เซียวหมิงอวี้คำนวณผลลัพธ์ออกมาได้อย่างรวดเร็ว
“ถ้าคำนวณจากเงินรางวัลรวม 8 แสนหยวน จะแบ่งเป็นระดับที่สาม 4.7 หมื่นหยวน จำนวนสามคน ระดับที่สอง 9.4 หมื่นหยวน จำนวนห้าคน และระดับที่หนึ่งคือจ้าวไห่ฉวน ได้ 1.88 แสนหยวนค่ะ”
กู้ฝานพยักหน้า “ตกลง จ่ายตามนี้แหละ”
เซียวหมิงอวี้ชะงัก “คะ? คุณกู้ พูดจริงเหรอคะ?”
กู้ฝานมองเธอ “พูดอะไรอย่างนั้น ผมไม่เคยล้อเล่นกับใครอยู่แล้ว อีกอย่าง นี่ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่คุณคำนวณออกมาหรอกเหรอ?”
เซียวหมิงอวี้ไม่รู้จะพูดอะไรชั่วขณะ เห็นได้ชัดว่าจำนวนเงินนี้ท้าทายสามัญสำนึกของเธอไปหน่อย
“ก็ได้ค่ะคุณกู้ เงินรางวัลระดับที่สองทั้งหมดจ่ายให้สมาชิกหลัก ถือว่าเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้ทีมใหม่ ส่วนเงินรางวัลระดับที่หนึ่งที่ให้จ้าวไห่ฉวน แม้จะดูเหมือนการเลือกคนที่โดดเด่นที่สุดในกลุ่มคนที่ไม่ได้เรื่อง แต่การยอมจ่ายแพงเพื่อซื้อใจคนก็ถือว่าสมเหตุสมผลค่ะ
“แต่เงินรางวัลระดับที่สามจะใจดีเกินไปหน่อยไหมคะ? ไม่ว่าจะมองมุมไหน ผู้ทดสอบสามคนนี้แทบจะไม่ได้ทำงานในหน้าที่ของตัวเองเลยด้วยซ้ำ...
“บั๊ก ‘การซ้อนกลยุทธ์มังกรหลับ’ พวกเขาก็หาไม่เจอไม่ใช่เหรอคะ?
“ถึงอย่างนั้นก็ยังได้รับเงินรางวัลเดือนละ 5 หมื่นหยวนเลยเหรอคะ แบบนี้มันจะ...”
กู้ฝานหัวเราะหึในใจ เธอจะไปรู้อะไร ก็เพราะพวกเขาหาบั๊กนี้ไม่เจอไงล่ะถึงได้เงินรางวัล!
ถ้าตอนนั้นมีใครสักคนค้นพบบั๊กนี้เข้า เรื่องมันจะยุ่งยากทันที เรื่องเกมจะทำเงินได้ไหมนั้นเอาไว้ก่อน แต่คนที่เจอบั๊กน่ะ ผมจะไล่ออกเป็นคนแรกแน่นอน
กู้ฝานกระแอมสองที “พนักงานทุกคนในบริษัทล้วนมีเหตุผลในการดำรงอยู่และมีตำแหน่งพิเศษที่ไม่อาจทดแทนได้ คุณต้องเชื่อมั่นในการตัดสินใจของผมในฐานะลูกจ้างอันดับหนึ่งของบริษัท
“เอาละ ดำเนินการตามนี้เถอะ”
เมื่อเห็นท่าทีเด็ดขาดของกู้ฝาน เซียวหมิงอวี้จึงไม่พูดอะไรต่อ
อย่างไรเสียกู้ฝานก็คือเจ้านาย เซียวหมิงอวี้ที่เป็นลูกจ้างไม่มีความจำเป็นต้องเค้นสมองช่วยเจ้านายประหยัดเงิน ไม่อย่างนั้นเธอคงดูเป็นพวกประจบเจ้านายจนเกินงาม
ทุกคนได้เงินรางวัลเพิ่มขึ้น ถือเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับทุกฝ่าย ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นเรื่องดีก็ได้
เพียงแต่เซียวหมิงอวี้ยังคงสงสัยว่า ทำไมคุณกู้ถึงเรียกตัวเองว่า ‘ลูกจ้างอันดับหนึ่งของบริษัท’? เขาไม่ใช่เจ้านายหรอกเหรอ?
