(อ่านฟรีจนจบ) บ้าไปแล้ว! นายมันไม่ใช่จิตแพทย์เลยสักนิด! · khram
ตอนที่ 196
บทที่ 196 ในเวลางานเรียกคุณว่าเจ้านาย แต่ลับหลังเรียกฉันว่า... พ่อ
ผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน
แหม... ตอนแรกหนุ่มเจ้าสำอางยังกล้าหาว่าเฉินหยูใส่ร้ายเขาอยู่เลย
แต่เพียงไม่กี่คำ เขาก็เผลอหลุดความจริงออกมาด้วยตัวเอง
หนุ่มเจ้าสำอางรู้สึกเสียใจสุด ๆ ในใจแทบร้องไห้
"เฉินหยูมันเจ้าเล่ห์เกินไป!"
เขาถูกล่อทีละนิดจนเดินเข้าสู่กับดัก
และสุดท้ายก็ดันยอมรับความจริงออกมาเอง
ตอนแรกเขาคิดว่าเฉินหยูจะเอาเรื่องนี้มาล้อเลียน
แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็คือ...
เฉินหยูกลับไม่ติดใจอะไรกับเรื่องนั้นเลย
ไม่แม้แต่จะเหน็บแนมเพิ่มเติมด้วยซ้ำ
เฉินหยูพูดต่ออย่างใจเย็น
“หลังจากที่คุณช่วยพาเจ้านายขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว ผู้หญิงคนนั้นก็เรียกคุณไปคุยเป็นการส่วนตัว”
“เธอบอกให้คุณช่วยแบ่งเบาภาระงานของเจ้านายให้มากขึ้น แล้วก็ขอเบอร์ติดต่อของคุณไว้ด้วย”
หนุ่มเจ้าสำอางรู้สึกเหมือนหัวใจจะหลุดออกมาจากอก
“นาย... นายรู้ทุกอย่างจริง ๆ เหรอ?”
เพราะสิ่งที่เฉินหยูพูดมันเกิดขึ้นในที่ลับ ไม่มีทั้งคนอื่นหรือกล้องวงจรปิด
แล้วเฉินหยูรู้ได้ยังไงกัน?!
ถึงจะบอกว่าสามารถทำนายอดีตและอนาคตได้
แต่จะรู้ได้ขนาดบทสนทนาส่วนตัวเลยเหรอ?
เฉินหยูพูดต่อไปอย่างไม่สนใจ
“หลังจากวันนั้น ผู้หญิงคนนั้นก็มักจะส่งข้อความมาหาคุณบ่อย ๆ”
“ด้วยความที่คุณถนัดในการคุยออนไลน์อยู่แล้ว ไม่นานเธอก็เปิดใจให้คุณ”
“เธอบอกว่าสามีตายตั้งนานแล้ว ส่วนลูกชายก็เอาแต่ทำงาน ทั้งปีแทบไม่เจอกันเลย”
“ถึงแม้ลูกชายของเธอจะไม่ต้องการเงินจากเธอ แต่เธอกลับไม่เคยรู้สึกถึงความอบอุ่นเลย”
“วันนั้นที่เจอคุณ เธอรู้สึกเหมือนได้เห็นลูกชายตอนยังเด็กอีกครั้ง”
“หลังจากนั้นเธอถามวันเกิดของคุณ และพอรู้ว่าคุณเกิดวันเดียวกับลูกชายของเธอ เธอก็คิดว่านี่คือพรหมลิขิต”
ทุกคำพูดของเฉินหยู
ทำให้ใบหน้าของหนุ่มเจ้าสำอางซีดลงเรื่อย ๆ
เฉินหยูพูดต่อไปไม่หยุด
“จากนั้น เธอก็ให้เงินคุณเรื่อย ๆ แบบไม่ขาดสาย”
“เพราะเธอให้เงินง่าย ๆ แบบนี้ คุณก็เลยเต็มใจที่จะเป็นคนรักของเธอ”
“คุณเคยบอกเธอหลายครั้งว่าอยากลาออกจากงาน เพื่อจะได้อยู่กับเธอตลอดเวลา”
“แต่ไม่รู้ด้วยเหตุผลอะไร เธอกลับยืนยันให้คุณทำงานต่อที่บริษัท”
“เมื่อเศรษฐีนีพูดแบบนั้น คุณจะกล้าปฏิเสธได้ยังไง?”
“คุณเลยต้องเป็นทั้งคนรักลับ ๆ ของเธอ
และเป็นลูกน้องทำงานงก ๆ ให้เจ้านายของคุณไปพร้อม ๆ กัน”
ทันใดนั้น...
“ปัง!”
เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังลั่น
หนุ่มเจ้าสำอางทรุดตัวลงกับพื้น ใบหน้าเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาน
ด้านหลังของเขา
มีชายวัยกลางคนในชุดสูท หน้าตาโหดเหี้ยม ยืนถือท่อเหล็กอยู่ในมือ
ใช่แล้ว... เมื่อกี้เขาเพิ่งฟาดท่อเหล็กใส่หนุ่มเจ้าสำอางเต็มแรง!
