ฉู่ชิงตามจางหัวเดินทางข้ามคืนมาถึงเชียนซี กว่าจะถึงโรงแรมที่พักของกองถ่ายก็เป็นเวลาเที่ยงคืนแล้ว
"มา ตามฉันไปพบผู้กำกับหน่อย" จางหัวกล่าว
"ดึกป่านนี้แล้วยังไม่นอนอีกเหรอครับ" ฉู่ชิงถาม
จางหัวยิ้ม "เขามันพวกนกฮูกป่า ตอนนี้คงกำลังครุ่นคิดเรื่องบทอยู่แน่ๆ"
ทั้งสองคนขึ้นไปชั้นสามและหยุดอยู่ที่หน้าห้องหนึ่ง พอจางหัวเคาะประตูดัง "ก๊อก" ประตูก็แง้มเปิดออกเอง ไม่ได้ล็อกเอาไว้เลย
หลังโต๊ะตัวเล็กมีผู้ชายคนหนึ่งนั่งฟุบอยู่ กำลังเขียนอะไรบางอย่าง ดูเหมือนจะไม่ได้ยินว่ามีคนเข้ามา
"เหล่าเจียง ฉันพาคนมาให้แล้ว" จางหัวกล่าว ก่อนกลับมาเขาโทรศัพท์มาบอกไว้ก่อนแล้ว
"แป๊บนะ ขอฉันแก้ตรงนี้ให้เสร็จก่อน" เจียงเหวินพูดโดยไม่เงยหน้าขึ้นมา
จางหัวยักไหล่ ส่งสัญญาณให้ฉู่ชิงนั่งลง
ฉู่ชิงยกโซฟาเก่าๆ ที่มีอยู่ตัวเดียวให้เขา ส่วนตัวเองนั่งบนม้านั่ง เอียงคอมองชายคนนั้น หูกางสองข้างใหญ่มาก หัวก็ใหญ่เป็นพิเศษ นานๆ ทีตอนที่เงยหน้ามองรอบๆ ถึงจะเห็นว่าเขาตาเล็ก ดูคล้ายมนุษย์ต่างดาวนิดหน่อย
"เสร็จแล้ว!"
เจียงเหวินโยนปากกาทิ้งแล้วลุกขึ้นยืน ขยับแขนสองสามทีแล้วเดินอ้อมมาหน้าโต๊ะ
ฉู่ชิงรีบลุกขึ้นยืนเช่นกัน "อาจารย์เจียงครับ"
"อย่า! เรียกพี่ เรียกผู้กำกับ เรียกเหล่าเจียง ได้หมดแหละ แต่อย่าเรียกอาจารย์ ฉันรับไม่ไหวหรอก" เขาโบกมือแล้วพูด "นั่งลงคุยกัน"
เขาลากม้านั่งมาตัวหนึ่ง ขยับเข้าไปใกล้ทั้งสองคน จู่ๆ ก็กลายเป็นคนติดอ่างขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ จังหวะการพูดก็ช้าลงด้วย "ฉู่ ฉู่ชิงใช่ไหม"
เห็นเขาพยักหน้า ก็พูดต่อว่า "แซ่ของนายดีนะ เพราะดี ไม่โหลด้วย เหล่าจางบอกว่านายแสดงเก่ง เลยเชิญมาช่วยหน่อย ขอบใจที่ให้เกียรติ ส่วนหัว... หัวนี่ไม่ต้องโกนแล้วล่ะ"
ฉู่ชิงไม่ได้พูดอะไรมาตลอด เขาค่อนข้างตามจังหวะของคนคนนี้ไม่ทัน แต่กลับรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ไม่ได้ดูหยิ่งยโสเหมือนรูปลักษณ์ภายนอก ตรงกันข้ามกลับดูเก็บตัวนิดหน่อย เห็นได้ชัดว่าไม่ค่อยถนัดเรื่องเข้าสังคม แล้วด้วยบทบาทหน้าที่ของตัวเอง เลยต้องฝืนทักทายอย่างเก้ๆ กังๆ
