(อ่านฟรีจนจบ) บ้าไปแล้ว! นายมันไม่ใช่จิตแพทย์เลยสักนิด! · khram
ตอนที่ 223
บทที่ 223 ขวางรถกลางถนน พฤติกรรมป่าเถื่อนสุดคลั่ง
นอกจากจะสวมเสื้อกั๊กแบบเดียวกันแล้ว อาสาสมัครหลายคนยังถือป้ายผ้าหลากหลายรูปแบบไว้ในมือด้วย
ตรงกลางฝูงชน ฉือหางผู่ตู้ในชุดจีวรกำลังถือโทรศัพท์ เหมือนกำลังคุยกับใครบางคนอยู่
"อมิตาภพุทธ ขอเจริญพรผู้ศรัทธาทุกท่าน อาสาสมัครที่สะกดรอยตามรถโทรมาบอกว่า รถบรรทุกกระต่ายจะมาถึงในอีกประมาณสามนาที"
"เวลาที่ทุกคนทำความดี ก็ต้องระวังความปลอดภัยของตัวเองด้วย"
"การที่เราสกัดกั้นรถเพื่อช่วยเหลือสรรพสัตว์และนำไปปล่อยถือเป็นบุญกุศล"
"หากคนขับรถพูดจาหยาบคายใส่ ทุกคนอย่าได้สร้างวจีกรรมเป็นอันขาด เพราะจะส่งผลกระทบต่อบุญกุศลของตัวเอง"
ในเวลาเดียวกัน อาฮุ่ยก็ถือโทรศัพท์มือถือเดินมาหาทุกคน
หลังจากประกาศข้อควรระวังสองสามข้อจบ ฉือหางผู่ตู้ก็ก้าวเดินไปที่ถนนด้านหน้า
เมื่อรถใกล้จะมาถึง อารมณ์ของเหล่าอาสาสมัครก็เริ่มพลุ่งพล่านขึ้นเรื่อยๆ
คุณป้าวัยห้าสิบกว่าที่สวมเสื้อแขนสั้นกางเกงขาสั้นและดัดผม เรียกวัยรุ่นสองสามคนให้มาหา
"ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อมนะ เดี๋ยวพอเราช่วยกระต่ายพวกนั้นลงมาได้ ก็รีบถ่ายรูปกับวิดีโอเอาไปลงในบัญชีโซเชียลของพวกเรา แล้วก็เว็บบอร์ดกับแพลตฟอร์มไลฟ์สดดังๆ ทันทีเลย"
"พี่หวัง วางใจได้เลย พวกเราเตรียมตัวไว้ตั้งนานแล้ว"
ทุกคนพากันตอบกลับคำพูดของหญิงวัยกลางคนกันเซ็งแซ่
ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทุกคนทำเรื่องแบบนี้เสียหน่อย ไม่เห็นต้องคอยสั่งเสียทุกครั้งเลย
การใช้สื่อโซเชียลมีเดียแบบนี้ จะช่วยขยายกลุ่มเป้าหมายให้รับรู้ถึงการทำความดีได้มากขึ้น
ผ่านไปครู่หนึ่ง ก็มีเสียงเครื่องยนต์รถดังกระหึ่มมาจากที่ไกลๆ
คนขับบีบแตรไม่หยุด เพื่อเตือนคนที่ขวางถนนอยู่ข้างหน้า
ฉือหางผู่ตู้พนมมือเข้าหากัน ปากท่องอมิตาภพุทธ
"ทุกคนกระจายตัวออกไป ระวังความปลอดภัยของตัวเองด้วย"
สิ้นเสียง อาสาสมัครก็ยืนจับกลุ่มกันสองสามคนอยู่สองข้างทาง แล้วชูป้ายผ้าในมือขึ้น
"รักและเมตตาสัตว์ สรรพสัตว์ล้วนเท่าเทียม"
"พระพุทธองค์ทรงเมตตา ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก"
"การซื้อขายคือการทำร้าย การปล่อยสัตว์ได้บุญมหาศาล"
"หยุดเข่นฆ่า หันมากินเจกันทุกคน"
"ลดการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต หมั่นสะสมบุญบารมี"
ข้อความทำนองนี้มีเยอะแยะจนนับไม่ถ้วน
ในห้องไลฟ์สด ชาวเน็ตต่างพากันดูจนอ้าปากค้าง
รู้สึกคลับคล้ายคลับคลาว่าฉากนี้มันคุ้นตาเอามากๆ
"เชี่ยเอ๊ย! พวกบ้าปล่อยสัตว์กับพวกคนรักหมาแบบคลั่งๆ มันต่างกันตรงไหนวะ?"
