"เอาเลย?" เกาหยางเริ่มลนลาน "เอาอะไร?"
ชิงหลิงงอเข่าคร่อมทับบนร่างของเกาหยาง แสงจันทร์สาดส่องลงบนกระดูกไหปลาร้าของเธอจนเกิดประกายระยิบระยับ งดงามจนแทบจะกระชากวิญญาณ
เธอแค่นเสียงหัวเราะอย่างเย็นชา "จะมีอะไรอีกล่ะ อย่ามาทำเป็นใสซื่อหน่อยเลย"
เกาหยางถึงกับมึนงง
ชิงหลิงไม่พูดพร่ำทำเพลง เธอเสยผมขึ้นแล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าของเกาหยาง
"เดี๋ยวก่อน!"
เกาหยางตะโกนลั่น เขาไม่ใช่คนหัวโบราณ ปกติก็ดูหนังผู้ใหญ่มาไม่น้อย แต่สถานการณ์ตอนนี้มันดำเนินไปเร็วเกินไป เร็วเสียจนมองยังไงก็เป็นแผนการร้ายชัดๆ
"ทำไมล่ะ?"
"ถ้าผมมีความผิด กฎหมายก็คงลงโทษผมไปแล้ว คุณอย่ามาทรมานผมแบบนี้เลย..."
"ระแวดระวังตัวเก่งดีนี่" ชิงหลิงพูด
เกาหยางคิดในใจว่า นี่มันไม่ใช่ปฏิกิริยาของคนปกติหรอกเหรอ?
สามชั่วโมงก่อนเขาเพิ่งจะเกือบถูกเพื่อนสมัยเด็กที่ไว้ใจที่สุดบีบหัวจนแหลก ตอนนี้กลับมีสาวสวยที่ไม่สนิทกันเลยสักนิดมาทอดสะพานให้กะทันหัน เขามีเหตุผลเต็มร้อยที่จะสงสัยว่าอีกฝ่ายกำลังคิดจะทรมานเขาจนตาย
"ทำตัวตามสบายเถอะ" น้ำเสียงของชิงหลิงอ่อนโยนลง
"..."
"ถ้าคุณรังเกียจฉันจริงๆ จะจินตนาการเป็นหน้าคนอื่นก็ได้นะ" ชิงหลิงวางมือลงบนหน้าอกของเกาหยาง แล้วค่อยๆ เลื่อนต่ำลง
"คงจะ... ไม่ดีกว่ามั้ง เอาเป็นว่าเรามาเริ่มจากการเป็นเพื่อนกันก่อน..."
ทันใดนั้น ชิงหลิงก็ชะงักไป
เกาหยางเหงื่อแตกพลั่ก ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
ชิงหลิงลุกขึ้นจากเตียงแล้วสวมเสื้อผ้ากลับเข้าไปใหม่ "พอแล้วล่ะ"
เกาหยางทำหน้าเหลอหลา เขาลุกขึ้นนั่งบนเตียง ทันใดนั้นก็พบว่าใต้หมอนของตัวเองมีมีดสั้นเล่มเล็กคมกริบซ่อนอยู่
ชิงหลิงที่สวมเสื้อผ้าเสร็จแล้วสะบัดมือเบาๆ มีดสั้นก็บินกลับไปอยู่ในมือของเธอ ชิงหลิงควงนิ้วเรียวยาว มีดสั้นก็หายวับไปในพริบตา
"เมื่อกี้... คุณคิดจะฆ่าผมใช่ไหม?" เกาหยางรู้สึกหวาดเสียวขึ้นมา
"มันก็ขึ้นอยู่กับคุณ" ชิงหลิงตอบ
"หมายความว่ายังไง? ถ้าผมต้านทานความเย้ายวนไม่ไหว แล้วเกิดคิดอกุศลกับคุณ คุณก็จะฆ่าผมเหรอ?" เกาหยางสันนิษฐานอย่างมีเหตุผล "สรุปว่านี่คือบททดสอบ แล้วผมก็ผ่านบททดสอบจนได้รับความไว้วางใจจากคุณสินะ"
"ผิดหมด" ชิงหลิงหันหลังให้เกาหยางแล้วมัดผมหางม้าใหม่ "ถ้าคุณไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองต่างหาก ฉันถึงจะฆ่าคุณ"
"ทำไมล่ะ?"
"อสูรไม่มีระบบสืบพันธุ์ที่แท้จริง"
เกาหยางถึงบางอ้อในทันที "ที่แท้คุณก็กำลังยืนยันตัวตนของผมอยู่นี่เอง!"
