หลังลาออกจากเสี่ยวมี่ ผมก็กลายเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของวงการทันที · khram
ตอนที่ 123
บทที่ 123 ตรัสรู้ที่หลงชาง
Xiaomi เทคโนโลยี
ความจริงแล้ว นับตั้งแต่ระบบ MIOS เปิดตัวมาได้ราวหนึ่งถึงสองเดือน ในท้องตลาดก็เริ่มมีระบบแอนดรอยด์แบบปรับแต่งเองที่คล้าย MIOS โผล่มากันเพียบ
เพราะผู้พัฒนาส่วนใหญ่มักเป็นรายบุคคลหรือเวิร์กช็อปเล็กๆ ทำกันแบบวาดเสือไม่สำเร็จกลับได้แมว แค่ก๊อปหน้าตาผิวเผินบางส่วน
แต่ผู้ผลิตบางเจ้าในประเทศนี่ไม่เหมือนกัน อย่าง เทียนอวี๋, จินลี่, Meizu, Lenovo, เจิ้งซิง, หัวเหว่ย ก็พากันลงสนามร่วมศึกแข่งขันกับ MIOS เปิดตัวระบบแอนดรอยด์แบบปรับแต่งเองออกมาทีละราย หวังชิงส่วนแบ่งตลาดของระบบแอนดรอยด์
สาเหตุก็เพราะพวกเขาพบว่าตั้งแต่ต้นปีนี้เป็นต้นมา ส่วนแบ่งของระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ในตลาดทั่วโลกพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว จนตอนนี้แซง Symbian ของโนเกีย ขึ้นไปรั้งตำแหน่งรองแชมป์แล้ว
ผู้ผลิตเหล่านี้ทั้งมีเทคโนโลยีและทรัพยากร ระบบแอนดรอยด์ที่แต่ละเจ้าปรับแต่งออกมา เลียนแบบได้ค่อนข้างมาก ดูเผินๆ ก็หลอกตาได้เนียนอยู่
ความโกลาหลของตลาด ทำให้แรงเติบโตเดิมของ MIOS ชะลอตัวลง
แม้คนในแผนกสาม จะยุ่งกับงานของตัวเองกันทุกวัน แต่ก็ยังเห็นคอมเมนต์บนเน็ตเกี่ยวกับ MIOS อยู่เนืองๆ ทั้งชมทั้งด่า โดยเฉพาะพวกความเห็นเชิงกวนใจนั่นล่ะ
มันปั่นประสาทกันสุดๆ
ตอนพักกลางวันคุยกันก็มักบ่นสองสามคำ หวงเจียงจี๋เห็นดังนั้นก็ได้แต่ปลอบใจบ้าง หรือไม่ก็ร่วมด่าไปด้วยสองสามคำ
เขาทำได้อย่างมากก็แค่ดูแลให้ ฟอรัม MIOS สะอาดเรียบร้อย เรื่องเทคนิคพอได้ การจัดการก็พอใช้ได้ แต่เรื่องปลอบขวัญกำลังใจคน ไม่ใช่จุดแข็งของเขาจริงๆ
ดังนั้นแนวทางหลักของเขาคือ “ปิดหูจากเรื่องภายนอก ใจจดจ่อขัดเกลา MIOS”
ตอนประชุมโทรศัพท์ประจำรอบ ก็แค่รายงานสถานการณ์คร่าวๆ ไม่ได้คิดว่าเฉินโม่จะมาจัดการปรากฏการณ์นี้ได้
แล้วไม่กี่วันถัดมา หวงเจียงจี๋ก็ได้รับอีเมลจากเฉินโม่
พอดูอีเมลตอบกลับของเฉินโม่ ก็เห็นว่ามีแผนผังความคิดฉบับหนึ่ง วางหมากคาดการณ์ไว้แทบทุกกรณี พร้อมแนวทางแก้ไขสอดรับกันไป
เรียกได้ว่าเป็นถุงผ้ากลวิธีสมัยใหม่ เจอเรื่องตัดสินใจไม่ออกก็เปิดดู
ยิ่งตอนท้ายอีเมลเขียนว่า “แผนนี้ KK นายจัดการได้เต็มที่ สถานการณ์จริงปรับตามหน้างาน ยืดหยุ่นตามพื้นที่ รายงานฉันแค่ผลลัพธ์ก็พอ!”