"ผมเป็นคนชอบปล่อยธนบัตร ขอให้ทุกคนเอาธนบัตรในตัวมาให้ผม ผมจะช่วยทุกคนปล่อยมันไปเอง"
"ตัวตึงยังต้องยอมแพ้ความตึงของนายเลย"
"กินหญ้าจนโง่ไปแล้ว"
"ตอนที่กอดผักแทะ ไม่เห็นพวกมันพูดเลยว่าพืชก็มีชีวิตเหมือนกัน"
"ความไม่รู้คือบาปกรรม ความปัญญาอ่อนต่างหากที่เป็นโรคร้ายแรง"
ชาวเน็ตส่งคอมเมนต์เยาะเย้ยถากถางมาสารพัดรูปแบบ
รถบรรทุกกระต่ายถูกอาสาสมัครพวกนี้บีบให้จอดอยู่กลางถนนในเวลาอันรวดเร็ว
เมื่ออาสาสมัครหลายสิบคนกำลังอยู่ในอารมณ์พลุ่งพล่าน พากันโวยวายบีบให้รถบรรทุกจอด ฉากนี้ก็ให้ความรู้สึกเหมือนพวกผู้ลี้ภัยกำลังปล้นรถเสบียงไม่มีผิด
คนขับรถบรรทุกเป็นคุณลุงวัยกลางคนหน้าตาซื่อๆ
เมื่อเห็นคนมารุมล้อมอยู่นอกรถมากมายขนาดนี้ คนขับรถก็ลดกระจกลงแล้วถามด้วยน้ำเสียงประหม่าเล็กน้อยว่า "พวกคุณต้องการอะไร?"
"อมิตาภพุทธ"
ฉือหางผู่ตู้ท่องนามพระพุทธองค์ ท่ามกลางการห้อมล้อมของทุกคน เขาไปยืนอยู่ใต้ประตูรถ
"ประสก อาตมาขอคารวะ"
"ตกลงพวกคุณต้องการอะไรกันแน่?"
คนขับรถวัยกลางคนมีสีหน้าทำอะไรไม่ถูก
ฉือหางผู่ตู้กล่าวว่า "ที่อาตมาพาเหล่าผู้ศรัทธามาที่นี่ ก็เพื่อสะสมบุญบารมีให้กับประสก เพื่อไม่ให้ประสกต้องตกนรกเพราะการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต"
"คุณประสาทหรือเปล่า? ผมไม่รู้จักพวกคุณสักหน่อย ไม่จำเป็นต้องให้พวกคุณมาสะสมบุญอะไรให้ผมหรอก"
"ผมจะตกนรกหรือเปล่า มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับพวกคุณ... แม่งเอ๊ย นี่คุณมาด่าผมเหรอเนี่ย"
คนขับรถวัยกลางคนได้สติกลับมา ก็ถลึงตาใส่ฉือหางผู่ตู้ด้วยความไม่พอใจ
พร้อมกับเร่งให้ทุกคนรีบหลีกทางไป
พี่หวังแผดเสียงแหลมปรี๊ดด่าทอว่า "คุณนี่มันยังไงกัน? ท่านอาจารย์ฉือหางอุตส่าห์หวังดีมาโปรดคุณ ช่วยล้างบาปในตัวคุณนะ"
"คุณไม่ซาบซึ้งน้ำใจก็แล้วไปเถอะ นี่ยังกล้าพูดจาหยาบคายใส่ท่านอาจารย์ฉือหางอีก"
เมื่อพี่หวังเปิดปาก อาสาสมัครที่ยึดครองจุดสูงสุดทางศีลธรรม ก็เริ่มสาดกระสุนโจมตีจากมุมสูงอย่างเต็มกำลัง
"กระต่ายรถนี้คุณขนไปไม่ได้หรอก!"
"บนรถนั่นไม่ใช่กระต่าย แต่เป็นสิ่งมีชีวิตเหมือนกับพวกเรา"
"ปฏิเสธการกินเนื้อสัตว์ รักษาสิทธิความเท่าเทียมของสรรพสัตว์"
"สรรพสิ่งล้วนมีจิตวิญญาณ มนุษย์ควรเลิกกินเนื้อสัตว์ แล้วอยู่ร่วมกับสรรพสัตว์อย่างสันติ"
คนขับรถวัยกลางคนตะคอกด่าอย่างอารมณ์เสีย "พวกคุณประสาทหรือเปล่าเนี่ย! ผมขนกระต่ายของผม มันไปเกี่ยวอะไรกับพวกคุณด้วย?"
"กระต่ายพวกนี้ผมไม่ได้ไปขโมยหรือปล้นใครมา ผมใช้เงินซื้อมานะ"
"การขนส่งและค้าขายกระต่ายของผมก็มีขั้นตอนที่ถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง"
คนขับรถกระโดดลงมาจากรถด้วยความโกรธจัด เริ่มโต้เถียงกับทุกคนตรงๆ เขาชี้หน้าฉือหางผู่ตู้พลางพูดว่า "ตาเฒ่า รีบพาคนพวกนี้ออกไปเลยนะ ไม่งั้นผมสู้ตายแน่"
"ทุกคนรีบมาทางนี้เร็ว มีกระต่ายจะทนไม่ไหวแล้ว!"