"สิ่งที่คุณเจอวันนี้คืออสูรโทสะ"
"อสูรโทสะ?"
"อสูรมีหลายประเภท อสูรโทสะก็เป็นหนึ่งในนั้น สรุปก็คือ พวกมันเจ้าเล่ห์มาก เก่งเรื่องการปลอมตัวและตบตาคนอื่น" ชิงหลิงพูด "ถ้าอยากมีชีวิตรอดบนโลกใบนี้ ก็อย่าไว้ใจใครเด็ดขาด"
"แล้วผมจะเชื่อได้ยังไงว่าคุณเป็นมนุษย์?" เกาหยางถามกลับ
"ไม่เลว เรียนรู้ได้เร็วดีนี่" ชิงหลิงทำหน้านิ่ง "ถ้าจะยืนยันว่าผู้หญิงเป็นอสูรหรือเปล่ามันจะยุ่งยากกว่ามาก เพราะต้องทำกันจริงๆ"
"เอ่อ..."
ชิงหลิงโยนขวดเล็กๆ มาให้ "นี่คือยารักษาเฉพาะทาง ใช้เสร็จแล้วก็อย่าลืมกำจัดทิ้งด้วยล่ะ อย่าให้ใครเห็นเด็ดขาด"
เกาหยางรับขวดยาเล็กๆ นั้นมาพิจารณาดูอย่างละเอียด มันดูเหมือนขวดยาสีน้ำเงินธรรมดาๆ ไม่มีอะไรพิเศษ
เขาซ่อนยาไว้ใต้ผ้าห่ม ตอนนี้เขายังมีคำถามอีกมากมายที่อยากจะถามชิงหลิง
ตกลงแล้วอสูรคืออะไรกันแน่?
พวกมันฆ่าคนไปทำไม?
ตอนนี้เขากำลังตกอยู่ในสถานการณ์แบบไหน?
พรสวรรค์ของชิงหลิงคืออะไร? ดูเหมือนเธอจะเก่งกาจกว่าเขามาก
แล้วเขาต้องทำยังไงถึงจะแข็งแกร่งขึ้นได้?
"ปัง!"
ทันใดนั้นประตูถูกเตะเปิดออก น้องสาวพุ่งพรวดเข้ามา
เกาหยางตกใจสุดขีด เขาลุกขึ้นยืนทั้งที่ยังเปลือยท่อนบน "ไม่ใช่นะ! มันไม่ได้เป็นอย่างที่เธอเห็น..."
"อะไรเหรอ?" น้องสาวทำหน้างุนงง
เกาหยางหันขวับกลับไป ชิงหลิงหายตัวไปแล้ว เหลือเพียงผ้าม่านที่พลิ้วไหวกับแสงจันทร์นวลผ่องที่สาดส่องเข้ามาตรงมุมห้อง
ไม่สิ จะเคลื่อนไหวเร็วเกินไปแล้วไหม?! นี่มันมาอย่างอหังการแล้วก็จากไปอย่างอหังการชัดๆ ถอดเสื้อผ้าฉันเสร็จสรรพ แต่ไม่ยอมพรากความบริสุทธิ์ไปแม้แต่น้อย
"น่าสงสัยจังเลยน้า" น้องสาวมองสำรวจเกาหยางตั้งแต่หัวจรดเท้า ทันใดนั้นก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ "พี่ คงไม่ได้กำลังทำเรื่องพรรค์นั้นอยู่ใช่ไหม?"
"พี่เปล่านะ! ไม่ใช่สักหน่อย! อย่ามาพูดมั่วๆ!" เกาหยางอยากจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา "แล้วก็ คราวหน้าก่อนเข้ามาช่วยเคาะประตูก่อนได้ไหม?"
"รู้แล้วน่า!" จู่ๆ น้องสาวก็ส่งยิ้มประจบประแจงแล้วขยับเข้ามาใกล้ คว้าแขนเกาหยางไปกอดไว้ "พี่ชาย เรามาปรึกษาอะไรกันหน่อยสิ"
"ว่ามาสิ"
น้องสาวรีบล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาทันที "พี่ดูสิ... ชุดโลลิต้าชุดนี้ สวยไหม?"
"ก็สวย..." เกาหยางตั้งสติได้ "เธออยากจะทำอะไร?"
