วันจันทร์ที่ 24 เมษายน
เช้าวันนี้เมื่อลู่หมิงมาถึงบริษัท เขาก็ตรงไปที่ห้องค้าหุ้นทันที เริ่มตั้งแต่วันซื้อขายวันแรกของสัปดาห์นี้ พอร์ตเทียนเซิ่งจงเสี่ยวชวง 300 จะเริ่มเข้าสู่ช่วงการสร้างสถานะซึ่งกินเวลาประมาณหนึ่งเดือน
ตอนนี้ ลู่หมิงจ้องมองหน้าจอในห้องค้าหุ้นที่แสดงกราฟแท่งเทียนพิเศษ ซึ่งก็คือดัชนีเทียนเซิ่งซั่ง 50, ดัชนีเทียนเซิ่งเซิน 100 และดัชนีเทียนเซิ่งจงเสี่ยวผาน 300
นี่คือแนวโน้มดัชนีที่บริษัทจัดทำขึ้นเป็นการภายใน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงภาพรวมอัตราการเพิ่มขึ้นและอัตราการลดลงของหุ้นองค์ประกอบในพอร์ตการลงทุนใหญ่ทั้งสามนี้ ปัจจุบันยังไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ และจะเปิดเผยก็ต่อเมื่อสร้างสถานะเสร็จสิ้นแล้วเท่านั้น
ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาเปิดตลาด แต่ลู่หมิงได้แจกจ่ายรายชื่อหุ้นองค์ประกอบของเทียนเซิ่งจงเสี่ยวผาน 300 ไปเรียบร้อยแล้ว เทรดเดอร์ในห้องค้าหุ้นต่างก็ได้รับรหัสซื้อขายหุ้นและรายละเอียดการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องแล้วเช่นกัน
เมื่อถึงเวลาเปิดตลาด เทรดเดอร์ทุกคนในห้องก็เริ่มส่งคำสั่งซื้อขายอย่างต่อเนื่อง
ลู่หมิงจ้องมองข้อมูลภายในของดัชนีเทียนเซิ่งจงเสี่ยวผาน 300 หุ้นองค์ประกอบ 300 ตัวแรกที่เลือกไว้เริ่มมีการจับคู่ซื้อขายทีละตัวและยังคงจับคู่อย่างต่อเนื่อง
หุ้นตัวแรกที่มีการจับคู่ซื้อขายคือ "ฟางต๋าถ้านซู่ (600516)" หุ้นตัวนี้มีทุนจดทะเบียนทั้งหมดเกือบ 1.8 พันล้านหุ้น ราคาหุ้นปัจจุบันอยู่ที่ 9 หยวนกว่า ซื้อได้มากสุดประมาณ 800 ล้านหยวน ไม่สามารถซื้อได้มากกว่านี้แล้ว หากมากกว่านี้จะไปกระตุ้นกลไกการประกาศการถือครองหุ้นเกินเพดาน
กฎเหล็กในการลงทุนหุ้นขนาดเล็กคือ สัดส่วนการถือครองหุ้นต้องไม่เกิน 5% ของทุนจดทะเบียนทั้งหมดของบริษัทนั้นๆ เพื่อให้สามารถหอบกำไรหนีได้ทุกเมื่อในภายหลัง
เมื่อเห็นชื่อหุ้นตัวนี้ ลู่หมิงก็นึกถึงกราฟีนขึ้นมาทันที ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ หุ้นกลุ่มกราฟีนจะเกิดกระแสขาขึ้นครั้งใหญ่
และฟางต๋าถ้านซู่ก็คือผู้นำในการปั่นหุ้นกลุ่มกราฟีนรอบนี้ ในเวลาเพียงสองเดือนสั้นๆ มันเคยถูกปั่นขึ้นไปเกือบ 40 หยวน พุ่งขึ้นมากกว่า 3 เท่าตัว ในขณะที่ราคาหุ้นของฟางต๋าถ้านซู่ในตอนนี้ยังต่ำกว่า 10 หยวน
