อันจิ่นหงบุกไปหาเว่ยเจี้ยนผิงถึงที่เพื่อหงายไพ่เผชิญหน้ากันตรงๆ เรื่องที่กลุ่มบริษัทฮุ่ยจิ่งคิดจะเป็นนกสองหัวถูกจับได้แล้ว เรื่องนี้ทำให้เว่ยเจี้ยนผิงกระอักกระอ่วนใจอย่างมาก เขาอดสงสัยไม่ได้ว่ามีเกลือเป็นหนอนในทีม เพราะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะสงสัยเทียนเซิ่งแคปปิตอล
ตลาดทุนทั้งตลาดต่างรู้ดีว่ากลุ่มบริษัทตระกูลอันและเทียนเซิ่งแคปปิตอลตอนนี้เป็นศัตรูคู่อาฆาตที่ต่างฝ่ายต่างผลัดกันรุกรับ จะเป็นไปได้ยังไงที่จะเอาเรื่องแบบนี้ไปบอกศัตรู? ในทางตรรกะแล้วมันฟังไม่ขึ้นเลยสักนิด
แต่ความจริงมักจะแปลกประหลาดเหนือความคาดหมายเสมอ คนที่ทุกคนคิดว่าไม่มีทางจะเป็นคนคาบข่าวไปบอกมากที่สุด กลับกลายเป็นคนที่เอาความลับไปบอกเสียเอง
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า พอเรื่องนี้ถูกแฉออกมาบนโต๊ะ พันธมิตรที่เคยเหนียวแน่นทั้งสองฝ่ายก็แตกหักกันทันที แถมยังไม่มีช่องว่างให้ประนีประนอมอีกด้วย
ในท้ายที่สุดฮุ่ยจิ่งก็เลือกที่จะปอดแหก การทำดีเอาหน้าตอนที่เขาได้ดีแล้วย่อมเทียบไม่ได้กับการยื่นมือช่วยเหลือยามลำบาก ในสถานการณ์ที่เทียนเซิ่งแคปปิตอลมีแต้มต่อมหาศาล ฮุ่ยจิ่งจะสนับสนุนหรือไม่ก็ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว
งั้นก็ทำได้แค่เผ่นสิ!
...
วันจันทร์ที่ 7 กันยายน ทันทีที่เปิดตลาดวันนี้ เม็ดเงินที่กลุ่มบริษัทฮุ่ยจิ่งช้อนซื้อไว้เมื่อสัปดาห์ก่อนก็เริ่มถอนตัวออกไปอย่างเงียบๆ เงินทุนหมุนเวียนก้อนโตนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อการลงทุนในหลักทรัพย์ ฮุ่ยจิ่งเองก็ไม่ใช่บริษัทลงทุน การซื้อหุ้นของกลุ่มบริษัทตระกูลอันเดิมทีเป็นไปเพื่อผลทางยุทธวิธี โดยคาดหวังไว้ว่าหลังจากงานสำเร็จก็จะเทขายเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินสดและฟันกำไรส่วนต่างติดปลายนวมไปด้วย
ตอนนี้เล่นพลาดแล้ว ทางที่ดีที่สุดคือรีบชิ่งหนี เว่ยเจี้ยนผิงเองก็กลัวว่าจะถูกอันฉีหลงเล่นงานลับหลัง หากเงินทุนก้อนโตขนาดนี้ต้องมาติดดอยอยู่ในตลาดรองคงไม่ใช่เรื่องสนุกแน่
นี่ไม่ใช่เงินจำนวนน้อยๆ การจะถอนทุนคืนแบบไม่ให้เข้าเนื้อในระยะสั้นนั้นค่อนข้างยาก วันเดียวหนีไม่พ้นแน่นอน โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ตลาดไม่ทรงตัวก็ทรุดลงแบบนี้ สภาพตลาดเดิมทีก็เปราะบางอยู่แล้ว การประชุมผู้ถือหุ้นในอีกสองวันข้างหน้าก็ถูกคาดการณ์ว่าจะเป็นปัจจัยลบ นี่คือฉันทามติของตลาด
ในวันที่ข่าวการเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นหลุดออกมา หุ้นของตระกูลอันก็ร่วงระนาวรับข่าวทันที พอมาถึงสัปดาห์นี้ก็ถือว่าร่วงลงมาถึงจุดต่ำสุดแล้ว เม็ดเงินที่ควรจะหนีก็หนีไปตั้งนานแล้ว ส่วนใหญ่ล้วนเป็นฮุ่ยจิ่งที่มารับช่วงต่อทั้งสิ้น
