ยอดคหบดีต้าถัง เริ่มจากผู้ใหญ่บ้าน · khram
ตอนที่ 80
บทที่ 80 ผู้ใดจับตัวหลี่อี้ได้ เลื่อนขั้นขุนนางสามระดับ
จิงโจว
ในเมืองฉางจื้อ
กลางฤดูร้อน ทว่าจักรพรรดิต้าฉินเซวียจวี่กลับห่มผ้าห่มขนแกะเอาไว้แน่น ถึงกระนั้นก็ยังคงหนาวสั่นจนตัวสั่นเทา
หวงเหมินซื่อหลางฉู่เลี่ยงรายงานอย่างจนปัญญา "ทัพหลี่ถังป้องกันฝูเฟิงไว้อย่างแน่นหนายิ่งนัก ทัพขวาของพวกเรามิอาจตีฝ่าแนวป้องกันไปได้พะย่ะค่ะ
ส่วนทัพซ้ายที่มุ่งหน้าไปทางเมืองเป่ยตี้ ก็ล้มเหลวในการบุกโจมตีเป็นครั้งที่สามแล้ว
หูเหยี่ยน ผู้ว่าการเมืองหนิงโจว ได้ตีโต้ขับไล่องค์รัชทายาทถอยกลับไปหลายครั้งแล้วพะย่ะค่ะ"
"แล้วเหลียงซือตูล่ะ ยังไม่เคลื่อนทัพอีกหรือ" เซวียจวี่กัดฟันสั่นกรอด เอ่ยถามด้วยความเดือดดาล
อัครเสนาบดีห่าวหยวนจำต้องกราบทูลจักรพรรดิว่า "ฝ่าบาท เหลียงซือตูเป็นเพียงคนขลาดตาขาว ก่อนหน้านี้ตั้งใจนั่งบนภูดูเสือกัดกัน จึงรั้งรอไม่ยอมเคลื่อนทัพ และหลังจากที่ฝ่าบาทพ่ายแพ้เล็กน้อยที่เมืองฉางอู่ เหลียงซือตูก็ยิ่งขวัญหนีดีฝ่อ หวาดกลัวจนไม่กล้าออกรบ ส่วนตอนนี้กัวจื่อเหอแห่งอวี๋หลินได้สวามิภักดิ์ต่อถัง ยกทัพไปซุ่มโจมตีซั่วฟาง เหลียงซือตูจึงเอาตัวไม่รอดแล้วพะย่ะค่ะ"
ภายในกระโจมเงียบสงัด
"แล้วหลิงอู่ล่ะ" เนิ่นนานผ่านไป เซวียจวี่จึงถามขึ้น
"คราวก่อนเหลียงซือตูส่งน้องชายไปตีหลิงอู่ แต่พ่ายแพ้แก่ผู้บัญชาการถังลิ่นซิงชั่น ฝ่าบาทส่งจงหลัวโหวไปช่วย หลิวฉางซวิ่นผู้บัญชาการเฟิงโจวของถังก็ยกทัพมาช่วยอย่างสุดกำลัง..."
