“เอ๊ะ!? นายเป็นคนพิการเหรอ?” เจี่ยนฝานโพล่งออกมาอย่างลืมตัว
เมื่อได้ยินเสียงร้องอุทานของเจี่ยนฝาน สีหน้าของเย่ฉุยก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
ไม่ว่าใครที่มีปัญหาทางร่างกายก็คงไม่อยากให้คนอื่นเรียกตัวเองว่าคนพิการ เย่ฉุยเองก็เช่นกัน
ทว่าเขากลับมามีสีหน้าสงบเยือกเย็นอย่างรวดเร็ว และอธิบายด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “เมื่อไม่นานมานี้เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ ขาทั้งสองข้างเลยเป็นอัมพาต แต่ฉันเชื่อว่าอีกไม่นานก็จะหาเงินก้อนหนึ่งมารักษาขาได้”
“เหอ... ฉันเชื่อว่านายต้องทำได้แน่” เจี่ยนฝานกล่าวอย่างเก้อเขิน ประโยคเมื่อครู่เขาหลุดปากออกไปจึงรีบพูดแก้สถานการณ์
ทว่าในใจเขากลับแค่นหัวเราะเยาะ แม้ว่าโลกนี้จะมีการคิดค้นน้ำยาฟื้นฟูกล้ามเนื้อที่สามารถรักษาอาการบาดเจ็บที่ขาได้แล้ว แต่การรักษาหนึ่งคอร์สต้องใช้เงินถึงสามล้าน และต้องรักษาอย่างน้อยสามคอร์สถึงจะหายเป็นปกติ รวมแล้วก็เกือบสิบล้าน นี่มันเงินก้อนโตชัดๆ คนธรรมดาจะหาเงินมากมายขนาดนี้มาได้อย่างไร?
อาศัยไอ้สิ่งที่เรียกว่าเกมอย่างจับคู่น่ะเหรอ?
ช่างเพ้อเจ้อสิ้นดี!
ฟางหนานกลัวว่าเย่ฉุยจะโกรธ จึงรีบพูดขึ้นว่า “ศาสตราจารย์ชา คุณต้องรักษาขาทั้งสองข้างให้หายได้แน่นอนค่ะ”
“ใช่แล้ว พี่เอ็กซ์ฉลาดขนาดนี้ วันข้างหน้าแค่สุ่มหยิบเกมออกมาสักสองสามเกมก็หาเงินสิบล้านได้แล้ว” เจ้าอ้วนฟางซีพูดเสริม เขาเคารพบูชาเทพชาอย่างหาที่สุดไม่ได้
เย่ฉุยหัวเราะหึๆ “หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะ”
เรื่องนี้เย่ฉุยมีความมั่นใจในตัวเองอย่างเปี่ยมล้น ความสำเร็จของเกมจับคู่ทำให้เขามองเห็นแสงสว่าง ขอแค่มีแพลตฟอร์มให้เขา เงินสิบล้านก็เป็นแค่เรื่องจิ๊บจ้อย
เมื่อฟางหนานเห็นว่าเย่ฉุยไม่ได้ใส่ใจคำพูดเมื่อครู่ของเจี่ยนฝาน เธอจึงเข็นรถเข็นของเย่ฉุยพาแนะนำห้องต่างๆ ในสตูดิโอ ความนัยแฝงราวกับว่าเย่ฉุยเป็นสมาชิกคนหนึ่งของสตูดิโอไปแล้ว
เย่ฉุยพอใจกับสภาพแวดล้อมที่นี่มาก จึงเอ่ยถาม “สตูดิโอของพวกเธอมีกันแค่สามคนเหรอ?”
