“บ้าจริง! ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้!!”
ลิลิธเกาหัวอย่างหัวเสีย กิ๊บติดผมรูปไม้กางเขนกลับหัวสีทองบนผมทรงทวินเทลของเธอสั่นไหวไม่หยุด
เห็นได้ชัดว่าสภาพจิตใจของเธอเริ่มพังทลายแล้ว ในประเด็นเรื่องบั๊ก เธอได้สูญเสียจุดยืนในการโต้เถียงไปโดยสิ้นเชิง ต่อให้พยายามแค่ไหนก็ไม่สามารถโยนความผิดไปให้กู้ฝานได้อีก
แต่ในขณะที่กู้ฝานคิดว่าการซักฟอกครั้งนี้จะผ่านพ้นไปได้อย่างปลอดภัย ลิลิธก็ค้นพบแนวทางการโจมตีใหม่ได้อีกครั้ง
“ก็ได้ เรื่องโค้ดช่างมันไปก่อน แต่เรื่องผู้ทดสอบคุณจะอธิบายว่ายังไง! ทำไมคุณถึงเลือกคนแบบนี้มาเป็นหัวหน้าทีมทดสอบ!”
เธอพูดพลางหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากอกเสื้อแล้วโยนใส่กู้ฝาน
“ดีเลย ถือโอกาสนี้อธิบายมาสิว่าทำไมถึงรับคนที่ไม่รู้วิธีเล่นเกมเลยมาเป็นหัวหน้าทีมทดสอบ!”
กู้ฝานหยิบขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นประวัติส่วนตัวของซูถง
ในใจของเขากระตุกวูบ
ก่อนหน้านี้เขาก็สงสัยอยู่ว่าทำไมหลังจากที่เขารับซูถงเข้ามาแล้ว ลิลิธถึงไม่เคยพูดถึงเลย เป็นเพราะมัวแต่ยุ่งเรื่องอื่นอยู่ที่นรกหรือเปล่า?
ดูท่าตอนนี้แล้ว ลิลิธไม่ใช่ว่าไม่สนใจ ที่ไม่พูดถึงก็เป็นเพราะตอนนั้นเกม ‘ซิซีฟัส’ ยังทำไม่เสร็จ และยังไม่เกิดบั๊กขึ้น จังหวะเวลายังไม่เหมาะสมต่างหาก
ตอนนี้ ลิลิธตั้งใจจะมาคิดบัญชีทีหลัง!
แต่กู้ฝานยังคงมีสีหน้าปกติสุขุม สำหรับเรื่องนี้ เขาเตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้ว
“คุณพูดถึงซูถงเหรอ? หรือว่าเธอไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับทีมทดสอบล่ะ?”
ลิลิธแค่นเสียงเย็นชา “งั้นฉันถามคุณหน่อย ก่อนหน้านี้มีคนหนึ่งชื่อเริ่นอวี่ เห็นได้ชัดว่าเป็นผู้ทดสอบที่มากประสบการณ์ ความสามารถก็สูงกว่า ทำไมคุณถึงไม่เอา?”
กู้ฝานผายมือออก “เรื่องนี้ไม่ควรถามตัวเองเหรอ?”
ลิลิธชะงักไปครู่หนึ่ง “นี่มันเกี่ยวอะไรกับฉัน!”
กู้ฝานพูดอย่างมีเหตุผลหนักแน่น “นั่นใช่ผมไม่เอาเหรอ? นั่นเป็นเพราะเขาไม่ยอมมาต่างหาก! ไม่ใช่แค่เริ่นอวี่ วันที่สัมภาษณ์ยังมีอีกหลายคน พวกเขาก็ไม่มากันทั้งนั้น! ใครใช้ให้คุณตั้งกฎตายตัวว่าพนักงานในบริษัทของเราจะได้รับเงินเดือนสูงสุดแค่ 80% ของบริษัทอื่นล่ะ!
“คนจะย้ายงานยังต้องมาโดนลดเงินเดือน ที่เขาไม่แทงผมตรงนั้นเลยก็ถือว่าไว้หน้ามากแล้วนะรู้ไหม?
“ผมนี่กำลังเสี่ยงชีวิตรับสมัครคนให้คุณอยู่นะ!
“แม่ครัวเทวดาก็หุงข้าวโดยไม่มีข้าวสารไม่ได้ ผมจับพนักงานที่ยอมลดเงินเดือนย้ายงานอย่างซูถงมาได้สักคน ก็ถือว่าโชคดีสุดๆ แล้วนะ!”
