หลังลาออกจากเสี่ยวมี่ ผมก็กลายเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของวงการทันที · khram
ตอนที่ 124
บทที่ 124 ไม่มีใครสักคนที่สู้ได้
วันที่ 10 กันยายน คูลแพดเปิดตัวสมาร์ตโฟนแอนดรอยด์ 3G แบบสี่ช่องสัญญาณเครื่องแรกภายใต้แบรนด์ของตน คูลแพด N930,
สมาร์ตโฟนแอนดรอยด์เครื่องนี้ไม่เพียงมีฮาร์ดแวร์ระดับท็อป วัสดุตัวเครื่องยังหรูหรามาก ใช้ไทเทเนียมอัลลอยและเซรามิก ถือได้ว่าเป็นสมาร์ตโฟนแอนดรอยด์เรือธงสัญชาติจีนเครื่องแรกของตอนนี้
ค่ายอื่นๆ ก็ไม่ยอมแพ้ ทยอยปล่อยทีเซอร์แผนเปิดตัวมือถือรุ่นใหม่ของตัวเองในช่วงครึ่งปีหลัง
ท้ายที่สุดพวกเขาก็กลัวว่า Xiaomi ปั้น MIOS ออกมาแล้วกวาดเอาครึ่งหนึ่งของสมรภูมิระบบแอนดรอยด์แบบ custom ล่าสุดยังมีข่าวว่า Xiaomi ไปเจรจากับควอลคอมม์ ถ้าดันทำมือถือที่ได้ผลลัพธ์คล้าย MIOS ออกมาอีก ศัตรูที่แฝงตัวอยู่ก็ต้องถูกบีบให้ตายตั้งแต่ในเปล
พวกเขาต่างยอมรับว่าสู้บรรดายักษ์ใหญ่จากต่างประเทศไม่ไหว แต่สำหรับพวกตัวเล็กๆ ที่ยังปิดเกมบีบคอไม่สำเร็จ พวกเขาไม่เพียงแต่สนใจ แต่ยังสนใจเป็นอย่างมาก
คูลแพด N930 เป็นผู้เป่าแตรเปิดศึกครั้งนี้ก่อนใคร
เพราะระบบแอนดรอยด์แบบ custom ที่ติดตั้งมา บางส่วนของสไตล์ดันคล้าย MIOS อย่างยิ่ง ทำให้สาวก Xiaomi ไม่พอใจอย่างรุนแรง กลายเป็นชนวนให้เกิดสงครามกระแสความเห็นรอบใหม่
ตอนนี้คูลแพดจากเดิมที่ซ่อนมีดในฝัก ซอมซ่อครึ่งตายครึ่งอยู่ พอถึงตอนนี้กลับผวาลุกนั่งขึ้นมาจากเตียงคนไข้ ถือสินค้าพร้อมในมือ หลังตรงแข็งปั๋ง
ฝั่งสาวก Xiaomi ก็ว่า “คูลแพดขี้ก๊อป ไร้ยางอาย”
“บอกคำตอบที่ถูกให้เลย ต่อให้ลอกก็ลอกไม่ถึงแก่น”
“ได้แค่รูปแต่ไม่ถึงเนื้อ ภายนอกทองหยก ภายในขี้ฝุ่น!”
“N930 มือถือจีนเครื่องหนึ่ง? ถึงสเปกจะแรงแค่ไหน? เคสมือถือประดับขอบทองแล้วหรือไง? อะไรให้ความกล้าคุณตั้งราคาห้าพันกว่าหยวน??”
ฝั่งคูลแพดก็เสียงไปในทางเดียวกัน คืออยากฉุดระบบ MIOS ซึ่งตอนนี้มีส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่งลงมาจากแท่นศักดิ์สิทธิ์
“ก็ระบบโมดิฟายเหมือนกัน ใครจะสูงส่งกว่าใครกันเล่า”
“MIOS ไม่ใช่ก็อปแอนดรอยด์เหรอ อย่าว่าแต่คนอื่นเลย ตัวเองก็ทำเหมือนกัน!”
“อย่างน้อยพวกเราผลิตมือถือออกมาแล้ว Xiaomi บอกจะทำมือถือ แล้วมือถืออยู่ไหน? ช่วงนี้หมอกควันในปักกิ่งจัดหรือไง ทำหาย?”