หลังจากสร้างพอร์ตการลงทุนเทียนเซิ่งจงเสี่ยวผาน 300 แล้ว หุ้นยอดฮิตแบบนี้ก็สามารถเข้าร่วมได้เช่นกัน ลู่หมิงจะเน้นไปที่การควบคุมการซื้อขายหุ้นขนาดกลางและเล็กเป็นหลัก พอร์ตการลงทุนใหญ่ทั้งสองอย่างเทียนเซิ่งซั่ง 50 และเทียนเซิ่งเซิน 100 นั้นแทบจะไม่มีอะไรให้ขยับมากนัก สิ่งที่โดดเด่นสำหรับหุ้นที่เป็นดั่งหินถ่วงเรือคือความมั่นคง ครั้งที่สำคัญที่สุดก็คือตลาดหมีครั้งใหญ่ตลอดทั้งปีหน้า ซึ่งเป็นช่วงที่แม้แต่เหมาไถก็ยังต้องร่วงลงครึ่งหนึ่ง
ถึงตอนนั้นหุ้นที่มีน้ำหนักมากก็ต้องลดพอร์ตลงเช่นกัน เรื่องนี้ค่อนข้างยุ่งยาก เพราะขนาดพอร์ตใหญ่เกินไปทำให้ระบายหุ้นออกได้ยาก แต่ลู่หมิงมีวิธีแน่นอน การจะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในปีหน้ายังต้องใช้ความพยายามอีกมาก เรื่องนี้ยังไม่ต้องรีบร้อน
หากกล่าวว่าการปรับเปลี่ยนพอร์ตการลงทุนใหญ่ทั้งสองก่อนหน้านี้เป็นการปรับตามระดับเส้นค่าเฉลี่ยรายปีและรายไตรมาสแล้วละก็ เทียนเซิ่งจงเสี่ยวผาน 300 ที่มีความผันผวนสูงก็จะเป็นการปรับตามระดับเส้นค่าเฉลี่ยรายเดือนและรายสัปดาห์ มิฉะนั้นหากรักษาผลกำไรไว้ไม่ได้ก็อาจเท่ากับลงแรงไปสูญเปล่า
ถัดมาที่มีการจับคู่ซื้อขายคือเป่าไท่หลง (601011) และเต้าซื่อจี้ซู่ (300409) สองตัวนี้ยังคงเป็นหุ้นกลุ่มกราฟีน หุ้นสองตัวนี้คือทัพกลางและทัพหลังของการปั่นหุ้นกราฟีนในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ อัตราการเพิ่มขึ้นที่คาดหวังของเป่าไท่หลงคือมากกว่า +150% ส่วนเต้าซื่อจี้ซู่ในฐานะทัพหลังก็เกือบจะทำกำไรได้เท่าตัวเช่นกัน
กินกำไรจากคลื่นขาขึ้นหลักเสร็จก็เผ่น หุ้นขนาดกลางและเล็กก็เป็นแบบนี้แหละ ตราบใดที่ยังไม่มีแววจะเลื่อนขั้นเป็น "มังกร" ใครอยากจะถือยาวเพื่อลงทุนแบบเน้นคุณค่าก็เชิญตามสบาย ยังไงลู่หมิงก็ไม่เอาด้วยแน่
หุ้นตัวต่อไปที่มีการจับคู่ซื้อขายคือหลู่ซีฮว่ากง (000830) คาดว่าจะสร้างสถานะที่ 430 ล้านหยวน ใช้เวลาประมาณแปดวันทำการจึงจะบรรลุเป้าหมายการสร้างสถานะทั้งหมด วันนี้ซื้อได้มากสุด 50 ล้านหยวน และยังต้องค่อยๆ ทยอยเก็บสะสมไปทีละล็อต มิฉะนั้นราคาจะถูกลากไปจนติดซิลลิ่ง
นี่ก็เป็นหุ้นสามเด้งเช่นกัน ช่วงครึ่งปีหลังจะเริ่มเข้าสู่แนวโน้มคลื่นขาขึ้นหลักที่กินเวลากว่าครึ่งปี คาดว่าจะทำกำไรได้ 1.2 พันล้านหยวน ส่วนจะทำเงินได้เท่าไหร่ก็ขึ้นอยู่กับอารมณ์ในการเทรดของลู่หมิงแล้ว หากบังเอิญเจอการปรับฐานก็จะทำ T+0 ตราบใดที่ทำ T+0 สักสองสามครั้ง การทำกำไร 1.5 พันล้านหยวนจากแนวโน้มรอบนี้ก็เป็นเรื่องง่ายๆ