ด้านหลังรถบรรทุก มีกรงวางซ้อนกันเป็นตั้งๆ ข้างในมีแต่กระต่ายเต็มไปหมด
อาสาสมัครหนุ่มคนหนึ่งพบว่าในกรงล่างสุด มีกระต่ายสองสามตัวกำลังซึมกระทือ
ท่าทางเหมือนร่อแร่ใกล้ตาย
พอรู้ว่ากระต่ายกำลังจะแย่ เหล่าอาสาสมัครก็ทำราวกับว่าพ่อแม่ตัวเองกำลังตกอยู่ในอันตราย พากันแย่งปีนขึ้นไปบนรถบรรทุก
แล้วออกแรงยกกรงด้านบนลงมาข้างล่าง
ในระหว่างการขนย้าย อาสาสมัครสูงวัยแต่ละคนต่างก็เคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วว่องไวและมีพละกำลังมหาศาล
อาสาสมัครสาวๆ ก็ไม่ยอมน้อยหน้าเช่นกัน
หญิงสาวบอบบางน่าทะนุถนอม กลายเป็นนักยกของมืออาชีพไปในพริบตา
ทุกคนพากันวางกรงลงบนพื้น ปากก็พึมพำปลอบใจกระต่ายว่ากำลังจะรอดแล้ว
ขอให้กระต่ายอดทนเข้าไว้
"ไม่ได้นะ! พวกคุณทำแบบนี้ไม่ได้!!!"
คนขับรถวัยกลางคนร้อนใจจนแทบร้องไห้ เขารีบพุ่งเข้าไปกางแขนออกเพื่อพยายามขัดขวางทุกคน
พี่หวังพูดด้วยน้ำเสียงร้ายกาจว่า "คนอย่างคุณมันเห็นแก่เงิน! รู้บ้างไหมว่ากระต่ายพวกนี้ก็มีชีวิตนะ?"
"ถ้าถูกคุณขนไป พวกมันก็ต้องกลายเป็นอาหารบนจานของมนุษย์"
"กระต่ายตั้งมากมายต้องมาตายเพราะคุณ ไม่เพียงแต่คุณที่จะต้องตกนรกเพราะสร้างกรรมจากการฆ่าสัตว์ แต่ครอบครัว ญาติพี่น้อง และทุกคนที่รู้จักคุณ ก็จะแปดเปื้อนบาปกรรมนี้ไปด้วย"
"ไม่รักก็ไม่เป็นไร แต่ห้ามทำร้ายเด็ดขาด!"
คำพูดประโยคนี้ราวกับเป็นเสียงแตรจุดชนวนสงคราม
เหล่าอาสาสมัครที่กำลังวุ่นอยู่กับการขนกรงกระต่าย พากันตะโกนโหวกเหวกโวยวายอย่างพร้อมเพรียงกัน
"ไม่รักก็ไม่เป็นไร แต่ห้ามฆ่าแกง"
"การซื้อขายคือการเข่นฆ่า ปฏิเสธการกินเนื้อสัตว์"
"การปล่อยสัตว์คือบุญกุศล สรรพสัตว์ล้วนเท่าเทียม เริ่มต้นได้ที่ตัวเรา"
เสียงตะโกนดังกระหึ่มระลอกแล้วระลอกเล่า
ฉือหางผู่ตู้ออกมายืนอยู่ด้านข้าง พนมมือเข้าหากัน ปากก็พึมพำงึมงำ
เมื่อเห็นฉากที่คุ้นเคย ชาวเน็ตก็ทั้งโกรธทั้งร้อนใจ
"พี่คนขับ พี่จะยืนบื้ออยู่ทำไม? รีบโทรแจ้งความสิ!"
"ขวางรถ ปล้นสินค้าบนรถ นี่มันอาชญากรรมปล้นทรัพย์ชัดๆ"
"เชี่ยเอ๊ย โลกแห่งความจริงแม่งแฟนตาซียิ่งกว่านิยายเสมอ"
"พวกนี้ทำบุญที่ไหนกัน นี่มันจังหวะจะทำให้คนขับหมดเนื้อหมดตัวชัดๆ"
"เบอร์เกอร์เนื้อในปากจู่ๆ ก็ไม่อร่อยขึ้นมาเลย..."
"ถ้าฉันเป็นคนขับรถคันนี้นะ ไม่สนหรอกว่าพวกมันเป็นใคร แค่ข้อหาดักปล้นกลางทางข้อหาเดียว ตีให้ตายก็ถือเป็นการป้องกันตัวแล้ว!"
ชาวเน็ตที่มีทัศนคติถูกต้องต่างก็เป็นห่วงคุณลุงคนขับรถ ในขณะเดียวกันก็ถูกการกระทำของคนพวกนี้ทำให้โกรธจนควันออกหู
แทบอยากจะวาร์ปไปที่เกิดเหตุ เพื่อช่วยทวงคืนความยุติธรรมให้กับคนขับรถ