การสู้รบที่หลิงอู่หลายต่อหลายครั้ง ผลลัพธ์ก็คือตอนนี้ยังคงตกอยู่ในเงื้อมมือของกองทัพถัง โดยมีผู้บัญชาการถังชิวสิงกงประจำการรักษาเมือง
ความหนาวเย็นยะเยือกเสียดแทงกระดูกสายหนึ่งแล่นพล่านขึ้นมา
เซวียจวี่เอ่ยปากด้วยน้ำเสียงสั่นเทา "แต่โบราณกาลมา มีโอรสสวรรค์ที่ยอมจำนนหรือไม่"
หวงเหมินซื่อหลางฉู่เลี่ยงตอบว่า "เมื่อก่อนจ้าวถัวนำหนานเยว่สวามิภักดิ์ราชวงศ์ฮั่น หลิวฉ่านแห่งสู่ฮั่นก็เข้ารับราชการในราชวงศ์จิ้น ยุคใกล้หน่อยก็มีเซียวฉง ซึ่งตระกูลของเขาก็ยังคงอยู่จนถึงทุกวันนี้ พลิกวิกฤตเป็นโอกาส เรื่องเช่นนี้มีมาตั้งแต่โบราณแล้วพะย่ะค่ะ"
"หากข้ายอมจำนน หลี่ยวนจะมอบบรรดาศักดิ์ใดให้ข้าได้บ้าง"
ห่าวหยวนถอนหายใจกล่าว "ฝ่าบาท ที่ฉู่เลี่ยงกล่าวนั้นผิดไปแล้ว เมื่อก่อนกองทัพของปฐมกษัตริย์ฮั่นพ่ายแพ้นับครั้งไม่ถ้วน ปฐมกษัตริย์สู่ก็เคยสูญเสียลูกเมีย ชนะแพ้เป็นเรื่องธรรมดาของทหาร จะมาพูดเรื่องสิ้นชาติยอมจำนนเพียงเพราะพ่ายแพ้ชั่วคราวได้อย่างไรพะย่ะค่ะ"
เซวียจวี่กล่าวอย่างเลื่อนลอย "แต่ข้าก่อกบฏที่หลงโย่ว บัดนี้กลับต้องมานั่งทุกข์ใจอยู่ในเมือง จิงโจวก็ตีไม่แตก ไม่อาจรุกเข้าที่ราบกวนจงได้ในคราวเดียว หลิงอู่ก็ยึดไม่ได้ ไม่อาจรวมกำลังกับเหลียงซือตูได้ ยิ่งไม่อาจขอยืมกำลังทหารจากทูเจวี๋ยได้
ตอนนี้ติดอยู่ในเมืองฉางจื้อ เหล่าทหารขวัญกำลังใจตกต่ำ เสบียงในกองทัพก็ใกล้จะหมด แล้วจะให้ทำอย่างไรเล่า"
พูดจบ
เซวียจวี่ก็ปวดศีรษะราวกับจะแตกเป็นเสี่ยงๆ กะทันหัน และอาเจียนอย่างรุนแรง
ฉู่เลี่ยง ห่าวหยวน และเหล่าขุนนางคนอื่นๆ ล้วนพบว่าจักรพรรดิทรงอาเจียนออกมาเป็นเลือด
"หมอหลวง"
หมอหลวงผู้หนึ่งถูกพาตัวเข้ามา แต่เมื่อเผชิญกับอาการของจักรพรรดิก็ค่อนข้างจนปัญญาเช่นกัน
"แค่ไข้จับสั่นกระจอกๆ รักษามาตั้งนานก็ยังไม่หาย ไอ้พวกไม่ได้เรื่อง จะเก็บพวกเจ้าไว้ทำไม ลากตัวออกไปประหาร"
ฉู่ซุ่ยเหลียงผู้เป็นบุตรชายของฉู่เลี่ยง และดำรงตำแหน่งทงซื่อเส่อเหรินกล่าวขึ้นว่า "ฝ่าบาท กระหม่อมได้ยินมาว่าก่อนหน้านี้หลี่ซื่อหมินก็เป็นไข้จับสั่นที่เมืองฉางอู่ อาการหนักมากนัก หลังจากหมอในกองทัพให้ยาก็อาเจียนอย่างหนักเช่นกัน แต่ต่อมาหลี่ซื่อหมินได้กินยาลูกกลอนของนักพรตผู้หนึ่ง เพียงแค่สองวันก็มีอาการดีขึ้น ถึงขั้นนำทัพมาลอบโจมตีกองทัพของเรากลางดึกได้พะย่ะค่ะ..."