จากนั้นเซียวหมิงอวี้ก็รีบไปจัดการธุระของตนเอง
วันนี้วันที่ 2 กรกฎาคม รอจนถึงวันศุกร์นี้ ซึ่งก็คือวันที่ 5 กรกฎาคม ก็จะจ่ายเงินรางวัลเหล่านี้ออกไป!
...
ตอนกลางคืน
กู้ฝานฮัมเพลงเดินไปที่ประตู ทันใดนั้นเขาสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากหลังประตูเบื้องหน้า
เขารีบหยุดผิวปาก เก็บยิ้มบนใบหน้า และปรับอารมณ์ให้คงที่ก่อนจะหยิบกุญแจมาเปิดประตู
เป็นไปตามคาด ลิลิธกำลังรอเขาอยู่!
ในตอนนี้ลิลิธยืนเอามือไพล่หลังมองออกไปนอกหน้าต่างห้องนั่งเล่น ไม่รู้ทำไม ถึงให้ความรู้สึกโศกเศร้าและยิ่งใหญ่เหมือน ‘ลมฤดูใบไม้ร่วงที่อู่จั้งหยวน’ อย่างบอกไม่ถูก
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะได้รับอิทธิพลจากเกม "ตำนานมังกรหลับลิขิตฟ้า" หรือเปล่า
กู้ฝานค่อยๆ ใช้มันฝรั่งทอดหนึ่งซองหยั่งเชิงก่อน
หลังจากลิลิธรับไปทานอย่างเป็นธรรมชาติ กู้ฝานจึงเบาใจลงเล็กน้อยและถามเสียงเบาว่า “ลูซิเฟอร์ไม่ได้สร้างความลำบากให้คุณใช่ไหมครับ?”
ลิลิธมองเขา “ไม่หรอก
“ไม่ว่ายังไง ตอนนี้ฉันยังเป็นตัวอย่างที่ดีในการบุกเบิกธุรกิจใหม่ในนรก ความล้มเหลวของเกมเพียงเกมเดียวยังส่งผลกระทบต่อฉันไม่ได้ในตอนนี้
“แต่ถ้าเกมหน้าล้มเหลวอีก ก็คงพูดได้ยาก
“และที่สำคัญกว่านั้น ฉันเริ่มสงสัยในความสามารถด้านการออกแบบของตัวเองแล้ว!
“กู้ฝาน พูดตามความจริงนะ ระดับการออกแบบของฉันถ้ามองตามมาตรฐานมนุษย์อย่างพวกคุณ มันแย่มากเลยเหรอ!”
กู้ฝานกระแอมสองที “ไม่แย่แน่นอนครับ
“ความจริงแล้ว แค่ความถูกต้องตามระเบียบในการเขียนแผนงานของคุณ ก็เรียกได้ว่าเหนือกว่านักออกแบบเกมในโลกมนุษย์ถึง 90% แล้ว รูปแบบดีมากครับ
“แผนการออกแบบของคุณนี่คือ ถ้าต้องการความคิดสร้างสรรค์ก็มีรูปแบบ ถ้าต้องการระบบการเล่นก็มีรูปแบบ ถ้าต้องการความรัดกุมก็มีรูปแบบ...”
ลิลิธหน้าดำคร่ำเครียด “ถ้าชมคนไม่เป็นก็ไม่ต้องชม!”
กู้ฝานพูดอย่างเก้อเขินว่า “โธ่ คุณเองก็ไม่ใช่คนนี่ครับ
“ถ้ามองตามมาตรฐานปีศาจของพวกคุณ คุณคือนักออกแบบเกมที่เก่งที่สุดในนรกแล้ว อย่าดูถูกตัวเองเลยครับ”
ลิลิธถอนหายใจอย่างเศร้าสร้อย ดูเหมือนเด็กสาวเกเรที่เป็นโรคเบียวขั้นรุนแรงและไม่อยากไปโรงเรียน
“แต่ทำไมเกมของฉันถึงมีบั๊กแปลกๆ เต็มไปหมดเลยนะ!”
