วันนี้เป็นปีที่สิบสองแล้วที่เกาหยางข้ามมิติมา
ก่อนข้ามมิติ เกาหยางเป็นเด็กกำพร้า เขาเพิ่งฉลองวันเกิดอายุครบหกขวบที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า คืนนั้นเขาได้กินคัพเค้กที่คุณป้าผู้ดูแลหอพักซื้อให้แล้วเข้านอนอย่างอิ่มเอมใจ ก่อนนอนเขาอธิษฐานขอให้ตัวเองได้พบพ่อกับแม่ จากนั้นก็ผล็อยหลับไป
ตอนที่ตื่นขึ้นมา เกาหยางพบว่าตัวเองกำลังนั่งอยู่ข้างโต๊ะอาหาร ตรงหน้ามีบะหมี่ร้อนฉุยชามหนึ่งวางอยู่ เขากำลังคาบเส้นบะหมี่ไว้ในปาก โดยที่อีกครึ่งหนึ่งยังห้อยต่องแต่งอยู่ข้างนอก
ภายในห้องโถงของบ้านเก่า แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาอย่างนุ่มนวล ฝั่งตรงข้ามโต๊ะอาหารมีชายหญิงวัยกลางคนแปลกหน้านั่งอยู่ ตรงที่นั่งประธานซึ่งหันหลังให้ประตูบ้านคือคุณย่าท่าทางใจดีมีเมตตา ส่วนข้างกายของเขามีเด็กหญิงตาโตอายุราวๆ สี่ห้าขวบนั่งอยู่
"มัวเหม่ออะไรอยู่ รีบกินเข้าสิ เดี๋ยวก็ไปโรงเรียนสายหรอก" หญิงสาวเอ่ยปากเร่งเร้า เธออายุสามสิบกว่าๆ แม้จะสวมชุดนอนเรียบง่ายและไร้เครื่องสำอางบนใบหน้า แต่ก็ดูสวยมาก
"ลูกชาย ให้พ่อไปส่งไหม" ชายหนุ่มคาบไม้จิ้มฟันถามยิ้มๆ เขารูปร่างสูงใหญ่กำยำ มีพุงยื่นออกมาเล็กน้อย แนวผมร่นขึ้นไปนิดหน่อย แต่หว่างคิ้วยังพอเห็นเค้าความหล่อเหลาในวัยหนุ่ม
"ห้ามไปส่งนะ! พ่อต้องไปส่งหนูที่โรงเรียนอนุบาล!" เด็กหญิงตะโกนอย่างงอนๆ ขณะฟุบตัวอยู่หน้าโต๊ะและตักโจ๊กข้าวฟ่างในชามกิน
"โฮะๆ งั้นก็ไปส่งพี่ชายก่อน แล้วค่อยไปส่งน้องสาว ดีไหมจ๊ะ" คุณย่ายิ้มอย่างอ่อนโยน พลางเอื้อมมือไปลูบหัวเด็กหญิง
เกาหยางอ้าปากค้าง เส้นบะหมี่ร่วง "แหมะ" ลงบนโต๊ะอาหาร
ปีนั้นเขาอายุหกขวบ ยังไม่เข้าใจว่า "ข้ามมิติ" คืออะไร และไม่รู้ว่า "โลกคู่ขนาน" คืออะไร
เขาคิดว่าตัวเองยังฝันอยู่ แต่ไม่นึกเลยว่าความฝันนี้จะยาวนานถึงสิบสองปี
...
มาถึงตอนนี้ เกาหยางปรับตัวเข้ากับโลกใบใหม่ได้นานแล้ว และหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับร่างเดิมนานแล้วเช่นกัน เขาคือเกาหยาง อายุ 18 ปี นักเรียนม.6 ที่ใช้ชีวิตอยู่ในครอบครัวห้าคนอันแสนอบอุ่น มีคุณย่าที่ใจดีมีเมตตา มีพ่อแม่ที่รักใคร่ปรองดองแต่ก็มีปากเสียงกันบ้างเป็นบางครั้ง และมีน้องสาวที่แสนจะแก่นแก้ว
เขาใช้ชีวิตอย่างไม่เลวร้ายนัก เหมือนกับเด็กวัยเดียวกันส่วนใหญ่ที่ต้องก้มหน้าก้มตาเรียนเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัย บางครั้งก็วาดฝันถึงอนาคตว่าจะเข้ามหาวิทยาลัยไหน หางานอะไร แต่งงานกับใคร มีลูกกี่คน...
