“หัวหน้าฝ่ายสนับสนุนของหน่วยงานเพิ่งเกษียณไปเมื่อไม่นานมานี้ หัวหน้ากัวทำงานดีมาตลอด ผู้บริหารก็เลยสนับสนุนเขาขึ้นมา”
ลุงหวังพูดเตือนสติสวี่ซื่อเยี่ยน ว่าเดี๋ยวจะไปเจอหัวหน้ากัว อย่าพูดตำแหน่งผิดให้เสียเรื่อง
สวี่ซื่อเยี่ยนได้ยินแบบนั้นก็ดีใจ วันนี้มาถูกจริง ๆ
ดูท่าทางสายสัมพันธ์กับหัวหน้ากัวนี่จะตัดไม่ได้ ต้องรักษาไว้ให้ดี วันหลังอาจได้พึ่งพา
“ขอบคุณลุงหวังครับ แล้วตอนนี้ผู้อำนวยการกัวทำงานที่ห้องไหนเหรอครับ?
ผมก็เอาของป่ามาฝากนิดหน่อย ปีใหม่ใกล้จะมาถึงแล้ว ถือว่าเป็นน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ”
“โอ้ ก็อยู่ห้องข้าง ๆ ห้องเดิมนั่นแหละ ไปหาเขาได้เลย เช้านี้เขาก็เพิ่งมาเข้าทำงาน”
ลุงหวังอายุก็มากแล้ว อีกทั้งทำงานเฝ้าประตูหน่วยงาน จะมีเรื่องไหนดูไม่ออกบ้างล่ะ ก็เลยชี้ทางให้สวี่ซื่อเยี่ยนเรียบร้อย
“โอเคครับ งั้นผมไปหาหัวหน้ากัวก่อน แล้วค่อยกลับมาคุยกับลุงนะครับ”
สวี่ซื่อเยี่ยนแบกตะกร้าออกจากกระท่อมยามตรงไปยังอาคารสำนักงานของหน่วยงาน
และก็จริงอย่างที่ลุงหวังว่าไว้ เขาเจอกัวโส่วเย่ ในห้องทำงาน ดูเหมือนจะอ้วนขึ้นกว่าก่อนหน้านี้อีก
“ผู้อำนวยการกัว กำลังยุ่งอยู่หรือเปล่าครับ?” สวี่ซื่อเยี่ยนเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม
พอดีช่วงนั้นในห้องไม่มีใคร หัวหน้ากัวเงยหน้ามาเห็นว่าเป็นสวี่ซื่อเยี่ยน ก็รู้สึกแปลกใจไม่น้อย
“โอ้ คุณสวี่ไม่ได้มานานเลยนะ พวกผู้บริหารยังพูดถึงปลาเกล็ดละเอียดอยู่เลย บ่นถึงอยู่หลายรอบ”
คนที่จะได้เป็นหัวหน้าได้น่ะ ไม่มีใครธรรมดาหรอก ถึงสวี่ซื่อเยี่ยนจะไม่ได้มีตำแหน่งอะไร แต่หัวหน้ากัวก็ยังพูดดี ๆ ด้วย
“หน้าฤดูใบไม้ร่วงในไร่มันยุ่งมากครับ เลยไม่ได้ออกหาปลา พอเข้าหน้าหนาวแม่น้ำก็กลายเป็นน้ำแข็ง จับปลาก็ลำบาก
ถ้าผู้บริหารยังอยากกินอยู่ เดี๋ยวผมลองเจาะน้ำแข็งดูว่าพอจะจับมาได้ไหม ให้ลองชิมกันดูครับ”
สวี่ซื่อเยี่ยนจับใจความจากคำพูดของผู้อำนวยการกัวได้ ก็เลยรีบอธิบายทันที
“ผู้อำนวยการกัวครับ วันนี้ผมมาซื้อของปีใหม่ พอดีผ่านมาเลยแวะมาหา แล้วก็เอาของป่าจากบ้านมาฝากนิดหน่อย อย่ารังเกียจนะครับ”
พูดง่าย ๆ ก็คือ มาส่งของนั่นแหละ สายสัมพันธ์กับผู้อำนวยการกัวนี่ดีนัก ต้องรักษาให้แน่นแฟ้น
เสียของไปบ้าง แต่ถ้าได้ผลตอบแทนกลับมามากกว่าในอนาคตก็ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า
ขณะพูด สวี่ซื่อเยี่ยนก็ควักของออกมาเรื่อย ๆ
ของที่ให้หัวหน้ากัวก็ต้องไม่ใช่แค่ไก่ป่ากระต่ายป่าอะไรพวกนั้น ต้องเป็นของพรีเมี่ยมหน่อย
“เมื่อไม่กี่วันก่อนผมไปล่าหมีดำมาได้ตัวนึง เอาตีนหมีไปตุ๋นกินแล้วอร่อยใช้ได้ อันนี้เนื้อกวาง เนื้อเลียงผา แล้วก็...หำกวางด้วย”
ตอนเอาพวกตีนหมี เนื้อกวางอะไรพวกนั้นออกมา กัวโส่วเย่ก็ยังพอรักษาท่าทีได้ แม้จะชอบอยู่บ้าง
แต่พอเจอหำกวางเข้าไป เขาก็ถึงกับลุกพรวดจากเก้าอี้
“โอโห ของดีเลยล่ะ!”