วันนี้ตอนปิดตลาดยังบวกขึ้นมาได้อีกราวๆ +3% นี่คือการสร้างฉากบังหน้าเพื่อถอนตัวของกลุ่มทุนฮุ่ยจิ่ง
พอถึงวันอังคารที่ 8 กันยายน หุ้นของตระกูลอันพุ่งขึ้นเล็กน้อยในช่วงห้านาทีแรกของการเปิดตลาด ก่อนจะดิ่งพสุธาลงมาอย่างรวดเร็ว
เม็ดเงินส่วนใหญ่ของกลุ่มบริษัทฮุ่ยจิ่งถูกถอนออกไปเกือบหมดแล้ว พวกเขาจึงเลิกเสแสร้งและเทขายทุบตลาดตรงๆ สภาพตลาดทั้งกระดานพังทลายลงเพราะฮุ่ยจิ่ง พอถึงช่วงบ่ายเวลา 14.00 น. ราคาก็ดิ่งลงไปติดฟลอร์จนปิดกระดาน
พรุ่งนี้ก็จะเป็นวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของกลุ่มบริษัทตระกูลอันที่ทุกคนจับตามองแล้ว ราคาหุ้นวันนี้กลับถูกกดตายติดฟลอร์ ทำให้คนภายนอกพากันวิพากษ์วิจารณ์และคาดเดากันไปต่างๆ นานา
หลังปิดตลาด หุ้นตระกูลอันได้ออกประกาศขอระงับการซื้อขาย โดยในวันพุธที่ 9 กันยายนที่มีการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นจะระงับการซื้อขายหนึ่งวัน และจะกลับมาเปิดการซื้อขายตามปกติในวันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน
...
วันพุธที่ 9 กันยายน เวลาประมาณ 8.30 น. ทั้งภายในและภายนอกสำนักงานใหญ่ของกลุ่มบริษัทตระกูลอันคึกคักเป็นอย่างมาก พนักงานภายในต่างพากันจับกลุ่มคุย ทุกคนไม่มีสมาธิทำงาน เพราะความเปลี่ยนแปลงและอนาคตที่ไม่แน่นอนทำให้พวกเขาเต็มไปด้วยความกังวลในหน้าที่การงานของตัวเอง
ทั้งพวกเขาและคนภายนอกต่างไม่รู้เลยว่า การประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันนี้ แม้จะยังไม่ทันเริ่มแต่ผลลัพธ์ก็ถูกกำหนดเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว
นักข่าวจากสื่อในแวดวงต่างๆ ทยอยเดินทางมาถึงสถานที่จัดงาน "ศึกอันเทียน" ที่ทุกคนจับตามองกำลังจะตัดสินแพ้ชนะกันในวันนี้ สุดท้ายแล้วใครจะเป็นฝ่ายหัวเราะทีหลัง นี่คือสิ่งที่บรรดาไทยมุงทั้งหลายต่างให้ความสนใจ
สงครามแย่งชิงหุ้นอันเทียนที่โด่งดังไปทั่ว กองกำลังของทั้งสองฝ่ายได้ตั้งขบวนทัพเตรียมพร้อมแล้ว รูปแบบและฉากสถานการณ์เช่นนี้ดึงดูดให้ชาวบ้านที่ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียพากันมามุงดู
การรายงานข่าวสถานการณ์การรบในตอนนี้สามารถได้ยินจากทุกหนทุกแห่ง ไม่จำเป็นต้องอธิบายให้มากความ
เมื่อเวลาผ่านไปทุกนาที ผู้ถือหุ้นของกลุ่มบริษัทตระกูลอันจากทุกสารทิศก็ทยอยเดินทางมาถึงสถานที่จัดการประชุม พวกเขาได้รับแจ้งล่วงหน้าตั้งแต่ครึ่งเดือนก่อนแล้วว่าสามารถมาเข้าร่วมด้วยตัวเอง มอบอำนาจให้ตัวแทนมาเข้าร่วม หรือจะสละสิทธิ์ไม่มาก็ได้
การตรวจสอบก่อนเริ่มการประชุม ผู้ถือหุ้นจากทั่วทุกสารทิศทั่วประเทศเดินเข้ามารายงานตัวและนับจำนวนผู้เข้าร่วม คนที่มามีไม่น้อยเลยทีเดียว ตอนนี้เรื่องที่โครงสร้างผู้ถือหุ้นของกลุ่มบริษัทตระกูลอันกระจัดกระจายนั้นกลายเป็นเรื่องที่รู้กันทั่วแล้ว