เจียงเหวินพูดอีกครั้ง "ดึกดื่นป่านนี้ยังรีบกลับมา ลำบากหน่อยนะ พวกเราพักผ่อนกันก่อนเถอะ พรุ่งนี้มีบทของนาย พักผ่อนให้เต็มที่ล่ะ"
ฉู่ชิงกล่าว "ผู้กำกับครับ ผมอยากขอดูบทก่อน"
"ได้!" เขาลุกขึ้นอีกครั้ง พลิกดูสมุดที่เพิ่งเขียนไปเมื่อกี้บนโต๊ะ ฉีกกระดาษออกมาหน้าหนึ่งดังแควก แล้วยื่นให้เขา "นี่ นายเอาไปดูก่อน"
สีหน้าของฉู่ชิงดูไม่ค่อยแน่ใจนัก เพิ่งเคยเจอเรื่องแบบนี้เป็นครั้งแรก แล้วก็ก้มมองกระดาษแผ่นนั้น บนนั้นเดิมทีเป็นเนื้อหาที่พิมพ์ออกมา แต่ผลคือโดนปากกาขีดเขียนแก้ไปมาจนตัวหนังสือเล็กๆ ยุบยับเต็มพื้นที่ว่างไปหมด จนดูเหมือนเขียนด้วยลายมือมากกว่า
"มีปัญหาอะไรไหม" เจียงเหวินจู่ๆ ก็ถามขึ้นประโยคหนึ่ง
"เอ่อ..." เขาตอบค่อนข้างยาก ถ้าบอกว่ามี ก็เหมือนไปอวดดีทำตัวรู้มากใส่เขา ถ้าบอกว่าไม่มี ก็ดูเหมือนตัวเองไม่ได้ใส่ใจ
พอดูอีกสองสามบรรทัด ถึงได้ฝืนเลือกมาจุดหนึ่ง แล้วถามว่า "ผู้กำกับครับ เอ้อร์ป๋อจื่อนี่รัดผ้าพันขาหรือเปล่าครับ"
"รัดแล้วมันยังไง ไม่รัดแล้วมันยังไงล่ะ" เจียงเหวินกะพริบตาเล็กๆ ย้อนถาม
"ถ้ารัด ข้อเท้าก็จะรัดแน่น วิ่งได้คล่องแคล่ว ถ้าไม่รัด ลมก็จะโกรกเข้าไปในขากากางเกง พอวิ่งก็จะดูเก้ๆ กังๆ"
เจียงเหวินฟังไปฟังมา ก็ขยับม้านั่งเข้ามาใกล้อีกนิด แล้วถาม "นายเคยรัดผ้าพันขาเหรอ"
ฉู่ชิงส่ายหน้า ตอบว่า "เปล่าครับ ยายผมเล่าให้ฟังทั้งนั้นแหละ"
"เคร้ง!" จู่ๆ เจียงเหวินก็ยกก้นขึ้น เอาขาชนม้านั่ง ก้าวไปก้าวหนึ่ง แล้วยืนนิ่ง
เห็นแค่ตัวเขาเอียงวูบ เหมือนเขย่งเท้า วิ่งเหยาะๆ ไปที่ประตู แล้วจากประตู ก็วิ่งเหยาะๆ กลับมาที่เดิม ลองไตร่ตรองความรู้สึกดู แล้วพูดว่า "เอาแบบเก้ๆ กังๆ หน่อยดีกว่า"
จางหัวมองจนพูดไม่ออก เขารู้จักเจ้านี่ดีเกินไป ว่างจัดไม่มีอะไรทำชัดๆ
เจียงเหวินยื่นมือไปตบไหล่ฉู่ชิง เผยรอยยิ้มออกมาเป็นครั้งแรก "ไม่เลว"
"..."
ฉู่ชิงก็เข้าใจแล้ว ในใจกระตุกวาบ บทมันอยู่ในท้องนายหมดแล้วแท้ๆ ยังจะอุตส่าห์แกล้งทำเป็นแสดงให้ฉันดูอีกรอบ
นายว่านายมาหยอกล้อผู้ชายที่โดนแฟนหาว่าไม่เอาถ่านอย่างฉันมันสนุกนักหรือไง
............
