ครืน!
บนท้องฟ้ายามค่ำคืนมีเสียงฟ้าร้องดังทึบๆ
"ฝนจะตกแล้ว!" ตู้หย่งเซี่ยวเดินออกมาจากโรงน้ำชาหลงเฟิ่งพลางเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า
หยาดฝนหยดหนึ่งร่วงหล่นลงมาจากฟ้า!
แปะ!
หล่นแหมะลงตรงกลางหว่างคิ้วเขาพอดี
ตู้หย่งเซี่ยวใช้นิ้วหัวแม่มือปาดหยดน้ำฝนทิ้ง มองท้องฟ้ายามค่ำคืนอันมืดมิดอย่างเหม่อลอย จนกระทั่งเสียงของเหวินหัวโตดังขึ้นที่ข้างหู "พี่เซี่ยว ได้เวลาออกเดินทางแล้วครับ!"
ตู้หย่งเซี่ยวได้สติกลับมา หันมองไปด้านข้าง เห็นเหวินหัวโต จวีฟันเหยิน เสอจ๋ายหมิง และคุนชีวิตบัดซบกับพรรคพวกที่กำลังลากรถลากสามสิบกว่าคัน
"ใช่แล้วล่ะ สมควรไปได้แล้ว!" ตู้หย่งเซี่ยวยื่นมือไปรับหมวกที่เหวินหัวโตส่งมาให้ สวมหมวกสักหลาดสีขาวเอียงๆ ไว้บนศีรษะ
"เชิญสารวัตรตู้ขึ้นรถครับ"
เฉียงกุลีลากรถลากเข้ามาหยุดตรงหน้า เช็ดรถจนสะอาดเอี่ยม สะบัดมือพาดผ้าขนหนูสีขาวไว้บนบ่าแล้วพูดกับตู้หย่งเซี่ยว
ตู้หย่งเซี่ยวพยักหน้า ก้าวขึ้นไปนั่งบนรถลาก
เวลานี้เสอจ๋ายหมิงขยับเข้ามาใกล้พลางพูดว่า "ให้ผมตามไปด้วยไหมครับ?"
ตู้หย่งเซี่ยวหัวเราะ "นายจะตามไปงั้นเหรอ? เดี๋ยวก็ต้องไปเสี่ยงชีวิตกันแล้วนะ!"
เสอจ๋ายหมิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง กัดฟันพูดว่า "ผมไม่กลัวครับ คุณก็รู้ว่าผมเกิดที่สือเสียเหว่ยเหมือนคุณ สือเสียเหว่ยจนกรอบ นอกจากความจนแล้ว ก็มีแค่ชีวิตนี่แหละ!"
ตู้หย่งเซี่ยวยื่นมือไปตบไหล่เสอจ๋ายหมิงเบาๆ "นายกลับไปเถอะ!"
"เอ่อ..." เสอจ๋ายหมิงยกมือเกาหัว ไม่พูดอะไรให้มากความแล้วถอยกลับไป
ตู้หย่งเซี่ยวนั่งตัวตรงอีกครั้ง วางมือทั้งสองข้างไว้บนขอบรถลาก เอ่ยออกมาสองคำ "ออกเดินทาง!"
คุนชีวิตบัดซบร้องตะโกนเสียงดัง "ส่งสารวัตรตู้ไปภัตตาคารจินอวี้!"
เฉียงกุลียกคันลากรถขึ้น "ส่งสารวัตรตู้ไปภัตตาคารจินอวี้!"
ในพริบตานั้น คนลากรถทั้งสามสิบกว่าคันก็ตะโกนขึ้นพร้อมกัน "ส่งสารวัตรตู้ไปภัตตาคารจินอวี้!"
ขบวนรถลากจัดกระบวนทัพเป็นรูปกากบาท ขนาบหน้าหลังซ้ายขวา คุ้มกันตู้หย่งเซี่ยวไว้ตรงกลาง! ท่ามกลางม่านราตรี ขบวนรถเคลื่อนตัวอย่างยิ่งใหญ่เกรียงไกรพุ่งทะยานมุ่งหน้าสู่ภัตตาคารจินอวี้ที่อยู่ห่างออกไปหนึ่งกิโลเมตร!