นักลงทุนรายย่อยส่วนใหญ่ไม่สามารถมาที่เกิดเหตุได้ แต่ก็ยังคงติดตามความคืบหน้าผ่านช่องทางสื่อต่างๆ ณ เวลานี้ สื่อสายการเงินหลายสำนักกำลังรายงานสดจากสถานที่จริง
"ยินดีต้อนรับกลับเข้าสู่รายการครับ อย่างที่ได้เกริ่นไว้ตอนต้นรายการถึงเหตุการณ์สำคัญในวันนี้ การประชุมผู้ถือหุ้นของกลุ่มบริษัทตระกูลอันกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว ตอนนี้เราสามารถเห็นภาพสัญญาณสดจากสถานที่จัดการประชุมผู้ถือหุ้นของกลุ่มบริษัทตระกูลอัน ผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่านได้นั่งประจำที่แล้ว การประชุมกำลังจะเริ่มขึ้นในอีกสักครู่ครับ"
"พวกเราทราบดีว่าประเด็นที่ร้อนแรงมากในตลาดทุนช่วงนี้คือ 'ศึกอันเทียน' ซึ่งก็คือข้อพิพาทเรื่องหุ้นระหว่างกลุ่มบริษัทตระกูลอันกับเทียนเซิ่งแคปปิตอล ทางเทียนเซิ่งแคปปิตอลได้เรียกร้องให้จัดการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น โดยจะเสนอญัตติถอดถอนอันฉีหลง อันจิ่นหง และกรรมการบริหารทั้งหมดของกลุ่มบริษัทตระกูลอันกลางที่ประชุม นี่คือการโยนระเบิดน้ำลึกใส่ตลาดทุนอย่างไม่ต้องสงสัย และล้วนเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกคนให้ความสนใจอย่างมากในวันนี้ครับ"
"เราทราบกันดีว่าราคาหุ้นของกลุ่มบริษัทตระกูลอันร่วงลงอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา และเรื่อง 'ศึกอันเทียน' ก็ปรากฏให้ทุกคนเห็นอยู่ซ้ำๆ แต่สิ่งที่ทุกคนสนใจมากที่สุดก็ยังคงเป็นเรื่องที่เทียนเซิ่งแคปปิตอลเสนอให้มีการถอดถอน ทางรายการของเรามีหน้าเพจพิเศษที่จัดทำขึ้นเพื่อนำเสนอเรื่องนี้โดยเฉพาะ ซึ่งจะมีการถ่ายทอดสดแบบทั้งภาพและข้อความอย่างละเอียด ลำดับต่อไปเราจะตัดภาพไปยังนักข่าวภาคสนามที่รายงานสดจากสถานที่จริงครับ..."
ภาพหน้าจอถูกตัดจากห้องส่งของพิธีกรไปยังสถานที่จริง นักข่าวพิเศษที่ถูกส่งไปที่นั่นหยุดชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มพูดว่า:
"...ค่ะคุณพิธีกร ตอนนี้ดิฉันก็เข้ามาอยู่ด้านในสถานที่จัดการประชุมผู้ถือหุ้นของกลุ่มบริษัทตระกูลอันแล้วนะคะ จะเห็นได้ว่าบรรยากาศในงานเนืองแน่นไปด้วยผู้คน แม้ว่าจะเหลือเวลาอีกสิบห้านาทีกว่างานจะเริ่มอย่างเป็นทางการ แต่สถานที่จัดงานก็เต็มไปด้วยผู้คนแล้วค่ะ สำหรับประเด็นที่ทุกคนให้ความสนใจเป็นพิเศษ เราจะลองไปสอบถามนักลงทุนรายย่อยในงานดูนะคะว่าพวกเขามีความคิดเห็นอย่างไร..."
หลังจากนักข่าวสาวรายงานสถานการณ์ในงานคร่าวๆ เธอก็เริ่มมองหาเป้าหมายในการสัมภาษณ์จากบรรดาผู้ถือหุ้นรายย่อยที่มาร่วมงาน คู่หูของเธอก็แบกกล้องจับภาพเดินตามไปติดๆ ไม่นานเธอก็เจอเป้าหมาย เป็นชายวัยกลางคนสวมแว่นตาในชุดสูทภูมิฐาน
"เอ่อ สวัสดีค่ะคุณผู้ชาย ไม่ทราบว่าคุณเป็นผู้ถือหุ้นของกลุ่มบริษัทตระกูลอันหรือเปล่าคะ? รบกวนช่วยแสดงความคิดเห็น..."