"แค่ 498 เอง! โคตรถูกเลย! ถ้าซื้อตอนนี้ยังประหยัดไปตั้ง 198 แน่ะ"
"ถ้าไม่ซื้อก็ประหยัดไป 498"
"อีกแค่สิบเอ็ดเดือนก็จะถึงวันเกิดหนูแล้วนะ!" น้องสาวยู่ปาก "พี่คิดซะว่าซื้อเป็นของขวัญวันเกิดให้หนูไม่ได้เหรอ?"
"อีกเจ็ดสิบปีพี่ก็จะตายแล้ว เธอคิดซะว่าตอนนี้พี่ตายไปแล้วไม่ได้เหรอ?"
"พี่ไม่สนใจหนู! พี่ไม่รักหนู! คนอย่างพี่ไม่คู่ควรจะเป็นพี่ชายเลยสักนิด!" น้องสาวโวยวายเสียงดัง "หนูจะฟ้องพ่อกับแม่ ว่าคืนนี้พี่ออกไปเถลไถลจนเลือดอาบเต็มหน้า!"
"ได้ๆๆ!" เกาหยางเริ่มลนลานขึ้นมาทันที เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโอนเงินค่าขนมของเดือนหน้าให้น้องสาวไปหลายร้อยหยวน เทียบกับการเสียดายเงินแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือการทำให้เรื่องมันจบๆ ไปซะ
"พี่ชายน่ารักที่สุดเลย! จุ๊บ~ หนูรักพี่ชายที่สุดเลย!"
น้องสาวถือโทรศัพท์มือถือแล้ววิ่งออกไปอย่างร่าเริง
เกาหยางมองน้องสาวที่ปิดประตูให้ด้วยความอารมณ์ดี แล้วก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
...
ยารักษาเฉพาะทางที่ชิงหลิงให้มานั้นได้ผลดีมาก พอตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้น บาดแผลก็สมานตัวจนเกือบจะหายสนิท เหลือเพียงรอยแดงบางส่วนที่ดูเหมือนรอยเกาหลังจากถูกยุงกัดเท่านั้น
เกาหยางกินข้าวเช้าเสร็จก็มาโรงเรียน
ภายในห้องเรียน ที่นั่งของหลี่เวยเวยยังคงว่างเปล่า
หน้าอกของเกาหยางรู้สึกโหวงเหวง ความเจ็บปวดตื้อๆ แล่นริ้วขึ้นมาเป็นระลอก ราวกับมีบางส่วนถูกควักออกไป
เขานึกถึงเรื่องราวต่างๆ ตลอดสิบสองปีที่ผ่านมากับหลี่เวยเวย ไปโรงเรียนด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน ทำการบ้านด้วยกัน วันส่งท้ายปีเก่าก็เคยไปจุดพลุด้วยกันหลายครั้ง ครั้งแรกที่เห็นเธอหัวเราะ เห็นเธอร้องไห้ เห็นเธอโกรธ... ทุกสิ่งที่คุ้นเคยและงดงามเหล่านี้ ล้วนถูก "อสูร" ตัวนั้นเมื่อคืนฉีกทึ้งจนแหลกสลาย
เกาหยางหวังเหลือเกินว่าสิ่งที่เขาต้องเผชิญคือสิ่งมีชีวิตสองตัว ตัวหนึ่งคือเด็กสาวชาวมนุษย์ที่แสนดีและบริสุทธิ์ ส่วนอีกตัวคือสัตว์ประหลาดที่ดุร้ายและชั่วร้ายซึ่งไม่รู้จัก ทว่าทั้งสองสิ่งนี้กลับหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน
เกาหยางไม่อาจยอมรับได้
จนกระทั่งหมดคาบศึกษาด้วยตัวเองในตอนเช้า ที่นั่งของหลี่เวยเวยก็ยังคงว่างเปล่า เด็กผู้หญิงหลายคนในห้องเริ่มซุบซิบนินทากัน คาดว่าน่าจะรู้แล้วว่าเกิดเรื่องขึ้นกับหลี่เวยเวย
เกาหยางแทบจะไม่ได้นอนมาทั้งคืน เขามีคำถามมากมายเหลือเกินที่อยากจะถามชิงหลิง
นึกไม่ถึงว่าพอหมดคาบศึกษาด้วยตัวเองปุ๊บ ชิงหลิงก็เป็นฝ่ายเดินเข้ามาหา เธอตั้งคำถามเสียงดังต่อหน้าเพื่อนร่วมห้องคนอื่นๆ "เกาหยาง หลี่เวยเวยล่ะ?"
เกาหยางชะงักไป สถานการณ์อะไรกันเนี่ย กำลังเล่นละครอยู่เหรอ?