ทำเอาใบหน้าของหวงเจียงจี๋เปล่งปลั่งด้วยความตื่นเต้น
อ่านจบ หวงเจียงจี๋รู้สึกซาบซึ้งใจที่ได้รับความไว้วางใจ
มีเพียงการยอมรับในความสามารถและความเชื่อมั่นในคนของตนจากเฉินโม่เท่านั้น จึงตัดสินใจแบบนี้ได้ ทำให้หวงเจียงจี๋สะเทือนใจไม่น้อย!
ในแผนมีทั้งยุทธศาสตร์โดยรวม การคาดการณ์ล่วงหน้าไว้กันพลาด และยังเปิดพื้นที่ให้ตนได้แสดงฝีมืออย่างเต็มที่
หวงเจียงจี๋มองดูรูปภาพและวิดีโอในอีเมล ยิ่งมีอาวุธหนักแบบนี้อยู่ในมือ จะกลัวอะไรไม่สำเร็จเล่า!
เมื่อก่อนตอนเป็นคู่แข่ง เขาแค่รู้สึกว่าเฉินโม่ทั้งลึกลับและแข็งแกร่ง พอมาเป็นทีมเดียวกัน ถึงยังคงลึกลับอยู่ แต่ยิ่งสัมผัสได้ถึงเสน่ห์บุคลิกและวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลน่าเกรงขาม
หวงเจียงจี๋ใช้เวลาอีก 2 ชั่วโมง ไล่ตามกรอบแผนรวมในผังความคิดที่เฉินโม่ให้มา แล้วลงรายละเอียดให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
จากนั้นก็เรียกประชุมสมาชิกทีมโครงการ MIOS ทั้งหมด
ไม่กี่นาทีต่อมา พอทุกคนมาครบ หวงเจียงจี๋ก็พูดขึ้นว่า
“ช่วงนี้ สถานการณ์กระแสของ MIOS ทุกคนน่าจะรู้กันอยู่แล้ว ผมจะไม่พูดซ้ำให้มากความ ต่อไปพอได้ดูวิดีโอที่คุณเฉินส่งมาจากสหรัฐอเมริกากันแล้ว ผมว่าเราจะวางใจ กลับไปทำงานกันได้อย่างสบายใจ!”
ต่อจากนั้นทุกคนก็เห็นในโปรเจ็กเตอร์มีชาวต่างชาติคนหนึ่งกำลังถือมือถือที่ติดตั้งระบบ MIOS อยู่และให้ความเห็นอยู่
ภาษาอังกฤษที่พูดกัน ทุกคนในห้องแทบจะฟังเข้าใจได้ทั้งหมด ต้องบอกว่าระบบของพวกเขาได้คำชมสูงขนาดนี้จากชาวต่างชาติ พวกเขาก็รู้สึกภูมิใจไม่น้อย
แปลว่าระบบที่พวกเขาสร้างมีตลาดในต่างประเทศด้วย
แต่ว่าชาวต่างชาติคนนี้เป็นใครกัน? ฟังเสียงสัมภาษณ์เบื้องหลังเหมือนเป็นหัวหน้า หรือว่าเป็นการสุ่มสัมภาษณ์ข้างถนน?
ในกลุ่มนี้ยังมีคนที่เคยผ่านโลกมาเยอะอยู่ โดยเฉพาะหลิวซินอวี่ที่เคยทำงานที่ไมโครซอฟต์ ถึงกับอุทานลั่นว่า “โว้ย เชี่ย นั่นแอนดี้ รูบิน!”
จ้าวเต๋อเซิ่งทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก “แอนดี้ไหนนะ?”
ฉีเหมิงเหมิงงงเป็นสองเท่า “อะไรนะ รูบินใคร?”
สวีเหลียงที่นั่งข้างๆ ถึงกับขึ้นเส้นเลือดบนหน้าผาก เขาหันหน้าจอโน้ตบุ๊กของตัวเองมาให้ดู แล้วดันแว่นขึ้นนิด “เมื่อกี้ผมเพิ่งเช็กมา แอนดี้ รูบิน ทีมของเขาเป็นคนพัฒนาระบบแอนดรอยด์ ตอนนี้เป็นรองประธานอาวุโสของกูเกิล!”
ทันใดนั้นในห้องประชุมก็อุทาน “โว้ย เชี่ย” กันระงม
อย่างไรเสีย ระบบ MIOS ก็พัฒนาบนพื้นฐานของระบบแอนดรอยด์ ถ้าคิดตามลำดับสายวิชา อย่างน้อยก็ต้องเรียกลุงหัวเถิกคนนี้ว่าอาจารย์ลุง!
