ท่าทีเฉยเมยของเฉียวอวี้ทำให้หลานเจี๋ยถึงกับเกือบจะพูดไม่ออก
เมื่อวานยังต่อต้านขนาดนั้นแท้ๆ วันนี้กลับยอมทำตามแต่โดยดีแล้ว? ทัศนคติของเด็กคนนี้เปลี่ยนไปได้เร็วขนาดนี้เลยหรือ?
เอาเถอะ คงพูดได้แค่ว่าสำหรับเรื่องหาเงินแล้ว เจ้าหนูคนนี้เอาจริงเอาจังมากจริงๆ
“เอาละ ในเมื่อเธอตกลงเลิกบุหรี่ก็ดีแล้ว เวลาของชั้นเรียนพิเศษโอลิมปิกวิชาการของโรงเรียนคือทุกบ่ายวันจันทร์ พุธ ศุกร์ เวลาสี่โมงถึงห้าโมงครึ่ง หลังจากนี้หนึ่งเดือน คาบที่สามในตอนบ่ายเธอไม่ต้องเข้าเรียนแล้ว มาถึงห้องเรียนอิเล็กทรอนิกส์ 302 ในตึกนี้ก่อนสี่โมงก็พอ ส่วนชั้นเรียนพิเศษช่วงวันหยุด ถึงเวลาแล้วจะแจ้งให้ทราบอีกที”
หลังจากปรับอารมณ์ หลานเจี๋ยก็เริ่มสั่งการอย่างจริงจัง
เฉียวอวี้พยักหน้า ก่อนจะเป็นฝ่ายถามขึ้นมา “แค่เรียนสัปดาห์ละสามคาบเหรอครับ? ปกติผมควรอ่านหนังสืออะไรบ้าง? ตอนนี้ที่บ้านผมมีแค่ ‘Introduction to Riemannian Geometry’ เล่มเดียว”
“เรขาคณิตรีมันน์? เธอจะไปอ่านของพรรค์นั้นทำไม?” หลานเจี๋ยชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามกลับ
“ศึกษาเรื่องนี้ด้วยตัวเองไม่มีประโยชน์กับการแข่งขันเหรอครับ?” เฉียวอวี้ย้อนถาม
หลานเจี๋ยกลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะส่ายหน้าอย่างเด็ดขาดแล้วเน้นย้ำ “ไม่มีเลย ไม่มีประโยชน์แม้แต่นิดเดียว”
“อ้อ งั้นก็ดีครับ” เฉียวอวี้ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก นั่นแสดงว่าโจทย์ของโอลิมปิกวิชาการดูเหมือนจะง่ายมากจริงๆ
“หนังสือเล่มนั้นเธออ่านรู้เรื่องเหรอ?” หลานเจี๋ยอดถามไม่ได้
พูดตามตรง เนื้อหาของเรขาคณิตรีมันน์ หลานเจี๋ยเคยสัมผัสมาบ้างตอนเรียนปริญญาโท แต่ก็แค่รู้แบบผิวเผิน เพราะสิ่งที่เขาเรียนไม่จำเป็นต้องทำความเข้าใจเรื่องพวกนี้อย่างลึกซึ้ง
“อ่านเข้าใจไม่หมดหรอกครับ” เฉียวอวี้ส่ายหน้าอย่างซื่อสัตย์แล้วพูดว่า “เนื้อหาส่วนต้นเกี่ยวกับการอภิปรายเรื่องแมนิโฟลด์กับสเปซสัมผัสยังพอรับได้ แต่พอเกี่ยวข้องกับเมตริกรีมันน์ คอนเนกชัน และความโค้ง ก็รู้สึกว่ายากไปหน่อย”
“เธอยังเคยศึกษาแคลคูลัส พีชคณิตเชิงเส้น แล้วก็ทอพอโลยีด้วยตัวเองด้วยงั้นเหรอ?” หลานเจี๋ยประหลาดใจมาก นี่เป็นข้อมูลที่เขาไม่เคยรู้มาก่อน
หากต้องการอ่านส่วนพื้นฐานแมนิโฟลด์ของเรขาคณิตรีมันน์ให้รู้เรื่อง จะต้องศึกษาศาสตร์เหล่านี้อย่างเป็นระบบ มิฉะนั้นก็แทบจะไม่มีทางเข้าใจแนวคิดอย่างสมูทแมนิโฟลด์ สเปซสัมผัส และสนามเวกเตอร์ได้เลย
ในทำนองเดียวกัน หากไม่เคยสัมผัสกับพีชคณิตเชิงเส้นและทอพอโลยี ก็คงไม่เข้าใจแนวคิดอย่างปริภูมิเวกเตอร์ การส่งเชิงเส้น ฐาน ระบบพิกัด เซตเปิด เซตปิด การส่งต่อเนื่อง ฯลฯ
หากไม่เข้าใจสิ่งเหล่านี้ ก็ไม่มีทางเข้าใจโครงสร้างของแมนิโฟลด์ในหนังสือได้
เฉียวอวี้พยักหน้า “ผมดูคลิปสอนในเน็ตแบบกระจัดกระจายมาเยอะครับ แล้วก็เคยยืมหนังสือจากห้องสมุดมาพลิกๆ ดูสองสามเล่ม”
หลานเจี๋ยส่ายหน้าก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เนื้อหาสอบโอลิมปิกวิชาการคณิตศาสตร์ในส่วนของเรขาคณิต หลักๆ จะเป็นเรขาคณิตระนาบและเรขาคณิตทรงตัน ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับเรขาคณิตยุคลิดและเรขาคณิตตรีโกณมิติ อันที่จริงแล้ว โจทย์โอลิมปิกวิชาการทั้งหมดจะไม่ครอบคลุมเนื้อหาคณิตศาสตร์ระดับมหาวิทยาลัย แต่สถานการณ์ของเธอในตอนนี้...”
