ข่าวที่ตู้หย่งเซี่ยวจัดการหาวเป๋แพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็รู้กันทั่วทั้งยุทธจักร
งานเลี้ยงสงบศึกกลายเป็นงานเลี้ยงหงเหมิน!
คนจริงตู้หย่งซุ่นใช้หมัดเดียวคว่ำ "ฮุยจอมคลั่ง" และ "ตงราชันกำปั้น" สองในห้าขุนพลพยัคฆ์แห่งอี้ฉวิน
ตู้หย่งเซี่ยวเอาปืนจ่อหัวต้าเวย เกือบจะระเบิดสมองอีกฝ่ายทิ้ง!
หาวเป๋เผชิญอันตรายโดยไม่เกรงกลัว ถอยเพื่อรุก ท้ายที่สุดก็หนีรอดไปได้!
คนในยุทธจักรชอบเล่าเรื่องราว
ยิ่งชอบใส่สีตีไข่เข้าไปอีก ดังนั้นเรื่องราว "งานเลี้ยงสงบศึก" ของตู้หย่งเซี่ยว จึงกลายเป็นตำนานบทหนึ่งของฮ่องกง
ตำนานนี้ยิ่งเล่าขานก็ยิ่งร้อนแรง
สำหรับบรรดาลูกพี่ใหญ่บนถนนนาธาน แม้ก่อนหน้านี้จะมีใจคิดกบฏ ตอนนี้ก็พากันสงบเสงี่ยมลงแล้ว แกจะแน่แค่ไหน จะแน่เกินหาวเป๋ไปได้หรือ?
สำหรับระดับหัวหน้าแก๊งของ 14K ซินจี้ และเหอจี้ นี่เป็นครั้งแรกที่ชื่อของตู้หย่งเซี่ยวแว่วเข้าหูพวกมัน
สำหรับคนในสถานีตำรวจเกาลูน ในที่สุดชื่อสามพยางค์ของตู้หย่งเซี่ยวก็ปรากฏอยู่ในช่องสารวัตรเขตเกาลูน
จนถึงขั้นที่การประชุมประจำเดือนที่ตามมา ตู้หย่งเซี่ยวก็ได้รับแจ้งว่าต้องเข้าร่วมให้ได้
……
วันที่ยี่สิบเจ็ดพฤษภาคม
สถานีตำรวจหว่านจ๋าย วันที่มีการประชุมใหญ่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ตู้หย่งเซี่ยวสวมชุดสูทสีขาว สวมหมวกปีกกว้างสีขาวเอียงๆ เดินเข้ามาในสถานีตำรวจด้วยท่าทางสง่างาม
คนที่เดินตามอยู่ข้างกายเขาคือเหวินหัวโต
ช่วงนี้เหวินหัวโตกร่างสุดๆ ไม่เพียงกินดื่มฟรีบนถนนนาธานได้เท่านั้น แต่ยังเดินยืดอกได้อย่างสบายใจเฉิบ
ลานด้านนอก รุ่นพี่ตำรวจหญิงบางคนชี้ชวนกันดูตู้หย่งเซี่ยว "หล่อขนาดนี้ ไม่ไปเป็นดาราเสียดายแย่!"
"นั่นสิ แต่ได้ยินมาว่าเขาเป็นถึงสารวัตรเลยนะ!"
"สารวัตร เป็นไปได้ยังไง?"
สำหรับเหล่าตำรวจหญิงพกปืนพวกนี้ ตู้หย่งเซี่ยวดูเด็กเกินไปจริงๆ สารวัตรวัยยี่สิบเนี่ยนะ? โคตรฝืนลิขิตสวรรค์เลย
"แค่นี้ยังไม่เท่าไหร่นะ ได้ยินว่าเขาคุมถนนนาธาน แม้แต่หาวเป๋ยังต้องยอมให้เขาสามส่วน!"
"ว้าว อย่างนี้ก็วีรบุรุษวัยเยาว์เลยน่ะสิ?"
พวกตำรวจหญิงเอามือปิดปากแทบจะกรี๊ดกันออกมา ในหมู่พวกเธอมีตำรวจหญิงวัยร่วงโรยคนหนึ่งเอ่ยขึ้น "พวกคนหล่อมักจะใจร้ายทั้งนั้นแหละ ฉันว่าคนข้างๆ เขานั่นดูเข้าทีดีนะ!"
