เริ่มตั้งแต่งานนิทรรศการร่วมกับอ็องรี มาร์โซ ศิลปินชื่อก้องโลก รวมถึงการมีส่วนร่วมอย่างมากในการวิจัยเกี่ยวกับแวนโก๊ะ
และเมื่อมีข่าวว่า ปิแอร์ มาร์โล ช่างทำกรอบภาพผู้มีชื่อเสียง เป็นคนทำกรอบภาพให้กับโกฮุน ข่าวนี้ยิ่งตอกย้ำว่าทั้งในยุโรปและเกาหลีใต้ ต่างไม่สามารถมองเขาเป็นเพียงศิลปินหน้าใหม่อีกต่อไป
สื่อหลายแห่งต่างเร่งรีบต้องการสัมภาษณ์โกฮุน
คิมจุนยง หัวหน้าบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์แทฮันอิลโบ ซึ่งเล็งเห็นศักยภาพในการเป็นซูเปอร์สตาร์ของโกฮุน ได้เร่งเร้าอีอินโฮ ผู้สื่อข่าวของเขา
อีอินโฮเองก็จับตามองการเคลื่อนไหวของโกฮุนอย่างใกล้ชิด และทันทีที่รู้ว่าเขากลับเกาหลีแล้ว ก็รีบติดต่อไปยังคณบดีโกซูยอลทันที
‘ต้องรีบหน่อยแล้ว’
อีอินโฮส่งข้อความสอบถามเกี่ยวกับช่วงเวลาที่สามารถสัมภาษณ์ได้ และเฝ้ารออย่างกระวนกระวาย
เพราะไม่ใช่แค่แทฮันอิลโบเท่านั้น แต่สื่อทั้งหมดในเกาหลีกำลังเพ่งเล็งไปที่โกฮุนเช่นกัน
แม้เขาจะเคยเจอหน้าโกฮุนมาแล้วครั้งหนึ่ง จึงคิดว่าตนมีความได้เปรียบเหนือคนอื่น แต่ก็ยังไม่อาจนิ่งนอนใจได้
บรื๊อออ-
โทรศัพท์สั่นพอดี
อีอินโฮรีบเปิดข้อความขึ้นมาอ่าน และก็ชะงักไป
{ฮุนกำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมนิทรรศการ ไว้เจอกันทีหลังนะครับ}
{ขอโทษด้วยครับ} 10:33
เขาอาจพยายามเกลี้ยกล่อมว่าเป็นโอกาสดีในการประชาสัมพันธ์นิทรรศการ แต่คู่สนทนาไม่ใช่ใครอื่น หากแต่เป็นโกซูยอล ผู้ทรงอิทธิพลระดับตำนาน
หากดื้อดึงขอพบ อาจทำให้ความสัมพันธ์เสียหาย และนั่นย่อมไม่เป็นผลดีในระยะยาว
‘นิทรรศการน่าตื่นเต้นจริง ๆ อยากไปชมให้เร็วที่สุด ไว้จะติดต่ออีกครั้งนะครับ’
หลังส่งข้อความตอบกลับ อีอินโฮก็ถอนหายใจออกมายาวเหยียด
เขารู้สึกลำบากใจว่าจะอธิบายเรื่องนี้กับหัวหน้าบรรณาธิการอย่างไรดี
‘เดี๋ยวนะ ถ้าลองติดต่อไปทางพิพิธภัณฑ์ศิลปะล่ะ?’