พูดถึงตรงนี้ หลานเจี๋ยก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ยังคงก้มลงเปิดตู้ใต้โต๊ะทำงาน ไม่นานก็ค้นหนังสือออกมาสามเล่มแล้วยื่นส่งไปให้
“ถ้าเวลาว่างหลังเลิกเรียนเธอเยอะ แล้วอยากศึกษาคณิตศาสตร์ขั้นสูง ก็ลองอ่านหนังสือสามเล่มนี้อย่างเป็นระบบดูก่อน มีตรงไหนไม่เข้าใจก็มาถามครูได้”
เฉียวอวี้รับหนังสือมาจากมือของหลานเจี๋ย แล้วมองชื่อหนังสืออย่างตั้งใจ
เล่มแรกคือ ‘หลักการวิเคราะห์ทางคณิตศาสตร์ เล่มหนึ่ง’ ผู้แต่งคือ ฟิชเตนโฮลซ์ เล่มที่สองก็คือ ‘หลักการวิเคราะห์ทางคณิตศาสตร์’ แต่ผู้แต่งคือ รูดิน ส่วนอีกเล่มคือ ‘ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับพีชคณิตและทฤษฎีจำนวน’ ผู้แต่งแซ่เฟิง ชื่อเค่อฉิน
จากนั้นเฉียวอวี้ก็ส่ง ‘หลักการวิเคราะห์ทางคณิตศาสตร์ เล่มหนึ่ง’ ของฟิชเตนโฮลซ์ คืนไป “ขอบคุณครับอาจารย์หลาน แต่เล่มนี้คงไม่ต้องแล้ว การวิเคราะห์ทางคณิตศาสตร์เล่มนี้ของเขาผมศึกษาด้วยตัวเองจบหมดแล้ว”
“ศึกษาจบหมดแล้ว?” หลานเจี๋ยประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมาก เขารับหนังสือกลับคืนมาแล้วพูดว่า “งั้นเธอก็ลองเปิดดูเล่มของรูดินคร่าวๆ หนังสือสองเล่มนี้มีบางวิธีที่สามารถนำมาเสริมซึ่งกันและกันได้”
“ได้ครับ อาจารย์หลาน”
หลานเจี๋ยเบ้ปาก จู่ๆ ก็นึกอะไรขึ้นมาได้จึงพูดว่า “จริงสิ ครูไม่ค่อยแน่ใจว่าเธอมีความรู้คณิตศาสตร์ขั้นสูงอยู่ในระดับไหน เธอสามารถไปลองทำความเข้าใจเกี่ยวกับการแข่งขันคณิตศาสตร์ระดับโลกที่เสี่ยวหลี่ปาปาจัดขึ้นดูได้นะ
“ถ้าสามารถเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศและทำผลงานได้ดี ก็จะมีเงินรางวัลด้วย รางวัลเหรียญทองมีเงินรางวัลสามหมื่นดอลลาร์ ส่วนรางวัลชมเชยก็มีสองพันดอลลาร์ บนเว็บไซต์ทางการยังมีการแข่งขันแบบฝึกหัด เพื่อให้คุ้นเคยกับระบบการตอบคำถาม เธอสามารถดาวน์โหลดโจทย์เก่าๆ มาลองทดสอบระดับคณิตศาสตร์ของตัวเองคร่าวๆ ดูก็ได้”
“สอบแล้วได้ตั้งสามหมื่นดอลลาร์ นั่นไม่ใช่เงินรางวัลกว่าสองแสนหยวนเลยเหรอครับ? ต้องเสียภาษีไหม? ถ้าจะแลกเป็นเงินหยวนต้องเสียค่าธรรมเนียมหรือเปล่า?” เฉียวอวี้รัวคำถามเป็นชุดสามข้อในพริบตา
หลานเจี๋ยชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นก็มองเห็นประกายไฟที่ส่องสว่างในแววตาของเฉียวอวี้
พูดจริงๆ นะ เขาก็แค่พูดขึ้นมาลอยๆ เท่านั้น ในเมื่อบทสนทนามันดำเนินมาถึงตรงนี้แล้ว แต่ไม่คิดเลยว่าเจ้าหนูคนนี้จะอ่อนไหวกับตัวเลขเงินรางวัลขนาดนี้ โดยเฉพาะในขณะที่คนอื่นเขาสนใจว่าตัวเองจะสามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้หรือไม่ แต่หมอนี่กลับเอาแต่คิดว่าจะต้องเสียภาษีหรือเปล่า...
