อาจารย์ประจำฝ่ายจัดตั้งของคณะกรรมการสันนิบาตเยาวชนประจำสถาบันมีชื่อว่าสวี่จงกั๋ว
เขาเป็นคนท้องถิ่นของเยียนจิง
เมื่อไม่กี่วันก่อน ตอนที่เฉินเมิ่งถิงนำแผนงานกิจกรรม [ดาวโรงเรียน] ไปส่งถึงมือเขา นอกจากจะอธิบายว่าฝ่ายจัดตั้งไม่มีงบประมาณมากขนาดนั้นและหวังว่าสภานักเรียนจะไปหาวิธีเอาเองแล้ว เขาก็ไม่ได้มีท่าทีคัดค้านอะไร
ในใจของเขา กิจกรรมทำนองนี้มหาวิทยาลัยอื่นก็เคยจัดมาแล้ว แต่ส่วนใหญ่มักจะจบลงแบบเงียบๆ ไม่ได้มีอิทธิพลอะไรมากมาย
อาจจะเป็นเพราะความโด่งดังของ [สาวน้อยประกายดาว] ในช่วงนี้ ที่ไปกระตุ้นความสนใจในการประกวดของนักเรียนบางคนทางอ้อม ทำให้พวกเขาใฝ่ฝันอยากจะดังข้ามคืน หรืออาจจะเป็นเพราะกิจกรรม [ดาวโรงเรียน] บังเอิญไปตรงกับกระแสหรือเทรนด์บางอย่างเข้า หรือไม่ก็อาจจะเป็นเพราะอิทธิพลบนโลกอินเทอร์เน็ตของหลินเซี่ย “นักเขียนสาวสวย” ที่ดังเป็นพลุแตกชั่วข้ามคืนคนนี้กำลังน่ากลัวสุดๆ...
สรุปก็คือ ในวันต่อมา วินาทีที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของสภานักเรียนโพสต์กิจกรรม [ดาวโรงเรียน] ลงบนเว็บบอร์ด ยอดเข้าชมของโปรเจกต์นี้ก็ระเบิดตู้มทันที!
หัวข้อและการพูดคุยในเว็บบอร์ดของมหาวิทยาลัยดำเนินต่อเนื่องมาสองวันแล้ว แต่ความร้อนแรงก็ยังคงพุ่งสูงไม่ตกลงมาเลย...
นักเรียนหญิงจำนวนมากมายต่างก็สมัครเข้าร่วมกิจกรรม [ดาวโรงเรียน] การแข่งขันยังไม่ทันเริ่ม เวทีก็ยังไม่ได้สร้าง แต่บนเว็บบอร์ดทางการของสถาบันกลับมีนักเรียนนับไม่ถ้วนเริ่มหาเสียงผ่านช่องทางต่างๆ กันแล้ว
สวี่จงกั๋วเห็นแล้วก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย หลังจากสังเกตการณ์ เขาก็ตระหนักได้ทันทีว่ากิจกรรม [ดาวโรงเรียน] ครั้งนี้มีแววว่าจะดังทะลุแวดวงมหาวิทยาลัย!
ในขณะเดียวกัน อาจารย์ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของสถาบันและอาจารย์ที่ดูแลฝ่ายการศึกษาก็รีบมาหาฝ่ายจัดตั้งคณะกรรมการสันนิบาตเยาวชนของพวกเขาเป็นอันดับแรก...
ต้นปีหน้า...
นักศึกษาชั้นปีที่สี่จำนวนมากจะต้องเข้าร่วมการฝึกงานแล้ว
ก่อนที่จะเข้าร่วมการฝึกงาน พวกเขาอยากจะสร้างกระแสให้กับบัณฑิตดีเด่นระดับเมืองเหล่านี้ และใช้โอกาสนี้โปรโมตสถาบันของพวกเขาไปด้วย!
ความโด่งดังอย่างกะทันหันของกิจกรรม [ดาวโรงเรียน] ทำให้พวกเขามองเห็นความหวังในการโปรโมตของปีนี้
หลังจากที่พวกเขาปรึกษาหารือกัน ก็รู้สึกว่ากิจกรรม [ดาวโรงเรียน] นั้นให้ความบันเทิงมากเกินไป การใช้ความงามเป็นลู่วิ่งแข่งขัน ถึงแม้จะไม่ถือว่าต่ำทราม แต่ก็ขาดพลังงานบวกที่นักเรียนพึงมี ซึ่งไม่สอดคล้องกับค่านิยมหลักของจีน
แต่ถ้าให้บัณฑิตดีเด่นระดับมณฑลเป็นหลัก และใช้อิทธิพลของกิจกรรม [ดาวโรงเรียน] เป็นตัวเสริม ก็จะสามารถหลีกเลี่ยงจุดนี้ไปได้อย่างสมบูรณ์แบบ แถมยังไม่ต้องใช้เงินของโรงเรียน ไม่ต้องให้พวกเขาออกหน้าทำอะไรมาก แค่หาสื่อมวลชนสักสองสามเจ้ามาช่วยกระพือไฟสร้างกระแสก็พอ นับว่าเป็นเรื่องที่ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวชัดๆ!