"ในโลกนี้มียาวิเศษเช่นนั้นด้วยหรือ" ห่าวหยวนไม่เชื่อ "ไข้จับสั่นต่อให้เป็นเพียงอาการเบาๆ หลังจากใช้ยาก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยเดือนเศษจึงจะดีขึ้น หากอาการหนัก ใช้ยาตั้งครึ่งปีก็ยังไม่แน่ว่าจะหาย"
"ท่านอัครเสนาบดีห่าว เรื่องนี้เป็นความจริงขอรับ ระยะนี้กองทัพของเราจับเชลยทหารและชาวบ้านของถังมาได้จำนวนหนึ่ง พวกเขาล้วนพูดตรงกัน ซ้ำยังพูดเป็นตุเป็นตะว่ายาลูกกลอนนั้นมาจากนักพรตหนุ่มที่ชื่ออู๋อี้ ยาลูกกลอนนั้นเดิมทีเป็นท่านนักพรตหลี่ผู้เป็นอาจารย์ของเขาที่ปรุงขึ้น
ก่อนที่หลี่ซื่อหมินจะออกรบ เขาได้พบกับนักพรตอู๋อี้ผู้นี้ที่จวนสกุลตู้แห่งฝานชวน อู๋อี้ผู้นั้นอายุเพียงสิบหก แต่กลับดูโหงวเฮ้งเป็น เขามองเพียงปราดเดียวก็บอกว่าหลี่ซื่อหมินกำลังจะประสบเคราะห์กรรม ต่อมาจึงมอบยาลูกกลอนให้หลี่ซื่อหมินหนึ่งขวด
คิดไม่ถึงว่าเมื่อเขาอยู่ที่เมืองฉางอู่ก็ล้มป่วยด้วยไข้จับสั่นจริงๆ อาการกำเริบหนัก หมอหลวงยิ่งรักษาก็ยิ่งแย่ลง ในช่วงเวลาสำคัญหลี่ซื่อหมินก็นึกถึงยาลูกกลอนที่นักพรตอู๋อี้มอบให้ จึงนำมากิน และแล้ววันรุ่งขึ้นอาการก็ดีขึ้นจริงๆ ถึงขั้นสวมเกราะขึ้นม้า ลอบโจมตีกลางดึกได้"
ทุกคนฟังแล้วต่างก็อึ้งไปตามๆ กัน
ล้วนรู้ดีว่าสองพ่อลูกตระกูลฉู่เขียนพู่กันได้ยอดเยี่ยม บทความงดงาม แต่คาดไม่ถึงเลยว่าฉู่ซุ่ยเหลียงยังจะเล่าเรื่องได้เก่งกาจถึงเพียงนี้
แต่ในเมื่อเรื่องเหล่านี้ล้วนออกมาจากปากเชลยศึกทหารถังที่ถูกจับตัวมา ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีความจริงอยู่บ้าง
"หรือว่ามียาวิเศษรักษาไข้จับสั่นเช่นนี้อยู่จริงๆ"
เซวียจวี่กล่าว "ศึกที่ที่ราบเฉี่ยนสุ่ย หลี่ซื่อหมินไม่ได้อยู่ที่นั่นจริงๆ มิเช่นนั้นเราก็คงไม่มีโอกาสได้รับชัยชนะในศึกนั้น ทว่าที่เมืองฉางอู่เขากลับปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้ง บางทีอาจจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ น่าเสียดายที่เจิ้นไม่มียาวิเศษนี้"
ห่าวหยวนเสนอแนะ "เราสามารถส่งทหารสอดแนมในกองทัพ ปลอมตัวลอบเข้าไปในฉางอัน เพื่อตามหาอู๋อี้ผู้นี้ จะจับตัวเขามา หรือจะปล้นชิงยาลูกกลอนมาก็ได้พะย่ะค่ะ"
"ขอเพียงอู๋อี้ผู้นี้ยอมมา เจิ้นจะแต่งตั้งเขาเป็นเฟิ่งอวี้แห่งสำนักแพทย์หลวงขั้นห้าชั้นเอก หากเขาสามารถรักษาโรคของเจิ้นให้หายขาดได้ จะประทานทองคำให้เขาห้าร้อยตำลึง"