ลิลิธถึงกับพูดไม่ออก จริงด้วย นี่ไม่ใช่ปัญหาว่าจะเอาหรือไม่เอา แต่เป็นปัญหาว่าเขาจะมาหรือไม่มาต่างหาก!
พนักงานจะได้รับเงินเดือนสูงสุด 80% ของเงินเดือนสูงสุดในบริษัทอื่น เรื่องนี้เขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษรในสัญญา กู้ฝานก็ทำได้แค่ทำตามสัญญาเท่านั้น
น้ำเสียงของลิลิธอ่อนลงไปหลายส่วน “ถึงอย่างนั้นคุณก็ไม่ควรรับคนที่เล่นเกมห่วยขนาดนั้นมาเป็นหัวหน้าทีมทดสอบนะ!”
กู้ฝานย้อนถาม “ใครบอกว่าเล่นเกมห่วยแล้วจะทดสอบเกมไม่ได้? คุณพูดแบบนี้แสดงว่าไม่รู้จริง!
“อย่างแรกเลย ตอนนี้ห่วยไม่ได้แปลว่าในอนาคตจะห่วย
“อย่างที่สอง อาชีพทดสอบเกมนี้ไม่ควรมีข้อกำหนดด้านฝีมือการเล่นเกมเลยด้วยซ้ำ!”
ลิลิธตกใจ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ยินทฤษฎีแบบนี้ “ทำไมล่ะ?”
กู้ฝานอธิบาย “ง่ายมาก ผมถามคุณหน่อย บนโลกใบนี้คนเล่นเกมเก่งกับคนเล่นเกมห่วย อย่างไหนมีเยอะกว่ากัน?”
ลิลิธชะงักไปครู่หนึ่ง “คนเล่นห่วยเยอะกว่า”
กู้ฝานพยักหน้า “นั่นก็ถูกแล้วไม่ใช่เหรอ? ต่อให้เป็นเกมเดียวกัน ประสบการณ์การเล่นเกมของพวกมือใหม่กับพวกเทพก็แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง พวกเทพเล่นเกมเก่งก็จริง แต่อาจจะมองข้ามปัญหาที่พวกมือใหม่ต้องเจอ
“ในทางกลับกัน การให้มือใหม่มาเป็นผู้ทดสอบ จะยิ่งตรวจเจอปัญหาได้ง่ายกว่า สะท้อนสภาพที่แท้จริงของผู้เล่นตอนเล่นเกมนี้ได้ง่ายกว่า!
“นี่ก็เหมือนกับการทำโจทย์คณิตศาสตร์ พวกอัจฉริยะไม่มีทางสอนโจทย์ให้พวกเรียนไม่เก่งได้หรอก เพราะขั้นตอนที่พวกเขามองแวบเดียวก็เข้าใจได้โดยไม่ต้องอธิบายอะไรเลย ในสายตาของพวกเรียนไม่เก่งมันคือเหวลึกที่ไม่อาจข้ามผ่านได้
“ฉะนั้นผมรับผู้เล่นมือใหม่มาเป็นผู้ทดสอบมันผิดตรงไหน?
“ยิ่งไปกว่านั้นเธอยังจบจากมหาวิทยาลัยเมืองหลวง นี่หมายความว่าเธอมีไอคิวสูง มีความสามารถในการลงมือทำ ทำอะไรก็มักจะยืนหยัดทำจนสำเร็จ คุณสมบัติเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นสำหรับการทดสอบเกมหรอกเหรอ?
“จ้างมาได้ในราคานี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว ทำไมคุณยังจะรังเกียจอีก?
“ตอนนี้เธออาจจะห่วยไปหน่อย แต่ก็มีพื้นที่ให้พัฒนาอีกเยอะนะ!”
ลิลิธถูกพูดใส่จนอ้าปากค้าง ดูเหมือนจะตกตะลึงกับความไร้ยางอายของกู้ฝานไปแล้ว
เธอเอาแต่ก้มหน้าครุ่นคิดอยู่นาน ดูเหมือนกำลังพยายามคิดหาเหตุผลมาหักล้างคำพูดของกู้ฝาน แต่น่าเสียดาย ที่สุดท้ายก็ล้มเหลว
ในที่สุด เธอก็พูดอย่างฉุนเฉียวว่า “ก็ได้ เรื่องบั๊กของเกมฉันจะไม่เอาความแล้ว แต่เรื่องหัวหน้าทีมทดสอบนี่ คุณอย่าคิดว่าจะหลอกให้มันผ่านไปง่ายๆ ฉันยังต้องคุยกับคุณให้รู้เรื่อง!