"ไม่รู้สิ" เกาหยางตอบ
"ไม่รู้ได้ไง?! เมื่อวานเธอก็อยู่กับนายไม่ใช่เหรอ?"
"อืม ตอนเย็นเราก็แยกย้ายกันกลับบ้าน..."
"เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? โทรไปก็ไม่รับ วีแชตก็ไม่ตอบ แถมยังไม่มาเรียนอีก" ชิงหลิงขมวดคิ้วมุ่น ดูหงุดหงิดเล็กน้อย พอเห็นว่าถามอะไรไม่ได้ความก็สะบัดหน้าเดินหนีไป
คาบแรกคือวิชาคณิตศาสตร์ ครูสอนคณิตศาสตร์ก็คือครูประจำชั้นด้วย
ครูประจำชั้นเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เขาวางหนังสือเรียนลงบนโพเดียม แล้วดันแว่นตาสายตาสั้นเตอะบนดั้งจมูกแบนๆ
"นักเรียนทุกคน ก่อนเริ่มเรียน ครูมีเรื่องหนึ่งจะบอกกับพวกเรา"
"เพื่อนร่วมห้องของเรา หลี่เวยเวย เมื่อคืนนี้... ถูกฆาตกรรมแล้ว"
ทั้งห้องเกิดเสียงฮือฮาขึ้นมาทันที
"อะไรนะคะ?!" ชิงหลิงลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจ
เกาหยางชะงักไป ทันใดนั้นก็รู้สึกเลื่อมใสขึ้นมา ชีวิตก็เหมือนละคร ทุกอย่างขึ้นอยู่กับฝีมือการแสดงจริงๆ
ชิงหลิงกับหลี่เวยเวยอยู่ด้วยกันแทบจะทุกวัน สนิทสนมกันขนาดนั้น ปฏิกิริยาแบบนี้ถือเป็นเรื่องปกติมาก และนี่ก็เป็นเครื่องเตือนใจเกาหยางด้วยว่า ในฐานะเพื่อนสมัยเด็ก ปฏิกิริยาของเขามันผิดปกติเกินไปแล้ว
เกาหยางรีบลุกขึ้นยืน ทำสีหน้าตกตะลึงระคนสงสัย "เป็นไปไม่ได้! เมื่อวานตอนบ่ายผมยังเจอเธออยู่เลย!"
"เธอถูกฆาตกรรมตอนดึกระหว่างทางกลับบ้าน เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นฝีมือโจรปล้นทรัพย์ เธอถูกแทงที่หน้าอก เสียชีวิตคาที่..." ครูประจำชั้นถอนหายใจ "ครูรู้มาแค่นี้แหละ"
"พระเจ้า! ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้?"
"น่าสงสารจัง นึกไม่ถึงเลยว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นกับเธอ"
"ถ้าจับฆาตกรได้ต้องประหารชีวิตสถานเดียว!"
"ฮือๆๆ..."
เด็กผู้ชายที่แอบชอบหลี่เวยเวยต่างโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ตะโกนออกมาอย่างดุเดือด ส่วนเด็กผู้หญิงหลายคนที่สนิทกับหลี่เวยเวยก็ขอบตาแดงก่ำ ร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมาตรงนั้น
"นักเรียนทุกคน สำหรับเรื่องของหลี่เวยเวย ครูเองก็เสียใจและโกรธแค้นมากเช่นกัน"
"ตอนนี้ตำรวจกำลังเร่งตามล่าตัวคนร้ายอย่างสุดความสามารถ และจะต้องนำตัวฆาตกรมาลงโทษตามกฎหมายได้อย่างแน่นอน!"
"ใครที่อยากจะไปบอกลาศพของหลี่เวยเวย คืนนี้ก็ไปที่สถานฌาปนกิจกับครูได้..."
"เอาล่ะ ตอนนี้พวกเรามาสงบสติอารมณ์ แล้วก็เรียนกันต่อเถอะ"
ครูสอนคณิตศาสตร์เปิดหนังสือเรียน แล้วก็นึกอะไรขึ้นมาได้ "ชิงหลิง เกาหยาง พวกเธอสองคนไปที่ห้องพักครูของครูหน่อย"
เกาหยางเริ่มระแวดระวังตัว "มีเรื่องอะไรเหรอครับครู?"