สรุปก็คือ ความปรารถนาในวัยหกขวบของเกาหยางเป็นจริงแล้ว เขา "หา" พ่อกับแม่จนพบ แถมยังได้คุณย่ากับน้องสาวมาเป็นของแถมด้วย
เขามีชีวิตที่มีความสุขและไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว
จนกระทั่งถึงวันเกิดอายุครบ 18 ปี ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป
หลังเลิกเรียนคาบค่ำ เกาหยางปั่นจักรยานกลับบ้าน ขณะผ่านถนนสายหนึ่งในยามวิกาล จู่ๆ ก็มีเงาดำพุ่งออกมาจากปากซอย ชนเกาหยางจนล้มคว่ำไปพร้อมกับจักรยาน
เกาหยางหกล้มแต่ไม่เป็นอะไรมาก เขาแยกเขี้ยวลุกขึ้นยืน ถึงได้เห็นชัดว่าคนที่ชนตัวเองคือใคร ภายใต้แสงไฟถนนสีเหลืองสลัว มีชายวัยกลางคนร่างเตี้ยเล็กยืนอยู่ เขามีรูปร่างผอมแห้งราวกับซากศพ ใบหน้าซีดเผือด สีหน้าหวาดผวา สวมชุดผู้ป่วยขาดรุ่งริ่ง และมีคราบเลือดเต็มตัว
"คุณลุงไม่เป็นไร..."
"หนีไป!" ชายคนนั้นใช้แรงจับไหล่ทั้งสองข้างของเกาหยางไว้แน่น พละกำลังของเขามหาศาลจนน่ากลัว "สัตว์ประหลาด! มีแต่สัตว์ประหลาดเต็มไปหมด! หนีไป! ออกไปจากที่นี่!"
น้ำเสียงของชายคนนั้นแฝงไปด้วยกลิ่นคาวเลือดแห่งความสิ้นหวัง "อย่าไว้ใจใคร..."
"ปัง!"
ชายคนนั้นยังอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กระสุนนัดหนึ่งก็พุ่งเจาะขมับของเขา ทะลุกะโหลกศีรษะ และพุ่งออกทางขมับอีกข้าง บานสะพรั่งเป็นดอกกุหลาบสีเลือดในชั่วพริบตา
"ฉูด " ละอองเลือดเข้มข้นปะปนกับกลิ่นคาวฉุนกึกโชยเตะจมูก
มือทั้งสองข้างที่บีบไหล่ของเกาหยางค่อยๆ คลายออก สีหน้าหวาดผวาของชายคนนั้นถูกหยุดไว้ตลอดกาล ลูกตาที่โปนออกมามากเกินไปไม่ขยับเขยื้อนอีก บนนั้นสลักลึกไปด้วยความสิ้นหวัง ความเคว้งคว้าง และความไม่ยินยอม
สองวินาทีต่อมา ศพก็ล้มตึงลงไปกองกับพื้น
เกาหยางมึนงงไปหมด
เขายืนทื่ออยู่กับที่ สองเท้าถูกกองเลือดที่ไหลลามมาเปียกชุ่มอย่างรวดเร็ว รู้สึกเพียงความเหนอะหนะและเปียกชื้น อาการหูอื้อเล็กน้อยตอนที่กระสุนเจาะทะลุหัวของชายคนนั้นค่อยๆ ถูกกลบด้วยเสียงหัวใจเต้นในอก ตึกตัก ตึกตัก ตึกตักตึกตักตึกตัก...
"ไอ้หนู ไม่บาดเจ็บตรงไหนใช่ไหม!"