"ใครเหรอ? เหวินหัวโตเนี่ยนะ? ไม่มั้ง นี่รุ่นพี่ตาบอดหรือเปล่าเนี่ย?"
"พี่เหวินก็ดูดีออกนะ!" หญิงวัยร่วงโรยเสยผม พลางปรายตามองเหวินหัวโต
เหวินหัวโตเห็นเธอส่งสายตาหวานเชื่อมมาให้ ก็กระแอมไอ เชิดหน้ายืดอกสายตามองตรง
"อย่างน้อยหัวก็โต จมูกก็โตด้วย!" หญิงวัยร่วงโรยทำหน้าเลื่อมใส
พวกตำรวจหญิงมองหน้ากันไปมา ชักสงสัยว่าตาตัวเองมีปัญหาหรือเปล่า?
"พี่เซี่ยว เห็นหรือเปล่า? เมื่อกี้มีสาวมองผมด้วย!" เหวินหัวโตดึงขอบกางเกงขึ้น เอ่ยด้วยสีหน้าภูมิใจ "ไม่นึกเลยว่าตั้งแต่ตามพี่มา นอกจากดวงการเงินจะพุ่งกระฉูดแล้ว ดวงนารีอุปถัมภ์ก็ยังเบ่งบานอีกด้วย!"
ตู้หย่งเซี่ยวหัวเราะ "แหงสิ พี่เหวินหล่อมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ตอนนี้ยังได้มาคุมถนนนาธานด้วยกันกับฉันอีก เรียกว่าลัคกี้อินเกมลัคกี้อินเลิฟเลยล่ะ!"
ระหว่างที่พูดคุยกัน ทั้งสองก็มาถึงจุดลงทะเบียน
การประชุมประจำเดือนครั้งนี้ เฉพาะระดับสารวัตรขึ้นไปเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์เข้าร่วม เหวินหัวโตยังเป็นแค่นักสืบ จึงทำได้เพียงรออยู่ข้างนอก
"พี่เซี่ยวเข้าไปก่อนเลย ผมรออยู่ข้างนอกนี่แหละ!" เหวินหัวโตคาบบุหรี่ ยืนพิงเสาข้างๆ อย่างสบายอารมณ์
ตู้หย่งเซี่ยวพยักหน้า เซ็นชื่อที่โต๊ะลงทะเบียนการประชุม หยิบกระดาษและปากกา แล้วเดินตรงขึ้นไปยังชั้นสาม
"พี่เหวิน ได้ยินว่าช่วงนี้พี่ราศีจับมากเลยนี่!"
"พี่เหวิน ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมว่าพวกพี่บีบให้หาวเป๋ถอยไปได้ยังไง?"
ตำรวจในเครื่องแบบสามห้าคนฉวยโอกาสวิ่งเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลังประจบประแจงเหวินหัวโต
เหวินหัวโตเคยเจอสถานการณ์แบบนี้ซะที่ไหน เมื่อก่อนเขาขึ้นชื่อเรื่องความขี้ขลาดในสถานีตำรวจ ใครๆ ก็พากันดูถูก นึกไม่ถึงว่าตอนนี้จะกลายเป็นวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ไปเสียแล้ว
"คือว่าฉัน " เหวินหัวโตคาบบุหรี่ กำลังจะอ้าปากพูด
"พี่เหวิน ผมจุดบุหรี่ให้ครับ!"
"พี่เหวิน ผมทุบหลังให้นะครับ!"
"พี่เหวิน ได้ยินว่าตอนนี้ถนนนาธานนอกจากพี่เซี่ยวแล้ว ก็เป็นพี่นี่แหละที่เป็นคนตัดสินใจ!"
เหวินหัวโตคาบบุหรี่ ตอบอย่างไม่ลังเล "มันแน่อยู่แล้ว!"
……
"ว้าว สารวัตรเหยียน ขอแสดงความยินดีด้วยนะ ได้ยินว่าตำแหน่งสารวัตรที่ถนนไซยังชอย คุณขายได้ราคาดีเลยนี่?"
"สารวัตรเหยียน คุณต้องเลี้ยงพวกเราเลยนะ!"
