ในที่สุดครั้งที่สองก็จบลง หลินนั่วและกู้สิงซุกตัวอยู่บนโซฟาอย่างสบายใจ เธอกำลังใช้ปลายนิ้วเท้าถูไถไปตามน่องของเขา
"หลินนั่ว"
"อืม?"
"เธอเกิดปีนักษัตรอะไรเหรอ"
"ปีงูไงคะ พี่ชายไม่รู้เหรอ" หลินนั่วเอียงคอ เรื่องแบบนี้พี่ชายไม่น่าจะจำไม่ได้นะ
"มิน่าล่ะ"
กู้สิงทำหน้าตาย "ถึงได้รัดแน่นขนาดนี้"
หลินนั่วชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะพรืดออกมา หัวเราะจนตัวสั่นเทิ้มอยู่ในอ้อมกอดของเขา "พี่ชายกำลังเล่นมุกแป้กอยู่เหรอคะ"
มุมปากของกู้สิงกระตุก "ใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนเถอะ"
หลินนั่วรับรู้ถึงเจตนาของกู้สิงอย่างรวดเร็ว จึงรู้สึกไม่ค่อยพอใจนัก "กลัวพวกเธอมาเห็นขนาดนั้นเลยเหรอคะ"
"ก็กลัวว่าจะอึดอัดกันไง"
"ถ้ากลัวอึดอัดแล้วพี่จะสร้างฮาเร็มทำไมล่ะ"
พลังการต่อสู้ของหลินนั่วพุ่งทะลุปรอท ถึงกับเปิดฉากสวนกลับตรงๆ เสียอย่างนั้น
แน่นอนว่าเธอเข้าใจถึงความกระอักกระอ่วนที่ว่าดี แต่ก็ไม่อยากให้กู้สิงต้องมาคอยกังวลเรื่องแบบนี้ตลอดเวลา ราวกับคนทำผิดแล้วกินปูนร้อนท้อง
ฉันเป็นน้องสาวของพี่ และในขณะเดียวกันก็เป็นผู้หญิงของพี่เหมือนกับลั่วหนิงและเฉินหลิงซู
พี่ก็แค่ทำเรื่องอย่างว่ากับฉันบนโซฟาแค่นั้นเอง ถูกจับได้ก็คือถูกจับได้ จะมามัวกินปูนร้อนท้องไปทำไม
กู้สิงถูกสวนกลับจนเถียงไม่ออก
ดูเหมือนว่าจะมีเหตุผลจริงๆ เมื่อก่อนตอนที่เขามีอะไรกับเฉินหลิงซู แล้วลั่วหนิงมาเจอก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร
ตอนที่มีอะไรกับลั่วหนิง แล้วเฉินหลิงซูมาเจอ ก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจเช่นกัน ซ้ำยังสามารถทำต่อไปได้อย่างไม่อายฟ้าดินด้วยซ้ำ
ยิ่งไปกว่านั้น การทำแบบทรีซัมตรงๆ ก็ใช่ว่าจะไม่เคยมี
แล้วทำไมพอมีอะไรกับหลินนั่วถึงได้รู้สึกผิดขึ้นมา ทำท่าทางราวกับกลัวคนมาเห็นเสียอย่างนั้น
กู้สิงรู้สึกว่าตัวเองเกร็งเกินไป หลินนั่วพูดไม่ผิด ถ้ากลัวอึดอัดแล้วเขาจะสร้างฮาเร็มทำไม
อย่าว่าแต่ถูกลั่วหนิงกับเฉินหลิงซูมาเห็นเลย ต่อให้วันข้างหน้าจะทำพร้อมกันสามคน ก็ไม่มีอะไรต้องอึดอัด
ตั้งแต่ตกลงคบหากับหลินนั่ว กู้สิงก็ใช่ว่าจะไม่เคยจินตนาการถึงฉากนั้น
พอคิดได้ดังนั้นกู้สิงก็ฮึกเหิมขึ้นมาทันที เขาอุ้มหลินนั่วแล้วเริ่มครั้งที่สาม ส่งผลให้โซฟาที่เพิ่งเช็ดไปกลับมา "เลอะเทอะ" อีกครั้ง เปียกลื่นจนเป็นรอยคราบน้ำวงใหญ่ แต่ทว่าจนกระทั่งครั้งที่สามจบลง ลั่วหนิงกับเฉินหลิงซูก็ยังไม่กลับมา...
"ทำไมพี่ถึงทำหน้าผิดหวังขนาดนั้นล่ะ"
หลินนั่วสังเกตเห็นกู้สิงมองไปที่ประตู จึงมองเขาด้วยความประหลาดใจ พี่ชายเป็นพวกวิตถารจริงๆ ด้วย ก่อนหน้านี้ยังพร่ำบอกว่ากลัวอึดอัดอยู่เลย แต่ตอนนี้กลับตั้งตารอให้คนมาเห็นซะงั้น?