"ตำรวจมาน่ะ พวกเธอสองคนแค่ให้ความร่วมมือตอบคำถามพวกเขาสักสองสามข้อก็พอ"
ชิงหลิงตาแดงก่ำ เธอพุ่งพรวดออกไปจากห้องเรียนเป็นคนแรก ราวกับทนรอที่จะได้พบตำรวจไม่ไหว เกาหยางเดินตามออกไป
ทั้งสองคนเดินตามกันไปตามระเบียงทางเดิน เกาหยางเดินอยู่ข้างหลัง เมื่อแน่ใจว่ารอบๆ ไม่มีใคร เขาก็รีบสาวเท้าเข้าไปหาชิงหลิง "เรามาเตี๊ยมกันก่อนดีกว่า"
"เตี๊ยมอะไร?" ชิงหลิงหันขวับกลับมา แววตาเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและโกรธแค้น
"ก็เรื่องของหลี่เวยเวยไง"
ชิงหลิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะคว้าคอเสื้อของเกาหยางเอาไว้แน่น "นายรู้อะไรมาจริงๆ ด้วย! นายเป็นคนฆ่าเธอใช่ไหม?"
"หา?" เกาหยางถึงกับงง
นี่มันบทไหนอีกล่ะเนี่ย? เล่นละครจนติดลมไปแล้วหรือไง?
"มันเวลาไหนแล้ว เลิกเล่นละครสักทีเถอะ!" เกาหยางพูด
"ใครเล่นละครกับนาย!" ชิงหลิงทำสีหน้าจริงจัง "นายมันน่าสงสัยจริงๆ ด้วย ทำไมเมื่อคืนนายถึงไม่ไปส่งหลี่เวยเวยที่บ้าน? ทำไมหลี่เวยเวยถึงถูกฆ่า? ฉันว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับนายแหงๆ!"
ไม่ใช่สิ! นี่มันไม่เหมือนกับที่คุยกันไว้นี่นา!
ชิงหลิงคนนี้ กำลังเล่นตุกติกอะไรอยู่กันแน่?
"พูดมาสิ! นายอยากจะจีบหลี่เวยเวยมาตลอดเลยไม่ใช่เหรอ? หลี่เวยเวยไม่ชอบนาย ไม่ยอมตกลงคบกับนาย นายก็เลยผูกใจเจ็บแล้วก็ฆ่าเธอใช่ไหมล่ะ?" ชิงหลิงรุกฆาต
สมองของเกาหยางประมวลผลอย่างรวดเร็ว ตอนนี้มีความเป็นไปได้เพียงสองทางเท่านั้น:
หนึ่ง ชิงหลิงที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่ชิงหลิงคนเมื่อคืน ซึ่งความเป็นไปได้นี้ต่ำมาก
สอง ชิงหลิงยังคงเล่นละครอยู่ เธอตัดสินใจขายเขาเพื่อเอาตัวรอด เมื่อวานเธอก็บอกแล้วว่า อย่าไว้ใจใครเด็ดขาด
"ผมไม่รู้ว่าคุณกำลังพูดเรื่องอะไร" เกาหยางก้มหน้า แล้วเดินเลี่ยงชิงหลิงไป พูดไปสองไพเบี้ย เขาตัดสินใจรูดซิปปากดีกว่า
"อย่ามาเสแสร้งหน่อยเลย! ฉันจะให้ตำรวจสอบสวนนายให้ละเอียด! ถ้าคนฆ่าคือนายล่ะก็ ฉันไม่มีทางปล่อยนายไว้แน่!" ชิงหลิงพุ่งพรวดเข้าไปในห้องพักครูด้วยความโกรธ
เกาหยางกำลังจะเดินตามเข้าไป ทว่าร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก็ยื่นมือมาขวางเขาไว้
เกาหยางเงยหน้าขึ้นมอง เป็นผู้ชายในชุดเครื่องแบบตำรวจ อายุประมาณสามสิบกว่าๆ ตัดผมทรงสกินเฮดสะอาดสะอ้าน คางกว้าง โครงหน้าชัดเจน แววตาดูเจนโลกและเฉียบคม
"คุณคือ... สารวัตรหวง?"
"หึหึ เจอกันอีกแล้วนะ" สารวัตรหวงยิ้ม ทว่าในแววตากลับไร้ซึ่งความอบอุ่น
เมื่อกลางดึกสามวันก่อน ตำรวจที่ยิง "คนบ้า" จนตายและ "ช่วย" เกาหยางเอาไว้ ก็คือเขาคนนี้ หวงฉี สารวัตรหวง
สารวัตรหวงตบไหล่เกาหยางเบาๆ "ตามผมไปที่ห้องพักครูอีกห้องหนึ่ง"
หัวใจของเกาหยางกระตุกวูบ จบกัน สภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของนักโทษ







