เวลาล่วงเลยมาถึงวันที่ 15 เมษายน
หุ้นจงกั๋วจงเชอ (รถไฟเหนือและใต้) ทำราคาปิดซิลลิ่งและปิดบวกเป็นแท่งเขียวต่อเนื่องกันมาตลอด นับตั้งแต่วันที่ซุ่มเข้าซื้อไปจนถึงตอนนี้ ราคาพุ่งขึ้นสะสมไปแล้วถึง 100% ในช่วงเวลาเดียวกัน หุ้นจงเถี่ยก็พุ่งขึ้นสะสม 76% และหุ้นเถี่ยเจี้ยนก็พุ่งขึ้นสะสมราวๆ 50%
ลู่หมิงใช้บัญชีสถาบันเฉพาะของเทียนเซิ่งแคปปิตอลบริหารเงินทุน 2,960 ล้านหยวน เข้าซื้อเต็มพอร์ตในหุ้นตัวใหญ่สามตัวนี้ ได้แก่ จงเถี่ย จงเชอ และเถี่ยเจี้ยน และด้วยฝีมือการเล่นรอบทำ T ที่แข็งแกร่งของเขา เขาสามารถดันผลตอบแทนรวมขึ้นไปถึง 107% กวาดกำไรทางบัญชีรวมไปได้ถึง 3,167 ล้านหยวน
เดิมทีตอนที่เริ่มสร้างสถานะ เขาแบ่งเงินทุนเข้าซื้อหุ้นหนานเชอและเป่ยเชอในสัดส่วนเท่าๆ กัน เมื่อทั้งสองบริษัทควบรวมกิจการกัน บัญชีสถาบันของเทียนเซิ่งในตอนนี้จึงถือครองมูลค่าตลาดของจงเชออยู่เกือบกว่า 3,000 ล้านหยวน
วันนี้ตอนที่จงเชอทะยานจากซิลลิ่งที่สองเข้าสู่ซิลลิ่งที่สาม ลู่หมิงก็เลือกที่จะเทขายออกไปครึ่งหนึ่งที่ราคาซิลลิ่ง เขาไม่ได้หวังจะขายเต็มพอร์ตที่ราคาจุดสูงสุด เพราะด้วยขนาดเม็ดเงินระดับนี้มันไม่เป็นความจริง เขาต้องอาศัยจังหวะที่ราคาถูกลากขึ้นไปทยอยรินขายออกมา
ช่วงตลาดเช้าพอมันเพิ่งปิดซิลลิ่ง เขาก็เริ่มสาดออเดอร์ขายหลักหมื่นล็อตเรื่อยๆ เทขายออกไปกว่า 500 ล้านหยวน เพื่อต้องการทดสอบดูว่าแรงรับซื้อจะมากน้อยแค่ไหน ผลปรากฏว่าขายไปได้ไม่ถึงสามนาทีซิลลิ่งก็แตก ถูกลู่หมิงทุบจนราคาร่วงลงมาเป็นหลุมลึกกว่า 2 เปอร์เซ็นต์
แต่หลังจากนั้น เงินทุนรายใหญ่เจ้าอื่นที่อยู่ในหุ้นตัวนี้ พอเห็นซิลลิ่งแตกและราคาร่วงดิ่งลงมาแตะเส้นค่าเฉลี่ย ก็รีบลากราคากลับขึ้นไปปิดซิลลิ่งอีกครั้ง ซึ่งก็ใช้เงินรับซื้อไปราวๆ 500 กว่าล้านหยวนพอดีจนสามารถกลับไปปิดซิลลิ่งได้สำเร็จ
พอเพิ่งปิดซิลลิ่งปุ๊บ ลู่หมิงก็ทยอยรินขายแถวๆ ราคาซิลลิ่งต่อทันที ทำให้ซิลลิ่งของจงเชอดูง่อนแง่นไม่มั่นคงเอาเสียเลย เขาทยอยขายออกไปได้อีกกว่า 300 ล้านหยวน
ด้วยปริมาณเงินทุนในมือของเขาตอนนี้ การจะเทขายออกมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ถ้าวันนี้เขากดปุ่มนิวเคลียร์เทขายรวดเดียว 3,000 ล้านหยวนล่ะก็ ต่อให้เป็นหุ้นเทพเจ้าอย่างเสินเชอก็คงรับแรงกระแทกไม่ไหวเหมือนกัน
หลังจากรออยู่พักหนึ่ง พอถึงเวลา 10:20 น. ลู่หมิงก็โยนออเดอร์ขายออกไปอีก 100 ล้านหยวน สามนาทีต่อมาก็โยนไปอีก 100 ล้านหยวน และผ่านไปอีกราวๆ ห้านาทีก็โยนออกไปอีก 100 ล้านหยวน