"พี่เปล่านะ"
กู้สิงปากแข็งไม่ยอมรับ ที่จริงแล้วรอบนี้เขาแค่เตรียมใจที่จะถูกจับได้เอาไว้เต็มที่
ผลคือเตรียมใจมาตั้งนานเสียเปล่า ลั่วหนิงกับเฉินหลิงซูก็ยังไม่กลับมาเสียที
กู้สิงหยิบผ้าห่มมาคลุมร่างที่เปลือยเปล่าของทั้งสองคน ก่อนจะเอ่ยปากถาม "เรื่องแม่ม่ายดำคนนั้น เธอรู้อะไรบ้างไหม"
"แม่ม่ายดำชื่อซีเหมินเยี่ยน อายุสี่สิบสองปี เป็นไฮโซระดับท็อปของซีโจว"
หลินนั่วถูไถร่างเข้ากับกู้สิงภายใต้ผ้าห่ม ทว่าน้ำเสียงกลับฟังดูทะมัดทะแมง "เบื้องหน้าคนคนนี้มีฐานะเป็นประธานกรรมการของฟ้าใสเอ็นเตอร์เทนเมนต์ แต่เบื้องหลัง..."
เธอชะงักไปเล็กน้อย
หลินนั่วราวกับกำลังไตร่ตรองคำพูด "เบื้องหลังน่าจะเรียกได้ว่าเป็นแม่เล้าที่ใหญ่ที่สุดในวงการเลยล่ะค่ะ ในมือเธอมีประวัติฉาวของศิลปินนับไม่ถ้วน ตั้งแต่ระดับซูเปอร์สตาร์แถวหน้าไปจนถึงหน้าใหม่ที่เพิ่งเดบิวต์ มีทั้งชายและหญิง เธอใช้ประวัติฉาวพวกนี้มาควบคุมพวกเขา บังคับให้ไปนั่งดริ้งค์หรือนอนด้วยอะไรทำนองนั้น แรกๆ ก็ให้นอนกับตัวเอง แต่หลังๆ ก็จัดแจงให้คนพวกนี้ไปนอนกับพวกลูกค้าระดับวีไอพีหรือนายทุนใหญ่จากวงการต่างๆ"
กู้สิงหลับตาลง นึกถึงภาพฉากหนึ่งในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม
ซีเหมินเยี่ยนนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาในคลับหรู คีบบุหรี่มวนเล็กยาวไว้ในมือ ท่ามกลางควันบุหรี่ที่ลอยคลุ้ง สายตาของเธอราวกับงูที่เลื้อยไล้ไปตามเรือนร่างของกู้สิง
เธอพูดว่า
"เสี่ยวกู้ หน้าตาหล่อเหลาขนาดนี้ ยกให้คนอื่นก็น่าเสียดายแย่ มาปรนนิบัติฉันเถอะนะ มาเป็นเด็กดีของฉันคนเดียว แล้วฉันจะไม่ส่งเธอไปให้คนอื่นเล่นหรอก"
ผู้หญิงคนนั้นมองเจ้าของร่างเดิมเป็นเพียงของเล่น
ในวงการมีผู้ชายแบบนี้อยู่เยอะ และผู้หญิงแบบนี้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาก็เริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ ที่น่ากลัวที่สุดคือสถานการณ์มันเริ่มเละเทะขึ้นทุกที ผู้ชายเริ่มเล่นผู้ชาย ผู้หญิงก็เริ่มเล่นผู้หญิง
วุ่นวายไปหมด!
เจ้าของร่างเดิมปฏิเสธ จากนั้นก็ต้องเผชิญกับการถูกกดขี่ สาดโคลน และถูกแบนอย่างเงียบๆ ซีเหมินเยี่ยนใช้ทรัพยากรทั้งหมดที่มีในมือ ทำให้กู้สิงจากนักแสดงหน้าใหม่ที่มีศักยภาพ กลายเป็นหนูข้างถนนที่ใครๆ ก็รังเกียจ คิวงานถูกยกเลิก บทถูกเปลี่ยนตัว พาร์ทเนอร์ถูกข่มขู่ แม้แต่งานพรีเซนเตอร์ที่ตกลงกันไว้เรียบร้อยแล้วก็ถูกเธอพูดคำเดียวจนพังทลาย เรียกได้ว่าถ้าเปลี่ยนเป็นคนธรรมดาทั่วไป ก็คงทำได้เพียงยอมจำนนเท่านั้น
แต่เจ้าของร่างเดิมกลับเลือกที่จะฆ่าตัวตาย
ก่อนจะฆ่าตัวตาย ใช่ว่าเจ้าของร่างเดิมจะไม่เคยต่อสู้ดิ้นรน
เคยไปหาบริษัท แต่ผลคือซ่งหย่าผู้เป็นผู้จัดการกลับเห็นดีเห็นงามกับคนชั่ว พาพวกศิลปินมารังแกเขา แถมยังทำทีเป็นสั่งสอนอย่างหวังดีว่า
"ทำไมเธอถึงได้หัวทึบแบบนี้นะ"
เคยไปหาทนาย ทนายก็บอกว่า "คุณไม่มีหลักฐาน" ซึ่งความจริงแล้วต่อให้มีหลักฐานไปก็ไร้ประโยชน์
เคยไปหาสื่อ สื่อก็บอกว่า "ข่าวนี้เราลงให้ไม่ได้" อิทธิพลของซีเหมินเยี่ยนมากพอที่จะทำให้สื่อกระแสหลักยอมไว้หน้า เครือข่ายเบื้องหลังของเธอมันใหญ่โตมาก!