ใครจะไปคิดว่าจะได้ตราประทับการรับรองจากเสาหลักของแอนดรอยด์ แบบนี้จะไม่ให้ทุกคนตื่นเต้นได้ยังไง ความภูมิใจพุ่งทะลุเพดาน
เห็นว่าตอนนี้ทุกคนเริ่มเข้าใจตรงกันแล้ว หวงเจียงจี๋ยิ้มแล้วพูดว่า “นี่ล่ะคือยากล่อมประสาทสำหรับทุกคน อย่าไปโดนกระแสในอินเทอร์เน็ตปั่นป่วนจนเสียสมาธิ ทีนี้ก็ทำงานกันได้อย่างสบายใจแล้วนะ?”
ทุกคนหัวเราะ บิดาแห่งแอนดรอยด์ยังชม แล้วพวกเขาจะไปเถียงอะไรอีก
แต่พอพวกเขาสบายใจแล้ว ก็ยิ่งอยากให้พวกในเน็ตบางคนไม่สบายใจ จ้าวเต๋อเซิ่งรีบเสนอทันที “รีบเอาของพวกนี้ลงฟอรั่มเราเลย ไปตบหน้าพวกตาถั่วที่ไม่มีตาหามีแววไม่นั่นเลย!”
ข้อเสนอนี้ได้รับการสนับสนุนจากคนส่วนใหญ่ที่อยู่ในห้อง
หวงเจียงจี๋ยิ้มแล้วชี้ไปที่เขา “ดูสิ ใจร้อนอีกแล้ว! เรามีอาวุธขนาดนี้ ถ้าปล่อยตอนนี้ก็เหมือนเอาปืนใหญ่ไปยิงยุง ฉันมีแผนของฉัน ทุกคนรอดูได้เลย”
เขานึกถึงคำอธิบายเรื่องจังหวะทิ้งระเบิดในอีเมล “ของพร้อมแล้ว แต่จังหวะปล่อยคือหัวใจ ต้องลงมือในตอนที่ไฟกำลังลุกโชนที่สุด รายละเอียดหน้างานนายพิจารณาเอา”
ทุกคนเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ สีหน้าตื่นเต้น กระตือรือร้น และเปี่ยมด้วยความคาดหวัง
หวงเจียงจี๋ย้ำอีกครั้ง “ทุกคนจำไว้นะ เรื่องนี้เป็นความลับ รู้กันแค่นี้พอ ห้ามหลุดปาก!”
ทุกคนพยักหน้า สาบานกับไฟบนเพดานว่าจะเก็บเป็นความลับแน่นอน
จากนั้นหวงเจียงจี๋ก็เอ่ยชื่อ “คนอื่นๆ แยกย้ายได้ หงเฟิง เหยียนจิ่น ซุนเผิง หลิวซินอวี่ หลี่จิ้ง ห้าคนนี้อยู่ก่อน”
พอคนอื่นออกไปหมด หวงเจียงจี๋ก็มองไปที่แกนหลักของฝ่าย “คุณเฉินกำชับไว้ นอกเหนือจากให้ MIOS เดินตามแผน ก็ต้องดันงานสากลไปพร้อมกันด้วย ต้องจัดหนักให้พวกฝรั่งได้ช็อกกับของดีจากหัวเซี่ยกันไปเลย ดังนั้นเราต้องคุยกันเรื่องแผน MIOS เวอร์ชันสากลและกำหนดการที่สอดคล้องกัน”
คำว่า “ทำให้เป็นสากล” ในที่นี้ ก็เพราะตอนนี้เราอยู่ในโลกาภิวัตน์ ดังนั้นระบบ ซอฟต์แวร์ และแอป ที่พัฒนาต้องรองรับหลายภาษาในระดับสากล
ก็คือ MIOS ต้องออกเวอร์ชันสากลเป็นภาษาอังกฤษ เป้าหมายคือขยายตลาดต่างประเทศ เพิ่มอิทธิพลของมัน
จริงๆ เวอร์ชันสากลไม่ซับซ้อน แค่แปลภาษา แล้วปรับพฤติกรรมการใช้งานให้สอดคล้องโดยละเอียดเล็กน้อยและลดส่วนเกินลง เป็น MIOS เวอร์ชัน “กระชับขึ้น”
ผ่านไป 2 ชั่วโมง ข้อเสนอทางเทคนิคและกำหนดการก็พร้อม เนื่องจากกำลังหลักยังทุ่มให้กับ MIOS ธีมหลักอยู่ เวอร์ชันสากลจึงน่าจะออนไลน์ได้ภายในเวลาประมาณหนึ่งเดือน