แรงรับซื้อถือว่าดีทีเดียว
พอถึงเวลาประมาณ 10:54 น. ลู่หมิงกำลังตั้งใจว่าจะเทขายตรงนี้อีกกว่า 400 ล้านหยวน เพื่อให้ครบเป้าหมายการขายแถวราคาซิลลิ่ง 1,500 ล้านหยวนของวันนี้ แต่ผลปรากฏว่ายังไม่ทันที่เขาจะถ่ายทอดคำสั่งให้เทรดเดอร์ใต้บังคับบัญชา ก็มีเงินทุนก้อนใหญ่อีกกลุ่มชิงเทขายออกไปก่อน เป็นการเทขายแบบทุบราคาออกไปกว่า 500 ล้านหยวน
"ไอ้งั่งนี่อยากจะไปก็ไปสิวะ แม่งเอ๊ย น่ารำคาญชะมัด..." ลู่หมิงเห็นเงินทุนที่เทขายนั้นกดปุ่มนิวเคลียร์สาดทุกราคาก็อดไม่ได้ที่จะสบถด่าออกมา
ให้ตายเถอะ ซิลลิ่งแตกกระจุยเลย
แต่ไม่นานก็มีเงินทุนเข้ามารับซื้อ หลังจากราคาร่วงลงไปไม่ถึง 0.5 เปอร์เซ็นต์ มันก็ถูกลากกลับไปปิดซิลลิ่งอย่างรวดเร็ว
พฤติกรรมการเทขายของลู่หมิงก่อนหน้านี้ เห็นได้ชัดว่าส่งผลกระทบต่อเงินทุนสถาบันเจ้าอื่นๆ ที่อยู่ข้างใน เม็ดเงินระดับนี้ไม่มีทางเป็นรายย่อยแน่นอน มันคือการชิงไหวชิงพริบระหว่างสถาบันรายใหญ่ด้วยกันเองเท่านั้น
ความจริงแล้วลู่หมิงก็เป็นหนึ่งในรายใหญ่เหล่านั้นเหมือนกัน
ในเมื่อมีคนชิงหนีไปก่อน ลู่หมิงก็ไม่คิดจะแย่งหนีตาม ถ้าขืนเขาสาดขายตามน้ำไปอีก 400 กว่าล้านหยวนจนทำให้อารมณ์ตลาดพังทลายล่ะก็ มันคงไม่สนุกแน่ และการจะกอบกู้สถานการณ์กลับมาก็คงยุ่งยากสุดๆ
ผ่านไปประมาณ 25 นาที พอถึงเวลา 11:19 น. ลู่หมิงเห็นออเดอร์ตั้งรับที่ราคาซิลลิ่งมีมากพอแล้ว เขาก็สั่งโยนออเดอร์ขาย 400 กว่าล้านหยวนที่เหลือของวันนี้ออกไปเป็นล็อตๆ ที่ราคาซิลลิ่งทันที
วันนี้เขาเทขายไปทั้งหมด 500,000 ล็อต ตอนนี้ยังเหลืออยู่อีก 500,000 กว่าล็อต
เขาไม่ได้กดปุ่มนิวเคลียร์เทขายทุกราคา ลู่หมิงถือว่ามีจรรยาบรรณในการเล่นหุ้นมากกว่าสถาบันที่ชิงหนีไปก่อนหน้านี้เยอะ เขาไม่ได้ทำลายอารมณ์ความเชื่อมั่นของฝั่งซื้อในกระดานเลย
เอาเถอะ เหตุผลหลักก็คือในมือเขายังมีของเหลืออยู่อีก 1,500 กว่าล้านหยวน ขืนกดปุ่มนิวเคลียร์ทุบตัวเองก็ตลกตายชัก
ที่น่าพูดถึงก็คือ ในขณะที่ลู่หมิงกำลังรินขายอยู่นั้น เงินทุนที่ดึงออกมาได้เขาก็เอาไปทยอยช้อนซื้อหุ้นอีกตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็เป็นหุ้นตัวใหญ่ในตระกูลจงเหมือนกัน นั่นก็คือ จงกั๋วอีฉง
หุ้นตัวนี้ เมื่อช่วงต้นเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ลู่หมิงยังเคยพาสมาชิกในกลุ่มไปทำกำไรระยะสั้นแบบจบในวันมาแล้วรอบหนึ่ง