ที่โถงทางเดินหน้าห้องประชุม สารวัตรและจ่าตำรวจเจ็ดแปดคนยืนล้อมรอบเหยียนสยง เอ่ยแสดงความยินดีกันเซ็งแซ่
"ที่ไหนกัน! ที่ไหนกัน! ฉันไม่ได้เก็บเงินเลย ฉันแค่เลือกคนจากความสามารถล้วนๆ!" เหยียนสยงอธิบาย "ฉันเคยสาบานต่อหน้ารูปปั้นพระราชินีแล้ว ว่าจะคัดเลือกคนเก่งโดยเคารพกฎหมาย ลองคิดดูสิ คนอย่างฉันจะไปทำเรื่องแบบนั้นได้ยังไง? พวกคุณต้องฟังมาผิดแน่ๆ!"
"ฮ่าๆ บางทีพวกเราอาจจะฟังมาผิดจริงๆ! แต่มื้อนี้คุณก็ต้องเป็นเจ้ามืออยู่ดีนะ!"
"เรื่องนั้นไม่มีปัญหา ถึงตอนนั้นทุกคนมาชนแก้วพร้อมกัน ฉลองที่กรมตำรวจของเรามีคนเก่งเพิ่มขึ้นมาอีกคน!" เหยียนสยงเอ่ยอย่างใจป้ำ
"พูดถึงคนเก่ง ลูกน้องของนายท่านเหยียนที่ชื่อตู้หย่งเซี่ยวนั่น ร้ายกาจจริงๆ!"
"ขนาดหาวเป๋ยังโดนเล่นงานซะอ่วม ยอดเยี่ยมมาก!"
"ใช่ ตอนนี้เขาถือว่ามีชื่อเสียงแล้วนะ!"
ทุกคนต่างมีสีหน้าอิจฉา
เหยียนสยงรู้สึกไม่สบอารมณ์ เขารู้สึกว่าตู้หย่งเซี่ยวก้าวหน้าเร็วเกินไป แม่งเอ๊ย เร็วกว่านั่งจรวดซะอีก นี่ไม่ใช่ลางดีเลย ตอนนี้เขาเป็นลูกพี่ใหญ่ แล้วต่อไปล่ะ?
"ฮ่าๆ ทุกคนอย่าไปชมเขาเลย คนหนุ่มน่ะ ก็แค่บังเอิญสร้างผลงานเล็กๆ น้อยๆ ขึ้นมาได้เท่านั้นแหละ!" เหยียนสยงผายมือ "ตอนนี้ยุทธจักรกำลังวุ่นวาย ต้องระมัดระวังทั้งคำพูดและการกระทำให้มาก!"
"นายท่านเหยียนพูดถูกแล้ว ตู้หย่งเซี่ยวนั่นเพิ่งจะเลื่อนตำแหน่งก็ก่อเรื่องตั้งมากมาย มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นพวกวัยรุ่นใจร้อน!" คนที่พูดแทรกขึ้นมาคือสารวัตรโหยวหมาตี้ จี้ซื่อชาง
"ไม่ใช่แค่วัยรุ่นใจร้อนนะ แต่ยังเป็นตัวสร้างปัญหาด้วย ดีไม่ดีพวกเราจะพลอยเดือดร้อนไปด้วย!" ครั้งนี้คนที่พูดคือสารวัตรจิมซาจุ่ย เยี่ยเหวินจวี่
"ดังนั้นพวกเราควรอยู่ห่างตัวซวยแบบนี้ไว้หน่อยจะดีกว่า จะได้ไม่แกว่งเท้าหาเสี้ยน!" คนที่พูดเป็นคนสุดท้ายคือสารวัตรมงก๊ก โจวจิ่นหรง
สารวัตรทั้งสามคนนี้แยกย้ายกันดูแลพื้นที่ "โหยวเจียนวัง" ในเกาลูน ซึ่งเป็นเขตทำเงินมหาศาล ทั้งยังเป็นลูกน้องเก่าของเหยียนสยง ได้รับการขนานนามว่าเป็น "สามสารวัตรแห่งเกาลูน" พวกเขามีทั้งประสบการณ์และอาวุโส สำหรับหน้าใหม่อย่างตู้หย่งเซี่ยวแล้ว พวกเขาไม่เห็นอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย
"ฮ่าๆ ทุกคนล้วนเป็นเพื่อนร่วมงานกัน ไม่เห็นต้องพูดจารุนแรงขนาดนั้นเลย! ต่อให้เซี่ยวสุดหล่อจะตายโหงขึ้นมาจริงๆ พวกเราก็ต้องไปใส่ซองงานศพเขาอยู่ดีไม่ใช่หรือไง?" เหยียนสยงผายมือเอ่ย
"นายท่านเหยียน คุณว่าใครตายโหงนะครับ?" ตู้หย่งเซี่ยวเดินยิ้มร่าเข้ามา
"สารวัตรตู้ สวัสดี!"
"ช่างเป็นคนหนุ่มที่อนาคตไกลจริงๆ!"
สารวัตรจีนหลายคนพากันพยักหน้าทักทายเขา บ้างก็เอ่ยปากทักทายโดยตรง
มีเพียงสามสารวัตรแห่งโหยวเจียนวังเท่านั้นที่เชิดหน้า รูจมูกชี้ฟ้า ทำท่าทางไม่แยแส
"อ้าว อาเซี่ยวมาแล้วเหรอ?!" เหยียนสยงทำหน้า "ประหลาดใจ" รีบเดินเข้าไปดึงตัวตู้หย่งเซี่ยวไว้ "ฉันพูดถึงเฉียงตาเขว่ามันตายโหงไปแล้วน่ะสิ! นายไม่รู้อะไร มันมาฟ้องฉัน บอกว่านายเกือบจะทำลายกล่องดวงใจมันแล้ว ฉันก็เลยช่วยพูดแก้ต่างให้นาย ว่าเพื่อนร่วมงานประลองวิทยายุทธ์กันเป็นเรื่องปกติ อาจพลั้งมือทำให้บาดเจ็บกันได้บ้าง!"
"นายท่านเหยียนดีกับผมขนาดนี้ ผมซาบซึ้งใจจริงๆ ครับ!" ตู้หย่งเซี่ยวจงใจปรายตามองสามสารวัตรแห่งโหยวเจียนวัง ทั้งสามคนแสยะยิ้มเยาะเย้ยให้ตู้หย่งเซี่ยว
"ซาบซึ้งอะไรไม่ต้องหรอก!" เหยียนสยงโอบไหล่ตู้หย่งเซี่ยว "ได้ยินว่านายกล้าเล่นงานแม้กระทั่งหาวเป๋ ตอนนั้นไม่ได้เอ่ยชื่อฉันออกมาใช่ไหม?"
"ไม่มีครับ! ผมจะเอ่ยชื่อคุณได้ยังไง? หาวเป๋มันดุร้ายจะตาย ผมไม่มีทางชักนำไฟไปเผาผู้หลักผู้ใหญ่อย่างคุณหรอก!" ตู้หย่งเซี่ยวมีสีหน้าจงรักภักดี
เหยียนสยงตบไหล่ตู้หย่งเซี่ยวด้วยความ "ซาบซึ้ง" "มีน้ำใจมาก! ถึงฉันจะเป็นลูกพี่นาย แต่ก็ยังทำได้ไม่ดีพอ นายคงไม่ถือสากันนะ?"
"จะเป็นไปได้ยังไงครับ? คุณดีกับผมมากแล้ว!" ตู้หย่งเซี่ยวกลับเป็นฝ่ายโอบไหล่เหยียนสยงเสียเอง "ตอนนี้ทั้งเช้ากลางวันเย็นผมจะต้องจุดธูปสามดอกปักลงในกระถาง เพื่อคุ้มครองให้ผู้หลักผู้ใหญ่อย่างคุณอายุยืนเป็นร้อยๆ ปีเลยครับ!"
"แน่ใจนะว่าให้อายุยืนเป็นร้อยปี ไม่ใช่ให้รีบๆ ม่องเท่งไปซะ?"
"นายท่านเหยียน คุณนี่ตลกจังเลย!"
"ฮ่าๆ พูดเล่นน่า!"
ทุกคนที่อยู่รอบๆ มองดูเหยียนสยงและตู้หย่งเซี่ยวคู่ "ศิษย์อาจารย์" ที่ดู "กลมเกลียว" กันเช่นนี้ ต่างก็รู้สึกอิจฉา
มีเพียงสามสารวัตรแห่งโหยวเจียนวังเท่านั้นที่มองตู้หย่งเซี่ยวด้วยสายตาเหยียดหยามและสีหน้าดูแคลน