แม้การสัมภาษณ์โกฮุนโดยตรงจะยากเกินไป แต่การพูดคุยกับภัณฑารักษ์น่าจะพอเป็นไปได้
ทางพิพิธภัณฑ์เองก็น่าจะอยากประชาสัมพันธ์งานนิทรรศการ จึงไม่ใช่เรื่องเสียหายสำหรับพวกเขา
อีอินโฮจึงเริ่มค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์ศิลปะ WH แพอุม
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก่อตั้งโดยมูลนิธิ WH กรุ๊ป หนึ่งในกลุ่มบริษัทระดับโลก และเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้รองจากพิพิธภัณฑ์แห่งชาติเกาหลี
นอกจากทรัพย์สินทางวัฒนธรรมระดับสมบัติของชาติแล้ว ยังมีผลงานสะสมมากที่สุดในประเทศอีกด้วย ภัณฑารักษ์หลักบังแทโฮก็เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง ปรากฏตัวบ่อยครั้งตามรายการโทรทัศน์ วิทยุ และช่องยูทูปต่าง ๆ
ในสถานการณ์ที่มีบทความคาดเดาเกี่ยวกับโกฮุนมากกว่าร้อยบทความในแต่ละวัน
ผู้คนจำนวนมากต่างแสดงความคาดหวังผ่านคอมมิวนิตี้และคอมเมนต์เกี่ยวกับการพบกันระหว่างโกฮุนและภัณฑารักษ์บังแทโฮ
“เฮ้อ…ไม่ง่ายเลยนะเนี่ย”
แม้จะเริ่มต้นเพราะถูกหัวหน้าบรรณาธิการบังคับ แต่หลังจากที่ได้พบโกฮุนแล้ว อีอินโฮก็มั่นใจในความสำเร็จของเขา
เพียงแค่สองเดือน เหตุการณ์กลับตาลปัตรถึงเพียงนี้ เขาเองก็ไม่คาดคิดเช่นกัน
‘ตอนนี้เขาจะกำลังทำอะไรอยู่นะ’
อีอินโฮจึงเริ่มต้นรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมของโกฮุนในยุโรปก่อน
...
ต้องระมัดระวัง
ความเสี่ยงที่ตามมานั้นมากเกินกว่าจะปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไปเปล่า ๆ
“ฮุนอา เลือกได้รึยัง?”
“ยังครับ”
ต้องใจเย็นเข้าไว้
แม้คุณปู่จะเร่งเร้า แต่ของว่างที่ซื้อได้เพียงวันละครั้ง จะเลือกแบบส่งเดชไม่ได้เด็ดขาด
ขนมขบเคี้ยวแบบสแน็กนั้นคือของว่างที่ให้ความสุขที่สุด เพราะสัมผัสที่กรุบกรอบ
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีความหลากหลายมหาศาล
แค่เพียงมันฝรั่งแผ่นทอดกรอบ ก็มีหลายสิบชนิด และส่วนใหญ่ก็ยังไม่เคยลอง
แต่ก็ไม่สามารถตัดใจจากลูกอมได้เช่นกัน ลูกอมกลิ่นองุ่นเขียวที่คุณปู่ชอบก็ยังมีอยู่ที่บ้าน แอบหยิบมากินทีหลังก็ยังได้
แต่ลูกอมสีสันสดใสสี่เม็ดนี้ จะมีรสชาติแบบไหนกันนะ มันช่างน่าสงสัยเกินห้ามใจ
จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ลูกอมที่แยกสีแบบนี้ มักจะให้รสและกลิ่นที่ต่างกัน
ถ้าซื้อนี่ ก็คงได้ลองถึงสี่รสชาติในครั้งเดียว
แต่จะปล่อยให้ช็อกโกแลตหลุดมือไปได้อย่างไรกัน
ใช่แล้ว... ถ้าไม่มีช็อกโกแลต วันทั้งวันก็คงผ่านไปอย่างลำบาก
‘ควรเลือกแบบที่ปริมาณเยอะ ๆ หน่อย’
พอหันไปมอง ก็เห็นกล่องขนมขนาดพอ ๆ กับตัวเองวางอยู่
มีหลายอย่างที่มีช็อกโกแลตอยู่ด้วย
‘อันนี้น้ำตาล 14 กรัม’
ตอนนี้ผมรู้แล้วว่ายิ่งน้ำตาลเยอะ รสก็ยิ่งหวาน ภาพถ่ายช็อกโกแลตสวย ๆ ไม่อาจหลอกผมได้อีก
‘มง แช ตงตง?’
