"ฉันยังซิงอยู่เว้ย!" เกาหยางที่ทั่วทั้งร่างโชกไปด้วยเลือด ยืนอยู่ท่ามกลางศพที่เกลื่อนกลาด ตะโกนออกมาด้วยความรู้สึกรันทดทว่าเดือดพล่าน
ชิงหลิงที่ถือดาบอยู่ด้านข้างขมวดคิ้วเล็กน้อย ยังนึกว่าเกาหยางก็ถูกทำให้ตกใจจนสมองเพี้ยนไปแล้วเหมือนกับพั่งจวิ้น
"ฮ่าๆๆ..." สารวัตรหวงหัวเราะร่วน ชั่วขณะหนึ่งถึงกับลืมไปเลยว่ากำลังตกอยู่ในอันตราย
"อะไรนะ!" ท่ามกลางกอง 'อสูรหลัวฮั่น' นอกบ้าน มีเสียงของหวังจื่อข่ายดังขึ้นมา "นายพูดว่าอะไรนะ... พูดอีกทีซิ..."
เกาหยางดีใจวาบ: หวังจื่อข่ายยังไม่ตาย!
เกาหยางตะโกนทวนซ้ำอีกรอบ "ฉันยังซิงอยู่เว้ย!"
"ว้าก..." กอง 'อสูรหลัวฮั่น' ที่สุมกันเป็นภูเขาขนาดย่อมระเบิดออกทันที
หวังจื่อข่ายอาบไปด้วยเลือด ร่างกายของเขาที่กลายร่างเป็นอสูรโดยสมบูรณ์นั้นสูงถึงสองเมตร มือแต่ละข้างหิ้วหัวอสูรเอาไว้เหมือนกำลังลากเศษผ้าขี้ริ้วสองผืน เขาบีบหัวอสูรทั้งสองจนแตกดัง "โพละ" แล้วเหวี่ยงทิ้งไปอย่างแรงจนปลิวไปกระแทกอสูรตัวอื่นๆ รอบด้านจนล้มกลิ้ง
เขาก้าวเท้ายาวๆ เดินเข้ามาในบ้าน ระหว่างนั้น อสูรที่เหลืออยู่เพียงเจ็ดแปดตัวก็พุ่งเข้าใส่หวังจื่อข่าย ทว่าพวกลิ่วล้อพวกนี้กลับไม่ใช่คู่มือของเขาเลยแม้แต่น้อย ถูกเขาซัดจนกระเจิดกระเจิง หนำซ้ำยังมีตัวหนึ่งถูกเขาฉีกร่างออกเป็นสองซีกด้วยมือเปล่า ท่ามกลางพายุเลือดสาดกระเซ็น เขาดูราวกับปีศาจร้ายที่ถือกำเนิดใหม่ในกองเลือด
หน้าอกของเขากระเพื่อมขึ้นลงเล็กน้อย เขาก้าวข้ามซากศพที่เลือดไหลนองเป็นสายน้ำ เดินมาถึงประตูบ้านและมาหยุดอยู่ตรงหน้าเกาหยาง เขาก้มหน้าลง จ้องมองเกาหยางที่เตี้ยกว่าตัวเองช่วงหนึ่งด้วยใบหน้าเปื้อนเลือด "นายยัง... ซิงอยู่จริงๆ เหรอวะ?"
"เออ" เกาหยางไม่รู้ว่าควรจะร้องไห้หรือหัวเราะดี
"ฉันว่าแล้ว!" หวังจื่อข่ายตื่นเต้นจนเต้นแร้งเต้นกา "ฉันว่าแล้วว่าคนอย่างนายแม่งไม่มีทางสละโสดก่อนฉันหรอก ฮ่าๆๆๆ! พวกเราเป็นพี่น้องที่ดีต่อกันจริงๆ..."
"ปัง " อสูรตัวหนึ่งพุ่งทะลุหลังคาลงมาในบ้าน
"ระวัง..." ชิงหลิงนั้นเรียกได้ว่าไวมาก เธอตวัดดาบฟันทันที ทว่าคู่ต่อสู้กลับตอบสนองได้ไวกว่า มันสะบัดหางกวาดขวาง ชิงหลิงที่โดนโจมตีเข้าที่เอวปลิวกระเด็นออกไปนอกประตูบ้านทันที
"ชิงหลิง!"