หนุ่มเจ้าสำอางเจ็บปวดจนหายใจไม่ออก
เขาพยายามเปล่งเสียงอย่างยากลำบาก
“บะ... บอส... ทำไมคุณต้องตีผมด้วย?”
ชายวัยกลางคนคำรามอย่างโกรธเกรี้ยว
“ไอ้เวรเอ๊ย! ฉันไม่ใช่แค่จะตีแกหรอก วันนี้ฉันจะตีให้แกตายเลยด้วยซ้ำ!”
ทันใดนั้น
เขาก็เงื้อท่อเหล็กขึ้นอีกครั้ง
แล้วฟาดใส่แขนขวาของหนุ่มเจ้าสำอางเต็มแรง
“อ๊ากกกกกกกกกกก!!”
เสียงกรีดร้องดังลั่นสะท้อนก้องไปทั่วห้องถ่ายทอดสด
ผู้ชมหลายล้านคนถึงกับอ้าปากค้าง
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?!”
หนุ่มเจ้าสำอางไปทำอะไรที่ร้ายแรงขนาดนี้
ถึงได้ทำให้เจ้านายของเขาโกรธจนลงมือทารุณแบบนี้?
ก่อนหน้านี้เฉินหยูเตือนว่า
“ถ้าไม่หนีภายในสามนาที จะมีปัญหาใหญ่แน่นอน”
แต่ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าปัญหาที่ว่านั้น
จะโหดร้ายขนาดนี้!
หนุ่มเจ้าสำอางร้องไห้ขอความเมตตา
“บอส ผมรู้แล้วว่าผมผิด! ได้โปรดอย่าตีผมอีกเลย!”
“ถ้าตีต่อไป ผมคงไม่รอดแน่ ๆ!”
เขารู้ดีว่าเจ้านายคนนี้เป็นพวกโหดสุดขั้ว
แม้จะเจ็บปวดแทบตาย แต่เขาก็ยังพยายามคลานไปกอดขาของเจ้านาย
ขอร้องอย่างสิ้นหวัง
ชายวัยกลางคนถือท่อเหล็กในมือ
จ้องลงมาที่เขาอย่างเหยียดหยาม
“รู้ตัวไหมว่าแกทำผิดอะไร?”
หนุ่มเจ้าสำอางร้องไห้สะอึกสะอื้น
“ผม... ผมไม่รู้...”
“ไม่รู้เหรอ? งั้นฉันจะบอกให้ก็ได้!”
ชายวัยกลางคนคำรามสุดเสียง
“ผู้หญิงในรูปถ่ายที่แกเรียกว่า ‘แม่’ น่ะ คือแม่ของฉันต่างหากล่ะ!!”
หนุ่มเจ้าสำอางรู้สึกเหมือนสมองจะระเบิด
เรื่องที่เขาไม่เข้าใจมาก่อน ตอนนี้กลับชัดเจนขึ้นในเสี้ยววินาที
ที่แท้... มันเป็นแบบนี้นี่เอง!
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมผู้หญิงคนนั้นถึงคอยดูแลเจ้านายของเขาอย่างใกล้ชิด
แถมยังย้ำกับเขาตลอดว่า
“ช่วยดูแลเจ้านายของเธอให้ดี ๆ นะ”
เธอยังพยายามขัดขวางทุกครั้งที่เขาบอกว่าอยากลาออกจากบริษัท
เจ้านายของเขาเหวี่ยงท่อเหล็กในมือ
คำรามออกมาอย่างโกรธเกรี้ยวว่า
“ไอ้สารเลว! ตอนแรกฉันเห็นว่าแกฉลาด ปรับตัวเก่ง ฉันเลยตั้งใจจะฝึกแกให้เป็นมือขวาของฉัน”
“แต่แกดันไม่อยากเป็นลูกน้องของฉัน กลับอยากเป็น... พ่อของฉันงั้นเหรอ?!”
“วันนี้ฉันจะไม่แค่ตีแกให้เจ็บ แต่จะตีแกให้ตาย!”
พูดจบ เจ้านายก็บ้วนถุยน้ำลายลงพื้นหลายครั้ง
แล้วก็เงื้อท่อเหล็กขึ้นอีกครั้งเพื่อฟาดซ้ำ
“หมอนี่โหดเกินไปแล้ว หรือเคยเป็นนักเลงมาก่อน?”
“ดูจากรอยสักที่คอสิ นั่นไม่ใช่รอยสักธรรมดาแน่ ๆ นายจ้างบริษัททั่วไปคงไม่สักแบบนี้หรอก”
“โว้ว! เจ้านายไม่ธรรมดาเลย บริษัทคงมีเบื้องหลังไม่สะอาดแน่ ๆ”
“หรือจะเป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรม?”