“ก๊อกๆๆ!”
“เข้ามา!”
“สวัสดีค่ะอาจารย์สวี่ นี่คือสปอนเซอร์แบรนด์ต่างๆ ที่สนับสนุนกิจกรรมของเราค่ะ... ทุกท่านคะ ขอแนะนำให้รู้จัก นี่คืออาจารย์สวี่ หัวหน้าฝ่ายจัดตั้งคณะกรรมการสันนิบาตเยาวชนประจำสถาบันของเรา กิจกรรมนี้อาจารย์สวี่เป็นคนจัดตั้งและคอยให้คำปรึกษาตลอดงานค่ะ...”
เฉินเมิ่งถิงพาคนสองสามคนเดินเข้ามา
พอสวี่จงกั๋วเห็นคนเหล่านี้ เขาก็รีบยิ้มและลุกขึ้นยืนทันที จับมือขอบคุณทุกคนทีละคนอย่างกระตือรือร้น จากนั้นก็เชิญทุกคนนั่งลง
ภายในห้องทำงาน
สวี่จงกั๋วกับบรรดาเถ้าแก่กำลังพูดคุยกันเกี่ยวกับกิจกรรมนี้
เฉินเมิ่งถิงยืนอยู่ด้านข้าง แม้บนใบหน้าจะประดับรอยยิ้ม แต่ในใจกลับรู้สึกหงุดหงิดอยู่บ้าง
ทั้งๆ ที่กิจกรรมนี้จางเซิ่งเป็นคนวางแผนและให้คำปรึกษาด้วยตัวเองทั้งหมด ส่วนเธอเป็นคนรับผิดชอบลงมือทำ...
ทำไมจางเซิ่งถึงต้องให้เธอพูดคำพูดที่ขัดกับความรู้สึกตัวเองแบบนั้นออกมาด้วย?
สวี่จงกั๋วถึงแม้จะเป็นหัวหน้า...
แต่เขาไม่ได้มีส่วนร่วมเลยแม้แต่น้อย อย่างมากก็แค่เห็นว่ายอดเข้าชมพุ่งสูงปรี๊ด แล้วก็วิ่งมาเสนอแนะให้เพิ่มโปรเจกต์ [บัณฑิตดีเด่นระดับมณฑล] เข้าไป!
กระทั่งเงินลงทุนจางเซิ่งก็เป็นคนหามา สวี่จงกั๋วก็แค่มาชุบมือเปิบเอาผลงานไปทั้งหมด!
แม้ในใจจะรู้สึกไม่ยินยอมพร้อมใจเช่นนี้ แต่เธอก็ยังคงเผยรอยยิ้ม อดทนฟังทฤษฎี “น้ำท่วมทุ่ง” ที่สวี่จงกั๋วพูดคุยกับพวกเถ้าแก่ต่อไป
ประมาณสิบกว่านาทีต่อมา เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง
จากนั้น...
หัวหน้าภาควิชาและอาจารย์ฝ่ายประชาสัมพันธ์อีกสองสามคนก็เดินเข้ามา พวกเขายิ้มแย้มจับมือกับพวกเถ้าแก่ทีละคน
แล้วการพูดคุยรอบใหม่ก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง...
……………………
โปรเจกต์อาคารเรียนหลังใหม่และอาคารหอพักอาจารย์ของสถาบันปิโตรเคมีเยียนจิงได้รับการอนุมัติแล้ว
สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือ...
แผนกจัดซื้อเริ่มวุ่นวายขึ้นมา
ทุกวัน บรรดาอาจารย์ในแผนกจัดซื้อจะได้รับโทรศัพท์จากร้านค้าต่างๆ มากมาย...
โทรศัพท์เหล่านี้แสดงเจตจำนงทั้งทางตรงและทางอ้อมว่าพวกเขาต้องการเข้าร่วมการประมูลโปรเจกต์นี้ และถ้าประมูลได้ ก็จะได้รับผลประโยชน์ตอบแทนอย่างแน่นอน
แผนกจัดซื้อ...
ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน ก็ล้วนเป็นแผนกที่ได้รับความนิยมทั้งนั้น
แน่นอนว่าในขณะเดียวกันก็เป็นแผนกที่อ่อนไหวเอามากๆ ดูเหมือนจะสวยหรู แต่ในความเป็นจริงแล้วบรรดาอาจารย์ต่างก็จริงจังและรอบคอบกันมาก กลัวว่าถ้าทำอะไรไม่ดีตรงไหนแล้วจะตกเป็นขี้ปากคนอื่น
ช่วงหลายปีมานี้ กระแสการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันในจีนนั้นรุนแรงมาก แทบจะทุกช่วงเวลาหนึ่งก็จะมีข่าวแฉว่าผู้นำคนนั้นคนนี้ถูกปลดเพราะคอร์รัปชัน ผู้นำคนนั้นคนนี้ถูกปลดเพราะรับสินบน...
บรรดาอาจารย์ในแผนกจัดซื้อย่อมต้องมีความตื่นตัวในเรื่องนี้ ดังนั้นเมื่อต้องเผชิญกับโทรศัพท์ “บอกใบ้” จากนอกโรงเรียน พวกเขาจึงปฏิเสธอย่างเด็ดขาด โดยอ้างว่าอย่างมากที่สุดพวกเขาก็ทำได้แค่ยื่นใบคำร้องขอ “จัดซื้อ” แต่การดำเนินการที่เป็นรูปธรรมนั้น ต้องให้ผู้บริหารของโรงเรียนและฝ่ายการศึกษาร่วมกันประชุมเพื่อลงมติ และการประชุมนี้ก็ต้องจัดขึ้นถึงสามสี่รอบ...
ในยุคสมัยนี้...
ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องระมัดระวัง
ช่วงบ่ายของวันที่สิบสี่กันยายน
มีเสียงเคาะประตูดังมาจากแผนกจัดซื้อ
“อาจารย์โจว วันนี้มีแค่อาจารย์อยู่คนเดียวเหรอครับ?”
“อ้อ เพื่อนนักเรียนจางนี่เอง สวัสดี มีธุระอะไรหรือเปล่า?”
“อาจารย์โจวครับ โรงเรียนของเรากำลังจะจัดกิจกรรม [ดาวโรงเรียน] กับ [บัณฑิตดีเด่น] ไม่ใช่เหรอครับ? ผมอยากจะจัดซื้ออุปกรณ์สักลอตนึง...”
“หืม? ใบคำร้องขอจัดซื้ออนุมัติลงมาแล้วเหรอ?”
“ยังครับ เงินทุนไม่ได้มาจากฝ่ายการเงินของโรงเรียน แต่เป็นเงินทุนที่พวกเราออกกันเอง...”
“อ้าว? เพื่อนนักเรียนจาง ถ้าไม่มีใบคำร้อง แล้วก็ไม่มีลายเซ็นของพวกอธิการบดี พวกเราจะรับจัดซื้อแทนเป็นการส่วนตัวไม่ได้นะ มันอยู่นอกเหนือขอบเขตหน้าที่ของเรา...”
พอโจวเฉาหยางแห่งแผนกจัดซื้อได้ยินจางเซิ่งพูดแบบนั้น เขาก็ขมวดคิ้วทันที ก่อนจะยิ้มและส่ายหน้า
“อาจารย์โจวครับ ถ้าช่วยเราจัดซื้อแทน มันจะดูอ่อนไหวเกินไปไหมครับ?” ใบหน้าของจางเซิ่งเผยให้เห็นสีหน้าซื่อๆ เขาเกาหัวแกรกๆ เล็กน้อย
“เพื่อนนักเรียนจาง ไม่ใช่เรื่องอ่อนไหวหรือไม่อ่อนไหวหรอกนะ แต่พวกเราต้องทำตามกฎระเบียบ...” โจวเฉาหยางมองท่าทางซื่อๆ ของจางเซิ่งแล้วก็หัวเราะออกมาทันที
“อาจารย์โจวครับ หลักๆ คือพวกเราไม่ค่อยเข้าใจเรื่องอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องเท่าไหร่ รุ่นพี่เมิ่งถิงเลยให้ผมมาขอคำปรึกษาจากอาจารย์ เผื่อเวลาเราไปจัดซื้อจะได้ไม่โดนฟันหัวแบะ อย่างเช่น เรื่องการถ่ายภาพเนี่ย... อาจารย์โจว อาจารย์น่าจะเล่นกล้องอยู่ น่าจะมีความรู้เรื่องกล้องถ่ายวิดีโอใช่ไหมครับ กล้องถ่ายวิดีโอในตลาดมีตั้งแต่ราคาหลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่น ผมล่ะปวดหัวจริงๆ...” พอจางเซิ่งได้ยินแบบนี้ เขาก็ทำหน้าปวดขมับทันที เริ่มระบายความลำบากใจของตัวเองออกมา
โจวเฉาหยางตั้งใจฟังความลำบากใจของจางเซิ่ง รอยยิ้มบนใบหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นความจริงจัง “ถ้าอย่างนั้นก็ต้องเลือกให้ดีจริงๆ นั่นแหละ...”