กู้ฝานพูดจากใจจริงว่า “เกมมีบั๊กเป็นเรื่องปกติที่สุดแล้วครับ ในโลกนี้มีเกมที่ไม่มีบั๊กด้วยเหรอ? ของแบบนั้นไม่มีอยู่จริงหรอก
“ผมว่าแทนที่จะพิจารณาเรื่องบั๊กซึ่งเป็นปัญหาทางไสยศาสตร์ สู้เรามาเจ็บแล้วจำ รีบใช้เวลาคิดว่าเกมหน้าจะทำอะไรดีเพื่อกู้สถานการณ์คืนมาดีกว่าครับ”
ลิลิธพยักหน้าอย่างจริงจัง “อืม คุณพูดมีเหตุผล
“ครั้งก่อนใน "ตำนานมังกรหลับลิขิตฟ้า" จริงๆ แล้วไอเดียของคุณดีมาก การเก็บเกี่ยวอารมณ์ด้านลบในช่วงแรกนั้นมั่นคงจริงๆ ถ้าไม่ใช่เพราะบั๊กที่หลุดโลกนั่น... เฮ้อ! ช่างเถอะ ไม่พูดถึงแล้ว
“ต้องโทษที่ฉันเขียนแผนการออกแบบไม่ชัดเจนด้วย ถ้าตอนนั้นเขียนเพิ่มอีกประโยคว่า หลังจากคลิกเลือกกลยุทธ์มังกรหลับอันใดอันหนึ่งแล้ว กลยุทธ์อื่นทั้งหมดจะกลายเป็นสีเทาและไม่สามารถคลิกได้ เรื่องคงไม่วุ่นวายขนาดนี้!
“เอาเป็นว่า สำหรับเกมใหม่ คุณมีความคิดอะไรบ้างไหม?”
ใบหน้าของกู้ฝานดูเรียบเฉย แต่ในใจกลับยินดีอย่างยิ่ง
ใช้ได้ ดูเหมือนแผนการสร้างความเชื่อใจกับลิลิธจะก้าวหน้าไปอีกก้าวใหญ่แล้ว!
ในฐานะปีศาจแห่งนรก ช่วงแรกลิลิธไม่ไว้วางใจกู้ฝานที่เป็นโปรแกรมเมอร์เลยแม้แต่น้อย ถึงขั้นไม่ยอมให้เขาเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการออกแบบเกมเลย
แต่เมื่อเวลาผ่านไป พร้อมกับแรงบันดาลใจในการสร้างเกมของลิลิธที่เริ่มเหือดแห้ง เธอจึงเริ่มขอคำแนะนำจากกู้ฝาน
การถือกำเนิดของเกม "ตำนานมังกรหลับลิขิตฟ้า" ก็มาจากคำแนะนำของกู้ฝานนี่เอง
ในมุมมองของลิลิธ จุดเริ่มต้นของเกมนี้ไม่ผิด เพียงแต่เกิดบั๊กเล็กน้อย ถ้าครั้งนี้กู้ฝานสามารถให้ทิศทางที่เหมาะสมได้ ก็ไม่แน่ว่าอาจจะสร้างเกมใหม่ที่เรียกได้ว่าเป็น ‘เครื่องจักรเก็บเกี่ยวอารมณ์ด้านลบ’ ได้สำเร็จ
แต่กู้ฝานไม่ได้รีบร้อนบอกสิ่งที่คิดในใจออกมาทันที เพราะนั่นจะดูรีบร้อนเกินไปและดูเหมือนมีเจตนาแอบแฝง
ลิลิธยังคงเป็นปีศาจนรกที่ขี้ระแวง
“คุณลิลิธครับ ผมเป็นแค่โปรแกรมเมอร์ที่ไม่มีความคิดสร้างสรรค์อะไรเลย เรื่องเขียนโค้ดผมถนัด แต่เรื่องออกแบบเกมเนี่ยผมก็แค่คิดเอาเดี๋ยวนั้นเหมือนกัน
“ไอเดียของ "ตำนานมังกรหลับลิขิตฟ้า" ก็ใช้เซลล์สมองของผมไปไม่น้อยแล้ว
“เกมใหม่จะทำยังไงให้ละเอียด คุณลองคิดเองเถอะครับ ผมคงช่วยไม่ได้”
ลิลิธเริ่มไม่พอใจ “เลิกพูดจาไร้สาระได้แล้ว!
“ในสัญญาเขียนไว้ว่า หากมีเรื่องอื่นที่ไม่ได้ระบุไว้ ให้ดำเนินการตาม "รายละเอียดสัญญาแห่งนรก"
“ข้อที่ 34193 ของ "รายละเอียดสัญญาแห่งนรก" ระบุว่า เมื่อปีศาจขอคำแนะนำจากมนุษย์ที่ได้ลงนามในสัญญาแล้ว มนุษย์ผู้นั้นห้ามปฏิเสธ!”
