็นคนมั่งคั่งหรือทรงอำนาจ จึงไม่ใช่เหยื่อที่ได้มาง่ายดายเหมือนหญิงสาวบนเตียง
แต่ยิ่งความท้าทายยากเท่าไร รางวัลก็ยิ่งล้ำค่าไม่ใช่หรือ
"ติ๊งต่อง"
ตอนนั้นเอง เสียงกริ่งประตูก็ดังขึ้น
จานซือเท่อหยิบเครื่องสื่อสารบนโต๊ะขึ้นมา
"คุณผู้ชายครับ บริการส่งอาหารที่คุณเรียกมาแล้วครับ"
"เข้ามาสิ" เขากดปุ่มปลดล็อกประตูอย่างไม่ใส่ใจ
ประตูไม้โอ๊กหนาหนักถูกผลักเปิด พนักงานโรงแรมคนหนึ่งเข็นรถเสิร์ฟอาหารเข้ามาในห้องพัก เมื่อเห็นหญิงสาวแสนสวยกำลังแต่งตัว สายตาของเขาก็ชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด "คุณผู้ชายครับ ผม..."
"ไม่เป็นไร ทำสิ่งที่นายควรทำไป" จานซือเท่อหัวเราะเบา ๆ อย่างไม่ถือสา "ถ้าเธอไม่ได้กำลังจะกลับ จะแถมบริการให้นายสักหน่อยก็คงไม่เสียหาย"
"คุณผู้ชายล้อเล่นแล้วครับ..." พนักงานรีบก้มหน้า เข็นรถไปข้างโต๊ะอาหารแล้วเริ่มจัดวางอาหาร
"คราวหน้าถ้าต้องการอีก อย่าลืมติดต่อฉันนะคะ" หญิงสาวคาดสายรองเท้าส้นสูงเสร็จ ก่อนขยิบตาให้จานซือเท่อแล้วจากห้องพักไปอย่างอาลัยอาวรณ์
ทันทีที่ประตูปิดลงพร้อมเสียงทึบ หางตาของจานซือเท่อก็พลันเห็นผ้าคลุมใต้รถเสิร์ฟถูกเปิดขึ้น
เงาร่างหนึ่งพุ่งออกจากรถเสิร์ฟรวดเร็วดุจสายฟ้า!
"เชี่ย!"
เขาคำรามลั่น เพิ่งหันตัวกลับมา ศีรษะก็ถูกฟาดเข้าอย่างจัง!
ชั่วขณะนั้น ภายในศีรษะคล้ายมีคนกระหน่ำระฆังทองแดง เสียงหึ่งกังวานจากกลางกระหม่อมไล่ลงมาถึงฟัน และในตอนนั้นเอง เขาก็มองเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของผู้โจมตี เป็นเด็กสาวอายุอย่างมากเพียงสิบหกสิบเจ็ดปี สวมเสื้อคลุมสีขาวของห้องครัว มือถือกระทะเหล็กใบหนึ่ง
"นังเด็กสารเลว!" เหวยเอินจานซือเท่อฝืนทนความเจ็บปวดแล้วเอื้อมมือคว้าตัวอีกฝ่าย เห็นได้ชัดว่าเด็กสาวคาดไม่ถึงว่าการฟาดครั้งนี้จะไม่ทำให้เขาสลบ ปฏิกิริยาของเธอจึงช้าลงไปหนึ่งจังหวะ เพิ่งคิดจะหนี จานซือเท่อก็คว้าคอเสื้อไว้ได้แล้ว
เขาเหวี่ยงเด็กสาวกระแทกพื้นเต็มแรง ก่อนใช้สองมือบีบลำคอเธอ
โลหิตไหลจากศีรษะลงมา ทำให้ภาพตรงหน้ากลายเป็นสีแดงฉาน กลิ่นคาวเหล็กยิ่งปลุกเร้าเลือดในกายให้พลุ่งพล่าน!
หากเป็นเมื่อก่อน โดนลอบเล่นงานเช่นนี้เขาคงล้มลงไปนานแล้ว แต่ตัวเขาในตอนนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นแล้ว ต่อให้เป็นความตายก็ไม่เห็นจะเท่าไร!
เขาระเบิดกำลังทั้งหมด หมายจะบีบคอศัตรูให้ตายตรงนั้น เด็กสาวดิ้นรนสุดชีวิต แต่ความแตกต่างด้านรูปร่างและพละกำลังของทั้งสองฝ่ายมากเกินไป ไม่ว่าเธอจะทำอย่างไรก็ง้างมือของเขาออกไม่ได้
"ปึก!"
เสียงทึบดังขึ้นอีกครั้ง
จานซือเท่อค่อย ๆ หันกลับไป พบว่าพนักงานคนนั้นมายืนอยู่ข้างหลัง มือถือไม้นวดแป้งอันแข็งแรง
"แกแม่ง..."