“เงินรางวัลก็ต้องเสียภาษีอยู่แล้ว แต่เธอไม่มีรายได้ทางอื่น ถ้าได้เงินรางวัลจริงๆ เดือนมีนาคมปีหน้าก็น่าจะให้แม่ของเธอขอยื่นเรื่องคืนภาษีได้ ส่วนที่ให้เป็นเงินดอลลาร์ก็เพราะนี่เป็นการแข่งขันระดับโลก การแลกเป็นเงินหยวนก็ไม่น่าจะเสียค่าธรรมเนียมหรอก”
หลานเจี๋ยอธิบาย
เขาอธิบายไม่ได้ละเอียดนัก เพราะเขาเองก็ไม่เคยได้รับรางวัล เลยไม่รู้จริงๆ
“ตั้งสองแสนกว่าหยวนเลยนะ” เฉียวอวี้ถอนหายใจยาว
ถ้าเขาสามารถคว้าเหรียญทองมาได้ก็คงจะดี ถ้าหาเงินก้อนนี้มาได้ ทรัพย์สินของครอบครัวจะพุ่งทะยานขึ้นถึงสองร้อยเปอร์เซ็นต์ในพริบตา อย่างน้อยก็ทำให้เขาสามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้อย่างเบาใจ
หลานเจี๋ยมองเฉียวอวี้ด้วยความระแวดระวัง ก่อนจะเตือนว่า “เธอเข้าใจความหมายของการแข่งขันคณิตศาสตร์ระดับโลกใช่ไหม? คนที่เธอต้องแข่งด้วยไม่ใช่คนรุ่นราวคราวเดียวกับเธอนะ ภายในประเทศมีทั้งนักศึกษาปริญญาโท ปริญญาเอก ของมหาวิทยาลัยอย่างหัวชิง หรือเยียนเป่ย แล้วยังมีนักศึกษาหัวกะทิจากมหาวิทยาลัยในต่างประเทศอย่างเคมบริดจ์ หรือฮาร์วาร์ดอีก
“แถมถึงแม้รอบคัดเลือก แค่สมัครก็สามารถเข้าร่วมได้ และเป็นการแข่งขันแบบออนไลน์ แต่ถ้าเข้ารอบชิงชนะเลิศได้ จะมีมาตรการคุมสอบที่เข้มงวดมาก เพราะงั้นเธออย่าได้คิดหาวิธีโกงเด็ดขาด ถึงตอนนั้นต่อให้ได้รางวัลมาก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอก”
ก็โทษไม่ได้ที่หลานเจี๋ยจะรู้สึกกังวล
เขาสัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นทุ่มเทในเรื่องการหาเงินของเฉียวอวี้
แค่นั้นยังไม่เท่าไหร่ แต่ประเด็นสำคัญคือเจ้าเด็กคนนี้ยังมีกลิ่นอายความร้ายกาจแผ่ออกมาด้วยนี่สิ
หลานเจี๋ยไม่สงสัยเลยว่า หากเฉียวอวี้หาวิธีโกงได้จริงๆ เพื่อเงินรางวัลแล้ว เจ้าตัวจะต้องลงมือทำอย่างไม่ลังเลแน่นอน
“วางใจเถอะครับอาจารย์หลาน ผมรู้ตัวดี ไม่ปิดบังเลยนะครับ ตั้งแต่เล็กจนโต ผมไม่เคยทุจริตการสอบเลยสักครั้ง” เฉียวอวี้ตอบกลับ
พูดตามตรง หลานเจี๋ยยังคงไม่ค่อยวางใจนัก เขาเชื่อว่าตั้งแต่เล็กจนโต เฉียวอวี้ไม่เคยโกงข้อสอบ อย่างน้อยตอน ม.ต้น ก็คงไม่เคยทำแน่ เพราะคะแนนหน้าฉากก็ไม่มีพื้นที่ให้ตกต่ำไปกว่านั้นได้อีกแล้ว แต่ยังไงเสีย การสอบพวกนั้นมันไม่ได้มีเงินรางวัลนี่นา
เขายังอยากจะพูดอะไรอีกสักหน่อย แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเฉียวอวี้เพิ่งจะเป็นเด็กอายุสิบห้าปี ซึ่งอยู่ในวัยต่อต้าน เขาจึงกลั้นใจไม่พูดอะไรต่อ
หากไปกระตุ้นความรู้สึกต่อต้านขึ้นมา จากเรื่องที่ไม่มีอะไร อาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาได้ หลานเจี๋ยจึงเปลี่ยนบทสนทนาไปที่เรื่องการสอบเข้ามัธยมปลายแทน “ได้ยินอาจารย์หยวนของพวกเธอพูดว่า เธอตั้งใจจะเข้าร่วมการสอบเข้ามัธยมปลายตามปกติเหรอ?”