“หนุ่มเจ้าสำอาง: เจ้านาย เราแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวได้ ในที่ทำงานผมเรียกคุณว่าเจ้านาย ลับหลังคุณเรียกผมว่า... พ่อ!”
“เดี๋ยวนะ ทำไมข้อความบนจอเหมือนมีเสียง?”
“ผู้กำกับที่ชอบถ่ายหนังแนวมาเฟีย มาดูนี่เร็ว! นี่แหละของจริง ทุกหมัดถึงเนื้อ ทุกท่อถึงกระดูก!”
“โคตรจะระทึกใจเลยว่ะ!”
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่
พนักงานหลากหลายวัยจำนวนมากมารวมตัวกันรอบ ๆ
เจ้านายหันไปตะคอกใส่พนักงาน
“พวกแกยืนดูอะไร?! ปิดไลฟ์สดเดี๋ยวนี้!”
หลังจากตีไปเกือบสิบครั้ง
เจ้านายเหนื่อยจนหอบหายใจถี่ ๆ
เมื่อเหลือบไปเห็นคอมพิวเตอร์ที่ยังเปิดไลฟ์อยู่ ใบหน้าของเขาแทบจะเปลี่ยนเป็นสีเขียว
พนักงานที่หัวไวรีบกดปุ่มรีสตาร์ททันที
คอมพิวเตอร์ดับลง การถ่ายทอดสดและการเชื่อมต่อกับเฉินหยูจบลงทันที
“หมอเฉิน... หมอนั่นจะไม่ตายใช่ไหม?”
ผู้ชมคนหนึ่งที่ใจดีส่งข้อความมาถามอย่างเป็นห่วง
เฉินหยูยิ้มเล็กน้อยแล้วตอบว่า
“เขาไม่ตายหรอก แต่หลังจากนี้... เขาจะต้องนั่งรถเข็นไปตลอดชีวิต”
“เส้นประสาทที่มือทั้งสองข้างเสียหายถาวร มือจะสั่นไม่หยุดไปตลอดชีวิต”
เมื่อรู้ถึงชะตากรรมของหนุ่มเจ้าสำอาง
ผู้ชมต่างพากันสูดหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความตกใจ
หลายคนเริ่มสงสัย
“บริษัทนั้นทำธุรกิจอะไรกันแน่?”
“เป็นบริษัทการเงินเถื่อน หรือเป็นแก๊งทวงหนี้โหดหรือเปล่า?”
เจ้านายดูโหดเหี้ยมเกินไป
แถมพนักงานที่ยืนดูอยู่ก็ดูไม่น่าไว้วางใจ
ผมหลากสีเต็มไปหมด บางคนก็มีรอยสักเต็มตัว
เฉินหยูอธิบายว่า
“บริษัทที่เขาทำงานอยู่ ไม่ใช่บริษัทการเงินเถื่อน หรือแก๊งทวงหนี้โหดอะไรทั้งนั้น”
“มันคือบริษัทประชาสัมพันธ์ออนไลน์ หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า ‘บริษัทปั่นกระแส’”
ทุกคนถึงกับร้องอ๋อทันที
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหนุ่มเจ้าสำอางถึงคอยปฏิเสธการวิเคราะห์ของเฉินหยูตลอด
พยายามใช้คำพูดหลอกล่อเพื่อเปลี่ยนทิศทางของการสนทนาในไลฟ์
ที่แท้... เขาเป็น "นักปั่นมืออาชีพ"!
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเฉินหยูถึงบอกว่าเขาเก่งเรื่องการแชทออนไลน์
เพราะนักปั่นมืออาชีพทำงานแค่ด้วย "คีย์บอร์ด" และ "สองมือ" เท่านั้น
“แต่เดี๋ยวนะ วิธีการเชื่อมสายกับหมอเฉินมันต้องแย่งซองแดงก่อนใช่ไหม?”
“ต้องติดอันดับเงินบริจาคสูงสุดถึงจะได้เชื่อมสายได้ แล้วทำไม ‘บังเอิญ’ เชื่อมสายกับนักปั่นมืออาชีพได้ล่ะ?”
ผู้ชมเริ่มสงสัยอีกครั้ง
เฉินหยูยิ้มบาง ๆ แล้วตอบว่า
“แน่นอนว่าไม่มีอะไรในโลกนี้ที่เกิดขึ้น ‘โดยบังเอิญ’ หรอก”
“คนที่ต้องการใส่ร้ายฉันน่ะ จ้างบริษัทปั่นกระแสหลายแห่ง”
“พวกเขาจ้างนักปั่นมืออาชีพกว่า 1,000 คน”
“นักปั่นเหล่านี้แต่ละคนมีบัญชีหลายร้อยบัญชี”
“แค่พึ่งพาความน่าจะเป็น ก็มากพอที่จะทำให้พวกเขาได้ต่อสายกับฉันในไลฟ์สดได้สำเร็จ”