วันนี้ที่เขาถอนทุนออกจากเสินเชอครึ่งหนึ่ง ก็เพื่อมาเล่นหุ้นตัวนี้นี่แหละ หุ้นตัวนี้มีระเบิดซ่อนอยู่ เขาประเมินไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว มันปรับฐานออกข้างมาสี่เดือนกว่าแล้ว สลัดรายย่อยออกไปได้เกือบหมด เมื่อวานก็เริ่มมีสัญญาณขยับตัวเหมือนใกล้จะทนไม่ไหวแล้ว
หุ้นอีฉงตัวนี้ ลู่หมิงทยอยเก็บของมาทั้งวัน ตั้งแต่เช้ายันบ่าย แต่ก็ซื้อไปได้แค่ 500 ล้านหยวน สุดท้ายเขาก็ทนไม่ไหว ลู่หมิงจึงกดซื้อรวดเดียว 300 ล้านหยวนที่บริเวณเส้นศูนย์ของกราฟรายวัน เป็นการจุดพลุลากราคาพุ่งทะยานกวาดซื้อขึ้นไปตรงๆ
การจุดพลุลากราคาของเขาเริ่มขึ้นตอน 14:20 น. กินเวลาเกือบ 10 นาทีถึงจะจับคู่คำสั่งซื้อได้ทั้งหมด และในช่วงหนึ่งราคาก็ถูกลากพุ่งพรวดขึ้นไปจนเกือบถึง 7 เปอร์เซ็นต์
ทว่าหลังจากที่คำสั่งซื้อ 300 ล้านหยวนจับคู่เสร็จสิ้น มันก็ถูกคนทุบราคาอีกแล้ว ในช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้ายก่อนปิดตลาด มันถูกทุบดิ่งกลับลงมายังจุดเริ่มต้นที่เพิ่งจุดพลุขึ้นไป ปิดตลาดด้วยแท่งเทียนโดจิสีแดง
เรื่องนี้ทำเอาลู่หมิงหงุดหงิดนิดหน่อย เดิมทีเขาคิดว่าวันนี้จะลากไปปิดซิลลิ่งได้เสียอีก เขาได้แต่สบถด่าอย่างจนใจ ก่อนจะจบการทำงานหน้ากระดานเทรดของวันนี้ลง
……
วันรุ่งขึ้น วันพฤหัสบดี
เช้านี้จงกั๋วอีฉงเปิดกระโดดขึ้นไปสูงมาก ลู่หมิงจ้องหุ้นตัวนี้ตาไม่กะพริบ เขายังมีเงินทุนอีก 700 ล้านหยวนที่ยังไม่ได้เข้าซื้อ วันนี้เขาตั้งใจจะอัดเข้าไปให้หมด
เวลา 09:47 น. อีฉงเปิดโดดแล้วราคาย่อตัวลงมา ก่อนจะพุ่งพรวดขึ้นไปปิดซิลลิ่งอย่างแข็งแกร่ง ลู่หมิงยังไม่ได้เข้าซื้อเลยตั้งแต่เปิดตลาด แต่ในจังหวะที่มันใกล้จะปิดซิลลิ่ง เขาก็สั่งการลงไปทันที อัดเงิน 350 ล้านหยวนเข้าไปรับไม้ต่อที่ราคาซิลลิ่ง
เพิ่งจะจับคู่คำสั่งซื้อไปได้ไม่นาน ซิลลิ่งก็ถูกคนทุบจนแตกอีกแล้ว
เขารออยู่ราวๆ 10 นาที เงินทุนฝั่งซื้อก็เริ่มลากราคาขึ้นไปใหม่เพื่อพยายามกอบกู้สถานการณ์ พอถึงเวลา 09:57 น. ในจังหวะที่มันกำลังจะปิดซิลลิ่ง ลู่หมิงก็สั่งการอีกครั้ง เทหมดหน้าตักด้วยเงินทุนที่เหลือทั้งหมดเพื่อสานต่ออารมณ์ตลาด
ครั้งนี้สามารถปิดซิลลิ่งได้สำเร็จ และลากยาวไปจนปิดตลาดโดยที่ซิลลิ่งไม่แตกอีกเลย
ต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 7.08 หยวน ถือครองอยู่ 2.12 ล้านล็อต
……
ลู่หมิงเดินออกมาจากห้องเทรด เพิ่งจะกลับมาถึงห้องทำงานของตัวเองได้ไม่นาน ซูเสี่ยวม่านก็เคาะประตูเดินเข้ามา
"กองทุนผสมเทียนเซิ่งเซียนเฟิงถูกไถ่ถอนหน่วยลงทุนออกไปเยอะมากเลยค่ะ ขนาดกองทุนกำลังจะหลุด 6,500 ล้านหยวนแล้ว แบบนี้ไม่ต้องจัดการอะไรจริงๆ หรือคะ?"