"หากเด็กนี่ไม่ยอมมา ผู้ใดที่จับตัวเขามาได้ เจิ้นก็จะตบรางวัลให้ทองคำร้อยตำลึง เลื่อนขั้นขุนนางสามระดับ"
สองพ่อลูกฉู่เลี่ยงและฉู่ซุ่ยเหลียงกลับมายังที่พัก
สองพ่อลูกนั่งเผชิญหน้ากันในห้องหนังสือ
"เซวียจวี่กำลังจะพินาศแล้ว" ฉู่เลี่ยงกล่าว
ฉู่ซุ่ยเหลียงพยักหน้าเห็นด้วย "ดูจากอาการประชวรของเขาแล้ว ต่อให้อู๋อี้แห่งฉางอันจะมียาวิเศษรักษาไข้จับสั่นจริงๆ ก็เกรงว่าคงไม่ทันการแล้วขอรับ"
"หากเซวียจวี่สิ้นพระชนม์ ต้าฉินนี้ก็คงล่มสลายแล้ว"
สองพ่อลูกต่างก็ไม่มองว่าองค์รัชทายาทเซวียเริ่นก่าวผู้ไร้เทียมทานผู้นั้นจะดีนัก เซวียเริ่นก่าวนำทัพไปโจมตีหนิงโจว ผลปรากฏว่าขนาดหูเหยี่ยนที่เป็นเพียงขุนนางบุ๋นก็ยังเอาชนะไม่ได้
ยิ่งไปกว่านั้น เซวียเริ่นก่าวมักจะโหดเหี้ยมอำมหิต มีนิสัยกระหายเลือด ทั้งยังโหดร้ายต่อศัตรู และเข้มงวดกับลูกน้อง แม่ทัพส่วนใหญ่ของกองทัพฉินล้วนมีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีนักกับองค์รัชทายาทผู้นี้
แท้จริงแล้วแม้แต่สองพ่อลูกฉู่เลี่ยงและฉู่ซุ่ยเหลียงก็ยังตัวอยู่ค่ายโจโฉใจอยู่ราชวงศ์ฮั่น การยอมสวามิภักดิ์ต่อเซวียจวี่ก็เป็นเพียงเรื่องที่จนปัญญา
คิดถึงเมื่อก่อน ฉู่เลี่ยงรับราชการเป็นซ่างชูเตี้ยนจงซื่อหลางในราชวงศ์เฉินใต้ หลังจากราชวงศ์เฉินล่มสลายก็เข้ารับราชการในราชวงศ์สุยเป็นราชบัณฑิตตำหนักบูรพา ต่อมาในรัชศกต้าเยี่ยได้เป็นไท่ฉางป๋อซื่อ แต่ถูกร่างแหจากการกบฏของหยางเสวียนกั่น จึงถูกลดตำแหน่งเป็นซือฮู่แห่งเมืองซีไห่ เมื่อเซวียจวี่ก่อกบฏ ก็ถูกบังคับให้มารับใช้
เวลานั้นมีผู้คนในหลงโย่วจำนวนไม่น้อยที่ถูกบังคับให้มารับใช้ อย่างเช่น อวี่ลี่ บุตรชายของปรมาจารย์แห่งวงการวรรณกรรมอวี่ซิ่น เมื่อเซวียจวี่เรียกตัว อวี่ลี่ก็ไม่ยอมทำตาม เซวียเริ่นก่าวจึงจับตัวเขามาโดยตรง จากนั้นก็นำไปย่างไฟ ย่างเสร็จยังแล่เนื้อทีละนิดให้ทหารใต้บังคับบัญชากิน
ฉู่เลี่ยงพ่อลูกและคนอื่นๆ อีกมากมายต่างก็หวาดกลัวกับวิธีการอันโหดเหี้ยมอำมหิตของเซวียเริ่นก่าว จากนั้นเมื่อเซวียจวี่มอบตำแหน่งและบรรดาศักดิ์เพื่อดึงดูดใจ พวกเขาก็ยอมจำนนไปตามน้ำ
แต่ลึกๆ แล้วในใจของใครหลายคน แท้จริงแล้วไม่ได้ยอมสวามิภักดิ์ต่อสองพ่อลูกตระกูลเซวียด้วยความจริงใจเลยแม้แต่น้อย
ก็เพียงแค่ตกกระไดพลอยโจนเท่านั้นเอง