"ไม่ต้องกลัว ตอนนี้เธอปลอดภัยแล้ว!"
"หลับตาซะ อย่ามองลงไปที่เท้า..."
ตำรวจหลายนายวิ่งกรูกันเข้ามา หนึ่งในนั้นดึงเกาหยางเข้าไปกอดและเอามือปิดตาเขาไว้
...
วันต่อมา เกาหยางได้ขึ้นพาดหัวข่าวท้องถิ่น: "ผู้ป่วยจิตเวชขั้นรุนแรงฆ่าพยาบาลสองศพหลบหนีกลางดึก ก่อนจับนักเรียนม.ปลายเป็นตัวประกันและถูกวิสามัญฆาตกรรมคาที่"
เกาหยางลาหยุดเรียนหนึ่งวันเพื่อพักผ่อนอยู่บ้าน
เขาได้รับความกระทบกระเทือนจิตใจจริงๆ การได้เห็นชีวิตหนึ่งถูกยิงตายอย่างโหดเหี้ยมในระยะประชิด เปลี่ยนเป็นคนธรรมดาคนไหนก็คงรับไม่ไหว ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องของผู้ป่วยโรคจิตก็ยังมีข้อสงสัยมากมาย ทำให้เขารู้สึกแปลกประหลาด แต่แปลกตรงไหน เขากลับบอกไม่ถูกในทันที
คืนนั้น เกาหยางกินยานอนหลับไปหนึ่งเม็ด
หลังจากหลับไป เขาก็ฝัน
ความทรงจำก่อนอายุหกขวบของร่างเดิมถูกเกาหยางที่ข้ามมิติมาดูดซับไปจนหมดสิ้นนานแล้ว แต่ดูเหมือนยังมีความทรงจำเลือนรางบางอย่างที่ถูกลืมเลือนไป
ในความฝัน เกาหยางกลับไปในกลางดึกของฤดูร้อนตอนอายุสี่ขวบ
เขากินแตงโมมากเกินไปจนปวดปัสสาวะ จึงลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำกลางดึก ตอนที่เดินผ่านห้องของคุณปู่คุณย่า เขาได้ยินเสียงสวบสาบดังขึ้น
เกาหยางรู้สึกสงสัยเล็กน้อย จึงเงี่ยหูฟัง แนบหูเข้ากับประตูห้องอันเย็นเฉียบ เสียงนั้นชัดเจนยิ่งขึ้น และก็แปลกหูยิ่งขึ้นด้วย
เขาไม่เคยได้ยินเสียงแบบนี้มาก่อน เหมือนเสียงสะอื้นของอสูร และเหมือนเสียงโหยหวนของวาฬยักษ์ใต้ทะเลลึก ฟังดูเจ็บปวดทรมาน แต่ก็ผสมผสานกับความตื่นเต้นอย่างบิดเบี้ยว พอตั้งใจแยกแยะให้ดี ภายใต้เสียงนั้นยังซ่อนเสียงกัดทึ้งที่หยาบกระด้างและทุ้มต่ำเอาไว้ด้วย
เกาหยางรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว
ตอนนั้นเขาเพิ่งฟังคุณครูที่โรงเรียนอนุบาลเล่านิทานเรื่อง 'หนูน้อยหมวกแดง' จบ เขาคิดว่า หรือจะมีหมาป่าใจร้ายแอบเข้ามาในบ้าน แล้วจับคุณปู่คุณย่ากินไปแล้ว
หัวใจของเกาหยางเต้นโครมคราม แต่เขาก็ยังรวบรวมความกล้าค่อยๆ ผลักประตูห้องเข้าไป
ผ่านช่องประตู เขาได้เห็นอะไรบางอย่าง!