ยิ่งไปกว่านั้นท่าทีก็ยิ่งยโสโอหัง การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ขาดที่สุดจริงๆ คือกระแสรับรู้ ยิ่งปั่นให้เรื่องใหญ่ คนรู้มากขึ้น ยอดขายก็จะยิ่งดี
จากนั้นทั้งสองฝ่ายก็เปิดศึกปะทะคารมกันสนั่นบนโลกออนไลน์
สวนหมัดกันไปมา คึกคักเป็นบ้า
หวงเจียงจี๋ไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย มองดูอีเมล (ถุงปัญญา) ที่คุณเฉินทิ้งไว้ให้ก่อนหน้า แล้วก็ส่งอีเมลฉบับหนึ่ง แจ้งแนวทางกว้างๆ ต่อไปพร้อมสิ่งที่ต้องการให้ฝั่งโน้นสนับสนุน
เมื่อเวลาผ่านไป ทั้งสองฝ่ายก็มีม้าศึกสดใหม่ทยอยเข้าร่วมการศึก กลายเป็นสงครามเติมน้ำมันเข้ากองไฟ ยิ่งลุกลาม
ทว่าไม่รู้เพราะอะไร กระแสความเห็นบนเน็ตกลับเริ่มเบี่ยงจากทิศทางที่คูลแพดตั้งใจไว้ การถกเถียงเรื่องตัวมือถือมีน้อยลง กลายเป็นหยิบยก “สายเลือดแท้ของแอนดรอยด์” มาขยายประเด็นกันยกใหญ่
MIOS ราวกับจางอู๋จี๋ที่เหยียบขึ้นสู่ยอดเขาหมิงติ่ง คนเดียวดวลยอดฝีมือหกสำนักใหญ่ ทว่าตอนนี้เขายังไม่เรียนรู้เคลื่อนย้ายจักรวาล
แม้คูลแพดจะเป็นฝ่ายตั้งสติได้ก่อน คิดจะกระชากบังเหียนกลับ แต่กลับพบว่าหมดแรงควบคุม ชาวเน็ตต่างยึดความเห็นตนเอง ฟาดฟันกันตาแดงก่ำ ไม่ว่าจะเป็นคูลแพดหรือไพ่ไหนๆ ก็ไสหัวไปให้หมด อะไรต่อมิอะไรพวกนั้นไปให้พ้น ตอนนี้ใช่เวลามานั่งถกมือถือหรือเปล่า?
ตอนนี้ต่างหากคือบท “เก้าพญามังกรชิงทายาท” กำลังถึงจุดพีก สุดท้ายศักดิ์ศรีแห่งระบบแอนดรอยด์แบบ custom มหาอำนาจแอนดรอยด์ ต้องเป็นของข้า (หัวเว่ย) (จินลี่) (Meizu) (เทียนอวี๋) (Lenovo) (Xiaomi)!
ขณะที่การโต้เถียงดำเนินไปถึงจุดเดือด
หวงเจียงจี๋โทรหาเฉินโม่ อธิบายสถานการณ์โดยย่อ หลังได้รับการพยักหน้า จึงเริ่มปล่อยหมัดหนัก!
เที่ยงแล้ว ตัดคอทันที!
ตามคำสั่งหนึ่งเดียวของหวงเจียงจี๋ เวยป๋อทางการของ Xiaomi กับฟอรั่ม MIOS ปล่อยวิดีโอสั้นหนึ่งชิ้นพร้อมรูปหลายรูปในเวลาเดียวกัน
เฉินโม่ก็ร่วมมือจากอีกฟากฝั่งมหาสมุทรแบบรีโมต โพสต์เวยป๋อส่วนตัวที่มีเนื้อหาเดียวกันในเวลาเดียวกัน
เนื้อหาถูกปล่อยตอนเที่ยง ผ่านการหมักดองอยู่หลายชั่วโมงจนถึงค่ำ ในที่สุดก็ระเบิดอิมแพ็กต์ระดับระเบิดนิวเคลียร์บนเน็ต
ชาวเน็ตนับไม่ถ้วนที่ติดตามประเด็นกระแสวิจารณ์ครั้งนี้ ต่างก็ได้ดูคลิปสั้นชื่อว่า “บิดาแห่งแอนดรอยด์ยังบอกว่าดี!”
หลินเซิน ผู้เขียนอิสระสายมือถือ, คนคลั่งมือถือ, ผู้สนับสนุน MIOS แบบเหนียวแน่น และสาวก Xiaomi ระดับเก๋า: หลินเซิน ก็เห็นโพสต์ที่ไม่รู้ว่าใครรีโพสต์มาในบอร์ดจีเฟิงเหมือนกัน ชื่อโพสต์ว่า “บิดาแห่งแอนดรอยด์ยังบอกว่าดี!”
อะไรของมัน? บิดาแห่งแอนดรอยด์? แอนดี้ รูบิน? อะไรนักหนาถึงได้บอกว่าดี?
พอเขาคลิกโพสต์เข้าไปแบบงงๆ ก็ถึงกับอึ้งทึ่งไปเลย เห็นรูปชาวต่างชาติรูปหนึ่งอยู่ข้างล่าง
ในรูปเป็นลุงคนหนึ่ง มือหนึ่งถือมือถือที่ติดตั้งระบบ MIOS อีกมือชูนิ้วโป้ง ยิ้มโชว์ฟันขาว แต่ที่ฮาคือแสงสะท้อนบนหัวกลับเกิดเอฟเฟกต์เหมือนมีรัศมีวงแหวนแบบพระพุทธเจ้า ดูศักดิ์สิทธิ์ชวนขำ
หลินเซิน รีบเปิด Baidu เสิร์ชหารูปของแอนดี้ รูบิน แล้วเทียบดู ปรากฏว่าผมบางลงอย่างเห็นได้ชัด หน้าตาดูร่าเริงขึ้น แต่เป็นตัวจริงแน่นอน
หลินเซิน ตื่นเต้นสุดๆ มีรูปนี้อยู่ ต่อให้เถียงกับอีกฝ่ายกี่ยก ก็โยนใส่หน้ามันได้เลย เพี๊ยะ! ให้พวกมันขวัญกระเจิง!
แต่เขาก็ยังรู้สึกว่ารูปนี้เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน คิดอยู่นานก็เปล่าประโยชน์ เลยเลิกติดหล่ม
หือ? ข้างล่างยังมีวิดีโออีกด้วย?
หลินเซิน ทำหน้าอยากรู้อยากเห็นปนคาดหวัง แล้วกดเปิดวิดีโอ
“สวัสดีทุกคน ผมคือรองประธานกูเกิล แอนดี้ รูบิน ตอนนี้นำทีมดูแลงานที่เกี่ยวข้องกับระบบปฏิบัติการมือถือแอนดรอยด์ วันนี้ผมได้รับของขวัญลึกลับชิ้นหนึ่งจากตะวันออก ตัง ตัง ตัง~~ นี่แหละครับ”
ในวิดีโอ แอนดี้ รูบิน ทำตัวเหมือนเด็กที่เพิ่งได้ของเล่นใหม่ หยิบมือถือเครื่องหนึ่งออกมาจากด้านหลัง
“ก็คือระบบมิวส์ที่บริษัท Xiaomi พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานแอนดรอยด์ 2.0 โอ๊ว~~ ช่างเป็นชื่อที่ไพเราะ และความหมายก็สวยงามมาก เวลามีจำกัด ผมจะให้ความเห็นแบบสั้นๆ ของผมเองก็แล้วกัน บลาๆๆ
ผมไม่เคยคิดเลยว่าระบบแอนดรอยด์จะมีศักยภาพให้ขุดได้สูงขนาดนี้ นี่มอบแรงบันดาลใจให้พวกเราอย่างมาก ขอบคุณเพื่อนของผม และก็คือผู้ก่อตั้งระบบ MIOS รุ่นนี้ เฉินโม่ ขอบคุณ Xiaomi เทคโนโลยี
หวังว่าอนาคตจะมีโอกาสได้ร่วมมือกันลึกซึ้งยิ่งขึ้น สุดท้ายหวังว่าทุกคนจะชื่นชอบประสบการณ์อันยอดเยี่ยมที่แอนดรอยด์และ MIOS มอบให้ทุกคน”
หลินเซิน ดูไปปากก็อ้าออกโดยไม่รู้ตัว ถ้าเขาฟังภาษาอังกฤษไม่ออกคงไม่เชื่อหูเชื่อตาตัวเอง
แม้แอนดี้ รูบินจะชื่นชม MIOS อย่างมากในวิดีโอ แต่ที่หลินเซิน เห็นคือซับไตเติลที่ใส่มาในวิดีโอนี่มันหน้าด้านสิ้นดี
งดงามวิจิตร เหนือความคาดหมาย ผลงานชิ้นเอกสมบูรณ์แบบเหนือกาลยุค ผลิตภัณฑ์ก้าวข้ามยุคสมัย
ถ้าแอนดรอยด์คือยักษ์ MIOS ก็คืออนุสรณ์สถานอันยิ่งใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนบ่ายักษ์
ในนามบิดาแห่งแอนดรอยด์ ผมยืนยันไร้ข้อกังขา MIOS คือระบบแอนดรอยด์แบบ custom ที่ดีที่สุดในซีกโลกตะวันออก
เอาจากที่แอนดี้ รูบินพูด ก็จริงที่ชม MIOS สุดลิ่มทิ่มประตู แต่ซับไตเติลชมเกินจริงไปอย่างน้อย 30% คำพวกนี้มันของใครที่ไม่รู้จักอายคิดขึ้นมาก็ไม่รู้ แต่เขาดันชอบว่ะ
หลินเซินเปิดเวยป๋อ ค้นหาคีย์เวิร์ดผู้รับผิดชอบ Xiaomi MIOS เจอหลายบัญชีที่คล้ายกัน
แต่มีเพียงอันแรกเท่านั้นที่มีเครื่องหมายยืนยันตัวตน V
กดเข้าไปดู โอ้ ชื่อช่างมีเอกลักษณ์ “โม่ที่หมุนแค่แปดชั่วโมงต่อวัน”
จากนั้นพอเห็นข้อมูลยืนยันตัวตน หลินเซินก็เนื้อตัวสั่นไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
ผู้ร่วมก่อตั้ง Xiaomi, ผู้รับผิดชอบระบบ MIOS
เชี่ย โคตรโหด!