“มีทั้งหมดสี่คนค่ะ แต่อีกคนอยู่ในห้องชั้นบน” ฟางหนานชี้ไปที่บันไดด้านข้าง “ปกติเธอไม่ค่อยลงมาข้างล่าง และไม่ค่อยพูดคุยสื่อสารกับใครเท่าไหร่ แต่ความสามารถด้านการเขียนโปรแกรมของเธอเก่งที่สุดในหมู่พวกเรา ความจริงแล้วที่นี่ก็คือบ้านของเธอด้วย อ้อ ใช่แล้ว เธอชื่อไป๋มี่อวิ๋น ไป๋ที่แปลว่าสีขาว มี่ที่แปลว่าค้นหา อวิ๋นที่แปลว่าเมฆค่ะ”
“ไป๋มี่อวิ๋น?” เย่ฉุยพึมพำทวนชื่อที่แปลกหูนี้
เขารู้สึกสงสัยใคร่รู้ ยอดฝีมือด้านโปรแกรมเมอร์กับสาวโอตาคุเก็บตัว สองคุณลักษณะนี้บวกกับชื่อที่แปลกประหลาด ทำให้เกิดความรู้สึกดูลึกลับขึ้นมาทันที
“ศาสตราจารย์ชา ตอนนี้เรามาคุยเรื่องที่คุณจะเข้าร่วมสตูดิโอของเรากันดีกว่าครับ” เจี่ยนฝานแทรกขึ้นมาในเวลานี้ พร้อมกับทำท่าทางจริงจังเป็นงานเป็นการ
เขาต่อต้านการเข้าร่วมของเย่ฉุยตั้งแต่แรก ที่รับปากฟางซีว่าจะติดต่อไปหาเย่ฉุย เขาก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะติดต่อได้จริงๆ ผลปรากฏว่ากลับเชิญศาสตราจารย์ชามาที่นี่ได้สำเร็จ แถมศาสตราจารย์ชาคนนี้ยังเป็นคนพิการอีกต่างหาก!
หากต่อไปเย่ฉุยอยู่ในสตูดิโอ นี่เขาไม่ต้องคอยรับหน้าที่ดูแลอีกฝ่ายหรอกหรือ?
เจี่ยนฝานกล่าวด้วยน้ำเสียงค่อนข้างเย็นชาเล็กน้อยว่า “ศาสตราจารย์ชา คุณมีชื่อเสียงบนอินเทอร์เน็ตมากขนาดนี้ การที่คุณสามารถเข้าร่วมสตูดิโอของผมได้ ผมย่อมดีใจมากเป็นธรรมดา แต่ก่อนหน้านั้นพวกเราคงต้องตั้งกฎกันสักสามข้อก่อน เกี่ยวกับปัญหาเรื่องความสามารถในการทำงาน... หึๆ ศาสตราจารย์ชา คุณก็เห็นแล้วว่าสตูดิโอของเรามีขนาดแค่นี้ ในด้านนี้จึงต้องระมัดระวังให้มากหน่อย ผมหวังว่าจะได้ทำความเข้าใจในความสามารถของศาสตราจารย์ชาให้ดีเสียก่อนครับ”
“เจี่ยนฝาน นายหมายความว่ายังไง นี่นายยังสงสัยในความสามารถของพี่เอ็กซ์อยู่อีกเหรอ?” ฟางซีตะโกนขึ้นมาอย่างไม่พอใจทันที ฟางหนานเองก็ขมวดคิ้วเช่นกัน
“นี่ฉันก็ทำเพื่อสตูดิโอของเราไม่ใช่หรือไง?” เจี่ยนฝานแก้ตัว
เขาชี้ไปที่อุปกรณ์คอมพิวเตอร์แสงด้านข้าง ตอนนี้บนหน้าจอแสงกำลังกะพริบชุดโค้ดที่ดูซับซ้อนเข้าใจยาก เจี่ยนฝานพูดกับเย่ฉุยต่อว่า “ศาสตราจารย์ชา นี่คือการเขียนโปรแกรมของหน้าต่างล็อกอินระบบจัดการหลังบ้านระดับองค์กร แต่ในนั้นเกิดปัญหาขึ้นนิดหน่อย คุณช่วยผมหาข้อผิดพลาดได้ไหมครับ?”