หลังจากมีการยืนยันรอบสองจากหลายฝ่ายแล้ว หวงเจียงจี๋ก็ส่งอีเมลไปให้เฉินโม่เพื่อยืนยัน
เช้าวันถัดมา เมื่อเฉินโม่ได้รับอีเมลจากหวงเจียงจี๋ เขาดูเนื้อหาแล้วไม่แก้ไขอะไรทั้งสิ้น ตอบกลับไปแค่สองคำว่า “ยืนยันแล้ว”
ช่วงนี้ ฝั่งหลินปิน ทั้งทีมแปลและทีมทนายความได้แปลข้อกฎหมายและสัญญาทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยแล้ว กำลังทำงานตรวจทานครั้งสุดท้าย
เพราะถ้าเผื่อมีปัญหาจากการแปลหรือการตีความทางกฎหมายจนทำให้ Xiaomi เสียเปรียบในการเจรจา นั่นถือเป็นความผิดพลาดขั้นพื้นฐานที่ร้ายแรง ซึ่งคนที่ขึ้นชื่อเรื่องความรอบคอบอย่างหลินปิน ยอมรับไม่ได้แน่นอน
ส่วนเหลยจวินกับเฉินโม่ก็เอาแต่นั่งถกกันในห้องทุกวัน คุยกันเรื่องร่างต้นแบบมือถือ Xiaomi เช่น จะใช้มุมฉากหรือมุมโค้ง? ขนาดหน้าจอ? การกำหนดฟังก์ชันปุ่มโฮม ตำแหน่งรูหูฟัง สัญญาณเสาอากาศ ลำโพงสนทนา ไมโครโฟน ฝาหลังถอดได้หรือไม่ ฯลฯ
หลังจากถกกันอยู่หลายวัน ในที่สุดต้นแบบของ Xiaomi 1 ก็เริ่มไปในทิศทางเดียวกันท่ามกลางข้อโต้เถียงของทั้งคู่ และเริ่มเป็นรูปเป็นร่างจากลายเส้นสเก็ตช์ด้วยมือของเฉินโม่
จากนั้นเฉินโม่ก็เอากระดาษสเก็ตช์มาวาง ขยับโน้ตบุ๊กของตัวเองมา แล้วเปิดซอฟต์แวร์วาดภาพลงมือออกแบบทันที
“ขอบรอบๆ ตัวเครื่อง ให้โค้งมนขึ้นอีกหน่อย”
“แบบนี้เหรอ?”
“อืม ปรับให้มนกว่านี้ได้อีก เดี๋ยวฉันดู… เกินไปแล้ว ปรับกลับเหมือนเดิมเถอะ”
เหลยจวินพูดไป เสี่ยวโม่ก็ลงมือแก้บนคอมพิวเตอร์ทันที แค่เผลอกลอกตาบ้างเป็นครั้งคราว
“เสี่ยวโม่ ปุ่มสามปุ่มที่คุยกันก่อนหน้านั้น นายลองเอามาให้ฉันดูอีกทีสิ”
“งั้นเดี๋ยวผมทำสองเวอร์ชันให้ดูพร้อมกัน พี่เห็นปุ๊บก็รู้เลยว่าจะเลือกอันไหน” แค่ไม่กี่สิบวินาที แบบร่างต้นแบบสองเวอร์ชันก็ปรากฏตรงหน้าของเหลยจวิน
“ถ้าถามฉัน สามปุ่มนี่เกินจำเป็นไปหน่อย ปุ่มเดียวกำลังดี!”
หลังจากนั้น ทั้งสองก็ขัดเกลา ปรับแต่ง และแก้สไตล์ในแบบร่างต่อเนื่อง ภายใต้ความสามารถทางเทคนิคอันแข็งแกร่งของเฉินโม่ ภาพเรนเดอร์ของ Xiaomi 1 ก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างทีละน้อย
เหลยจวินแม้ปากไม่ได้พูด แต่ในใจชมไม่หยุด เดิมทีแค่ได้ยินกิตติศัพท์ คราวนี้เห็นกับตา พูดได้ว่าคิดอะไรได้ก็ทำได้หมด ข้อเสนอแก้ไขอะไรก็ตามของเขา พอเฉินโม่รับไป ไม่กี่นาทีต่อมาก็แสดงผลบนภาพเรนเดอร์ให้เห็นชัด คนๆ นี้ประสิทธิภาพการทำงานน่าทึ่งจริง!
