"พี่เฉียง รบกวนด้วยนะครับ ถึงเวลาแล้วผมจะแบ่งให้เฮีย 20%… มากกว่านี้ไม่ได้แล้ว เงิน 30,000 หยวน หัก 20% ก็เกือบ 6,000 หยวนเชียวนะ!"
ตรงจุดรับแจ้งความด้านนอก เหวินหัวโตเริ่มต่อรองกับเฉียงตาเขตามที่ตู้หย่งเซี่ยวกำชับไว้
เฉียงตาเขคาบบุหรี่ นั่งก้นเพียงครึ่งเดียวอยู่บนโต๊ะ ตอนแรกเรียกส่วนแบ่งสูงลิ่วถึง 50% แต่เหวินหัวโตต่อรองจนเหลือ 20%
ทางด้านตู้หย่งเซี่ยวเดินมาถึงห้องทำงานของเหยียนสยง ก่อนเคาะประตูดัง ก๊อก ก๊อก ก๊อก
"เข้ามา!"
เอี๊ยด!
ตู้หย่งเซี่ยวถือกระเป๋าเอกสารผลักประตูเข้าไป
ไล่ผีฮวา หั่วฉีหลิน และคนอื่นๆ ที่อยู่ด้านหลังรีบกรูกันเข้ามาแนบหูกับช่องประตู "พวกนายว่า คราวนี้เซี่ยวสุดหล่อจะตายแหงแก๋ไหม?"
"ไปจับคนถึงค่ายทหาร ต่อให้ไม่ตายก็คงพิการ!"
เหวินหัวโตซึ่งอยู่ไม่ไกลได้ยินเข้าก็อดหันไปถามเฉียงตาเขไม่ได้ "พี่เฉียง หมายความว่ายังไง อาเซี่ยวเกิดเรื่องอะไรขึ้น?"
เฉียงตาเขเบะปาก พ่นควันเป็นวง "เอาตัวนายเองให้รอดก่อนเถอะ! นี่ นายพูดเองนะ 20% ห้ามลดกว่านี้อีก!"
ภายในห้อง เหยียนสยงกำลังนั่งทำงานตัวตรงอยู่หลังโต๊ะ พอเห็นตู้หย่งเซี่ยวเข้ามา เขาก็รีบลุกขึ้นยกเก้าอี้มาให้อย่างกระตือรือร้น "อาเซี่ยว นั่งตรงนี้!"
ตู้หย่งเซี่ยวยิ้มพลางเดินเข้าไป "จะดีหรือครับ?"
"มีอะไรไม่ดี นายเป็นคนทำความชอบนี่นา ครั้งก่อนก็ช่วยฉันไว้ ครั้งนี้ยังช่วยฉันคลี่คลายปัญหาอีก นายเป็นดาวนำโชคของฉันชัดๆ!" เหยียนสยงพูดพลางยกน้ำชามาให้ตู้หย่งเซี่ยวด้วยตัวเอง "ดื่มชาก่อน!"
ตู้หย่งเซี่ยวรับน้ำชามาวางบนโต๊ะรับแขก ก่อนยิ้มให้เหยียนสยง "นายท่านเหยียน ผมเป็นลูกน้องของท่าน มีอะไรสั่งมาได้เลยครับ"
"ฮ่าๆ ใช้ได้! ไม่ยอมให้เรื่องส่วนตัวมาทำให้งานเสีย ฉันชอบท่าทีแบบนี้!" เหยียนสยงหาที่นั่งลงข้างตู้หย่งเซี่ยว ทำท่าราวกับกำลังพูดคุยเรื่องในครอบครัว "รายงานที่ฉันให้นายเขียนเสร็จหรือยัง?"
"เรียบร้อยทั้งหมดครับ ฉบับหนึ่งเป็นรายงานการใช้อาวุธปืน อีกฉบับเป็นรายงานการคลี่คลายคดีค้าอาวุธครั้งใหญ่!" ตู้หย่งเซี่ยวพูดพลางหยิบรายงานออกจากกระเป๋าเอกสารส่งให้เหยียนสยง
เหยียนสยงรับมาเปิดดูสองสามหน้าแล้วชมไม่ขาดปาก "ไม่เลว เขียนได้ยอดเยี่ยม มีฝีมือเหมือนฉันสมัยก่อน โดยเฉพาะช่วงคลี่คลายคดีนี่ ให้ตายสิ ยิ่งใหญ่อลังการยิ่งกว่าดาบมังกรหยกเสียอีก!"
