"เรื่องทะลุมิติมีอยู่จริงงั้นเหรอ? ตอนนี้คือเดือนตุลาคมปี 2014 ใช่ไหม..."หลังจากลู่หมิงฟื้นคืนสติขึ้นมาอีกครั้ง เขาก็นั่งอยู่ริมเตียงตามลำพังเป็นเวลานาน กวาดสายตามองสภาพแวดล้อมภายในห้อง ความทรงจำที่ทั้งแปลกหน้าและชัดเจนอย่างหาที่เปรียบไม่ได้บอกเขาว่า ที่นี่คือห้องเช่าของเขาในเมืองหนิงโจว เป็นห้องแบบหนึ่งห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่นธรรมดาๆพูดกันตามตรง ลู่หมิงในยุคสมัยนี้ได้หัวใจวายเฉียบพลันเสียชีวิตไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนแล้วทว่าเขากลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง เพียงแต่ถูกแทนที่ด้วยอีกดวงวิญญาณหนึ่งไปแล้วลู่หมิงในตอนนี้คือผู้ยิ่งใหญ่ระดับท็อปในวงการบริหารสินทรัพย์จากโลกอนาคตที่ทะลุมิติมาสิงร่าง กลายเป็นเจ้าของคนใหม่ของร่างกายนี้ และรับเอาความทรงจำทั้งหมดของเจ้าของร่างเดิมมาด้วยจากความทรงจำอันมหาศาลดุจมหาสมุทรเหล่านั้น ลู่หมิงพบว่าเจ้าของร่างเดิมนี้มีชีวิตที่รันทดอย่างถึงที่สุด น่าเวทนาเสียจนผู้ยิ่งใหญ่อย่างเขายังแทบทนดูไม่ได้เกิดในครอบครัวที่ยากจนข้นแค้น สภาพความเป็นอยู่ทางบ้านยากลำบาก แต่พ่อแม่ก็ยังกัดฟันส่งเสียให้เขาเรียนหนังสือในช่วงมัธยมปลาย เขาได้รู้จักกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งชื่อหลันหลัน และเกิดตกหลุมรักเธอเข้าผลการเรียนของหลันหลันไม่ค่อยโดดเด่นนัก แต่ผลการเรียนของลู่หมิงนั้นยอดเยี่ยมมาก เขาจึงมักจะคอยติวหนังสือให้เธอเสมอ ทั้งอดทนและกระตือรือร้นกับเธอเป็นอย่างมาก ผลการเรียนของหลันหลันเริ่มดีขึ้น ในขณะที่ลู่หมิงเริ่มเข้มงวดกับตัวเองมากขึ้น เงินค่าข้าวประหยัดได้ก็ประหยัด ทุกครั้งที่เก็บเงินได้พอก็จะไปหาหลันหลันเพื่อพาเธอไปกินขนมที่เธอชอบเมื่อใกล้ถึงช่วงสอบเกาเข่า อันดับของหลันหลันขยับขึ้นมามาก แต่ผลการเรียนของลู่หมิงกลับถดถอยลงเรื่อยๆ ถึงขั้นหลุดจากยี่สิบอันดับแรกของห้อง ทำให้ครูผิดหวังมากตอนสอบเกาเข่า ลู่หมิงทำข้อสอบได้ไม่ดี ส่งผลให้สอบไม่ติดมหาวิทยาลัยที่ใฝ่ฝัน ในตอนนั้นครอบครัวของหลันหลันก็เกิดปัญหาขึ้นเช่นกัน พ่อของเธออาการป่วยกำเริบต้องเข้าโรงพยาบาล ทางบ้านไม่มีเงินส่งเธอเรียนมหาวิทยาลัยหลันหลันร้องไห้มาหาลู่หมิง บอกว่าขอแค่ให้เธอได้เรียนมหาวิทยาลัย