กดติดตามไปแบบไม่คิดมาก
ดูเวยป๋อของอีกฝ่าย ก็ไม่มีอะไรมาก ส่วนใหญ่เป็นอัปเดตความคืบหน้าการพัฒนา MIOS ตอบคำถามชาวเน็ตเกี่ยวกับคำแนะนำการใช้งาน MIOS อะไรทำนองนี้
ยังมีพวกโพสต์ทำนอง “ในหุบเขาไร้วันเดือน บนโลกผ่านไปพันปีแล้ว” “ขอคำแนะนำ: เมารถเมาเครื่องมีวิธีแก้ดีๆ ไหม? อ้วกไปอ้วกมาสุดท้ายเดี๋ยวก็ชินหรือเปล่า?” ประมาณนี้ด้วย
แม้แฟนคลับจะยังไม่มาก แต่คอมเมนต์กลับไม่น้อย และยังเห็นเฉินโม่ เข้าไปโต้ตอบกับแฟนๆ อยู่ในนั้นด้วย
แถมยังมีมุกเยอะจนอ่านแล้วอมยิ้ม ดูทรงก็น่าจะเป็นสายท่องเน็ตหนักๆ คนหนึ่ง จากคอนเทนต์ที่เขาลง น่าจะอายุไล่ๆ กับตัวเอง ราวสามสิบปลายๆ เขาเดาเอา
สุดท้ายก็เห็นว่าเวยป๋อล่าสุดของเฉินโม่ เนื้อหาเหมือนกับที่หลินเซินเห็นในฟอรั่ม คาดว่าเจ้าของกระทู้ในฟอรั่มน่าจะเอามารีโพสต์จากตรงนี้
ก่อนหน้านี้สู้ศึกด่ากับพวกปากตอที่คอยถล่ม MIOS กันเป็นร้อยยก ทำเอาเขาบาดเจ็บสาหัสไม่น้อย
หลินเซินดาวน์โหลดรูปกับวิดีโอเก็บไว้ในเครื่อง ตอนนี้หลังตรงเชิดหน้าได้แล้ว รู้สึกเหมือนตัวเองกลับมาเก่งอีกครั้ง
คราวนี้มีอาวุธเด็ดอยู่ในมือ หลินเซินพุ่งเข้ารังศัตรูทันที มองหาศัตรูตามสายตาแล้วตะโกนยั่วยุรอบทิศ เขาแค่อยากถามว่า ตอนนี้แม่งยังมีใครเหลืออีกไหม?!!
ใครเถียง ใส่หัวรบนิวเคลียร์ฟาดหน้ามันเลย คนขวางฆ่าคน พระขวางฆ่าพระ
ไม่ใช่มีแค่หลินเซินคนเดียว แต่มีหลินเซินอีกเป็นล้านลุกขึ้นมายืนเคียงข้างกัน
เดิมทีพวกผู้ชมที่เป็นบุคคลที่สามก็พากันเข้าร่วมกองกำลังใหญ่ ไม่มีทางเลือกน่ะ ก็ไม่ใช่ทุกคนจะฟังอังกฤษรู้เรื่องแบบหลินเซิน นี่นา
แม้พวกเขาฟังอังกฤษไม่ออก แต่ก็อ่านซับได้ เห็นชัดๆ ว่าฝรั่งคนนั้นน้ำลายกระเซ็นชมระบบของจีนแบบสุดลิ่ม โดยเฉพาะเมื่อมีคนด้านล่างออกมาอธิบายให้ความรู้ว่าลุงคนนี้ดูท่าไม่ใช่คนธรรมดา
กูเกิล? ไม่เคยได้ยินก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าบอกว่าเป็นรองประธานของบริษัทเทคโนโลยีที่มูลค่าตลาดติดท็อปไฟว์ของโลก แถมยังเป็นหัวหน้างานระบบอะไรนี่อีก อันนี้ฟังดูไม่ธรรมดาแล้ว!