"ทั้งหมดเป็นเพราะนายท่านเหยียนอบรมสั่งสอนมาดีครับ!" ตู้หย่งเซี่ยวโยนความดีความชอบกลับไปให้เหยียนสยงอีกครั้ง
เหยียนสยงฟังแล้วชื่นอกชื่นใจ เขาเงยหน้ามองตู้หย่งเซี่ยว เห็นเจ้าหนุ่มหน้าหล่อมีสีหน้าจริงใจและรอยยิ้มสดใส ในใจกลับรู้สึกทำใจไม่ลงที่จะส่งตู้หย่งเซี่ยวไปตาย ทว่าหากตู้หย่งเซี่ยวไม่ตาย คนที่ต้องตายก็คือเหยียนสยง เมื่อชั่งน้ำหนักดูแล้ว ให้ตู้หย่งเซี่ยวไปตายย่อมดีกว่า
"นี่ อาเซี่ยว นายก็รู้ว่าฉันชื่นชมนายมาตลอด ถึงนายจะเพิ่งมาประจำที่สถานีตำรวจได้ไม่นาน แต่ก็ช่วยฉันไว้มาก" เหยียนสยงโยนรายงานลงบนโต๊ะรับแขก ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง "พูดตามตรง ฉันมีเรื่องหนึ่งอยากให้นายช่วย ไม่รู้ว่านายเต็มใจหรือเปล่า?"
พูดจบ เหยียนสยงก็ใช้ดวงตาสามเหลี่ยมจ้องตู้หย่งเซี่ยวเพื่อดูปฏิกิริยา
ตู้หย่งเซี่ยวสบตาเขาตรงๆ "นายท่านเหยียนพูดแบบนี้ก็เกรงใจเกินไปแล้ว ผมเป็นลูกน้องของท่าน เรื่องของท่านก็คือเรื่องของผมครับ"
เหยียนสยงชูนิ้วโป้ง "ฉันชอบฟังคำนี้! เรื่องเป็นอย่างนี้ "
เหยียนสยงกลัวว่ายิ่งชักช้าจะยิ่งเกิดเรื่อง ตู้หย่งเซี่ยวอาจถอนคำพูด จึงรีบกล่าวว่า "วันนี้เกิดคดีร้ายแรงขึ้นในเขตของฉัน ทหารอังกฤษสองคนข่มขืนหญิงขายเหล้าคนหนึ่งในบาร์ที่มงก๊ก…"
เหยียนสยงเล่าเรื่องราวของคดีตั้งแต่ต้นจนจบ
"ปัญหาตอนนี้คือเบื้องบนกดดันลงมา สั่งให้ฉันจัดการคดีนี้ นายก็รู้ว่าปกติฉันงานยุ่งมาก หาเวลาว่างไม่ได้จริงๆ ส่วนลูกน้องที่พอใช้งานได้ก็มีอยู่ไม่กี่คน…"
"ไม่ใช่ว่าพี่เฉียงเก่งมากหรือครับ ให้เขารับคดีนี้สิ!"
"นายหมายถึงเขาน่ะหรือ? เขาก็มีเรื่องสำคัญต้องจัดการเหมือนกัน ช่วงนี้แม่เขาถูกรถชนจนต้องเข้าโรงพยาบาล ส่วนพ่อก็เป็นนิ่วในไต ทั้งครอบครัวน่าสงสารเหลือเกิน!"
"แล้วยังมีไล่ผีฮวากับหั่วฉีหลินไม่ใช่หรือครับ?"
"ไอ้สองคนนั้นมันโง่เกินไป แค่เดินยังสะดุดล้ม จะฉลาดทันนายได้อย่างไร?"
ไล่ผีฮวากับหั่วฉีหลินซึ่งแอบฟังอยู่ด้านนอกหันมองหน้ากัน "พวกเราไม่ได้ห่วยขนาดนั้นสักหน่อย!"
"เพราะฉะนั้น อาเซี่ยว ฉันคิดไปคิดมา เรื่องนี้มีแต่นายเท่านั้นที่จัดการได้!" เหยียนสยงกล่าวด้วยน้ำเสียงเร้าอารมณ์ "นายไปจับไอ้สารเลวสองคนนั้นที่ค่ายทหารอังกฤษ! เพื่อรักษาอำนาจของตำรวจเรา เพื่อผดุงความยุติธรรม ต้องลำบากนายแล้ว!"
"เดี๋ยวก่อนครับ นายท่านเหยียน ผมได้ยินมาว่าค่ายทหารนั่นอันตรายมาก ท่านไปเองไม่ดีกว่าหรือครับ? ท่านทั้งมีชื่อเสียงและบารมี บางทีพอท่านไปถึง ฝรั่งพวกนั้นอาจส่งตัวคนออกมาให้เลยก็ได้" ตู้หย่งเซี่ยวกล่าวอย่างลำบากใจ
"อย่าพูดแบบนั้นเด็ดขาด!" เหยียนสยงยกน้ำชาส่งให้ตู้หย่งเซี่ยว "ที่จริงฉันจะไปเองก็ได้ แต่นี่เป็นความชอบชิ้นใหญ่เชียวนะ ฉันรับปากนาย ขอเพียงนายทำภารกิจสำเร็จ ฉันจะเลื่อนขั้นให้ อย่างน้อยก็แต่งตั้งนายเป็นนายหมู่สายสืบ!"
"เอ่อ เรื่องนี้ " ตู้หย่งเซี่ยวเกาคิ้วอย่างขัดเขิน "พูดปากเปล่าไม่มีหลักฐานนะครับ!"