ท้ายสุด เหลยจวินหัวเราะแซว “ไอ้หมอนี่ งานของหลิวเต๋อนายก็กวาดไปทำหมดแล้ว!”
เฉินโม่ก็เล่นมุกกลับ “อืม ถึงเวลาช่วยจำไว้นะ เงินเดือนของหลิวเต๋อแบ่งมาให้ผมครึ่งหนึ่งด้วยล่ะ ฮ่าๆ”
ล้อเล่นก็ส่วนล้อเล่น แต่เฉินโม่ยังคงพูดอย่างรอบคอบ “จริงๆ นี่แค่ร่างแรก รายละเอียดยังต้องขัดอีกพอสมควร ที่เหลือส่งต่อให้ดร.โจวกับทีมเขาขัดเกลาเชิงลึก เราค่อยดูผลลัพธ์สุดท้ายก็พอ และนี่เป็นภาพอุดมคติของเรา ยังต้องดูข้อเท็จจริงหน้างาน ตอนนั้นอาจต้องมีเลือกทิ้งเลือกเอาตามความเหมาะสม”
“ฉันจะไม่รู้ได้ไงล่ะ? ขอให้ทำได้สักแปดสิบเปอร์เซ็นต์ตามภาพเรนเดอร์นี่ ฉันก็พอใจแล้ว”
เหลยจวินมอง Xiaomi 1 บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ตาเป็นประกาย ชมไม่หยุดปาก
เดี๋ยวก็ “โคตรสวยเลยว่ะ” เดี๋ยวก็ “เชี่ยเอ๊ย แม่งโคตรเจ๋ง!”
เฉินโม่ทำตามขั้นตอน ค่อยๆ นำทางให้เหลยจวินออกแบบต้นแบบตามแนวคิดของ Xiaomi 1 เหมือนคอยวางหมากแนะนำ
เผินๆ เหมือนทำตามไอเดียของเหลยจวินทั้งหมด แต่อิทธิพลแบบซึมลึกทำให้รูปร่างค่อยๆ กลายเป็น Xiaomi 1 เข้าไปทุกที
นี่แหละฝีมือของผู้เล่นระดับเทพ
สุดท้ายแล้ว เขาผ่านมือถืออะไรมาน้อยที่ไหน และ Xiaomi 1 ตอนนี้อย่างมากก็แค่ “รถไถ” ทั้งความหนาและน้ำหนักก็ยังระดับรถไถ เพราะเทคโนโลยี ณ ตอนนี้ยังทำพวกปุ่มใต้จอ สแกนลายนิ้วมือ เจาะรูให้กล้องถ่ายภาพ ฯลฯ ไม่ได้
“เฮ้อ เสี่ยวโม่ ส่งไฟล์ภาพเรนเดอร์ชุดนี้ให้ฉันด้วยนะ”
“ไม่มีปัญหา” พอทำทุกอย่างเสร็จและแบ็กอัปเรียบร้อย เฉินโม่ก็ส่งไฟล์ภาพเรนเดอร์ทั้งหมดของ Xiaomi 1 ทางอีเมลให้โจวกวางผิงกับหลิวเต๋อ แล้วคัดลอกถึงเหลยจวินด้วย
เห็นเหลยจวินอารมณ์ดีไม่บ่อยนัก แถมตอนนี้กึ่งงานกึ่งส่วนตัว จังหวะเหมาะ
เฉินโม่ตั้งใจจะคุยกับเหลยจวินให้เต็มที่ว่าเจ้าตัวคิดยังไง ยังไงโอกาสแบบนี้ไม่ควรปล่อยผ่าน
เขาเริ่มจากสิ่งที่ได้เห็นได้ยินที่กูเกิลเป็นจุดเข้า เหลยจวินก็พูดถึงแนวทางการบริหารแบบเปิดกว้างและเสรีของกูเกิลด้วยความทึ่ง จากนั้นเฉินโม่ก็ค่อยๆ เบนหัวข้อไปที่ระเบียบการบริหารและวัฒนธรรมองค์กรของ Xiaomi
“นี่สิ ดูสิ ที่กูเกิลเขาเป็นแบบนี้ ส่วนการบริหารองค์กร ผมจำได้ว่ามีประโยคหนึ่งใช้ได้ดี ทีมสิบกว่าคนพึ่งพาความสัมพันธ์ ความไว้ใจ พอเป็นหลักร้อยต้องพึ่งกฎระเบียบ ขึ้นไปมากกว่านั้นก็ต้องพึ่งวัฒนธรรมองค์กร แน่นอนว่า สตาร์ตอัปที่ยอดเยี่ยมในศตวรรษก่อนพึ่งพาศรัทธา!