"พี่คะ?"
เสียงของหลินนั่วดึงเขากลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง
กู้สิงลืมตาขึ้น "อืม พูดต่อสิ"
หลินนั่วกล่าวว่า "เครือข่ายความสัมพันธ์เบื้องหลังซีเหมินเยี่ยนนั้นซับซ้อนมาก เธอมีจุดอ่อนของผู้คนมากมายอยู่ในมือ ไม่ใช่แค่วงการบันเทิง แต่ยังรวมถึงวงการธุรกิจด้วย เรียกได้ว่าการที่เธอสามารถทำตัวกร่างในซีโจวมาได้หลายปีขนาดนี้ ไม่ได้พึ่งพาแค่ตัวเธอเอง แต่พึ่งพาการคุ้มครองจากลูกค้าในมือของเธอต่างหาก"
กู้สิงยิ้มบางๆ "เธอเลยยังจัดการผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ในทันทีสินะ"
หลินนั่วได้ยินดังนั้นก็หัวเราะออกมา เธอไม่ได้อธิบายอะไร เพียงแค่หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แล้วกดโทรออกต่อหน้ากู้สิง
"นั่วนั่ว"
คนที่รับสายกลับกลายเป็นกงซุนเหยียน
หลินนั่วพูดกลั้วหัวเราะ "พี่กงซุน ฉันอยากจัดการซีเหมินเยี่ยนค่ะ"
กงซุนเหยียนที่อยู่ปลายสายตอบกลับมา "อืม เดี๋ยวพี่จัดการให้ รอฟังข่าวก็แล้วกัน"
หลังวางสาย หลินนั่วก็ขยิบตาให้กู้สิง "วันคืนอันแสนสุขของแม่ม่ายดำ เข้าสู่ช่วงนับถอยหลังแล้วล่ะค่ะ"
กู้สิงมองน้องสาวที่กำลังอวดเบ่ง "..."
เอาเส้นสายที่เขาทิ้งไว้ให้ มาอวดเบ่งใส่เขาเนี่ยนะ?
หลินนั่วแค่นเสียงฮึดฮัด "พี่ชายมองด้วยสายตาแบบนั้นหมายความว่าไงคะ ต่อให้ไม่หากงซุนเหยียน ขอแค่ฉันปล่อยข่าวออกไป บอกคนภายนอกว่าซีเหมินเยี่ยนล่วงเกินฉัน วันรุ่งขึ้นพวกที่คอยหนุนหลังซีเหมินเยี่ยนก็จะขีดเส้นแบ่งความสัมพันธ์กับเธอทันทีนั่นแหละค่ะ ในสายตาคนพวกนั้น ท้ายที่สุดแล้วซีเหมินเยี่ยนก็เป็นแค่แม่เล้าชั้นสูงเท่านั้น ในสายตาพวกเขา เธอไม่ได้มีความสลักสำคัญอะไรเลย ฉันต่างหากที่เป็นราชินีแห่งแวดวงไฮโซของซีโจวตัวจริง"
"นั่วนั่วเก่งที่สุดเลย"
กู้สิงชิงตัดบทไม่ให้หลินนั่วได้คุยโวต่อไป
หลินนั่วพุ่งเป้าไปที่แม่ม่ายดำ "พี่ชายวางใจเถอะค่ะ อีกไม่นานซีเหมินเยี่ยนก็จะได้เข้าไปอยู่เป็นเพื่อนซ่งหย่าแล้ว"
"มีอะไรให้พี่ช่วยไหม"
"พี่ชายไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นแหละค่ะ"
น้ำเสียงของหลินนั่วอ่อนโยนลง "เรื่องต่อยตีฆ่าฟันปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเอง พี่ชายตั้งใจแข่งให้สบายใจ แล้วก็เตรียมตัวสำหรับงานแต่งงานของเราก็พอแล้วค่ะ"
"อืม"
กู้สิงลูบผมหลินนั่วเบาๆ เมื่อมีความช่วยเหลือจากกงซุนเหยียน การที่น้องสาวอยากจะจัดการกับแม่ม่ายดำสักคนก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรนัก
ส่วนเบื้องหลังของแม่ม่ายดำ จะยังมีใครคอยหนุนหลังอยู่อีก?
ภายในอาณาจักรตำนาน จะมีใครที่สนิทสนมกับแม่ม่ายดำเป็นพิเศษหรือไม่?
เรื่องพวกนี้ล้วนเป็นเรื่องของอนาคต การกวาดล้างครั้งใหญ่ของกู้สิงยังคงดำเนินต่อไป