'เวรเอ๊ย หน้าด้านจริงๆ!' เหยียนสยงบริภาษอยู่ในใจ แต่ใบหน้ายังคงยิ้มแย้ม "ฉันเข้าใจว่านายหมายถึงอะไร เอาอย่างนี้ " เหยียนสยงตะโกนไปทางประตู "ไล่ผีฮวา หั่วฉีหลิน ไอ้พวกเวร เข้ามาเดี๋ยวนี้!"
"มาแล้วครับ นายท่านเหยียน!"
"โอ๊ยๆ!"
คนทั้งสี่ล้มกลิ้งเป็นลูกน้ำเต้าเข้ามาในห้อง
เหยียนสยงมองเจ้าพวกไม่ได้ความเหล่านี้แล้วกล่าวอย่างโมโห "นี่ เมื่อครู่พวกนายก็ได้ยินแล้ว ฉันรับปากอาเซี่ยวว่า ขอเพียงเขาจัดการเรื่องนี้สำเร็จและรักษาอำนาจของกลุ่มเราไว้ได้ ฉัน เหยียนสยง จะเลื่อนขั้นให้เขาเป็นนายหมู่สายสืบ ใครไม่ยอมรับ?"
ไล่ผีฮวา หั่วฉีหลิน และคนอื่นๆ มองหน้ากันไปมา ก่อนส่ายหน้าพร้อมกัน "พวกเรายอมรับครับ!"
เหยียนสยงกวาดตามองทุกคนอย่างทรงอำนาจ แล้วหันกลับมาพูดกับตู้หย่งเซี่ยว "อาเซี่ยว คราวนี้เป็นอย่างไร?"
ตู้หย่งเซี่ยวยิ้มพลางลุกขึ้นยืน "นายท่านเหยียน พูดตามตรง ท่านไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้ครับ! การกำราบคนชั่วและคุ้มครองคนดีเป็นหน้าที่ของตำรวจเราอยู่แล้ว โดยเฉพาะเมื่อเจ้าชายทำผิดก็ต้องรับโทษเช่นเดียวกับสามัญชน อย่าว่าแต่ทหารอังกฤษสองคนเลย ต่อให้เป็นผู้ว่าการฮ่องกง เขาก็หนีไม่พ้นเงื้อมมือกฎหมาย!"
เวลานี้ตู้หย่งเซี่ยวดูองอาจเที่ยงธรรม เปี่ยมด้วยความชอบธรรมไปทั้งร่าง ไม่มีท่าทีบ่ายเบี่ยงอย่างเมื่อครู่อีกแม้แต่น้อย
เหยียนสยงอดด่าในใจไม่ได้ 'ไอ้เด็กเวรนี่เปลี่ยนสีหน้าเร็วจริงๆ!'
"วางใจเถอะครับ นายท่านเหยียน รวมถึงเพื่อนร่วมงานทุกท่าน ในเมื่อผม ตู้หย่งเซี่ยว กล้ารับคดีนี้แล้ว ก็จะต้องนำตัวคนร้ายทั้งสองมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้! อย่าว่าแต่พวกมันหนีเข้าไปในค่ายทหารเลย ต่อให้หนีเข้าไปในทำเนียบผู้ว่าการ ผมก็จะจับพวกมันออกมา!" ตู้หย่งเซี่ยวพูดพลางประสานหมัดคำนับเหยียนสยงและคนอื่นๆ สีหน้าพลันเคร่งขรึม เปี่ยมด้วยบรรยากาศดุจสายลมครวญเหนือแม่น้ำอี้อันเย็นเยียบ
เหยียนสยงด่าในใจอีกครั้ง 'ให้ตายสิ แสดงละครเก่งจริงๆ! ถ้าไม่รู้ว่านายมันเจ้าเล่ห์ ฉันคงเกือบเชื่อไปแล้ว!'
ในเมื่อทุกคนต่างรู้ดีว่ากำลังเล่นละคร เช่นนั้นก็ต้องเล่นให้สมบทบาทจนถึงที่สุด
"ในเมื่อนายตัดสินใจแล้ว อาเซี่ยว ก็ต้องลำบากนายด้วย! นายต้องจำไว้นะ ถึงพวกเราจะบุกค่ายทหารไปกับนายไม่ได้ แต่จิตใจของพวกเราจะอยู่เคียงข้างนาย! โดยเฉพาะฉันในฐานะผู้บังคับบัญชา จะคอยสนับสนุนนายจากเบื้องหลังเต็มที่! นี่ เดี๋ยวฉันจะไปวัดหว่องไท่ซินเพื่อเสี่ยงเซียมซีให้นาย วันเดือนปีและเวลาเกิดของนายคือเมื่อไร ฉันจะจุดธูปให้นายเพิ่มอีกสักสองดอก…"
ตู้หย่งเซี่ยวก้าวเข้าไปจับมือเหยียนสยงแน่น "ไม่ต้องจุดธูปหรอกครับ ผมมีข้อเรียกร้องเล็กๆ อย่างหนึ่ง "
"ว่ามา!"
"รบกวนท่านขับรถไปส่งผมด้วยครับ!"
"เอ่อ เรื่องนี้ "
เหยียนสยงกัดฟัน "ได้! อย่างมากก็ตายเป็นตาย!"