เพราะฉะนั้น Xiaomi ของพวกเรา ตอนนี้ควรวางด้วยกฎระเบียบให้ชัด แล้วตอนนี้แผนกสามมีคนเกือบครึ่งบริษัท มาตรฐานที่แผนกสามใช้ปัจจุบัน เอามาขยายใช้ทั้งบริษัทได้สบาย รอบก่อนพี่จวินไม่เห็นด้วย ผมไม่เข้าใจจริงๆ!”
จริงๆ ในใจเฉินโม่ก็รู้เหตุผลดี แต่ทำเป็นไม่รู้เพื่ออยากฟังความคิดจริงๆ ของเหลยจวิน
อาจเพราะอยู่ไกลจากบริษัท หรืออาจเพราะสถานะของเฉินโม่ในใจเขาสูงขึ้นตามกาลเวลา เหลยจวินจึงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังแต่อบอุ่น
“เสี่ยวโม่ กูเกิลก่อตั้งมาสิบกว่าปี มูลค่าบริษัทเกินหนึ่งแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นรองแค่ไมโครซอฟต์ แอปเปิล IBM และออราเคิล เป็นบริษัทอินเทอร์เน็ตอันดับห้าของโลก พนักงานกระจายอยู่ทั่วโลก สิ่งที่นายเห็นตอนนี้ คือผลสรุปสุดยอดที่สั่งสมมาสิบปีของเขาต่างหาก เลยเกิดเป็นปรากฏการณ์อย่างที่เห็น”
แล้วพวกเรา Xiaomi ล่ะ? ก่อตั้งมายังไม่ถึงครึ่งปี พนักงานเพิ่งจะแตะหลักร้อย มูลค่าบริษัทเกือบหนึ่งร้อยล้านก็ยังเป็นหน่วยหยวนจีน เทียบกันตรงๆ ไม่ได้หรอก
ปกครองประเทศใหญ่เหมือนต้มปลาเล็ก การบริหารบริษัทก็เช่นกัน ต้องค่อยเป็นค่อยไป ก้าวทีละก้าวอย่างมั่นคง ไม่ใช่แค่เดินให้เร็ว แต่ต้องเดินให้มั่นคงด้วย!
ฉันยอมรับว่าแผนกสามเดินเครื่องได้แข็งแรงมาก ประสิทธิภาพก็สูง ลากเส้นทางที่ต่างออกไปได้ นอกจากเหตุผลเหล่านี้แล้ว ที่ฉันยอมให้แผนกสามประกาศตนเป็นสำนักหนึ่งได้ ก็เพราะผู้นำของแผนกสามคือนาย เพราะเป็นนายเฉินโม่!
นายไม่เหมือนคนอื่น!”