หุ้นตัวที่ห้าที่มีการจับคู่ซื้อขายคือฟางต๋าเท่อกัง (600507) นี่ก็เป็นหุ้นที่จะเริ่มคลื่นขาขึ้นหลักในช่วงครึ่งปีหลังเช่นกัน โดยจะลากยาวไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้าถึงจะจบลงและค่อยๆลดลง มีความคาดหวังว่าจะทำกำไรได้สองเท่า
แนวโน้มขาขึ้นของหุ้นตัวนี้มีความผันผวนสูงมาก มีการปรับฐานครั้งใหญ่ระดับรายเดือนถึงสองครั้ง ซึ่งมีช่วงการแกว่งตัวถึงประมาณ 20% การปรับฐานแบบนี้แน่นอนว่าต้องหลีกเลี่ยง หากเล่นรอบสักสองครั้ง ผลตอบแทนจริงจะสามารถทำกำไรเพิ่มได้อีก 1.5 เท่า ซึ่งก็คือผลตอบแทนที่คาดหวัง 3.5 เท่า
หุ้นตัวที่หกคือหานรุ่ยกู่เย่ (300618) หุ้นตัวนี้เป็นหุ้นใหม่ที่เพิ่งเข้าตลาดในเดือนมีนาคม ทำสถิติติดซิลลิ่งเปิดกระโดด 18 วันซ้อน หลังจากเปิดกระดานก็ร่วงลงมาตลอดทาง จนถึงวันนี้ร่วงลงมาจากจุดสูงสุดสะสมไปแล้วกว่า -36% ลู่หมิงเลือกการเปิดสถานะ เพราะมันร่วงลงมาถึงจุดต่ำสุดแล้ว
หุ้นตัวนี้ในอนาคตจะเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นยาวนานถึงหนึ่งปี คาดหวังกำไรสี่เท่า สำหรับแนวโน้มตลาดในเวลาต่อมา กลุ่มอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ลิเธียมก็เข้าสู่แนวโน้มที่แข็งแกร่งเช่นกัน หุ้นอย่างก้านเฟิงลี่เย่, ฮว๋าโหย่วกู่เย่, อี้เหวยลี่เหนิง ต่างก็มีแนวโน้มพุ่งขึ้นเป็นเท่าตัว
แน่นอนว่าต้องลุยเต็มที่
หุ้นขนาดกลางและเล็กที่เอะอะก็พุ่งขึ้นเป็นเท่าตัว แสดงให้เห็นชัดเจนว่ามีความผันผวนสูงมากจริงๆ
ต่อมาเมื่อเวลาผ่านไป หุ้นองค์ประกอบก็มีการจับคู่ซื้อขายอย่างต่อเนื่องมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งพ่ายเซินเคอจี้, ซื่อหลานเวย, ซินจินเตี่ยน, สุ่ยจิ่งฟาง, ซิงกังกู่เฟิ่น, เหิงลี่เยี่ยย่า, เหิงลี่สือฮว่า, หยางกวานเตี้ยนหยวน, ทงเวยกู่เฟิ่น และอื่นๆ อีกมากมาย
อย่าหาว่าอย่างงั้นอย่างงี้เลย หุ้นองค์ประกอบชุดแรกของพอร์ตเทียนเซิ่งจงเสี่ยวผาน 300 มีหลายบริษัทที่กลายมาเป็นเสาหลักของตลาดหุ้น A-Share ในอีกสามสี่ปีให้หลัง อย่างเช่น เหิงลี่เยี่ยย่า, หยางกวานเตี้ยนหยวน, ทงเวยกู่เฟิ่น, ฉางชุนเกาซิน, คังไท่เซิงอู้, ทงเช่ออีเหลียว และอื่นๆ ล้วนเป็นบริษัทที่สามารถแตะระดับมูลค่าตลาดแสนล้านหยวนได้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า มีแววเลื่อนขั้นเป็น "มังกร"
แต่ตอนนี้พวกมันล้วนเป็นหุ้นขนาดเล็ก เป็นของล้ำค่าที่แท้จริง
บริษัทเหล่านี้ไม่เพียงแต่เข้ามาเป็นหุ้นองค์ประกอบของเทียนเซิ่งจงเสี่ยวผาน 300 เท่านั้น แต่ในเทียนเซิ่งซั่ง 50 และเทียนเซิ่งเซิน 100 ก็มีการจัดสรรไว้เช่นกัน แถมยังเป็นการจัดสรรแบบถือครองในสัดส่วนที่สูงอีกด้วย