ด้านหลัง จวีฟันเหยินมองท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ส่งเสียงฟ้าร้องดังครืนๆ ไม่หยุด หันหน้าไปพูดกับเหวินหัวโตว่า "ฟ้าร้องแล้ว ลางไม่ดีเลย... พวกเราจะตามไปดีไหม?"
"ก็ต้องตามสิวะ!" เหวินหัวโตตวัดสายตามองขวางใส่จวีฟันเหยิน "ถ้านายอยากเป็นเต่าหดหัว ก็หนีไปได้เลย!" พูดจบเขาก็วิ่งตามตู้หย่งเซี่ยวไป
จวีฟันเหยินในใจกลัวแทบตาย แต่เหยียนสยงมอบหมายงานมาให้แล้วก็จำต้องทำ เขากัดฟันวิ่งตามไปเช่นกัน
...
ซู่ ซู่ ซู่!
ท้องฟ้าเริ่มจากมีหยาดฝนโปรยปรายลงมาเพียงไม่กี่หยด ค่อยๆ กลายเป็นเม็ดฝนที่เทกระหน่ำลงมามากขึ้นเรื่อยๆ
ตู้หย่งเซี่ยวนั่งอยู่บนรถลาก เฉียงกุลียกรถลากวิ่งตะบึงอยู่ด้านหน้า คุนชีวิตบัดซบคอยคุ้มกันอยู่ทางฝั่งขวา
ตู้หย่งเซี่ยวล้วงบุหรี่ออกมาจากอกเสื้อ คาบไว้ในปาก ป้องมือจุดไฟอย่างยากลำบาก จากนั้นจึงเอ่ยถามคุนชีวิตบัดซบ "ชื่อจริงของนายคืออะไร?"
คุนชีวิตบัดซบเหลือบมองตู้หย่งเซี่ยวแวบหนึ่ง
"อย่างน้อยก็รู้ชื่อจริงนายไว้ เผื่อนายตายขึ้นมา จะได้ตั้งป้ายหลุมศพให้ถูก"
คุนชีวิตบัดซบหัวเราะ "หนีคุน! หนีคุนแห่งจิมซาจุ่ย!"
ตู้หย่งเซี่ยวอดที่จะชะงักไม่ได้ เพิ่งจะอ้าปากพูด กลับเห็นคุนชีวิตบัดซบชะลอฝีเท้าลง แล้วชักมีดพร้าเล่มหนึ่งออกมาจากด้านหลัง
มีดพร้าเล่มนั้นถูกห่อด้วยหนังสือพิมพ์
ขบวนรถชะลอความเร็วลง
ตู้หย่งเซี่ยวมองออกไป ไม่ไกลนัก มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งขวางทางอยู่เบื้องหน้า!
"กระบวนทัพงูยาวแปรขบวน!" คุนชีวิตบัดซบคำราม
รถลากทางปีกซ้ายและปีกขวาเคลื่อนตัวเข้ามารวมกลุ่มกันอย่างรวดเร็ว!
เปรี้ยง!
สายฟ้าฟาดลงมาจากท้องฟ้า!
ส่องสว่างไปเบื้องหน้า...
คนสามสิบกว่าคนนำโดยเฉียงหน้าบากถือมีดดามัสกัสในมือ ยืนตั้งแถวเตรียมพร้อมรับมือ!
เฉียงหน้าบากเห็นขบวนรถตรงหน้าก็อดชะงักไปครู่หนึ่งไม่ได้
ตามหลักแล้วตู้หย่งเซี่ยวไม่น่าจะมีใครคอยหนุนหลังเลยนี่นา แต่ตอนนี้...
บางทีอาจจะเป็นแค่พวกกองกำลังผสมปลายแถวก็ได้!
"นายท่านจินมีคำสั่ง จัดการตู้หย่งเซี่ยวได้ มีรางวัลให้ทุกคน!" เฉียงหน้าบากแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม ถ่มน้ำลายลงพื้นแล้วชูมีดดามัสกัสขึ้นสูง "ฟันแม่งเลย!"
โครม!
คนทั้งสองกลุ่มพุ่งเข้าปะทะกัน!
คนล้มระเนระนาด!