ห่างจากตัวอำเภอเชียนซีไปทางเหนือไม่ถึงสามสิบกิโลเมตร คืออ่างเก็บน้ำพานเจียโข่ว การจะไป "หมู่บ้านญี่ปุ่น" บนยอดเขา ต้องนั่งเรือไปก่อน
ฉู่ชิงยืนอยู่หัวเรือ ยืนตัวตรงแหน่ว สองมือล้วงอยู่ในกระเป๋าเสื้อโค้ท เหนือผิวน้ำมีไอเย็นสีขาวแผ่ซ่าน ปกคลุมยอดเขาทั้งสี่ทิศเอาไว้ แม่น้ำกว้างใหญ่เมฆลอยต่ำ ทั้งที่เป็นพื้นที่กว้างขวางขนาดนี้ แต่กลับดูอ้างว้างจนมีเพียงสีสันแห่งความเหน็บหนาว
ที่นี่ ก่อนที่เจียงเหวินจะมาถึงเป็นเพียงภูเขารกร้าง เขาบุกเบิกเส้นทางขึ้นมาสองสามสาย ปูด้วยกรวดและดินเหลือง คดเคี้ยวไปรอบยอดเขา สองข้างทางเป็นบ้านที่ก่อจากก้อนหิน ไม่มีอิฐเลยสักก้อน มีเพียงหลังที่ใหญ่ที่สุดหลังเดียว ด้านนอกใช้อิฐบางๆ ก่อเป็นกำแพงเตี้ยๆ เรียงกัน ทางเดินเล็กๆ ใต้กำแพงทอดตรงไปสู่ป้อมดินที่พังไปครึ่งหนึ่งตรงปากทางเข้าหมู่บ้าน
ฉู่ชิงลงจากเรือ พอเท้าแตะพื้น ก็มองเห็นป้อมดินครึ่งท่อนนี้ พอมองขึ้นไปอีก บริเวณตีนเขา ยังมีป้อมปืนสีเทาตุ่นๆ ตั้งตระหง่านอยู่
จู่ๆ เขาก็รู้สึกประหลาดใจมาก มองจากเรือขึ้นไปบนภูเขา มันกว้างขวางมาก แต่มองจากภูเขาลงมาที่น้ำ กลับดูแคบถนัดตา ซึ่งตรงข้ามกับองค์ประกอบภาพที่มองเห็นตามปกติพอดี ป้อมดินนั่น ก็เหมือนประตูบานใหญ่ที่ผุพังแต่ยังแข็งแรง ปิดตายทุกสิ่งทุกอย่างบนภูเขาลูกนี้เอาไว้ข้างใน
เหมือนอย่างที่เจียงเหวินพูด ที่นี่มันคือสถานที่อัปมงคลชัดๆ มีคนรอดกี่คน ตายกี่คน เกิดเรื่องราวอะไรขึ้นบ้าง คนข้างนอกไม่มีทางรู้เลย
"ฮัดเช่ย!"
ฉู่ชิงเปลี่ยนมาใส่เสื้อกันหนาวคอจีนตัวนั้น ยืนได้แค่สิบนาทีก็จามติดๆ กัน ไม่กล้าพูดเลยว่าตัวเองเคยฝึกวิชาการต่อสู้มา หลักๆ คือที่นี่มันหนาวเกินไป แล้วเสื้อผ้าก็น้อยไป เสื้อกันหนาวถึงจะเป็นผ้าฝ้ายแท้ แต่ก็มีแค่ตัวเดียว ทนไม่ไหวหรอก อย่างมากข้างในก็มีเสื้อตัวบางๆ รองอยู่อีกตัว จากนั้นก็เป็นท่อนบนเปลือยเปล่าแล้ว
แถมยังมีกางเกงเป้ายานตัวนี้อีก ขอบกางเกงที่ยาวเฟื้อย ส่วนที่ยื่นออกมาก็พับๆ แล้วเอาแถบผ้าตวัดรัดไว้ ใต้หว่างขาก็คือเป้ากางเกงใหญ่ๆ เลื่องชื่อนั่นแหละ พะรุงพะรังเหมือนขี้แตกอยู่ข้างใน
"แอ็กชัน!"