กู้ฝานแทบจะกระอักเลือดออกมา “อะไรกันเนี่ย!”
รายละเอียดสัญญาแห่งนรกที่มีถึง 114,514 ข้อนี้ เป็นข้อกำหนดเพิ่มเติมที่พวกเขาลงนามกันในตอนแรก มันยาวเหยียดเหมือนใบเสร็จร้านสะดวกซื้อที่ไม่ได้ถูกดึงออกเป็นเดือน กู้ฝานจะไปอ่านครบทุกข้อได้อย่างไร
แต่ลิลิธคงไม่ได้โกหก ปีศาจเป็นเผ่าพันธุ์ที่ให้ความสำคัญกับสัญญาสูงมาก ในเมื่อเธอบอกว่ามีข้อนี้อยู่ ก็คงจะมีจริงๆ
“ก็ได้ครับ งั้นผมขอคิดดูก่อน...”
กู้ฝานแสดงท่าทางลำบากใจ และเริ่มเค้นสมองคิดอย่างหนัก
ลิลิธพอใจกับท่าทางของเขา จึงนั่งลงบนโซฟาข้างๆ “พอดีเลย ฉันจะให้คำใบ้คุณหน่อย
“คุณคิดว่า ถ้ามนุษย์อย่างพวกคุณลงนรก การลงโทษที่น่ากลัวที่สุดคืออะไร?”
สีหน้าของกู้ฝานดูบอกไม่ถูก “จะให้บอกว่า ‘ที่สุด’ ได้ยังไงครับ? อย่างเรื่องเดินบนภูเขาดาบหรือลงกระทะทองแดง ถ้าจะแข่งกันว่าใครรันทดกว่ากัน มันไม่มีเพดานจำกัดเลยนะ
“การทรมานในนรก ส่วนใหญ่ก็มีอยู่ในโลกมนุษย์ทั้งนั้น ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้ แต่ประเด็นคือถ้าทำแบบนั้น แพลตฟอร์มเกมจะไม่ให้ผ่านการเซ็นเซอร์เอา...”
ลิลิธกระแอมสองที “แคกๆ ขอประกาศก่อนนะ เรื่องเดินบนภูเขาดาบลงกระทะทองแดงน่ะ เป็นการลงโทษที่มีแค่ในยมโลกทางตะวันออกของพวกคุณ พวกเราไม่นิยมทำแบบนั้น
“ในด้านความคิดสร้างสรรค์เรื่องนี้... พวกเรายังด้อยกว่าขั้นหนึ่ง”
หืม?
กู้ฝานถือโอกาสนี้ถามคำถามที่กวนใจเขามานาน “งั้นผมขอถามหน่อย ทำไมผมถึงไม่อยู่ในความดูแลของยมโลกทางตะวันออกล่ะครับ?”
นึกว่าจะเป็นคำถามที่ละเอียดอ่อน แต่กลับกลายเป็นว่าลิลิธไม่ได้ใส่ใจเลย
เธอโบกมือและพูดอย่างไม่ใส่ใจว่า “โธ่ ถ้าใช้ศัพท์แสลงของบริษัทไอทีใหญ่ๆ ของพวกคุณ สิ่งนี้เรียกว่า ‘การหมุนเวียนตำแหน่งเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์’ ไงล่ะ
“ถึงเราจะไม่ได้อยู่ในระบบเดียวกัน แต่ทุกๆ ไม่กี่ร้อยปีก็จะมีการสลับเขตการดูแลกัน เพื่อเรียนรู้ประสบการณ์ที่ก้าวหน้าของกันและกัน และป้องกันการทุจริตด้วย
“ตอนนั้นยมโลกทางตะวันออกของพวกคุณทำบัญชีหนี้เสียไว้เยอะเกินไป จนต้องเอาลิงที่นามสกุลซุนคนนั้นมาล้างบัญชี เพื่อไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก ผู้รับผิดชอบนรกตะวันออกและตะวันตกจึงตกลงกันว่าจะหมุนเวียนตำแหน่งเป็นระยะ
“ถ้าวันไหนคุณเดินทางไปต่างประเทศแล้วตายที่นั่น บางทีอาจจะได้เจอคนรู้จักในต่างแดนพอดีก็ได้”
มุมปากของกู้ฝานกระตุกเล็กน้อย “สำนวนนี้ไม่ได้ใช้แบบนี้ครับ!”