เขาหวาดกลัวจนสุดขีด หันหลังวิ่งกลับห้อง มุดหัวเข้าไปในผ้าห่ม จนถึงขั้นลืมจัดการปัญหาทางสรีระของตัวเองไปเลย
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เกาหยางฉี่รดที่นอน เขาคิดว่านั่นเป็นเพียงแค่ฝันร้าย ทว่าในตอนนั้นเอง แม่ก็ผลักประตูเข้ามา กอดเกาหยางไว้ในอ้อมอกด้วยความโศกเศร้า เธอร้องไห้พลางพูดว่า "เกาหยาง คุณปู่จากไปแล้วนะลูก"
ตอนที่เกาหยางเดินตามแม่ออกจากห้อง ศพของคุณปู่กำลังถูกเจ้าหน้าที่พยาบาลใช้เปลหามออกไปพอดีโดยมีผ้าขาวคลุมไว้ พอถึงตอนจัดงานศพ คุณปู่ก็กลายเป็นเพียงเถ้ากระดูกในโกศไปแล้ว
ตั้งแต่ต้นจนจบ เกาหยางกับน้องสาวก็ไม่ได้เห็นหน้าคุณปู่เป็นครั้งสุดท้ายเลย
เมื่อคิดดูในตอนนี้ เรื่องราวมีข้อสงสัยอยู่ไม่น้อย
ตอนที่คุณปู่ยังมีชีวิตอยู่ ท่านรักเกาหยางกับน้องสาวมากที่สุด พวกเขาเป็นสายเลือดที่ใกล้ชิดที่สุด แล้วทำไมถึงไม่ได้เห็นหน้าคุณปู่เป็นครั้งสุดท้าย
หากความทรงจำไม่ผิดพลาด ศพของคุณปู่ที่ถูกคลุมด้วยผ้าขาวในตอนนั้น รูปร่างของร่างกายท่อนบนดูแปลกประหลาดมาก ราวกับว่ามีแขนข้างหนึ่งแหว่งหายไป
คุณปู่ไม่ได้เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจหรอกหรือ ทำไมถึงแขนหายไปข้างหนึ่งล่ะ
เกาหยางในความฝันมองดูศพบนเปลหามสีขาว คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ตก
ทันใดนั้น ศพบนเปลหามสีขาวก็ลุกพรวดขึ้นมานั่ง!
เมื่อดึงผ้าขาวลง กลับกลายเป็นชายโรคจิตคนนั้น ดวงตาทั้งสองข้างของเขาถูกควักออกไป เหลือเพียงหลุมเลือดลึกโบ๋สองหลุม เลือดสีดำเหนียวข้นพุ่งออกมาจากทวารทั้งเจ็ด เขายื่นมือที่โชกไปด้วยเลือดออกมา บีบไหล่ทั้งสองข้างของเกาหยางไว้แน่น
สัตว์ประหลาด! มีแต่สัตว์ประหลาดเต็มไปหมด! หนีไป! ออกไปจากที่นี่!
อย่าไว้ใจใคร!
...
"อ๊าก!"
เกาหยางสะดุ้งตื่นจากความฝัน
เวลาสิบโมงเช้า แสงแดดกำลังดี สายลมโชยอ่อนเดือนเมษายนพัดผ้าม่านพลิ้วไหว นอกหน้าต่างคือรถราที่ขวักไขว่และความพลุกพล่านของเมือง
"พี่ชาย ฝันร้ายเหรอ" น้องสาวนั่งอยู่บนหัวเตียงของเกาหยาง เอียงคอมองเขาพร้อมกับกะพริบตาโตๆ ปริบๆ
เกาหยางชะงักไป "เธอมาอยู่ในห้องฉันได้ไง"
น้องสาวมองเขาอย่างรังเกียจ "แดดส่องก้นแล้ว แม่ให้ฉันมาปลุกพี่!"
"อ้อ โอเครู้แล้ว"
น้องสาวเดินออกจากห้องไป
เกาหยางยังคงสะลึมสะลือเล็กน้อย เขาพลิกตัวลงจากเตียงแล้วดื่มน้ำอึกใหญ่
ตอนนั้นเอง โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น เกาหยางกดเปิดวีแชตดูตามความเคยชิน
"พรวด " เขาพ่นน้ำในปากออกมาจนหมด