มีดดามัสกัสสีขาวโพลน สาดกระเซ็นไปด้วยเลือดสดๆ พุ่งทะยานคลุ้มคลั่ง!
เฉียงหน้าบากสอดส่ายสายตามองหาตู้หย่งเซี่ยวท่ามกลางรถลากที่กำลังชุลมุนวุ่นวาย
ไม่นาน เขาก็พบเป้าหมาย!
ตู้หย่งเซี่ยวนั่งตัวตรงอยู่บนรถลาก มองเขาด้วยสายตาเย็นชาเช่นนั้น
เฉียงหน้าบากถ่มน้ำลาย แลบลิ้นเลียคมมีดแผล็บหนึ่ง!
เปรี้ยง!
สายฟ้าเส้นเล็กยาวฟาดลงมา!
เฉียงหน้าบากพุ่งตัวเข้าหาตู้หย่งเซี่ยวอย่างรวดเร็ว!
คุนชีวิตบัดซบเห็นดังนั้น ก็ฉีกหนังสือพิมพ์ออก เผยให้เห็นคมมีด! สายตาจ้องเขม็งไปที่เฉียงหน้าบาก!
สายตาของทั้งสองคนปะทะกันกลางอากาศ!
เห็นอยู่ว่าเฉียงหน้าบากกำลังจะพุ่งเข้ามาถึงแล้ว!
พลั่ก!
มีคนพุ่งตัวเข้ามาขวางกลางทาง ชนเฉียงหน้าบากจนกระเด็นลอยไป!
"ใครชนกูวะ?" เฉียงหน้าบากสบถด้วยความโกรธ
เมื่อเห็นคนผู้นั้นชัดๆ เขากำลังนวดไหล่ขวาที่ปวดแปลบจากการกระแทก ในมือถือมีดสับแตงโม แสยะยิ้มกว้าง "ปู่แกไงเล่า เสอจ๋ายหมิงแห่งสือเสียเหว่ย!"
พูดจบ เสอจ๋ายหมิงก็หันกลับไปมองตู้หย่งเซี่ยว "พี่เซี่ยว จะบอกให้รู้ไว้นะ ถึงผมจะเป็นคนบัดซบ แต่ผมก็เกิดที่สือเสียเหว่ย! คนสือเสียเหว่ย ไม่มีใครกลัวตายหรอก!"
ตู้หย่งเซี่ยวคิดไม่ถึงว่าเสอจ๋ายหมิงจะปรากฏตัวขึ้นกะทันหัน
ตามความเข้าใจ เสอจ๋ายหมิงนอกจากจะปลิ้นปล้อนเอาตัวรอดเก่งแล้ว ก็ยังรักตัวกลัวตายเป็นที่สุด แต่ตอนนี้...
วินาทีนี้ ตู้หย่งเซี่ยวพบว่าดูเหมือนเขาจะไม่เคยรู้จักสือเสียเหว่ยอย่างแท้จริงเลย
อันที่จริง เหตุผลที่เสอจ๋ายหมิงยอมช่วยตู้หย่งเซี่ยวนั้นง่ายมาก...
คำเดียวเลย จน!
เขาต้องการโอกาส!
ถึงแม้เขาจะเป็นแค่กองขยะ แต่เขาก็อยากจะสู้เพื่อวันพรุ่งนี้!
เฉียงหน้าบากอย่างน้อยก็เป็นขุนพลระดับหัวกะทิของกุ้ยฟันทอง คิดไม่ถึงว่าวันนี้จะถูกเศษขยะไม่มีชื่อเสียงเรียงนามชนจนกระเด็น จึงตะคอกด้วยความโกรธแค้น "ไอ้ระยำ กูจะฟันมึงให้เละเป็นขี้เลย!"
ยังไม่ทันที่เฉียงหน้าบากจะลงมือ ชายฉกรรจ์สามสิบคนก็พากันพุ่งออกมา ยืนเรียงหน้ากระดานเคียงข้างเสอจ๋ายหมิงอย่างพร้อมเพรียง...
"โก่วจ่ายปัวแห่งสือเสียเหว่ย!"
"ฮวาหลิ่วผิงแห่งสือเสียเหว่ย!"
"โก่วสื่อตงแห่งสือเสียเหว่ย!"