“อาจารย์โจว อาจารย์มีแบรนด์แนะนำไหมครับ?”
“แบรนด์ที่ฉันรู้จักก็มีไม่เยอะหรอกนะ แต่ถ้าพวกเธออยากได้แบบประหยัดคุ้มค่าหน่อย เมื่อก่อนฉันก็พอจะรู้จักอยู่เจ้าหนึ่ง...”
“เหรอครับ? จริงสิ อาจารย์โจว พวกเรายังมีพวกอุปกรณ์ท่อเหล็กสำหรับสร้างเวทีอะไรพวกนี้ด้วย อาจารย์พอจะมีแนะนำไหมครับ?”
“เรื่องนี้ จะว่ามีมันก็มีแหละ สำคัญคือต้องดูว่าพวกเธออยากได้สเปกแบบไหน...”
“ก็สเปกเวทีทั่วไปนั่นแหละครับ ตามข้อเรียกร้องที่อาจารย์สวี่บอก...”
“อืม ถ้าอย่างนั้นฉันขอแนะนำเป็นการส่วนตัวนะ ให้เธอไปดูที่ตลาดวัสดุก่อสร้าง ตอนที่บ้านฉันจัดงานเมื่อก่อน ก็ใช้บริการของร้าน ‘ถ่าถ่า’ นั่นแหละ...”
“ถ้าเราบอกชื่ออาจารย์ จะได้ส่วนลดไหมครับ?”
“ส่วนลด จะพูดยังไงดีล่ะ...”
“...”
ภายในห้องทำงาน
จางเซิ่งกำลังนั่งคุยกับโจวเฉาหยาง
โจวเฉาหยางอธิบายเกี่ยวกับอุปกรณ์และราคาคร่าวๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมให้จางเซิ่งฟังอย่างอดทน
จางเซิ่งถือสมุดจดบันทึก จดชื่อร้านค้าแต่ละร้านอย่างตั้งใจ
เวลาล่วงเลยไปจนถึงบ่ายสามโมงครึ่งอย่างรวดเร็ว จางเซิ่งมีเรียนคาบสุดท้ายพอดี เขาจึงลุกขึ้นยืนเพื่อจบการสนทนา
พอจางเซิ่งขอบคุณโจวเฉาหยางเสร็จและเตรียมตัวจะกลับ โจวเฉาหยางก็ลุกขึ้นยืน “เพื่อนนักเรียนจาง กิจกรรมครั้งนี้ ได้ยินว่ามีแบรนด์จากนอกโรงเรียนมาเป็นสปอนเซอร์ให้หลายเจ้า เวทีนี้พวกเขาก็เป็นคนออกทุนสร้างให้ใช่ไหม?”
“ใช่ครับ!”
“ถ้าว่างๆ เธอพาพวกเขามาที่แผนกจัดซื้อของเราหน่อยสิ ทางฝั่งวิทยาเขตใหม่ของเรากำลังเปิดประมูลโปรเจกต์พอดี ลองดูว่าคุณสมบัติของพวกเขาเหมาะสมไหม ถ้าเหมาะสม ก็ให้พวกเขามาร่วมประมูลด้วยสิ...”
“ได้ครับ!”
…………………………
จางเซิ่งเดินอมยิ้มออกมาจากแผนกจัดซื้อ
เขามองดูชื่อแบรนด์สองสามชื่อแล้วจดจำเอาไว้ในใจ จังหวะนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้น
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ดูเบอร์ที่โทรเข้า ก็พบว่าเป็นหลินเซี่ยโทรมา...
“จางเซิ่ง นายยังจำสวีเซิ่งหนาน แมวมองของบริษัทแสงดาวแห่งอนาคตได้ไหม?”
“จำได้สิ มีอะไรเหรอ?”
“เมื่อกี้เธอเพิ่งโทรหาฉัน คืนนี้เธอนัดพบพวกเรา...”
“นัดพวกเรา?”
“ใช่ นัดนายกับฉัน”
“อ้อ?”
เมื่อจางเซิ่งได้ยินดังนั้น เขาก็หรี่ตาลง