เฉียวอวี้พยักหน้ารับ “ใช่ครับ”
“มั่นใจไหม?” หลานเจี๋ยซักไซ้
“อย่างน้อยก็สอบผ่านเกณฑ์เข้าโรงเรียนมัธยมปลายทั่วไปได้สบายๆ ครับ” เฉียวอวี้ตอบอย่างสงวนท่าที
หลานเจี๋ยพยักหน้าอย่างไม่แสดงความคิดเห็น ก่อนจะพูดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา “เฉียวอวี้ เธอมีพรสวรรค์นะ ขอแค่เธอยอมแสดงมันออกมา ครูเชื่อว่าในอนาคตไม่ว่าเธอจะไปที่ไหน เธอจะต้องเปล่งประกายอย่างแน่นอน แต่ครูก็ยังหวังว่าเธอจะเลือกอยู่ที่โรงเรียนมัธยมการรถไฟที่หนึ่งต่อไปนะ
“ที่พูดมานี้ ไม่ใช่เพราะเห็นแก่ตัวเธอเพียงอย่างเดียวหรอก ความจริงแล้วครูก็มีความเห็นแก่ตัวปนอยู่ด้วย แต่มีสิ่งหนึ่งนั่นคือ มีแค่ที่โรงเรียนมัธยมการรถไฟที่หนึ่งแห่งนี้เท่านั้น ที่ครูจะสามารถรับประกันได้ว่า สิ่งที่เคยรับปากเธอไว้จะได้รับการตอบสนองทั้งหมด พูดตามตรงนะ ด้วยสถานการณ์ของเธอ ครูคิดว่าการเข้าร่วมการสอบเข้ามัธยมปลายในปีนี้ยังคงมีความเสี่ยงอยู่ เธอแน่ใจแล้วเหรอว่าจะเข้าร่วมการสอบเข้ามัธยมปลายในปีนี้ให้ได้?”
เฉียวอวี้เงยหน้าขึ้นพร้อมกับฉีกยิ้มอย่างมั่นใจพลางเอ่ย “เอาแบบนี้ดีไหมครับ การสอบจำลองครั้งหน้าผมจะตั้งใจทำ ถ้าหากบวกกับคะแนนวิชาพลศึกษาและวิชาชีววิทยาประยุกต์ก่อนหน้านี้แล้ว คะแนนยังไม่ถึง 620 คะแนน ผมก็จะยอมทำตามที่คุณจัดการทุกอย่างเลยครับ”
หลานเจี๋ยลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะพูดว่า “งั้น...ก็ได้”
“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ?”
“อืม อย่าลืมล่ะ พรุ่งนี้บ่ายสี่โมง ที่ห้อง 302”
“รับทราบครับ ลาก่อนครับอาจารย์”
“เดี๋ยวก่อน ขอแอดวีแชตหน่อย”
“เอ่อ ขอโทษทีครับอาจารย์หลาน วันนี้ผมไม่ได้พกมือถือมา”
วินาทีนี้เฉียวอวี้นึกถึงเซี่ยเข่อเข่อขึ้นมา เห็นไหมล่ะ เป็นเพราะยัยเด็กนั่นทำเสียเรื่องแท้ๆ
“หา?” หลานเจี๋ยเหลือบมองเฉียวอวี้แวบหนึ่ง “งั้นก็ได้ 13XXXXXXXX เธอจดเบอร์โทรศัพท์ครูไว้ กลับถึงบ้านแล้วค่อยแอดมาละกัน”
“เฮ้ย เดี๋ยวก่อนสิ อย่าเพิ่งรีบไป เธอก็ทิ้งเบอร์โทรศัพท์ของเธอไว้ให้ครูด้วยสิ”