กล้องของกู้ฉางเว่ยจับภาพใบหน้าดำคล้ำที่แปะหนวดทรงเลขแปดสองเส้นของฉู่ชิง
เขาสอดมือเข้าไปในแขนเสื้อ แล้วก็เริ่มวิ่ง ขากางเกงไม่ได้รัดผ้าพันขา ลมพัดโกรกเข้าไปดังหวิวๆ พอวิ่งแล้วก็ดูเก้ๆ กังๆ จริงๆ
กล้องแพนไปด้านหลัง ถ่ายภาพเขาวิ่งไปหาทหารญี่ปุ่นคนนั้น
"คัต!"
เจียงเหวินตะโกนบอก "ชิงจื่อ เอวข้างหลังนายต้องโผล่ออกมาด้วย"
"ให้เห็นเสื้อเชิ้ตหรือให้เห็นเนื้อครับ"
"ให้เห็นเสื้อเชิ้ต"
ฉู่ชิงได้ยินดังนั้น ก็รีบเลิกเสื้อกันหนาวขึ้น ดึงเสื้อเชิ้ตออกมา แล้วก็ร่นขอบกางเกงลงไปอีกหน่อย
"ยังไม่ได้ มันสะอาดเกินไป" เจียงเหวินมองแล้วก็ส่ายหน้า
นั่นเป็นเสื้อเชิ้ตของฉู่ชิงเอง แน่นอนว่าต้องสะอาด เขาบอก "งั้นหาฝุ่นมาถูๆ หน่อยไหมครับ"
เรื่องนี้เขาเคยทำมาก่อน ตอนที่ถ่ายเรื่อง "เสี่ยวอู่" ฉากแรกเหล่าเจี่ยก็ให้เขาเอามือไปล้างในโคลน แล้วแม่มยังกินไข่ต้มซีอิ๊วอีกต่างหาก ตอนนี้พอพูดถึงเรื่องนี้ เลยไม่มีความกดดันทางจิตใจอะไรเลย
เจียงเหวินคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็ยังคงส่ายหน้า "ฝุ่นไม่ได้ มันดูลอยเกินไป นายต้องลงไปถูบนพื้น"
ฉู่ชิงชะงักไปนิดหนึ่ง แล้วตอบว่า "ได้ครับ!"
พูดจบก็ล้มตัวลงนอนบนพื้น กลิ้งเกลือกไปมาในทรายสีดำอมเหลืองที่ผสมกับเศษหญ้าเน่าๆ
เจียงเหวินเอียงคอมอง ไม่คิดว่าไอ้เด็กนี่จะตรงไปตรงมาขนาดนี้ บอกให้กลิ้งก็กลิ้งเลย เขาก้าวฉับๆ เข้ามาใกล้ แล้วบอกว่า "เสื้อผ้าฉันนี่ก็สะอาดเกินไป เป็นเพื่อนนายสักหน่อยแล้วกัน" พูดจบก็หมอบลงกับพื้น แล้วก็กลิ้งตามไปหนึ่งรอบซะงั้น
จากนั้นก็ลุกขึ้นมา ทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น โบกมือเรียก "เอาใหม่อีกรอบ!"