เกาหยางตะโกนลั่น พร้อมกันนั้นก็มองเห็นอสูรในบ้านชัดเจน มันคือ 'นักพิฆาต' ในหมู่อสูรโทสะ!
นักพิฆาตตัวนี้กับ 'ป้าเหอ' ในตอนนั้นอยู่คนละระดับกันเลย มันยังดูหนุ่มแน่นและกลายร่างเป็นอสูรอย่างสมบูรณ์แบบ นอกเหนือจากส่วนหัวที่ยังพอแยกแยะใบหน้าของมนุษย์ออกได้เลือนราง ร่างกายของมันก็กลายเป็นกิ้งก่ายักษ์ที่หมอบคลานไปกับพื้นอย่างสิ้นเชิง ทั่วทั้งร่างปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีแดงเข้มที่แข็งแกร่ง
ถ้านักพิฆาตตัวนี้ยืนตัวตรง เกรงว่าคงจะสูงใหญ่และล่ำสันยิ่งกว่าหวังจื่อข่ายเสียอีก
หลังจากสะบัดชิงหลิงจนปลิวกระเด็นไปแล้ว มันก็ไม่ได้ลังเลแม้แต่น้อย ขาหลังอันล่ำสันทั้งสองข้างงอลงด้วยแรงสูงสุด การสะสมพลังเสร็จสิ้นในพริบตา มันออกแรงถีบตัวพุ่งเข้าใส่เกาหยาง
ในเสี้ยววินาทีที่จะถูกพุ่งชน หวังจื่อข่ายก็ผลักเกาหยางไปด้านข้างแทบจะโดยสัญชาตญาณ ช่วยให้เขารอดพ้นจากเคราะห์ร้ายไปได้ วินาทีต่อมา นักพิฆาตก็พุ่งชนเข้าที่เอวของหวังจื่อข่าย กรงเล็บแหลมคมสองข้างที่แขนหน้าแทงไขว้กันเข้าที่หน้าท้องของหวังจื่อข่าย ทะลวงผ่านผิวหนังสีทองแดงอันแข็งแกร่งและหนาเตอะของเขาไปได้อย่างง่ายดาย
"อ๊ากกก! ไอ้ลูกหมาเอ๊ย..." หวังจื่อข่ายเส้นเลือดปูดโปนไปทั้งตัว ใช้ร่างกายเนื้อรับแรงกระแทกนี้เอาไว้
นักพิฆาตไม่ได้หยุดชะงัก ขาทั้งสองข้างยังคงออกแรงอย่างต่อเนื่อง หวังจื่อข่ายถูกบีบให้ถอยหลังอย่างรวดเร็วและกระแทกเข้ากับกำแพงอย่างจังจนเกิดรอยร้าวแตกแขนง กำแพงด้านหน้าแทบจะพังทลายลงมา
นักพิฆาตต้องการดึงกรงเล็บออกเพื่อจบการต่อสู้ แต่หวังจื่อข่ายก็ไม่ใช่ตะเกียงไร้น้ำมัน เขารีบยื่นแขนทั้งสองข้างสอดเข้าใต้รักแร้ของนักพิฆาตแล้วรัดเอาไว้แน่น ไม่ยอมให้นักพิฆาตดิ้นหลุด
หน้าท้องของหวังจื่อข่ายถูกแทงทะลุ มุมปากมีเลือดไหลซึม สีหน้าเจ็บปวด ทว่าเขากลับยังคงหัวเราะ "หลอกลวง ลอบกัด ไม่รักษากฎยุทธภพ แกจง... ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ!!"