การจัดสรรในพอร์ต 50 และ 100 หมายความว่าจะไม่ลดสัดส่วนการถือครองลงง่ายๆ
การจัดสรรในจงเสี่ยวผาน 300 เป็นเพราะตอนนี้พวกมันคือหุ้นขนาดเล็ก หุ้นบลูชิพที่สามารถฝ่าฟันจากหุ้นขนาดเล็กจนเติบโตเป็นเสาหลักได้แบบนี้ ถึงเวลาต่อให้ลดสัดส่วนการถือครองและออกประกาศก็ไม่เป็นไร
อีกทั้งการลดสัดส่วนการถือครองก็จะไม่ทำให้เกิดความผันผวนมากนัก เหตุผลที่เทียนเซิ่งจงเสี่ยวผาน 300 ลดสัดส่วนบริษัทคุณภาพสูงที่มีการเติบโตสูงเหล่านี้ แน่นอนว่าต้องเป็นเพราะพวกมันไม่ใช่หุ้นขนาดเล็กอีกต่อไป ดังนั้นจึงต้องคัดออกจากพอร์ตจงเสี่ยวผาน 300 ซึ่งถือเป็นการปรับพอร์ตแบบเชิงรับและจะไม่ทำให้เกิดแรงเทขายมากนัก
และในขั้นตอนการปฏิบัติงานจริง หุ้นที่มีการเติบโตสูงเช่นนี้ก็จะไม่ถูกเทขาย การคัดออกจากจงเสี่ยวผาน 300 เพื่อเว้นที่ว่างให้ ทำไมจะต้องไปเทขายในตลาดรองด้วยล่ะ? แบบนั้นมันไม่โง่ไปหน่อยเหรอ...
หุ้นในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ก็แค่โอนไปยังเทียนเซิ่งซั่ง 50 โดยตรง หุ้นในตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้นก็แค่โอนไปยังเทียนเซิ่งเซิน 100 โดยตรง การเปลี่ยนจากมือซ้ายไปมือขวายังช่วยประหยัดค่าธรรมเนียมการซื้อขาย แค่ปรับดัชนีพอร์ตการลงทุนใหญ่ทั้งสามในระบบการซื้อขายภายในของเทียนเซิ่งแคปปิตอลโดยตรงก็พอแล้ว ท้ายที่สุดนี่ก็คือดัชนีที่บริษัทจัดทำขึ้นเอง
ช่วงเวลานี้ ลู่หมิงทำการซื้อสวนหุ้นขนาดกลางและเล็กในตลาดหุ้น A-Share อย่างมีความสุขจนแทบจะบินได้ ในขณะที่นักลงทุนในตลาดค่อยๆ ชินชากับการร่วงลงของหุ้นไปแล้ว
บนซอฟต์แวร์ถงฮวาซุ่น ส่วนความคิดเห็นด้านล่างดัชนีตลาดหลักทรัพย์ถูกกลืนกินไปด้วยคำด่าทอนับไม่ถ้วนอีกครั้ง
"ขายเกลี้ยงแล้ว ล้างพอร์ต ว่างงาน สงบสุข!"
"เม่าตายเรียบ!"
"หมายความว่าไงเนี่ย ร่วงซะขนาดนี้?"
"เมื่อวานกำไร 1,000 วันนี้ขาดทุนยับไป 3,000 กว่า"
"พวกสถาบันคิดแต่จะฟันกำไรจากเม่า นิสัยแบบนี้... เป็นเม่านี่ลำบากจริงๆ"
"หุ้น A-share ทำเงินยากจริงๆ"
"ตลาดบวก หุ้นในมือร่วง ตลาดลบ หุ้นในมือดิ่งเหว แม่มเอ๊ย!"
"กะจะเข้าตลาดหุ้นมาหาค่าขนม กลายเป็นหมดตัวซะงั้น"
"เก่งจริงๆ ขาดทุนสม่ำเสมอทุกวัน โคตรเทพเลยกู"
"การปรับฐาน, ปรับตัว, แกว่งตัว, ร่วงเล็กน้อย, ปิดลบ, ปรับตัวลง, ร่วงหนัก, ก้นเพชร, ก้นเด็กทารก, ก้นจักรวาล, กระทิงหัวหมีทางเทคนิค"







