คนตรงหน้าไม่ใช่มนุษย์ และไม่ใช่เพื่อนของนายอย่างหวังจื่อข่ายด้วย
'หวังจื่อข่าย' ไม่เคยมีอยู่จริงตั้งแต่แรก มันเป็นแค่อสูรโมหะที่สวมรอย เป็นเพียงผู้หลงลืมที่กลายพันธุ์ไปแล้วเท่านั้น
ตายแล้วก็ตายไปเถอะ ไม่เห็นจำเป็นต้องเสียใจเลย
เกาหยางบอกตัวเองแบบนั้น แต่มันก็ไร้ผล หน้าอกของเขาจุกแน่นจนแทบจะหายใจไม่ออก
ชั่วขณะนั้น ความทรงจำต่างๆ พรั่งพรูเข้ามาในหัว ทั้งตอนเปิดเทอมวันแรกที่หน้าประตูโรงเรียนซึ่งเกือบถูกรถสปอร์ตของหวังจื่อข่ายชน ตอนฝึกทหารวันที่สามที่เขาเป็นลมแดดแล้วหวังจื่อข่ายแบกไปห้องพยาบาล ตอนที่ถูกหวังจื่อข่ายลากไปเล่นเกมที่ร้านเน็ตครั้งแรกแล้วแพ้รวดทั้งคืน ตอนที่ทั้งสองคนเมาด้วยกันครั้งแรกแล้วหวังจื่อข่ายร้องไห้ฟูมฟายบอกว่าจริงๆ แล้วไม่อยากให้พ่อแม่หย่ากันเลยสักนิด...
เกาหยางทรุดตัวนั่งลงหน้าศพของหวังจื่อข่าย วิญญาณหลุดลอยไปชั่วขณะ
ชิงหลิงถือดาบ เอามือกุมแขนที่เลือดไหลไม่หยุดเดินเข้ามาในบ้าน
พั่งจวิ้นลังเลอยู่สองวินาที แต่ก็ลุกขึ้นจากข้างตัวหวังจื่อข่าย เดินไปหาชิงหลิงแล้ววางมือทั้งสองข้างลงบนบาดแผลที่แขนของเธอ "รักษา!"
ชิงหลิงมองหวังจื่อข่ายแวบหนึ่งแล้วขมวดคิ้ว "เขาตายแล้วเหรอ"
สารวัตรหวงพยักหน้า "ไม่มีชีพจรแล้ว" พูดจบเขาก็กวาดสายตามองศพอสูรที่นอนระเกะระกะอยู่บนพื้น "ไม่นึกเลยว่าสุดท้ายจะกลายเป็นการล้างบางหมู่บ้านจริงๆ ถ้าไม่ได้หวังจื่อข่าย พวกเราสี่คนก็คงตายไปแล้ว"
"...มีตกหล่นไหม" พั่งจวิ้นถามอย่างกระวนกระวาย
"ฉันเพิ่งนับไป นอกบ้านสามสิบเอ็ด ในบ้านยี่สิบสองคน รวมทั้งหมดห้าสิบสาม"
"ไม่ตกหล่น! งั้นพวกเราก็ออกไปจากสถานที่บ้าๆ นี่ได้แล้วใช่ไหม!" พั่งจวิ้นร้อนรนทนไม่ไหว "พวกมันตายหมดแล้ว ไม่มีศัตรูแล้วนี่!"
สิ้นเสียงของพั่งจวิ้น หน้าอกของเกาหยางก็บีบรัดอย่างแรง
เขากุมหน้าอกไว้ "ไม่ชอบมาพากล..."
"ไม่ชอบมาพากลตรงไหน" สารวัตรหวงตื่นตัวขึ้นมาทันที
"รู้สึกไม่ค่อยดีเลย..." เกาหยางอธิบายไม่ถูก อาจเป็นเพราะเขามีพลังรับรู้ทางจิตวิญญาณสูง จึงสามารถสัมผัสได้ถึงการมีอยู่ของศัตรูที่ซ่อนตัวอยู่
"ยังไม่จบ" น้ำเสียงของเกาหยางแฝงความสิ้นหวังเอาไว้ "มีบางอย่างยังอยู่ข้างๆ พวกเรา มันแข็งแกร่งมาก ตื่นเต้นมาก และอันตรายมาก..."