"ขอโทษครับ ขอโทษที!" ผู้ถือหุ้นที่ถูกสัมภาษณ์โบกมือปฏิเสธ นักข่าวจึงต้องมองหาเป้าหมายอื่น ผ่านไปครู่หนึ่งก็เจอผู้ถือหุ้นรายย่อยอีกคน "คุณผู้ชายคะ รบกวนช่วยพูดถึงสถานการณ์ปัจจุบันของกลุ่มบริษัทตระกูลอันหน่อยได้ไหมคะ..."
"ขอโทษด้วยครับ คุณไปสัมภาษณ์คนอื่นเถอะครับ ขอโทษที ขอโทษจริงๆ"
ถูกปฏิเสธอีกแล้ว
เธอเดินเข้าไปหาผู้ถือหุ้นรายย่อยอีกหลายคนติดต่อกัน แต่ก็ถูกปฏิเสธไม่ยอมให้สัมภาษณ์โดยไม่มีข้อยกเว้น นักข่าวสาวรู้สึกจนปัญญา จึงหันกลับมาทางหน้ากล้องอีกครั้งแล้วพูดว่า:
"...เอาล่ะค่ะ เราจะเห็นได้ว่าผู้ถือหุ้นในงานค่อนข้างจะระมัดระวังตัวเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันของกลุ่มบริษัทตระกูลอัน จะเห็นได้ว่าในการประชุมวาระสำคัญแบบนี้ ทุกคนจะมีความระมัดระวังตัวเป็นอย่างมาก ผู้ถือหุ้นหลายท่านที่ดิฉันเข้าไปขอสัมภาษณ์ล้วนไม่อยากแสดงความคิดเห็นหรือมุมมองใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้เลยค่ะ"
"ก่อนหน้านี้ดิฉันได้มีโอกาสพูดคุยส่วนตัวกับผู้ถือหุ้นรายย่อยท่านหนึ่งที่ไม่ประสงค์ออกนาม พวกเขาบอกว่าในสถานการณ์ตอนนี้ ใครจะขึ้นมาบริหาร ใครจะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ หรือทิศทางของข้อพิพาทเรื่องหุ้นในอนาคตจะเป็นอย่างไร พวกเขาก็ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก แต่สิ่งที่พวกเขากังวลมากที่สุดในตอนนี้ก็คือ ท่าทีของผู้บริหารที่มีต่อราคาหุ้น และทิศทางของหุ้นตระกูลอันหลังจากกลับมาเปิดให้ซื้อขายอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ค่ะ... เชิญทางคุณพิธีกรค่ะ"
สื่อสายหลักทรัพย์ทุกสำนักต่างแข่งขันกันรายงานข่าว นักลงทุนรายย่อยบางส่วนที่ไม่สามารถมาร่วมงานได้ก็กำลังติดตามการถ่ายทอดสดทั้งภาพและข้อความผ่านช่องการเงินทางโทรทัศน์หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เกี่ยวข้องเพื่อรับทราบความคืบหน้าล่าสุด
เมื่อเวลาผ่านไป บรรยากาศภายในงานประชุมผู้ถือหุ้นก็เกิดความโกลาหลขึ้นเล็กน้อยจากการปรากฏตัวของคนสองกลุ่มที่ทยอยเดินเข้ามาตามลำดับ
คนกลุ่มแรกคือคนของตระกูลอันและผู้บริหารระดับสูง และกลุ่มที่สองที่ตามมาติดๆ ก็คือคนจากเทียนเซิ่งแคปปิตอล โดยมีลู่หมิงเป็นผู้นำ เขาคือ "โจรปล้นชิง" และ "หมาป่า" ในปากของอันจิ่นหง นี่เป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่ลู่หมิงปรากฏตัวต่อสาธารณชนนับตั้งแต่เขามีชื่อเสียงโด่งดัง
นักลงทุนรายย่อยบางส่วนที่อยู่ในงานเห็นภาพนี้แล้วก็คิดในใจว่า โอ้โฮ คราวนี้หมาป่าไม่ได้ยืนอยู่แค่หน้าประตูของกลุ่มบริษัทตระกูลอันแล้ว แต่มันบุกเข้ามาถึงข้างในแล้ว
...