ฉู่เลี่ยงพ่นลมหายใจออกมายาวเหยียด "หลี่ซื่อหมินป่วยเป็นไข้จับสั่น แต่กลับได้ยาวิเศษจนหายดีในสองวัน และยังใช้โอกาสนี้ลอบโจมตีกลางดึกจนพลิกกลับมาชนะได้ ส่วนเซวียจวี่ป่วยเป็นไข้จับสั่น กลับกลายเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ที่ย่ำแย่อยู่แล้ว สวรรค์ต้องการทำลายเขาจริงๆ"
"แล้วพวกเราจะทำอย่างไรดีขอรับ" ฉู่ซุ่ยเหลียงถามบิดา
"พวกเราเป็นขุนนางบุ๋น เรื่องการศึกสงครามนี้ไม่เกี่ยวข้องกับพวกเรา บางทีอาจไม่เกินร้อยวัน พวกเราก็จะได้กลับฉางอันแล้ว"
"ต้าถังจะยอมรับพวกเราหรือขอรับ"
"เมื่อก่อนความสัมพันธ์ระหว่างข้ากับหลี่ยวนในราชสำนักยังถือว่าไม่เลว ตอนนี้หลี่ยวนก็เพียงครอบครองกวนจง เหอตง และที่อื่นๆ หากพวกเรายอมสวามิภักดิ์ในตอนนี้ เขาจะต้องยินดีต้อนรับ และมอบตำแหน่งขุนนางให้แน่นอน รอไปเถอะ"
ฉู่เลี่ยงคลี่กระดาษแผ่นหนึ่งออก ใช้ที่ทับกระดาษทับไว้ให้เรียบร้อย
"นักพรตอู๋อี้และท่านนักพรตหลี่ผู้เป็นอาจารย์ของเขาที่เจ้าพูดถึง เหตุใดก่อนหน้านี้ตอนที่ข้าอยู่ในเมืองหลวงถึงไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย รู้เพียงว่าที่ภูเขาจงหนานมีราชันโอสถซุนซือเหมี่ยว แต่กลับไม่เคยได้ยินชื่อท่านนักพรตหลี่เลย"
ฉู่ซุ่ยเหลียงฝนหมึกให้บิดา "หมู่นี้ข้าสอบสวนทหารและชาวบ้านของถังที่ถูกจับตัวมาทุกวัน ข่าวลือเกี่ยวกับอู๋อี้ผู้นี้มีค่อนข้างมากทีเดียว คนผู้นี้อายุเพียงสิบหกปี ไม่เพียงดูโหงวเฮ้งเป็น ยังมียาวิเศษ ซ้ำยังเปิดสถานศึกษา และยังเป็นผู้แต่งตำราเรียนเบื้องต้นอย่างคัมภีร์สามอักษรที่ยอดเยี่ยมมากด้วยตนเองอีกด้วย
คนแรกเกิด นิสัยเดิม ล้วนดีงาม..."
ฉู่เลี่ยงอุทานด้วยความประหลาดใจ "เด็กคนนี้ไม่ธรรมดาเลย ถึงกับปฏิเสธการแต่งตั้งขุนนางจากหลี่ยวน
แต่ทว่า หากเป็นเพราะคำพูดของเจ้าในวันนี้ ทำให้เขาถูกลูกน้องของเซวียจวี่ทำร้าย หรือถูกจับตัวมา เจ้าก็เท่ากับทำร้ายคนมีความสามารถแล้วนะ"
"ลูกก็รู้สึกเสียใจอยู่บ้างแล้วขอรับ" ฉู่ซุ่ยเหลียงกล่าวกลั้วหัวเราะ "หวังว่าเขาจะไม่เป็นอะไรนะขอรับ ลูกน้องของเซวียจวี่หนีไปฉางอัน ก็คาดว่าอาจจะลงมือไม่สำเร็จ เมื่อกลับถึงฉางอันแล้ว ถึงตอนนั้นข้าจะไปขอขมาถึงหน้าประตูบ้าน แต่ได้ยินมาว่าเขายังเขียนอักษรได้งดงามยิ่งนัก เป็นลายมือโซ่วจินที่อาจารย์ของเขาคิดค้นขึ้นเอง หลี่ซื่อหมินเคยกล่าวไว้ว่าลายมือโซ่วจินของอู๋อี้ สามารถนำไปเทียบชั้นกับฝีมือการเขียนพู่กันของโอวหยางสวินและอวี๋ซื่อหนานได้ ลูกรู้สึกเสียดายนักที่ยังไม่มีโอกาสได้เห็นลายมือโซ่วจินนี้"