ฉู่ชิงมองเขาแวบหนึ่ง แน่นอนว่ารู้ว่าเขากำลังปกป้องความภาคภูมิใจของตัวเองอย่างเงอะงะ ถึงแม้ว่าตัวเองจะไม่ได้เปราะบางและซาบซึ้งใจง่ายขนาดนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่ามันน่ามหัศจรรย์ดี
หมอนี่กับเหล่าเจี่ย กับโหลวเย่ ให้ความรู้สึกที่ไม่เหมือนกันเลย เขาเข้าใกล้แก่นแท้ของภาพยนตร์ที่บริสุทธิ์ที่สุดมากกว่า และมีความเคยชินที่จะควบคุมทุกสิ่งทุกอย่าง อุปกรณ์ประกอบฉาก เครื่องแต่งกาย แสง ฉาก รวมไปถึงหนวดทรงเลขแปดสองเส้นบนปากของเขา เจียงเหวินก็ยังไปปรึกษากับช่างแต่งหน้าอยู่นานกว่าจะตกลงกันได้ว่าใช้รูปทรงแบบไหนถึงจะเหมาะ
สำหรับเขาที่นี่ ไม่มีอะไรที่มั่วๆ แล้วจะผ่านไปได้
เขาไม่ได้สังกัดกลุ่มใด ไม่ได้มีชื่อเรียกใด เป็นเพียงตัวคนเดียวที่ต่อสู้ฝ่าฟันออกไปจากหมอกควันอันมืดมิด เขาสามารถปลดปล่อยความเป็นอัจฉริยะของตัวเองออกมาได้อย่างเต็มที่ และมีความรู้สึกที่รุนแรงมาก รุนแรงจนทำให้คนรอบข้างหัวใจเต้น "ตึกตัก" ตามไปด้วย
"เซนเซย์!"
ฉู่ชิงพูดภาษาญี่ปุ่นประโยคที่เพิ่งเรียนมา แล้ววิ่งตุปัดตุเป๋ไปที่แถว
ทหารคนนั้นไม่ได้ปรายตามองเขาแม้แต่น้อย ขี่ม้าตรงไปเลย หันไปยิ้มให้เด็กหลายคนที่นั่งอยู่บนป้อมกำแพง "ใครอยากเป็นเด็กดีของฉันบ้าง มาๆ แจกลูกอมแล้ว!"
ฉู่ชิงเดินผ่านข้างตัวเขาไป แล้วโค้งคำนับให้นักดนตรีที่อยู่ข้างหลังต่อ ตอนที่เขาโค้งตัวลง ท่าทางนั้นทำให้คนที่มองรู้สึกขัดหูขัดตามาก ท่อนบนเอียงไปทางซ้าย ท่อนล่างเอียงไปทางขวา เหมือนลูกเป็ดที่เพิ่งหัดเดินแล้วโก่งก้นที่อ้วนท้วนขึ้นมา
เขาไปถึงท้ายแถว จูงลาม้าที่แบกถังน้ำตัวนั้น วิ่งเหยาะๆ ไปตามทาง ใต้เท้ามีฝุ่นสีเหลืองลอยคลุ้ง
"เด็กดี ดูตรงนี้นะ"
มือที่สวมถุงมือสีขาวของทหารญี่ปุ่นกำลูกอมไว้หลายเม็ด สลับไปมา ประเดี๋ยวก็เสกให้หายไป ประเดี๋ยวก็เสกกลับมา เด็กๆ หลายคนถูกหยอกจนหัวเราะคิกคัก
ฉู่ชิงหดตัวอยู่ข้างหลังพวกเด็กๆ จ้องมองเขาเล่นกลตาไม่กะพริบ ในดวงตาฉายแววประหลาดใจและชื่นชม ไม่ใช่เพื่อประจบประแจงทหารคนนั้น แต่เป็นประกายความรู้สึกที่แท้จริงของชาวนาที่ทั้งชีวิตไม่เคยออกไปนอกหมู่บ้านเลยเมื่อได้เห็นของเล่นสนุกๆ
เขาไม่สนใจเลยสักนิดว่าคนที่อยู่ตรงหน้านี้ จะเป็นพวกญี่ปุ่นหรือไม่
ทหารญี่ปุ่นเอาลูกอมให้เด็กคนหนึ่ง แล้วลูบหัวเขา ยิ้มบอกว่า "เด็กดี ฉลาดจริงๆ" เงยหน้าขึ้นแล้วพูดกับเอ้อร์ป๋อจื่อที่อยู่ข้างหลังว่า "น้ำสะอาดๆ นะ ไม่เอาน้ำไม่สะอาด!"