ชื่อขนมคือ “ลุงที่รักของฉัน” (Mon Cher Tonton) เลยเหรอ?
หมายความว่ายังไงกันแน่?
พายแสนสวยที่เคลือบด้วยช็อกโกแลต ทำไมถึงตั้งชื่อว่า “ลุงที่รักของฉัน” กันนะ?
“อืมมม…”
ขณะที่กำลังครุ่นคิดโดยไร้คำตอบ คุณปู่ก็เดินเข้ามา
“เจ้าเด็กนี่ เดี๋ยวดวงอาทิตย์ตกหมดหรอกนะ”
“อันนี้อร่อยมั้ยครับ?”
คุณปู่ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า
“น่าจะอร่อยนะ รีบซื้อแล้วกลับบ้านกันเถอะ”
“ผมซื้อได้แค่วันละครั้ง ต้องเลือกให้ดีครับ”
“อย่าบอกนะว่าจะกินหมดนั่นวันเดียว?”
“เราตกลงกันไว้แบบนั้นไม่ใช่เหรอครับ”
“เดี๋ยวท้องแตกกันพอดี กินแค่สองชิ้นก็พอ”
ถ้าคุณปู่บอกให้กินแค่ชิ้นเดียว ผมคงต้องยอมแพ้ แต่ถ้าได้ถึงสองชิ้น มันก็อีกเรื่องหนึ่ง
‘ได้โปรดตอบสนองลิ้นของผมด้วยเถิด’
ไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำช็อกโกแลตพายนี้ขึ้นมา แต่ขอให้เป็นเชฟฝีมือดีด้วยเถิด
หลังจ่ายเงินเสร็จ ก็เปิดกล่องทันที
หยิบหนึ่งชิ้นแล้วยื่นให้คุณปู่
“ไม่เป็นไร ปู่ไม่ชอบของหวาน”
“อะไรก็ตามต้องแบ่งกันกินครับ”
“โธ่ บอกว่าไม่เป็นไรไง”
“เร็วเข้าเถอะครับ”
คุณปู่รับ “ลุงที่รักของฉัน” ไปด้วยความจำยอม
ผมเองก็หยิบมาหนึ่งชิ้นแล้วแกะห่อออก
‘อ่า… ครั้งนี้เลือกถูกแล้ว’
ทันทีที่เปิดห่อ กลิ่นของช็อกโกแลตก็โอบกอดโลกใบนี้ราวกับตื่นจากการหลับไหล
กลิ่นหอมหวานที่ซึมลึกผ่านจมูกเข้ามาทำให้วันทั้งวันเหมือนถูกอวยพร
“อ้าม”
กัดคำใหญ่ไปหนึ่งคำ
“………”
นี่มันปีศาจชัด ๆ
ความหอมยั่วยวนนี้มันมาจากไหนกันแน่ ทั้งเนื้อสัมผัสที่แน่นหนา และกลิ่นหอมเข้มข้นนุ่มละมุนกำลังทำให้จิตวิญญาณของผมเสื่อมทรามลง
‘ทำไมกันนะ’
ทำไมของแบบนี้ถึงมีอยู่บนโลกได้
ถึงจะรู้ว่ามันอันตราย แต่ก็อดกินไม่ได้ ทุกคำที่กัดลงไปแล้วปริมาณมันลดลงยิ่งทำให้ใจหาย
‘กินอีกชิ้นดีมั้ยนะ’
แต่ถ้ากินหมดสองชิ้นที่ได้รับอนุญาตไปแล้ว คืนนี้ก็คงยาวนานแสนสาหัส
‘อา…’
ช่างเป็นคนที่อ่อนแอเสียจริง ผมกำลังจะหยิบชิ้นที่สามขึ้นมา แต่คุณปู่ก็เรียกขึ้นมาก่อน
“ฮุนอา”
“ครับ?”