“เย็นวันจันทร์พวกคุณสองคนอยู่ทำงานล่วงเวลา! ฉันจะไปพบเธอด้วยตัวเอง!”
พูดจบ ลิลิธก็หยิบโค้กสองกระป๋องจากตู้เย็นไปด้วยความโมโห แล้วหายตัวไปในพริบตา
……
……
เช้าวันจันทร์ 9 โมง กู้ฝานมาถึงบริษัทตรงเวลา
เขาสั่งกาแฟแก้วหนึ่งที่ชั้นล่าง พลางดื่มพลางมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยอารมณ์เบิกบาน
หลังจากเกม ‘ซิซีฟัส’ วางจำหน่ายในคืนวันเสาร์ ก็ประสบกับช่วงซบเซาหนึ่งวัน เพราะวิธีการโปรโมตค่อนข้างจำกัด ทำให้แรงส่งในช่วงหลังไม่เพียงพออย่างรุนแรง ถึงขนาดทำให้คนรู้สึกว่าเกมใกล้จะเจ๊งแล้ว
แต่ในคืนวันอาทิตย์ หลังจากอาจารย์ติงค้นพบบั๊กสองอย่างคือ ‘หินกลิ้งเร่งความเร็ว’ และ ‘มังกรสยายปีก’ กระแสความนิยมของเกมก็กลับมาร้อนแรงในทันที!
เพียงชั่วข้ามคืน คลิปตัดต่อจากการไลฟ์สดของเขาก็แพร่กระจายไปทั่วทั้งอินเทอร์เน็ต และกระแสความนิยมของเกม ‘ซิซีฟัส’ ก็กลับมาโด่งดังอีกครั้ง ทั้งยังเติบโตอย่างต่อเนื่องและสร้างสถิติใหม่!
ในช่วงกลางวันของวันอาทิตย์ เกมนี้มียอดดาวน์โหลดแล้ว 230,000 ครั้ง แต่ยอดขายกลับมีเพียง 700 กว่าชุด ช่างเป็นภาพที่น่าสังเวชอย่างยิ่ง
ผู้เล่นส่วนใหญ่หลังจากได้ลองเล่นแล้วก็ไม่มีความอยากจะซื้อเลยแม้แต่น้อย
แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว
ไม่เพียงแต่ยอดดาวน์โหลดจะพุ่งสูงขึ้นไปถึง 300,000 ครั้ง ยอดขายยิ่งเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด เพิ่มขึ้นมาหนึ่งหลัก ทะยานไปถึง 5,000 กว่าชุด!
เห็นได้ชัดว่ามีผู้เล่นจำนวนมากที่สั่งซื้อไปแล้วโดยที่ยังไม่ได้ลองเล่นด้วยซ้ำ
ส่วนคนที่เดิมทีคิดจะขอเงินคืน ก็ล้มเลิกความคิดนั้นไปโดยสิ้นเชิง
เพราะจากวิดีโอและคลิปตัดต่อไลฟ์สดจำนวนมาก ผู้เล่นใหม่ต่างมั่นใจแล้วว่าในเกมนี้มีจุดที่ดึงดูดพวกเขาอยู่ นั่นก็คือ ‘หินกลิ้งเร่งความเร็ว’ และ ‘มังกรสยายปีก’ ดังนั้นความอยากซื้อจึงเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
และการเติบโตของกระแสที่เห็นได้ชัดยิ่งกว่า คือจำนวนคนที่ไลฟ์สดเกมนี้
เมื่อเปิดเว็บไซต์ไลฟ์สดใหญ่ๆ ก็จะพบว่า ‘ซิซีฟัส’ แทบจะครองพื้นที่โซนเกมไปทั้งหมด และไม่ใช่แค่สตรีมเมอร์เกมออฟไลน์เท่านั้น สตรีมเมอร์เกมออนไลน์หลายคนก็กำลังเล่นอยู่ด้วย!
ยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังทดสอบ ‘มังกรสยายปีก’ โดยเฉพาะ
แน่นอนว่า นอกจาก ‘มังกรสยายปีก’ แล้ว พวกเขายังพยายามทุกวิถีทางเพื่อทดสอบความเป็นไปได้อื่นๆ เช่น ‘มังกรเชิดหัว’ หรือ ‘มังกรสะบัดหาง’ อะไรทำนองนั้น
นั่นคือหลังจากขี่มังกรแล้ว ก็พยายามกระโดดไปยังตำแหน่งอื่นๆ บนตัวมังกร เพื่อดูว่าจะสามารถกระเด้งได้สูงขึ้นอีกหรือไม่
แม้ผลการทดสอบจะออกมาว่าความสูงของ ‘มังกรสยายปีก’ นั้นสูงกว่า ‘มังกรเชิดหัว’ และ ‘มังกรสะบัดหาง’ อยู่มาก เป็นการยืนยันว่าสองอย่างหลังไม่มีมูลค่าในการใช้งานจริง แต่คลิปวิดีโอปั่นๆ แบบนี้ก็ยังคงได้รับความนิยมอย่างสูงบนโลกออนไลน์
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ด้วยแรงส่งจากกระแสความนิยมนี้ ‘ซิซีฟัส’ จะต้องเผชิญกับการระเบิดของความนิยมอย่างเต็มรูปแบบอีกระลอก!
จนถึงตอนนี้ ทุกอย่างยังคงดำเนินไปตามแผนของกู้ฝาน
จุดเสี่ยงเล็กๆ เพียงหนึ่งเดียวที่ยังคงอยู่ ก็คือการที่ลิลิธหันหัวหอกมาที่ฝีมือการเล่นเกมของซูถง โดยยืนกรานว่าเธอไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเป็นหัวหน้าทีมทดสอบ
คืนนี้ลิลิธจะมาด้วยตัวเอง กู้ฝานจึงต้องเตรียมตัวล่วงหน้า
หลังจากครุ่นคิดอยู่นาน กู้ฝานก็มองไปยังซูถงที่กำลังต่อสู้กับคอมพิวเตอร์อยู่อีกด้านหนึ่ง
นับตั้งแต่เกม ‘ซิซีฟัส’ วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ งานในฐานะหัวหน้าทีมทดสอบของซูถงก็ถือว่าเสร็จสิ้นลงแล้ว ปัจจุบันเธอจึงไม่มีงานในมือเช่นเดียวกับกู้ฝาน
แต่ต่างจากกู้ฝานที่เอาแต่อู้และถ่วงเวลาไปวันๆ ซูถงกลับยุ่งอยู่ตลอดเวลา
ทุกครั้งที่กู้ฝานมองไป เธอก็กำลังเล่น ‘ซิซีฟัส’ อยู่เสมอ
“ไม่รู้ว่าฝีมือการเล่นเกมนี้ของซูถงเป็นอย่างไรบ้างแล้ว”
เนื่องจากกู้ฝานค่อนข้างยุ่ง ในช่วงพัฒนาก็ต้องเขียนโค้ดทุกวัน ช่วงทดสอบก็ต้องแก้บั๊ก ดังนั้นโดยพื้นฐานแล้วเขาจึงได้ตรวจสอบความคืบหน้าในการเล่นเกมของซูถงเพียงเล็กน้อยในสัปดาห์แรกของการทดสอบเท่านั้น
ตอนนั้น แม้ซูถงจะเล่นเกมนี้จนจบได้ แต่โดยพื้นฐานแล้วก็คือการใช้ความล้มเหลวถมเข้าไปจนผ่าน ใช้เวลาไปกว่า 40 ชั่วโมง ซึ่งสูงกว่าเวลาเฉลี่ย 15 ชั่วโมงที่ผู้เล่นคาดว่าจะใช้ในการเล่นจนจบเกือบสามเท่า
พอถึงสัปดาห์ที่สอง กู้ฝานต้องยุ่งกับเรื่องต่างๆ ก่อนการวางจำหน่ายเกม ก็ยิ่งไม่มีเวลาไปสนใจ
เขาเพียงแค่ยืนยันว่าซูถงยังไม่พบกลไกหลักที่ซ่อนไว้สองอย่างคือ ‘หินกลิ้งเร่งความเร็ว’ และ ‘มังกรสยายปีก’ ก็วางใจ แล้วไปยุ่งกับเรื่องของตัวเองต่อ
จนถึงตอนนี้ เป็นเวลาประมาณสิบวันแล้วที่กู้ฝานไม่ได้ถามถึงความคืบหน้าในการเล่นเกมของซูถงอีก และไม่รู้ว่าตอนนี้เธอเล่นเป็นอย่างไรบ้างแล้ว
ถ้าหากฝีมือการเล่นเกมนี้ของซูถงพัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด บางทีอาจจะทำให้ลิลิธหุบปากได้?