"พี่หยาง นายนาย...อย่าล้อเล่นแบบนี้สิ ไม่ตลกเลยนะ!" พั่งจวิ้นที่เพิ่งรอดตายมาหวุดหวิดรับไม่ไหวแล้วจริงๆ เขามองไปรอบๆ "ยังมีตัวอะไรอีก อยู่ไหนล่ะ ฉันไม่เห็นเห็นเลย!"
เกาหยางหลับตาลง เข้าสู่ระบบ
【คำเตือน! คุณกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่อันตรายอย่างยิ่ง】
【อัตราการได้รับแต้มโชคเพิ่มขึ้นเป็น 1000 เท่า】
1000 เท่า?
เกาหยางไม่รู้ว่ามันคือระดับไหน เขารู้เพียงแค่ว่า ด้วยสภาพของพวกเขาทั้งสี่คนในตอนนี้ ต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย!
เขาลืมตาขึ้นแล้วตะโกนลั่น "หนี! วิ่งเร็วเข้า!"
ทั้งสี่คนไม่ลังเล พุ่งพรวดออกจากบ้านไปโดยไม่สนแม้กระทั่งศพของหวังจื่อข่าย
เพิ่งวิ่งออกมาถึงลานบ้าน ชิงหลิงที่วิ่งนำอยู่ข้างหน้าก็หยุดชะงักกะทันหัน เธอไม่ได้หันกลับมา แต่ยกมือขึ้นปรามทั้งสามคนที่อยู่ด้านหลัง "ถอยไป! อย่าเข้ามาใกล้ฉัน!"
ทั้งสามคนไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น จึงหยุดฝีเท้าแล้วกลั้นหายใจ
เกาหยางเป็นคนแรกที่สังเกตเห็น เขาเบิกตากว้างเมื่อพบความผิดปกติของชิงหลิง... พูดให้ถูกคือ ผมยาวสีดำของเธอต่างหากที่ผิดปกติ มีผมสีดำสองสามปอยค่อยๆ ลอยตัวขึ้นอย่างช้าๆ โดยไม่สนแรงโน้มถ่วงของโลก
เกาหยางได้สติกลับมา ผมสีดำไม่กี่ปอยนั้นไม่ใช่ของชิงหลิง!
"ฟ่อ ฟ่อ ฟ่อ "
ผมยาวสีดำเหล่านั้นรัดเข้าที่ลำคอเรียวระหงของชิงหลิง หมายจะรัดคอเธอ ชิงหลิงงอนิ้ว ใบมีดที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อตรงหน้าอกก็พุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว
"ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว " ใบมีดตัดผมสีดำสองสามปอยนั้นขาดสะบั้น ชิงหลิงย่อตัวลงอย่างรวดเร็ว กระโดดม้วนตัวกลับมาอยู่ข้างทั้งสามคน
ผมสีดำที่ถูกตัดขาดไม่ได้ตามมาอีก พวกมันลอยคว้างอยู่กลางอากาศครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆ กระจายตัวออก ราวกับแพลงก์ตอนเส้นเล็กๆ ที่ค่อยๆ แหวกว่ายขึ้นไปบนท้องฟ้า
ทั้งสี่คนเงยหน้าขึ้นพร้อมกัน รู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว
กะโหลกศีรษะรูปร่างคล้ายมนุษย์ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า บนกะโหลกนั้นมีเส้นผมยาวสีดำขลับและดกหนา
"พวกนายรีบดูที่เท้าเร็ว!" พั่งจวิ้นร้องลั่น
เกาหยางก้มหน้ามอง ก็เห็นว่าเส้นผมของศพที่อยู่แทบเท้าทั้งหมดหลุดร่วงลงมาเอง รวมตัวกันเป็นกระจุกๆ ราวกับงูสีดำตัวเล็กๆ ที่เลื้อยไปมาบนพื้น ไม่นานพวกมันก็ไม่สนใจแรงโน้มถ่วงของโลก เลื้อยแหวกว่ายไปหาสัตว์ประหลาดบนท้องฟ้า ประหนึ่ง 'ลูกอ๊อด' นับหมื่นนับแสนตัวที่หลงทางต่างพากันกลับสู่อ้อมอกของผู้เป็นแม่
เพียงครู่เดียว สัตว์ประหลาดก็กลับคืนสู่ร่างสมบูรณ์
เกาหยางไม่รู้จะบรรยายรูปลักษณ์ของมันอย่างไรดี กะโหลกมนุษย์อันแสนพิลึกพิลั่นที่มีเส้นผมสีดำนับร้อยล้านเส้นต่อติดอยู่ด้านหลัง ภายใต้แสงจันทร์ มันดูเหมือนสัตว์ประหลาดสาหร่ายยักษ์ที่ลอยเคว้งอยู่ใต้ทะเลลึก
มันค่อยๆ ลดระดับลงมา เส้นผมแผ่กระจายออกไปทุกทิศทุกทาง บดบังท้องฟ้าและดวงจันทร์ไปชั่วขณะ ความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุดกดทับลงมายังพวกเขาทั้งสี่ ราวกับเป็นวันสิ้นโลก
"นี่มัน..." ในที่สุดพั่งจวิ้นก็นึกออก "ปีศาจผมที่โจมตีพวกเราคืนนั้นนี่นา!"