ชูนิ้วขึ้นมาสามนิ้ว แล้วพูดว่า "หนึ่ง สอง สาม ตบนายสามฉาด เข้าใจไหม"
ฉู่ชิงมองเขาขี่ม้าจากไป เผยให้เห็นฟันขาวเต็มปาก ยิ้มกว้างยิ่งกว่าเดิม พูดภาษาถิ่นถังซานสำเนียงเหน่อๆ เต็มปากว่า "เข้าใจครับ ตอนเย็นจะเตรียมน้ำสะอาดๆ ไว้ให้นายท่านครับ!"
"ดี! เตรียมฉากต่อไป!"
พอเพิ่งสั่งคัต ฉู่ชิงก็รีบเข้าไปในบ้านแล้วเอาเสื้อโค้ทของตัวเองมาคลุมไว้ข้างนอกทันที หนาวจะตายอยู่แล้ว!
ไช่เหว่ยตงแอบย่องเข้าไปใกล้เจียงเหวินที่กำลังดูภาพย้อนหลังอยู่ แล้วพูดว่า "เหล่าเจียง นี่ผ่านแล้วเหรอ ฉันว่าที่เขาเล่นกับที่ฉันเล่นก็ไม่เห็นจะต่างกันตรงไหนเลย"
"เชี่ยเอ๊ย อย่างแกนี่ยังกล้ามาท้าทายอีกเหรอ" เจียงเหวินสนิทกับคนพวกนี้มาก พูดจาไม่มีเกรงใจ "แกลองดูเขา สูงไหม"
ไช่เหว่ยตงนึกย้อนไปถึงขายาวๆ สองข้างนั่น พยักหน้าตอบ "สูง!"
"แล้วแกลองดูนี่ เตี้ยไหม" เขาชี้ไปที่หน้าจอมอนิเตอร์
ไช่เหว่ยตงชะโงกหน้าไปดู เห็นเอ้อร์ป๋อจื่อในนั้น ร่างกายไม่เหมือนพวกคนขายชาติหุ่นเชิดในหนังเก่าๆ ที่ห่อตัวคุดคู้เหมือนคนเป็นโรคโปลิโอ
หัวของเขาไม่ได้ก้มต่ำมาก เอวก็ไม่ได้โค้งงอเท่าไหร่ แต่พอมองแล้ว กลับรู้สึกว่าคนคนนี้ช่างต้อยต่ำเหลือเกิน เป็นความต่ำต้อยชนิดที่ว่าในตัวไม่มีกระดูกแข็งๆ อยู่เลยสักท่อน
เจียงเหวินดูภาพย้อนหลังจบ ก็เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ยกขาขึ้นไขว่ห้าง คาบก้นบุหรี่ที่ยังสูบไม่หมดกลับเข้าปากอีกครั้ง ซี้ดไปสองที เงยหน้ามองท้องฟ้าสีเทาหม่น ท่าทางดูสบายใจมาก
เอียงคอนิดหนึ่ง เหลือบไปเห็นฉู่ชิงที่ออกมาจากในบ้านพอดี ก็กวักมือเรียก "ชิงจื่อ"
ฉู่ชิงตัวพองเป็นหมีเหมือนโดราเอมอน ค่อยๆ ขยับตัวเข้าไปใกล้
"เป็นไง"
"ก็พอได้ครับ แค่หนาวไปหน่อย"
"เชี่ย ฉันถามว่าบทนี้เป็นไง"
"บทนี้..."
ก่อนหน้านี้ตอนที่จางหัวเล่าเรื่องย่อให้เขาฟัง ยังไม่ค่อยรู้สึกประทับใจเท่าไหร่ แต่ผลคือเมื่อเช้าตอนที่พลิกดูบทที่ถูกแก้ไปแก้มานั่น ทำเอาเขาตกใจจนแทบตั้งสติไม่ทัน อดไม่ได้ที่จะยกนิ้วโป้งให้ แล้วพูดจากใจจริงว่า "โคตรเจ๋ง!"
เจียงเหวินกะพริบตาเล็กๆ ไม่ได้ออกความเห็น จู่ๆ ก็พูดขึ้นว่า "เอ้อ ภาษาถิ่นถังซานนั่นนายเรียนมาจากใครวะ โคตรได้