แต่ละคนขานชื่อแซ่ของตนเองออกมาด้วยท่าทีห้าวหาญดุดัน
เสอจ๋ายหมิงแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม กวัดแกว่งมีดสับแตงโม "พวกเราล้วนเป็นคนบัดซบแห่งสือเสียเหว่ย ไม่มีเงิน! ไม่มีบ้าน! ไม่มีผู้หญิง! มีแค่ชีวิตหมาๆ ชีวิตเดียว! วันนี้ พวกเรากลุ่มคนบัดซบนี่แหละ จะขอเอาหัวชนฝาดูสักตั้ง!"
พูดจบ เสอจ๋ายหมิงก็หันกลับไปยิ้มให้ตู้หย่งเซี่ยวอีกครั้ง จากนั้นจึงหันไปมองคุนชีวิตบัดซบกับพวก "คนสำนักหงอี้ไห่ฟังให้ดี สารวัตรที่มาจากสือเสียเหว่ยของพวกเรา พวกเราคนสือเสียเหว่ยจะคุ้มกันเอง!"
"ใช่แล้ว คนสือเสียเหว่ยของพวกเราไม่เคยกะจอก!"
"บุกเลย!"
"ฆ่ามัน!"
เสอจ๋ายหมิงกับพวกพุ่งเข้าใส่เฉียงหน้าบาก
มองดูภาพเบื้องหน้า คุนชีวิตบัดซบอดที่จะสบถด่าไม่ได้ "เวรเอ๊ย ไอ้พวกคนสือเสียเหว่ยพวกนี้ บัดซบยิ่งกว่ากูอีก!"
คำว่า "บัดซบ" ในที่นี้ไม่ใช่คำดูถูกเหยียดหยาม แต่เป็นการชื่นชม!
คนอื่นๆ ก็ตกใจกับกลุ่มของเสอจ๋ายหมิงเช่นกัน
"มัวยืนบื้ออะไรกันอยู่ล่ะโว้ย! ในเมื่อพี่น้องสือเสียเหว่ยช่วยยันเอาไว้ให้ พวกเราก็เดินทางกันต่อ!" คุนชีวิตบัดซบคำรามลั่น
"ส่งสารวัตรตู้ไปภัตตาคารจินอวี้!"
"ออกเดินทาง!"
ขบวนรถลากเคลื่อนตัวออกเดินทางอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่เกรียงไกร!
ซู่ซ่า!
ฝนตกหนักขึ้นแล้ว!
หยาดฝนตกกระทบใบหน้า เจ็บปวดนัก!
เมื่อรถลากของตู้หย่งเซี่ยวผ่านร่างเสอจ๋ายหมิง เสอจ๋ายหมิงกำลังถือมีดสับแตงโมต่อสู้กับเฉียงหน้าบากอย่างดุเดือด
รูปร่างผอมบางของเขาดูยังไงก็ไม่ใช่คู่มือของเฉียงหน้าบาก แต่เขาก็ยังกัดฟันสู้ ไม่ยอมถอย ร้ายกาจดื้อด้านเหมือนงูที่กัดไม่ยอมปล่อย!
เมื่อเห็นตู้หย่งเซี่ยวผ่านมาใกล้ๆ เสอจ๋ายหมิงก็กำด้ามมีดแน่น ปาดคราบเลือดบนใบหน้าทิ้ง เอ่ยกับตู้หย่งเซี่ยวด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง "คนสือเสียเหว่ย ไม่กระจอก!"
"แม่งเอ๊ย!" เฉียงหน้าบากยกเท้าถีบเสอจ๋ายหมิงล้มลง แล้วเงื้อมมีดดามัสกัสขึ้น
ตู้หย่งเซี่ยวหลับตาลง
รอจนรถลากผ่านไปแล้ว ตู้หย่งเซี่ยวถึงลืมตาขึ้น อดไม่ได้ที่จะเหลียวหลังกลับไปมอง คนสือเสียเหว่ยสี่ห้าคนกระโจนเข้าใส่เฉียงหน้าบากราวกับหมาป่าที่กำลังโกรธแค้น!
คนสือเสียเหว่ย
ไม่กระจอกจริงๆ!