"ใช่แล้ว"
หัวใจของเกาหยางเย็นเฉียบไปกว่าครึ่ง พูดตามตรง ต่อให้มีห้าคนในสภาพสมบูรณ์พร้อม ก็ใช่ว่าจะรับมือเจ้านี่ได้ นับประสาอะไรกับสถานการณ์ที่ทั้งสูญเสียกำลังคนและหมดสิ้นเรี่ยวแรงเช่นนี้
เขามองไปทางสารวัตรหวง "องค์กรสิบสองนักษัตร รู้เรื่องนี้ไหม"
สารวัตรหวงมีสีหน้าเคร่งเครียด "เกรงว่าเพราะรู้ถึงได้เรียกพวกเรามา"
"นี่ไม่ใช่การทดสอบแล้ว นี่มันส่งพวกเรามาตายชัดๆ" น้ำเสียงของเกาหยางเจือความเจ็บใจ
"พวกเราถูกหลอกใช้" ชิงหลิงพูดเสียงเย็นชา "พวกเรามันก็แค่เบี้ยหมาก"
"ขอโทษนะ เป็นฉันเองที่ทำให้ทุกคนเดือดร้อน อู๋ต้าไห่ดูไม่เหมือนคนเลว ฉันนึกว่าตัวเองจะดูคนไม่ผิดซะอีก..." สารวัตรหวงรู้สึกผิดเป็นอย่างมาก
เกาหยางส่ายหน้า "ไม่โทษคุณหรอก การอยากเข้าร่วมองค์กรก็เป็นทางที่พวกเราเลือกเอง"
"เลิกพูดเรื่องนี้เถอะ! คิดหาทางสิ! ฉันยังไม่อยากตายนะ..." พั่งจวิ้นร้องตะโกนอย่างร้อนรน
"ชิงหลิง ยังฟันไหวไหม" เกาหยางถาม
ชิงหลิงเงียบ บนร่างของเธอมีกระดูกหักอย่างน้อยสามแห่ง กล้ามเนื้อที่แขนขวาก็ฉีกขาดอย่างรุนแรงจนไม่มีแรงเลยแม้แต่น้อย ถึงแม้เธอจะยังฝืนจับดาบถังไว้ แต่นั่นก็เป็นแค่การขู่ให้กลัวเท่านั้น
แน่นอนว่าเธอยังสามารถใช้ 【โลหะ】 ได้ ทว่าพรสวรรค์โลหะระดับสอง เอาไว้ควบคุมอาวุธลับลอบโจมตีมนุษย์สักคนยังพอได้ผล แต่ถ้าเอามาจัดการกับอสูรระดับนี้ แทบจะไม่รู้จะเริ่มตรงไหนเลย
เกาหยางย่อมคิดถึงจุดนี้ได้ ความเงียบของชิงหลิงอธิบายทุกอย่างแล้ว
หนี ไม่มีทาง
สู้ ต้องตายแน่
สติสัมปชัญญะทั้งหมดกำลังบอกเกาหยางว่า นี่คือทางตัน
ไม่มีอะไรทรมานไปกว่าการรอความตายอีกแล้ว ทว่าความทรมานนี้ก็คงอยู่ไม่นานนัก เส้นผมสีดำที่บดบังท้องฟ้าและดวงอาทิตย์ เหมือนดอกไม้กินคนสีดำที่คว่ำอยู่บนฟ้า กำลังโอบล้อมเข้ามาหาพวกเขาทั้งสี่ในลานบ้าน
"ทุกคนระวัง!"