เธอก็จะยอมตกลงเป็นแฟนของเขาลู่หมิงใจอ่อน จึงเอาเงินที่พ่อแม่เตรียมไว้ให้เขาเรียนมหาวิทยาลัยไปให้หลันหลันจนหมด ทั้งยังไม่สนใจคำวิงวอนของพ่อแม่ ออกไปทำงานรับจ้าง แต่ละเดือนใช้จ่ายอย่างประหยัดมัธยัสถ์ แม้แต่น้ำแร่สักขวดยังไม่กล้าซื้อ กินไม่อิ่มนอนไม่อุ่น เงินที่เก็บหอมรอมริบได้ครึ่งหนึ่งส่งกลับไปให้พ่อแม่ อีกครึ่งหนึ่งส่งไปให้หลันหลันเป็นค่าเทอม ทั้งสองคนยังคงติดต่อกันอยู่เสมอเมื่อถึงเวลาที่หลันหลันเรียนจบมหาวิทยาลัย ลู่หมิงนั่งรถทางไกลข้ามคืนเพื่อไปหาเธอ สิ่งที่รอคอยเขาอยู่ไม่ใช่ความปีติยินดีที่ได้พบหน้าและความสุขหลังผ่านพ้นความตกระกำลำบาก แต่กลับเป็นการได้รับบัตรคนดีจากหลันหลันมาหนึ่งใบ...ลู่หมิงในตอนนี้เปิดดูความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม มีเพียงคำว่ารันทดคำเดียวเท่านั้นที่สามารถนำมาบรรยายได้"เวลาอันมีค่าสี่ปีบวกกับอนาคตของตัวเอง แลกมาด้วยผลลัพธ์แบบนี้ พี่ชายช่างน่าสงสารจริงๆ..." ลู่หมิงในเวลานี้หยุดเปิดดูความทรงจำในอดีตของเจ้าของร่างเดิม พร้อมกับส่ายหน้าการทะลุมิติมาเกิดใหม่กลายเป็นความจริง ลู่หมิงเองก็จำต้องยอมรับความจริงข้อนี้ ยอมรับบทบาทฐานะอันน่าหดหู่ในปัจจุบัน และเริ่มต้นสร้างตัวจากศูนย์ กลับไปทำอาชีพเดิมอีกครั้งลู่หมิงไม่ได้กังวลกับสถานการณ์อันยากลำบากของตัวเองในตอนนี้เลยแม้แต่น้อย ในฐานะนักลงทุนระดับท็อปของโลกที่มาจากอนาคต ผู้ยิ่งใหญ่ที่คอยบริหารจัดการสถาบันบริหารสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ณ ขณะนั้น ตลาดทุนก็คือตู้เอทีเอ็มของเขา ไม่ว่าจะเป็นการทำ PE, VC หรือการเก็งกำไรส่วนต่าง ลู่หมิงล้วนเชี่ยวชาญเป็นอย่างดี บวกกับความได้เปรียบด้านความทรงจำที่รู้ล่วงหน้าเมื่อมีเงื่อนไขเหล่านี้ครบถ้วน หากไม่สามารถกลับไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดของพีระมิดในตลาดทุนการเงินได้ละก็ สู้ยอมตายไปอีกรอบเสียยังจะดีกว่ายิ่งไปกว่านั้น จุดเวลาในตอนนี้คือเดือนตุลาคมปี 2014 ลู่หมิงรู้ดีว่าช่วงเวลาที่เขาอยู่กำลังอยู่ในรอบตลาดกระทิงครั้งใหญ่ เมื่อคิดถึงจุดนี้จิตใจก็ฮึกเหิมขึ้นมาทันที"การสะสมทุนตั้งต้นในช่วงแรก ก็ต้องพึ่งพาตลาดกระทิงบ้าคลั่งที่ใช้เลเวอเรจซึ่งกำลังจะมาถึงนี่แหละ!"ลู่หมิงทำงานไม่เคยอืดอาดยืดยาด เขาจัดการสำรวจทรัพย์สินของตัวเองในตอนนี้ทันที รวมถึงบัตรธนาคารและอาลีเพย์ เพื่อดูว่าปัจจุบันเขามีกระแสเงินสดที่สามารถใช้ได้อยู่เท่าไหร่"ในอาลีเพย์มีอยู่ 7,000 กว่า ในบัตรธนาคารมี 103,000..." ลู่หมิงค้นดูทรัพย์สินทั้งหมดของตัวเอง มีเงินอยู่แค่แสนเดียว เงินหนึ่งแสนหยวนนี้พ่อแม่เพิ่งโอนมาให้เมื่อสัปดาห์ก่อน โดยหวังจะให้เขาหาแฟนและรีบแต่งงานโดยเร็วที่สุดลู่หมิงทำงานหาเงิน ครึ่งหนึ่งส่งให้หลันหลันเรียนมหาวิทยาลัย อีกครึ่งหนึ่งส่งให้พ่อแม่ แต่พ่อแม่ก็ช่วยเขาเก็บออมไว้ตลอด ไม่ได้ใช้เงินก้อนนี้ไปเลย"มีสักแสนนึงก็ยังดีกว่ามีแค่หมื่นเดียว ก็พอใช้ได้แล้ว..." ลู่หมิงพึมพำกับตัวเอง "ใช้เงินหนึ่งแสนนี้เป็นทุนตั้งต้น ไปกวาดเงินสักพันล้านในตลาดทุนก่อนแล้วกัน"ลู่หมิงดูเวลา ตอนนี้ยังไม่ถึง 11 โมงเช้า และยังเป็นวันทำงานด้วยเขาเก็บความคิดทันที พกบัตรประชาชนและเอกสารต่างๆ ติดตัว แล้วออกจากที่พักมุ่งหน้าไปยังบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่งในท้องถิ่น แน่นอนว่าต้องไปเปิดบัญชี……บริษัทหลักทรัพย์ไฉเหลียน สาขาที่ 5 เมืองหนิงโจว"สวัสดีครับ ผมต้องการเปิดบัญชี!" ลู่หมิงมาถึงโถงทำการ ตอนนี้คนที่มาเปิดบัญชียังมีไม่มากนัก แต่รอจนถึงปลายปีหรือปีหน้า ธุรกิจของบริษัทหลักทรัพย์จะต้องพุ่งกระฉูดอย่างแน่นอนในยุคสมัยที่ลู่หมิงในชาติก่อนอาศัยอยู่ หลังจากดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตทะลุจุด 6124.04 ของปี 2007 ไปได้ ก็เข้าสู่แนวโน้มตลาดกระทิงแบบค่อยเป็นค่อยไปยาวนานถึงยี่สิบปี จุดสูงสุดก่อนที่เขาจะทะลุมิติมาเกิดใหม่ก็ไปถึง 31862 จุดแล้วเขาไม่เคยผ่านตลาดกระทิงรอบใหญ่ของปี 2015 มาก่อน แต่ก็เคยเป็นประจักษ์พยานถึงความบ้าคลั่งในตอนนั้นจากรายงานข่าวในประวัติศาสตร์และบันทึกภาพวิดีโอราวๆ ครึ่งชั่วโมง การเปิดบัญชีก็สำเร็จลุล่วงด้วยดี ลู่หมิงมองดูบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ที่เปิดสำเร็จของตัวเอง ก่อนจะหันไปพูดกับผู้จัดการลูกค้าว่า "สิทธิ์การซื้อขายกระดานฉวงเย่ป่านยังไม่ได้เปิด รบกวนช่วยเปิดให้ผมด้วยครับ"ซูเสี่ยวม่าน ผู้จัดการลูกค้าของเขาเป็นหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม "การเปิดสิทธิ์กระดานฉวงเย่ป่านจำเป็นต้องเซ็นหนังสือรับทราบความเสี่ยง รวมถึงต้องบันทึกเสียงและวิดีโอของคุณด้วยค่ะ หากคุณมีประสบการณ์การลงทุนครบ 2 ปี หลังจากเปิดสิทธิ์แล้วในวัน T+2 ก็จะสามารถซื้อขายผลิตภัณฑ์ในกระดานฉวงเย่ป่านได้ตามปกติ แต่ถ้าหากไม่ครบ 2 ปี จะต้องรอถึงวัน T+5 จึงจะสามารถซื้อขายได้ตามปกติค่ะ"ลู่หมิงพยักหน้า ให้ผู้จัดการลูกค้าเปิดสิทธิ์ให้ทันที ขั้นตอนต่างๆ ใช้เวลาประมาณสิบกว่านาที สิทธิ์ในการซื้อขายกระดานฉวงเย่ป่านก็ถูกเปิดใช้งานหลังจากออกจากสาขาของบริษัทหลักทรัพย์ ลู่หมิงก็มุ่งหน้าไปยังห้างสรรพสินค้าสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในเมืองหนิงโจว แน่นอนว่าต้องไปซื้อคอมพิวเตอร์ที่บ้านไม่มีคอมพิวเตอร์เลยสักเครื่องลู่หมิงใช้เงินไปห้าหกพันหยวนเพื่อซื้อคอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่อง และให้คนของสำนักงานโทรคมนาคมมาเดินสายอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ที่บ้าน กว่าจะจัดการเรื่องพวกนี้เสร็จก็ปาเข้าไป 17:00 น. แล้วเพิ่งเปิดเครื่องได้ไม่นาน เสียงโทรศัพท์มือถือของลู่หมิงก็ดังขึ้น เขาเหลือบมองเบอร์ที่โทรเข้ามาก่อนจะกดรับสาย"ลู่หมิง แกทำบ้าอะไรอยู่ วันนี้ทำไมไม่มาทำงาน? ขาดงานหนึ่งวันโดนหักเงินเดือนเพิ่มอีกสามวันนะ" ปลายสายคือบอสของโรงงานเล็กๆ ที่ลู่หมิงกำลังทำงานอยู่"ผมลาออกแล้ว" ลู่หมิงพูดสั้นๆ โดยไม่รอให้อีกฝ่ายตอบกลับ เขาก็วางสายแล้วบล็อกเบอร์ทันทีรับจ้างทำงานงั้นเหรอ?ลู่หมิงส่ายหน้าหัวเราะหึๆ โยนโทรศัพท์มือถือไปไว้ด้านข้าง จากนั้นก็ดาวน์โหลดโปรแกรมซื้อขายหลักทรัพย์ลงบนคอมพิวเตอร์ ระหว่างไคลเอนต์พีซีของถงต๋าซิ่นและถงฮวาซุ่น ลู่หมิงเลือกอย่างหลังเขาโหลดไคลเอนต์ของบริษัทหลักทรัพย์ไฉเหลียนมาด้วย แต่พอลองใช้ดูแล้วประสบการณ์การใช้งานแย่มาก โชคดีที่บริษัทหลักทรัพย์แห่งนี้เป็นพันธมิตรกับถงฮวาซุ่น จึงสามารถทำการซื้อขายบนถงฮวาซุ่นได้ถงฮวาซุ่นไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ดังนั้นจึงไม่ใช่บริษัทหลักทรัพย์ แต่เป็นบริษัทแนวคิดการเงินบนอินเทอร์เน็ตหลังจากจัดการเรื่องทั้งหมดนี้เสร็จ ลู่หมิงที่นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ก็บิดขี้เกียจอย่างสบายใจ "พรุ่งนี้จะเริ่มการเดินทางบุกเบิกตลาดทุนในฐานะนักลงทุนรายย่อย เริ่มต้นที่หนึ่งแสน เป้าหมายกำไรต่อปีเริ่มต้นที่พันล้าน!"……