งั้นก็ไม่ใช่ฝรั่งทั่วไป แต่เป็น “ฝรั่งมีชื่อ” ระดับชั้นกระโดดพรวดขึ้นมาเลย
ยุคนี้นอกจากหลิวเสียงกับเหยาหมิง ในที่สุดบ้านเรา หัวเซี่ย ก็มีอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ฝรั่ง เอ้ย ต้องเรียกว่า “ฝรั่งมีชื่อ” ออกปากชมกระหน่ำได้แล้ว
ความภูมิใจในชาติ พุ่งปรู๊ดขึ้นมาทันที!
แม้จะมีคนแย้งอยู่บ้างว่าระดับล่างเป็นของเขา แต่เรื่องนี้ไม่สำคัญเลย
MIOS เป็นของจีนไหม? ใช่ก็พอ จะไปเกี่ยวอะไรกับความเป็น 'แอนดรอยด์' ทำไม
ฝ่ายเป็นกลางต่างหันมาเข้าค่ายหนุน MIOS กันเป็นแถว ส่วนอีกฝ่ายก็มีทั้งคนยอมรับความจริง คนหักดาบกลางสนาม คนแกล้งตาย และคนแตกกระเจิงหนี
ลับหลังยังมีบางคนเห็นท่าทีว่าข่าวร้ายถาโถม หวนคิดถึงภาพคล้ายๆ กันที่เพิ่งเห็นไปไม่นานนี้แล้วเจ็บใจแทบกระอักเลือด
MIOS อาศัยจังหวะได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ กลายเป็นสายตรงของแอนดรอยด์ ยอดติดตั้งพุ่งขึ้นเป็นเทน้ำเทท่า ทะลุส่วนแบ่งตลาดที่เดิมเกือบครึ่ง ขึ้นนั่งบัลลังก์ระบบแอนดรอยด์แบบ custom อย่างเต็มภาคภูมิ
ท่าทีคือมองไปทางไหนก็ไร้ผู้ทัดทาน!
ส่วนเชื้อไฟตั้งต้นอย่างคูลแพด N930 เพราะตั้งราคาสูงทะลุเพดาน พอเปิดขายก็เหมือนดอกไม้บานชั่วครู่ จากนั้นร้านแทบร้าง ขายไม่ออกยับเยิน แม้ลดราคาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็ยากจะพลิกฟื้น
เหตุนี้เองจึงตีระฆังเตือนผู้ผลิตในประเทศรายอื่นๆ การจะเจาะตลาดไฮเอนด์ แบรนด์พาวเวอร์ยังอ่อนนัก หนทางอีกยาวไกล
MIOS ดังข้ามวงการ ไฟลามไปทั้งเน็ต ชาวเน็ตมากมาย นอกจากถกเรื่อง MIOS แล้ว ก็เริ่มสงสัยใคร่รู้ตัวผู้รับผิดชอบที่ออกแบบระบบสุดแกร่งนี้
ผลพวงคือยอดผู้ติดตาม เวยป๋อ ของผู้รับผิดชอบระบบ MIOS ที่ใช้ชื่อว่า “โม่ที่หมุนแค่แปดชั่วโมงต่อวัน” พุ่งกระฉูด จากแสนวิ่งสู่ล้านอย่างรวดเร็ว
MIOS ดังระเบิดขนาดนี้ แล้วสมาร์ทโฟน Xiaomi ที่ติดตั้ง MIOS จะเทพแค่ไหนกัน?
ชาวเน็ตเริ่มสนใจสมาร์ทโฟน Xiaomi อย่างแรงเป็นครั้งแรก และตั้งตารอคอย
เหล่าเฉินระยะนี้เข้าเรียนกับเซี่ยจีป้าเสีย ฝึกหนักไม่ขาด เน้น “คัมภีร์อักษรม่าง” เป็นหลัก ยึดแนวทางใจมั่นคง ดุจขุนเขาไม่ไหวติง