นี่กะจะทดสอบฉันงั้นสิ?
เมื่อได้ยินคำพูดของเจี่ยนฝาน เย่ฉุยก็อดไม่ได้ที่จะชะงักไป
สองพี่น้องฟางหนานกับฟางซีมีสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย ที่แท้เจี่ยนฝานก็ตั้งใจเตรียมการทดสอบเอาไว้แล้ว ซึ่งพวกเขาไม่รู้เรื่องนี้เลยสักนิด
เย่ฉุยเหลือบมองบนหน้าจอแสง ความรู้ด้านการเขียนโปรแกรมที่เขาเรียนรู้มาเป็นเพียงระดับพื้นฐานเท่านั้น แต่สิ่งที่อยู่บนหน้าจอแสงเหล่านี้... จะว่าดูรู้เรื่องก็พอมองออกลางๆ แต่ถ้าจะให้หาข้อบกพร่องในนั้น คงไม่ใช่สิ่งที่เย่ฉุยจะหาเจอได้ในเวลาอันสั้นแน่
ดังนั้นเย่ฉุยจึงส่ายหน้าอย่างตรงไปตรงมา “ขอโทษด้วย ฉันทำไม่ได้”
รอยยิ้มหยันผุดขึ้นบนใบหน้าของเจี่ยนฝาน รู้อยู่แล้วว่าเย่ฉุยไม่ได้มีความรู้ความสามารถที่แท้จริงสักเท่าไหร่ พอโดนเขาทดสอบแบบนี้ก็เผยธาตุแท้ออกมาแล้วไม่ใช่หรือไง?
เขาแสร้งทำสีหน้าลำบากใจและเอ่ยว่า “นี่... ศาสตราจารย์ชา ถ้าอย่างนั้นผมคงต้องขอโทษด้วยนะครับ เพราะยังไงสตูดิโอของเราก็ต้องการผลกำไร...”
“ถ้าเป็นเรื่องผลกำไรล่ะก็ คุยกันได้” เย่ฉุยพูดแทรกเจี่ยนฝาน
เขามองออกว่าเจี่ยนฝานไม่ค่อยอยากให้เขาอยู่ในสตูดิโอนี้เท่าไหร่นัก แต่เย่ฉุยก็ไม่ใช่คนที่จะถูกไล่ตะเพิดไปได้ง่ายๆ เขาพูดกลั้วรอยยิ้มว่า “ฉันสามารถเสนอไอเดียเกมต่างๆ ได้ ฉันรับประกันว่าแต่ละเกมจะไม่ด้อยไปกว่าเกมจับคู่เลย เผลอๆ อาจจะเจ๋งกว่าหลายเท่าด้วยซ้ำ”
“ศาสตราจารย์ชา คุณพูดแบบนี้ดูจะขี้โม้ไปหน่อยไหมครับ?” เจี่ยนฝานเลิกเสแสร้งและพูดแทงใจดำตรงๆ “ถึงแม้เกมจับคู่จะประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล แต่มันก็พูดยากนะว่าคุณจะยังสร้างเกมที่เจ๋งกว่านี้ออกมาได้อีก”
“ฟังจากความหมายของนาย ถ้าฉันสามารถสร้างเกมที่เจ๋งกว่าเกมจับคู่ออกมาได้อีกเกม ฉันก็จะได้อยู่ในสตูดิโอต่อ ใช่ไหม?” เย่ฉุยถาม
“ใช่ครับ” เจี่ยนฝานพยักหน้า “สตูดิโอของเราเน้นความยุติธรรมและโปร่งใส ถ้าคุณมีความสามารถจริงๆ ต่อไปพวกเราจะพัฒนาซอฟต์แวร์อะไรก็จะฟังคุณทั้งนั้น... แต่เงื่อนไขก็คือ คุณทำได้หรือเปล่าล่ะ?”