เกาหยางตะโกนลั่น แต่มันก็เปล่าประโยชน์
พั่งจวิ้นเป็นคนแรกที่ถูกเส้นผมสีดำรัดตัว เขาถอดใจเลิกขัดขืนอย่างสิ้นเชิง หลับตาลงสะอื้นไห้อย่างเจ็บปวด เขาเพียงหวังให้ตัวเองตายเร็วขึ้นอีกนิด จะได้ไม่ต้องทรมานมากนัก
สารวัตรหวงเป็นคนที่สองที่ถูกจับ เขาพยายามดิ้นรนขัดขืน แต่ก็ดิ้นได้แค่สองวินาทีเท่านั้นก่อนจะถูกมัดจนแน่นหนาราวกับบ๊ะจ่าง
สถานการณ์ของเกาหยางก็ไม่ต่างจากสารวัตรหวงนัก ค่าความคล่องแคล่วสิบกว่าแต้มที่เพิ่งเพิ่มมาหมาดๆ ไม่ได้ช่วยให้เขาหลบพ้นจากการพันธนาการของเส้นผมสีดำได้เลย
ชิงหลิงยืนหยัดได้นานที่สุด เธอใช้พรสวรรค์โลหะ ควบคุมทั้งมีดสั้น ใบมีด และดาบถังให้หมุนวนรอบตัวอย่างรวดเร็ว เส้นผมนับไม่ถ้วนถูกตัดขาด แต่ก็ยังมีเส้นผมบางส่วนเล็ดลอดเข้ามาในวงป้องกันของเธอได้ เพียงเวลาไม่ถึงหกเจ็ดวินาที ชิงหลิงก็ถูกผมสีดำมัดไว้จนแน่นขยับไม่ได้
ภายใต้การควบคุมของเส้นผมสีดำ เท้าทั้งสองข้างของเกาหยางค่อยๆ ลอยขึ้นจากพื้น เขากับเพื่อนร่วมทีมอีกสามคนลอยตัวขึ้นไปพร้อมกัน
ชิงหลิงเป็นคนสุดท้ายที่ถูกจับ แต่ดูเหมือนจะเป็นเหยื่อที่ปีศาจผมปรารถนามากที่สุด เธอถูกดึงเข้าไปหามันด้วยความเร็วสูงสุด พริบตาเดียวก็ไปลอยห้อยหัวอยู่ตรงหน้ากะโหลกศีรษะนั้นแล้ว
เส้นผมสีดำที่พันธนาการร่างเธอขยับเขยื้อนอย่างเชื่องช้าและเย็นเยียบราวกับงูตัวเล็กๆ พวกมันค่อยๆ ชอนไชเข้าไปในเรือนผมสีดำขลับดุจน้ำตกของชิงหลิง ราวกับต้องการหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน
ตอนนั้นเอง กะโหลกศีรษะก็อ้าปากพูดขึ้นมาทันที มันเป็นเสียงของผู้หญิงที่กลวงโบ๋ เยียบเย็น และบิดเบี้ยว "เส้นผม เส้นผม ช่างเป็นเส้นผมที่งดงามเหลือเกิน..."
ชิงหลิงจ้องมองกะโหลกตรงหน้าโดยไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
ทันใดนั้น เธอก็อ้าปาก ใบมีดขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่บนลิ้นพุ่งทะยานออกไป ฟาดฟันเข้าที่กลางหว่างคิ้วของกะโหลกศีรษะ
"โลหะ!" ชิงหลิงตะโกนลั่น ทุ่มเทพลังควบคุมทั้งหมดไปที่ใบมีดนั้น
ไร้ผล ใบมีดบางและเปราะบางเกินไป มันถูกบีบอัดจนแบนด้วยพลังจิตอันแข็งแกร่ง ทิ้งไว้เพียงรอยขีดข่วนเล็กๆ ตรงหว่างคิ้วของกะโหลกศีรษะเท่านั้น
ทว่าการลอบโจมตีครั้งนี้กลับสร้างความโกรธแค้นให้ปีศาจผม
เส้นผมนับร้อยปอยพันเกี่ยวเข้าด้วยกัน พริบตาเดียวก็ควบแน่นกลายเป็น 'เข็มยักษ์สีดำ' อันแข็งแกร่ง ประหนึ่งหางแมงป่องที่โค้งงอ แทงทะลวงหน้าอกของชิงหลิงจากล่างขึ้นบน
"ชิงหลิง!" เกาหยางร้องตะโกน