ก็ผู้ชายที่ไหนจะไม่ชอบของพรรค์นี้ล่ะ?
แม้กัวโส่วเย่จะอายุแค่ราวสามสิบ ยังไม่ได้จำเป็นต้องใช้เองตอนนี้ แต่ก็เอาไปให้คนอื่นได้
ของแบบนี้เอาไปแช่เหล้า ใส่โสมป่าอะไรลงไปด้วย รับรองว่าบำรุงขั้นสุด
บรรดาผู้บริหารก็อายุกันไม่น้อย ของแบบนี้จะให้ใคร ใครก็ต้องรับไว้ด้วยความยินดี
กัวโส่วเย่เพิ่งได้รับตำแหน่งใหม่ กำลังกลุ้มอยู่พอดีว่าใกล้ปีใหม่แล้วยังไม่มีของดีจะเอาไปฝากใคร พอสวี่ซื่อเยี่ยนเอามาให้แบบนี้ เขาก็เลยดีใจสุด ๆ
“ได้เลยน้องสวี่มีฝีมือจริง ๆ ต่อไปมีอะไร ก็มาหาพี่ได้เลย พี่จัดการให้แน่นอน ไม่เคยปฏิเสธ”
กัวโส่วเย่เก็บของพวกนั้นอย่างดี ใบหน้าก็ยิ่งเต็มไปด้วยไมตรีจิตต่อสวี่ซื่อเยี่ยน
“ของดีแบบนี้ ถ้ามีอีกอย่าลืมเอามาฝากพี่นะ
พี่ไม่ได้เอาฟรีหรอกนะ จะจ่ายตังค์ให้” เขากระซิบเบา ๆ ปลายประโยค
“อะไรกันครับ จะเอาเงินไปทำไม ขอแค่พี่กัวชอบก็พอ ถ้าผมได้ของมาอีก รับรองว่าเก็บไว้ให้พี่แน่นอนครับ”
สวี่ซื่อเยี่ยนก็เปลี่ยนมาเรียก “พี่กัว” แล้ว ทั้งสองคนหันมาสบตาและยิ้มให้กัน โดยไม่ต้องพูดอะไรให้มากความ
“โอ๊ย ดูพี่สิ สมองเบลอหมดแล้ว”
จู่ ๆ กัวโส่วเย่ก็เอามือตบหน้าผาก เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ แล้วก็รีบเปิดลิ้นชัก
“รอแป๊บนะ พี่มีของจะให้” เขาคุ้ยอยู่พักหนึ่ง แล้วก็หยิบปึกบัตรหลากสีออกมา
“ฉันมีตั๋วอยู่บ้าง เหลือจากที่เอาไว้แจกเป็นสวัสดิการให้คนงาน ลองดูสิว่ามีอะไรที่คุณใช้ได้ก็เอาไปเถอะ”
กัวโส่วเย่ได้รับของมากมายจากสวี่ซื่อเยี่ยน อาจจะรู้สึกเกรงใจอยู่ในใจพอสมควร
พอดีว่าเขาเป็นคนดูแลเรื่องพวกนี้ ตั๋วในมือก็มีอยู่เยอะ ก็เลยหยิบออกมาบางส่วนให้สวี่ซื่อเยี่ยน
“โอ๊ย แบบนี้จะดีเหรอ?” สวี่ซื่อเยี่ยนทั้งตกใจทั้งดีใจ
ที่เขามาหากัวโส่วเย่พร้อมของฝาก ก็แค่หวังเผื่ออนาคต ไม่ได้คิดว่าจะได้อะไรตอบแทนในตอนนี้
แต่ไม่คาดคิดว่ากัวโส่วเย่เป็นคนมีน้ำใจมาก ให้ตั๋วมาเป็นปึกเลย
สมัยนี้ตั๋วมีค่าไปหมด ของที่ขาดตลาดต้องใช้ตั๋วแลก ไม่มีตั๋วก็ซื้อไม่ได้
“เราสองคนยังต้องพูดจาเกรงใจกันอีกเหรอ? เอาไปเถอะ
ฉันยังไม่ดูด้วยซ้ำว่ามีอะไรบ้าง นายลองดูเอง ใช้ได้ก็ใช้ ใช้ไม่ได้ก็เอาไปให้คนอื่นก็ได้” กัวโส่วเย่พูดอย่างไม่ใส่ใจ แล้วก็ยัดตั๋วใส่มือสวี่ซื่อเยี่ยน