"อ๊ากกก!" หวังจื่อข่ายระเบิดพลังเต็มที่ ออกแรงงัดจนแขนทั้งสองข้างของนักพิฆาตหักดัง "กร๊อบ" หวังจื่อข่ายออกแรงกระชากออกไปด้านนอกอีกครั้ง ฉีกแขนทั้งสองข้างของนักพิฆาตให้ขาดสะบั้นทั้งเป็น
"โฮก " นักพิฆาตส่งเสียงร้องโหยหวน มันเซถอยหลัง เลือดพุ่งกระฉูดออกจากแขนทั้งสองข้างที่ขาดวิ่น
"ไปตายซะ!" เกาหยางก้มหน้าพุ่งเข้าไป นำมีดสั้นแทงเข้าที่หน้าท้องของนักพิฆาตพร้อมกับพุ่งชนจนมันล้มกลิ้งลงไปบนพื้น ทั้งสองพัวพันต่อสู้กันบนพื้น
แม้นักพิฆาตจะสูญเสียแขนทั้งสองข้างไป แต่ก็ยังใช้หางรัดมือทั้งสองข้างของเกาหยางเอาไว้ มันอ้าปากเผยให้เห็นเขี้ยวแหลมคม หมายจะกัดลงบนคอของเกาหยาง
"ฉัวะ!" มีดตัดฟืนขึ้นสนิมเล่มหนึ่งฟันผ่าหน้าของมัน
ไม่ใช่สารวัตรหวง แต่เป็นพั่งจวิ้น
พั่งจวิ้นใช้สองมือกำมีดตัดฟืนเอาไว้แน่น ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดและน้ำตา ใบหน้าอวบอูมสั่นเทาด้วยความตื่นเต้น เขาเงื้อมีดตัดฟืนขึ้นสูง แล้วฟันลงไปอีกดาบ "ไปตายซะ!"
"ไปตายซะ!" ดาบที่สาม
"ไปตายซะ!" ดาบที่สี่
"ไปตายซะ ไปตายซะ ไปตายซะ ไปตายซะ ไปตายซะ..."
เกาหยางนับไม่ถ้วนว่าพั่งจวิ้นฟันลงไปกี่ดาบ หัวของนักพิฆาตเละเทะไม่มีชิ้นดี หางที่รัดเกาหยางเอาไว้ค่อยๆ คลายออกและแข็งทื่อไป
พั่งจวิ้นยังคิดจะฟันต่อ สารวัตรหวงกุมต้นขาที่บาดเจ็บเดินกะเผลกเข้าไปหา คว้ามือของพั่งจวิ้นเอาไว้ "พอแล้ว จบแล้วล่ะ"
มีดตัดฟืนในมือของพั่งจวิ้นร่วงหล่นลงพื้น เขาหันไปกอดสารวัตรหวงแล้วร้องไห้โฮออกมา "ผมรอดแล้ว... ผมยังไม่ตาย... ผมยังไม่ตาย..."
"ใช่ รอดแล้วล่ะ" สารวัตรหวงตบหลังพั่งจวิ้นเบาๆ ราวกับกำลังปลอบโยนเด็กที่หกล้มบาดเจ็บ
เกาหยางออกแรงผลักศพอันหนักอึ้งของนักพิฆาตออกไป เดินโซซัดโซเซมาที่ข้างกายของหวังจื่อข่าย
แขนที่ขาดทั้งสองข้างของนักพิฆาตราวกับตะปูเหล็กขนาดมหึมาสองตัวที่ตอกหวังจื่อข่ายติดไว้กับกำแพงดินอัด ร่างกายที่กลายร่างเป็นอสูรของเขาค่อยๆ คืนสภาพกลับเป็นมนุษย์ ในปากพ่นฟองเลือดออกมา ดวงตาทั้งสองข้างเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย หวังจื่อข่ายในเวลานี้ดูผอมบางและเปราะบาง เขาใช้สองมือกุมหน้าท้องเอาไว้ บริเวณนั้นกลายเป็นเนื้อเละๆ สีแดงฉานไปหมดแล้ว
"พี่น้อง ท่าทางไม่ค่อยดีเลยว่ะ..." เสียงของหวังจื่อข่ายอ่อนแรงลงเรื่อยๆ "ทำไมฉันรู้สึกว่า... ฉันกำลังจะม่องเท่งแล้ววะ?"
"ไม่! นายจะไม่เป็นอะไร!" เกาหยางทำอะไรไม่ถูก เขาอยากจะดึงแขนที่ขาดสองข้างนั้นออก แต่ก็กลัวว่าจะเป็นการเร่งให้หวังจื่อข่ายเสียเลือดและตายไวขึ้น
"แม่งเอ๊ย เล่นจนพลาดเลยว่ะ..." หวังจื่อข่ายฉีกยิ้มโง่ๆ ดูมีความเป็นเด็กปนอยู่เล็กน้อย "ห่วยชะมัด ได้บทผู้ถูกเลือกมาแท้ๆ... ดันทำพังซะได้..."