ลู่หมิงตอบสั้นๆ ได้ใจความว่า "ไม่ต้อง"
วันนี้จงกั๋วอีฉงปิดซิลลิ่งไปแล้ว ส่วนเสินเชอก็เปิดโดดก่อนจะเร่งเครื่องพุ่งไปปิดซิลลิ่งเช่นกัน ในระหว่างที่ราคากำลังพุ่งขึ้น ลู่หมิงได้ขายหุ้นเสินเชอทั้งสองตัวในสัดส่วนครึ่งหนึ่งที่กองทุนผสมเทียนเซิ่งเซียนเฟิงถือครองอยู่ออกไปตั้งแต่แรกแล้ว คิดเป็นมูลค่าราวๆ 1,300 ล้านหยวน
หลังจากช่วง Call Auction จบลง ลู่หมิงก็ได้ถ่ายทอดกลยุทธ์การเทขายให้เทรดเดอร์ไปแล้ว พอเปิดตลาดปุ๊บก็ตั้งออเดอร์ขายทิ้งปั๊บ ผลปรากฏว่ามันจับคู่ซื้อขายกันที่ราคาเปิดตลาดเลย เปิดตลาดมาแค่สองนาทีก็มียอดซื้อขายปาเข้าไป 1,780 ล้านหยวนแล้ว หุ้นมูลค่า 1,300 ล้านหยวนของกองทุนผสมเทียนเซิ่งเซียนเฟิงก็ย่อมถูกขายออกไปได้สำเร็จอย่างแน่นอน
เขาไม่ได้เลือกที่จะขายที่ราคาซิลลิ่ง เพราะในเวลานี้สิ่งที่ลู่หมิงต้องทำคือเตรียมตัวเผ่นแล้ว ถ้าไม่หนีตอนนี้ ถึงเวลาจะหนีไม่ทันเอา
ทำได้แค่อาศัยจังหวะลากราคาไปหนีไป ถึงอย่างนั้น กองทุนผสมเทียนเซิ่งเซียนเฟิงก็ยังมีหุ้นเหลืออยู่อีก 700 ล้านหยวน และบัญชีสถาบันของบริษัทตัวเองก็ยังมีเหลืออยู่อีกพันกว่าล้านหยวนที่ยังหนีไม่พ้น ถ้าไม่ชิงหนีไปก่อน ถึงเวลาจะให้ไปวิ่งหนีตายเหยียบกันหรือไง? หรือจะให้ไปทนเสียเวลาหนีตอนราคาย่อตัวปรับฐาน? เสียเวลาเปล่าๆ!
ซูเสี่ยวม่านเบ้ปาก พูดว่า "ก็ได้ค่ะ ในเมื่อคุณยังไม่กังวล แล้วฉันจะไปกังวลทำไมล่ะ..."
ลู่หมิงยิ้มพลางกล่าวว่า "ไม่เป็นไรหรอก ไม่ต้องลนลาน รอให้พวกนั้นออกไปโดนสั่งสอนโดนฟาดซะบ้าง เดี๋ยวก็รู้เองแหละว่าโลกภายนอกมันอันตราย ตามอี้เกอย่อมอุ่นใจกว่า กองทุนเทียนเซิ่งเซียนเฟิงนี่แหละหอมหวานที่สุดแล้ว"
ช่วงนี้ กองทุนผสมเทียนเซิ่งเซียนเฟิงมีผลตอบแทนบวกขึ้นแค่วันละ 1 เปอร์เซ็นต์กว่าๆ อย่างมั่นคงไม่ไหวติง ในขณะที่ตลาดข้างนอกเขาบ้าคลั่งกันไปหมดแล้ว นักลงทุนกองทุนจำนวนไม่น้อยทนกับผลตอบแทนที่ขึ้นช้าเต่าคลานแบบนี้ไม่ไหว จึงพากันเลือกที่จะไถ่ถอนกองทุนคืน
แต่ลู่หมิงไม่ได้กังวลเลยสักนิด ตลาดกำลังมุ่งหน้าสู่ความคลั่งไคล้อย่างต่อเนื่อง จุดสูงสุดครั้งประวัติศาสตร์กำลังจะมาถึงในอีกไม่ถึงหนึ่งเดือนครึ่ง ถึงเวลานั้นพอโดนฟาดอย่างหนักเดี๋ยวก็รู้สำนึก แล้วก็ซมซานกลับมาเองแหละ
……