“ฉันพิสูจน์ให้นายดูได้” เย่ฉุยกล่าวด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม
“พิสูจน์ยังไง?” เจี่ยนฝานถาม
“ฉันสร้างเกมขึ้นมาได้ในเวลาไม่กี่นาที” เย่ฉุยยิ้ม เขาหันไปมองฟางซีกับฟางหนานที่อยู่ด้านข้าง “แต่ฉันต้องการให้พวกเธอช่วย”
“เอ๊ะ? พวกเราเหรอ?” ฟางหนานกับฟางซีมองหน้ากัน จากนั้นก็พยักหน้าพร้อมกัน ฟางซีถามว่า “พี่เอ็กซ์ พี่อยากจะให้ทำยังไง?”
เย่ฉุยหมุนรถเข็นหันไปทางฟางหนาน แล้วหันข้อมือเล็งไปที่เธอ—คอมพิวเตอร์แสงแบบพกพาซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ไฮเทคระดับไฮเอนด์ ย่อมขาดฟังก์ชันกล้องถ่ายรูปไปไม่ได้
ฟางหนานตระหนักได้ว่าเย่ฉุยกำลังจะถ่ายรูปเธอ ใบหน้าของเธอแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างลืมตัว แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะโพสท่าก่อน
แชะ! เสียงชัตเตอร์ดังขึ้น รูปถูกถ่ายเอาไว้แล้ว
เย่ฉุยหัวเราะ “ฟางหนาน ขอยืมรูปถ่ายของเธอหน่อยนะ”
“เอ๊ะ?” ฟางหนานตั้งตัวไม่ทันเล็กน้อย แต่ก็ยังพยักหน้าอย่างเอียงอาย “ได้สิคะ”
เจี่ยนฝานที่อยู่ด้านข้างหน้าตึงขึ้นมาทันที ศาสตราจารย์ชากล้าดีหน้าด้านๆ ถ่ายรูปฟางหนานตามอำเภอใจ แถมฟางหนานยังให้ความร่วมมือขนาดนี้อีก... ปกติเขามีแต่แอบถ่ายรู้ไหม!?
จากนั้นเย่ฉุยก็กวักมือเรียกฟางซี ให้ฟางซียื่นหูเข้ามาใกล้ๆ แล้วกระซิบอะไรบางอย่างที่ข้างหูเขา
ดวงตาของฟางซีก็ค่อยๆ เป็นประกายขึ้นมา
สุดท้ายเขาก็พยักหน้าให้เย่ฉุย “พี่เอ็กซ์ โปรแกรมซอฟต์แวร์แบบนี้จัดการง่ายมาก ผมขอเวลาครึ่งชั่วโมง... ไม่สิ สิบนาทีก็เสร็จแล้ว”
“งั้นฝากนายด้วยนะ” เย่ฉุยกล่าวต่อ เกมเล็กๆ ที่เขาอยากจะสร้างขึ้นมาทันทีนี้ ถ้าเปลี่ยนเป็นตัวเองทำ คาดว่าคงใช้เวลาไม่ต่ำกว่าสามวัน การได้ร่วมงานกับยอดฝีมือด้านการเขียนโปรแกรมมันช่างน่าอภิรมย์จริงๆ
“เรื่องจิ๊บจ้อยน่า” ฟางซีนั่งลงหน้าคอมพิวเตอร์แสงอย่างกระตือรือร้น “พี่เอ็กซ์ ไอเดียนี้มันสุดยอดไปเลยครับ สนุกแน่นอน!”
****
ขอคะแนนโหวต ขอคนกดเก็บเข้าชั้น~~~ ทุกคนลองเดากันดูสิว่าเกมที่เย่ฉุยตั้งใจจะสร้างคือเกมอะไร เกมเล็กๆ ที่ต้องใช้รูปถ่ายสาวสวย~~~~