พอดีมีคนเดินเข้ามา ให้กัวโส่วเย่เซ็นชื่อ สวี่ซื่อเยี่ยนเลยไม่สะดวกอยู่ต่อ ก็เลยถือเอาตั๋วแล้วขอตัวออกมา
ตอนเดินออกมายังได้ยินกัวโส่วเย่พูดกับคนนั้นว่า "คนเมื่อกี้เป็นญาติจากที่บ้าน เอาของปีใหม่มาให้"
สวี่ซื่อเยี่ยนยิ้มแล้วเอาตั๋วเก็บใส่อก เดินออกจากอาคารของกรม
พอดูเวลา สิบโมงครึ่ง เขายังตั้งใจจะไปที่ฝูซง ก็เลยรีบตรงไปสถานีรถโดยสาร
ซื้อตั๋วไปฝูซง ตรวจตั๋วขึ้นรถ ถึงได้รู้ว่าคนไปฝูซงเยอะมาก รถไม่มีที่นั่งเลย
สมัยนี้ไม่สนใจเรื่องบรรทุกเกินเลย
พนักงานขายตั๋วที่มากับรถหยิบเก้าอี้พับออกมาจากใต้เบาะเสริมเป็นที่นั่งเพิ่ม
พอวางเก้าอี้พับไม่ได้แล้ว ยังมีฝากล่องเครื่องยนต์ที่นั่งได้อีกหลายคน
“ใครพกของมา เอาขึ้นไปไว้บนหลังคาหมด รถไม่ให้วางของด้านใน”
สวี่ซื่อเยี่ยนสะพายตะกร้าใบใหญ่ไว้หลัง กินพื้นที่มาก พนักงานไม่พอใจเลยตะโกนให้เขาเอาขึ้นหลังคารถ
บนหลังคามีตาข่ายใหญ่ ใส่ของผู้โดยสารหลากหลายชนิด แล้วใช้ตาข่ายคลุมไว้
สวี่ซื่อเยี่ยนเห็นท่าไม่มีทางเลือก ก็เลยมัดของในตะกร้าให้แน่นไม่ให้หล่น
จากนั้นปีนขึ้นหลังรถทางบันไดท้าย เอาตะกร้าไปวางบนหลังคา แล้วกลับเข้ามานั่งบนเก้าอี้พับในรถ
สิบเอ็ดโมง รถโดยสารออก เดินทางโยกเยกไปสองชั่วโมง ถึงตัวอำเภอจนได้
ลงจากรถ สวี่ซื่อเยี่ยนตรงไปที่จุดรับซื้อ ขายของที่เอามา
ถุงน้ำดีหมี 2 ถุง สมุนไพร 1 กับทองแดง 1 ได้เงินมาหน่อยกว่าพันหยวน
เขากวางหนึ่งคู่ เพราะกลายเป็นกระดูกแล้ว ราคาตก ได้แค่ 20 หยวน
ถ้าเป็นเขากวางอ่อน หนึ่งเหลี่ยง (ประมาณ 50 กรัม) ราคา 38 หยวนเชียวนะ
ช่วงนั้นหนังสัตว์ยังไม่แพง หนังเซเบิ้ลแผ่นละแค่สิบกว่าหยวน
ปี 1977 เซเบิ้ลยังไม่ถูกจัดเป็นสัตว์ป่าอนุรักษ์ หนังเซเบิ้ลเลยยังไม่แพง แผ่นละร้อยกว่าหยวน
ดีที่สวี่ซื่อเยี่ยนเอาหนังสัตว์มาเยอะ สรุปแล้วได้เงินทั้งหมด 1,400 หยวนพอดี
ทางรับซื้อออกใบเสร็จ เอาใบเสร็จไปรับเงินอีกฝั่ง เจ้าหน้าที่นับธนบัตรใบละสิบหยวนมาเป็นปึกใหญ่ ตรวจอีกที 140 ใบ ส่งให้สวี่ซื่อเยี่ยน
สวี่ซื่อเยี่ยนเก็บเงินไว้แน่นหนา แล้วออกจากจุดรับซื้อ
พอออกมาก็รู้สึกแปลกๆ เหมือนมีอะไรผิดปกติ ใจเริ่มไม่ดี
ตอนแรกกะจะแวะร้านค้าเดินดูของ แต่เปลี่ยนใจไม่กล้าไปแล้ว ตรงไปสถานีรถเลย ตั้งใจซื้อตั๋วกลับ
ระหว่างทาง มีคนหนึ่งเดินเซๆ มา ชนกับสวี่ซื่อเยี่ยนเข้าอย่างจัง