เฉินโม่ฟังจบรู้สึกประหม่า รู้ว่ากำลังชม แต่ถ้าไม่รู้เรื่องก็อาจนึกว่าด่าก็ได้
แต่ล้อเล่นก็ส่วนล้อเล่น จริงๆ แล้วในใจเฉินโม่ก็สะเทือนไม่น้อย อย่างไรเสียเหลยจวินก็ถือว่ามองเห็นคุณค่าตนเองตั้งแต่แรก ถ้าเจ้านายบางคนที่มุมมองไม่กว้างพอ คนแปลกแยกอย่างเขาคงโดนเชิญออกไปนานแล้ว
ไม่มีใครที่ประสบความสำเร็จได้ง่ายๆ เหลยจวินเริ่มจากศูนย์จนถึงวันนี้ แน่นอนว่ามีเสน่ห์ในตัวคนอยู่ แค่คำว่า “ปล่อยอำนาจ” สองคำ คนทั่วไปก็ใช่ว่าจะทำได้ถึงระดับเขา
ตอนนี้จะว่าไป เสี่ยวเหลยถือเป็นผู้นำที่รู้เท่าทัน พอคิดได้ดังนี้ เฉินโม่ก็พยักหน้า “อืม ก่อนหน้านี้ผมรีบร้อนไปหน่อย ต่อไปผมจะดูจังหวะให้เหมาะสม”
“การบริหารกิจการไม่ใช่เรื่องขาวดำ เหรียญดีขับไล่เหรียญเลว เหรียญเลวขับไล่เหรียญดี ระดับความพอดีในนั้นไม่ใช่ว่าจะจับให้แม่นได้ง่ายๆ
ก่อนนายมา Xiaomi อยู่ในสุดโต่งแบบหนึ่ง พอนายมาแล้วก็พาแผนกสามไปอีกสุดโต่งหนึ่ง พนักงานทั่วไป ผู้จัดการ ควรบริหารยังไง บริหารถึงระดับไหน?
จะทำไม่ดีกับพวกเขาก็ไม่ได้ จะดีกับพวกเขาเกินไปก็ไม่ได้ นี่ยังไม่พูดถึงเรื่องพรรคพวก การถ่วงดุล เรื่องยุ่งยากซับซ้อนเหล่านั้น บางครั้งบริหารบริษัทไม่ใช่ก้มหน้าลุยอย่างเดียว ยังต้องหยุดเป็นพักๆ หันกลับไปมองดูว่ากองหลังยังพร้อมใจเดินไปกับนายไหม
นี่ก็เป็นข้อคิดเล็กๆ น้อยๆ ตลอดหลายสิบปี หวังว่าจะช่วยนายได้บ้าง!”
เหลยจวินพูดจบ มองเฉินโม่ที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ ตบไหล่เขาเบาๆ แล้วเดินออกจากห้องไป
ในสายตาเขาตอนนี้ เฉินโม่เหมือนศาสตราวุธที่เปล่งประกายซึ่งพ้นจากฝัก แผ่คมห้าวหาญ ส่วนต่อไป “เก็บคม” ต่างหากคือกุญแจ ก็ไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มผู้นี้จะตระหนักได้เมื่อไหร่
สองวันถัดมา นอกจากประชุมทางโทรศัพท์ตามเวลาแล้ว เฉินโม่ก็ขังตัวเองอยู่ในห้อง ปิดหูไม่ฟังเรื่องภายนอก
รูปแบบงานในอุดมคติที่เคยคิดไว้ ระเบียบที่แผนกสามใช้ตอนนี้ การบริหารและวัฒนธรรมของยักษ์ใหญ่อย่างกูเกิล ข้อบังคับของ Xiaomi ทฤษฎีการบริหารของเหลยจวิน
สิ่งเหล่านี้ผุดวาบ เวียนวน ปะทะ หลอมรวม และขัดแย้งกันอยู่ในหัวเขาไม่หยุด
มองตอนนี้ แผนกสามยังไม่มีปัญหา เพราะมีอิทธิพลของตัวเองคุมภาพรวมไว้ ถ้าตัวเขาไม่อยู่ แผนกสามจะกลายเป็นอย่างไร เขาเองก็ไม่มั่นใจ
ทว่าทริปทำงานครั้งนี้กลับเป็นโอกาสดี จะได้ดูว่าพอไม่มีอิทธิพลของเขา มีแค่แนวทางคร่าวๆ ภายใต้การนำของหวงเจียงจี๋ แผนกสามจะไปในทิศทางไหน เขารอคอยอย่างยิ่ง
ถ้าแผนกของตัวเองใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งอนาคตตั้งบริษัทมีพนักงานหลายร้อย หลายพัน ยังจะบริหารแบบเดิมได้ไหม จะมีปัญหาอะไรบ้าง?
ผลลัพธ์คงไม่สวยนัก เพราะพลังคนมีจำกัด จึงต้องพึ่ง “ระบบระเบียบ”
พึ่งแค่ระเบียบก็ยังไม่พอ ยังต้องมี “การกำกับดูแล” ด้วย
ฝ่ายนี้เฉินโม่กำลังตรัสรู้ที่หลงชาง ส่วนอีกฝั่ง หน้าตลาดมือถือหัวเซี่ยในช่วงนี้ก็เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ขึ้นอีกแล้ว