เขาพึมพำก่อนหมดสติล้มลงกับพื้น
"เธอไม่เป็นไรนะ!" เมื่อเห็นจานซือเท่อสลบ พนักงานก็รีบเข้าไปพยุงเด็กสาวขึ้นมา
"แค่ก ๆ... แค่ก ๆ..." เธอไออย่างรุนแรงอยู่นานกว่าจะฟื้นตัว "บ้าชะมัด ทำไมหมอนี่ถึงอึดขนาดนี้"
"บางทีเธออาจพลาดเองก็ได้" พนักงานพูดเสียงเบา
"เป็นไปไม่ได้ ฉันฝึกมาตั้งหลายร้อยครั้งแล้ว อีกอย่าง ก่อนหน้านี้ฉันเคยฟาดคนมาตั้งมากมาย มีใครทนไหวบ้าง นึกออกแล้ว นี่ต้องเป็นกลลวงของปีศาจแน่!" เด็กสาวพลันกระจ่างแจ้ง "ปู้หลาน นายไปหาเชือกมามัดเขาให้แน่น อย่าให้เขาตื่นขึ้นมาดิ้นรนเฮือกสุดท้ายได้"
"ปล่อยเป็นหน้าที่ฉันเอง" ชายที่ถูกเรียกว่าปู้หลานรีบลงมือทันที
ส่วนเด็กสาวใช้มือยันเข่าลุกขึ้นยืน ก่อนปิดตาข้างหนึ่งไว้ เวลานั้นดวงตาอีกข้างเปล่งประกายประหลาด แม้จะริบหรี่อย่างยิ่ง แต่เมื่อมองใกล้ ๆ กลับประหนึ่งมีหมู่ดาวนับหมื่นพันไหลเวียนอยู่ภายใน
"เป็นอย่างที่คิด ความรู้สึกของฉันไม่ผิด คนคนนี้มีส่วนพัวพันกับปีศาจ" เธอตามรอยแสงสีเขียวสายหนึ่งซึ่งปรากฏวับ ๆ แวม ๆ ในสายตา ไม่นานก็รื้อพบแว่น VR จากกระเป๋าเดินทางบนโซฟา "เจอแล้ว! ดูท่าปีศาจจะใช้สิ่งนี้ติดต่อกับเขา"
"หืม ติดต่อกันผ่านเกมเหรอ ดูท่าปีศาจตนนี้จะทันสมัยไม่เบา"
"อย่าดูแคลนปีศาจ!" เด็กสาวพูดด้วยสีหน้าจริงจัง "พวกมันชั่วร้ายเจ้าเล่ห์ อีกทั้งยังมีพลังเหนือจินตนาการ เมื่อหลงกลแล้ว สุดท้ายก็มีแต่จะตกเป็นทาสของพวกมัน!"
"จ้ะ ๆ เธอพูดมาตั้งหลายรอบแล้ว" ปู้หลานเบ้ปาก เห็นได้ชัดว่าไม่ค่อยเชื่อ "ต่อให้เก่งแค่ไหน พวกมันกินกระสุนสด ๆ ได้หรือไง"
เด็กสาวครุ่นคิดอย่างจริงจัง "คงไม่ได้"
"เท่านั้นก็จบเรื่องแล้วไม่ใช่หรือไง" ปู้หลานหัวเราะ "อีกอย่าง หากพวกมันแค่หลอกเอาวิญญาณกับจับคนอื่นเป็นทาสเหมือนในเรื่องเล่า บริษัทใหญ่ ๆ สมัยนี้ทำได้เก่งกว่าพวกมันตั้งเยอะ"
"พูดอย่างนั้นก็จริง แต่ปีศาจมีพลังเปลี่ยนแปลงโลก พวกมันเองก็เติบโตได้ จนกระทั่งกลายเป็นฝันร้ายของทุกคน" เธอส่ายหน้า ไม่เห็นด้วยกับคำพูดของเพื่อน "ยกตัวอย่างบริษัทใหญ่ที่นายพูดถึง ต้นกำเนิดของมันคือองค์กรที่เรียกว่า 'บริษัท' และผู้ประดิษฐ์องค์กรบริษัทขึ้นมาเป็นคนแรกก็คือปีศาจ"
"เอ่อ... อ้ายลั่วตี้ เธอไปได้ยินเรื่องพวกนี้มาจากไหน" ปู้หลานยกมือกุมหน้าผาก "ฉันเดาว่าคงไม่ใช่จากหนังสือประวัติศาสตร์หรอกนะ"
"ได้ยินมาจากไหนไม่สำคัญ สิ่งสำคัญคือต้องตัดรากการกัดกร่อนโลกของปีศาจ... และมีเพียงพวกเราเท่านั้นที่ทำได้" เด็กสาวสวมแว่น VR บนศีรษะ จากนั้นคลำหาโซฟาแล้วนั่งลง "ฉันจะไปตามหาปีศาจแล้ว ไม่รู้ว่าครั้งนี้จะมีอันตรายอะไรบ้าง ฟังให้ดีนะปู้หลาน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นายต้องทำตามแผน หากผ่านไปสามสิบนาทีแล้วฉันยังไม่ตื่น นายก็ออกจากโรงแรมไปคนเดียว อย่าให้ตำรวจจับได้เด็ดขาด"
"นี่ เธอเอาจริงเหรอ" ปู้หลานขมวดคิ้ว "ปกติจะพูดเล่นยังไงก็ช่าง แต่เธอจะจับปีศาจผ่าน VR ได้ยังไง! อีกอย่าง ฉันไม่มีวันทิ้งเธอไว้คนเดียวแล้วจากไปเด็ดขาด ต่อให้ต้องคลาน ฉันก็จะแบกเธอคลานออกไปด้วย!"
เด็กสาวอ้าปากเล็กน้อย
ริมฝีปากของเธอขยับเป็นคำว่า "ขอบคุณ"
จากนั้นร่างกายของเธอก็เปล่งแสงสีเขียวออกมาเป็นระลอก!
ปู้หลานเบิกตากว้าง ยืนตะลึงจนพูดไม่ออก ถึงเวลานี้เอง ในที่สุดเขาก็ตระหนักได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ!
"อ้ายลั่วตี้!"
เขาทิ้งเชือกในมือแล้ววิ่งไปยังโซฟา! ทว่าแสงนั้นมาเร็วและจากไปเร็วเช่นกัน หลังประกายระยิบระยับวาบผ่าน บนโซฟาก็ไม่เหลือผู้ใดอีก