"อย่าพูดเลย นายจะไม่ตาย นายจะไม่ตายหรอก..." มือของเกาหยางสั่นเทา เขาตะโกนใส่พั่งจวิ้น "เลิกร้องไห้ได้แล้วโว้ย! มาช่วยคนสิ!"
พั่งจวิ้นได้สติกลับมา เขาใช้แขนปาดหน้าลวกๆ แล้ววิ่งเข้ามา คุกเข่าลงบนพื้น สังเกตบาดแผลของหวังจื่อข่ายอย่างละเอียด
"พี่หยาง! แขนขาดสองข้างนี้... ต้องดึงออกมานะ!"
"เขาเสียเลือดมากเกินไปแล้ว!" เกาหยางพูด
"ผมรู้ แต่ถ้าไม่ดึงออกมา ผมก็รักษาให้เขาไม่ได้! ต้องลองเสี่ยงดูสักตั้งแล้วล่ะ!" พั่งจวิ้นกัดฟัน "พี่หยาง ตัดสินใจมาเลย!"
หวังจื่อข่ายคอพับ สีหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ เขาหมดสติไปแล้ว
"ดึง!" เกาหยางกัดฟันพูด
สารวัตรหวงก็ขยับเข้ามาใกล้ "เกาหยาง เธอกดหวังจื่อข่ายเอาไว้ ฉันกับพั่งจวิ้นจะดึงแขนขาดนั่นออกมาเอง..."
ทั้งสามคนเตรียมพร้อม แล้วตะโกนพร้อมกัน "สาม สอง หนึ่ง..."
"ฉูด " แขนขาดทั้งสองข้างถูกดึงออกมาพร้อมกัน เลือดพุ่งกระฉูดใส่ตัวและใบหน้าของทั้งสามคน
"อุดไว้! รีบอุดไว้!" เกาหยางตะโกน
พั่งจวิ้นรีบยื่นมือทั้งสองข้างออกไปกดรูเลือดสองรูที่เอวของหวังจื่อข่ายเอาไว้ "รักษา!"
ฝ่ามืออันอวบอูมของพั่งจวิ้นปรากฏแสงเรืองรองสีเขียว แสงนั้นเดี๋ยวสว่างเดี๋ยวริบหรี่ เลือดไหลทะลักผ่านนิ้วมือสั้นป้อมของพั่งจวิ้นออกมาอย่างไม่ขาดสาย
"เกิดอะไรขึ้น?" เกาหยางร้อนใจดั่งไฟลน "ตั้งสมาธิสิ!"
"ผมทำอยู่... ผมทำอยู่เนี่ย!" พั่งจวิ้นก็ร้อนรนเช่นกัน เขาหลับตาลง "รักษา! รักษา!"
สีหน้าของหวังจื่อข่ายเปลี่ยนจากซีดเผือดเป็นซีดเซียวราวกับคนตาย เลือดที่ทะลักออกจากหน้าท้องลดน้อยลง แต่ไม่ใช่เพราะบาดแผลสมานตัว ทว่าเป็นเพราะเลือดในร่างกายใกล้จะไหลออกจนหมดแล้วต่างหาก
หน้าอกของหวังจื่อข่ายแทบจะไม่มีการกระเพื่อมขึ้นลงอีก เกาหยางไม่มีความกล้าพอที่จะเอื้อมมือไปตรวจดูการหายใจของเขา
"ขอโทษครับ..." ใบหน้าอ้วนท้วนของพั่งจวิ้นบิดเบี้ยวจนดูเหมือนซาลาเปาขึ้นฟู เขาร้องไห้ออกมาอีกครั้ง "ผมทำเต็มที่แล้ว ผมทำเต็มที่แล้วจริงๆ..."
"ทำต่อไป!" เกาหยางคำรามลั่น "อย่าหยุด! เขายังรอดได้!"
สารวัตรหวงเดินเข้าไป วางมือลงบนบ่าของเกาหยางเบาๆ "เกาหยาง อย่าทำแบบนี้เลย..."
เกาหยางสะบัดมือของสารวัตรหวงออก เขารู้ว่าสารวัตรหวงต้องการจะพูดอะไร เขาไม่อยากฟัง แต่สารวัตรหวงก็ยังคงพูดออกมา น้ำเสียงเหนื่อยล้าและหนักอึ้ง
"เขาตายแล้ว"