“แฮ่ม… ขออีกชิ้นได้มั้ย?”
“…เมื่อกี้คุณปู่บอกว่าไม่ชอบของหวานไม่ใช่เหรอครับ”
“ก็เราเดินเยอะแล้วนี่ ตอนอายุเท่าปู่น่ะ ถ้าน้ำตาลตกจะลำบากมากนะ เร็ว ๆ เลย ขออีกชิ้นหน่อย”
ตอนนี้เหลืออยู่หกชิ้น
แบ่งกันกินกับคุณปู่ก็จะเหลืออีกสี่ชิ้น หรือจะเรียกว่ามีแค่สี่ชิ้นก็คงจะถูก
“……”
หลังจากครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ ผมก็ยื่นให้ไปสองชิ้น
“ไม่ต้อง ๆ เอามาชิ้นเดียวพอ”
“เอาไปเถอะครับ สองชิ้นเลย”
“แค่ชิ้นเดียวก็พอ”
“ทีหลังห้ามขอเพิ่มอีกนะครับ?”
“แน่นอน ปู่จะพูดอีกทำไม? ไม่เชื่อปู่เหรอ?”
เชื่อสิครับ
แค่พายช็อกโกแลตชิ้นเดียว จะทำให้ผมลังเลในตัวคุณปู่ไปได้ยังไง
ช่างเป็นขนมที่บาปหนาเสียจริง
“……”
จะกินอีกแค่ชิ้นเดียวก็แล้วกัน
...
ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะ WH แพอุม
บังแทโฮ ภัณฑารักษ์หลักของพิพิธภัณฑ์ ใช้เวลาตลอดสองเดือนที่ผ่านมาครุ่นคิดอย่างหนัก
เขาต้องตัดสินใจเรื่องธีมของนิทรรศการ แต่ก็กลัวว่าแนวคิดของตนจะไปรบกวนความเป็นตัวตนของโกฮุน
เขาอยากสร้างสภาพแวดล้อมที่ศิลปินอัจฉริยะที่กำลังเติบโตสามารถแสดงความสามารถได้อย่างเต็มที่โดยไม่ถูกรบกวน
ถึงตารางงานจะต้องเลื่อนออกไปบ้าง แต่บังแทโฮก็คิดว่าควรรอฟังความคิดเห็นของโกฮุนให้ครบก่อน
‘ไม่รู้ว่าจะวาดไว้กี่ชิ้นนะ’
แม้จำนวนผลงานจะน่าสนใจ แต่สิ่งที่เขารู้สึกตื่นเต้นที่สุดคือข่าวที่ว่า ผลงานที่วาดระหว่างการเดินทางได้รับความสนใจจากปิแอร์ มาร์โล ช่างทำกรอบภาพชื่อดัง
บังแทโฮกดกริ่งหน้าบ้าน
ใครครับ?
เสียงใสของเด็กหนุ่มดังผ่านอินเตอร์คอมมา
บังแทโฮที่จำเสียงของโกฮุนได้ ก็ทักกลับไปด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร
“อาเอง บังแทโฮนะ”
รอสักครู่นะครับ
เสียงโกลาหลดังขึ้น แล้วประตูเหล็กก็เปิดออก เขาเดินขึ้นบันได ผ่านสวนเข้าไปยังหน้าบ้าน โกฮุนเปิดประตูออกมาอย่างร่าเริง
“สวัสดีครับ!”
“ดูสดใสดีนะ? สบายดีมั้ย?”
โกฮุนที่เจอกันอีกครั้งในรอบสองเดือน ดูเปล่งประกายยิ่งกว่าเดิม ทำให้บังแทโฮพลอยยิ้มตามอย่างอารมณ์ดี
“ครับ เข้ามาข้างในเลยครับ”
เมื่อเดินเข้าไปข้างใน บังแทโฮก็โค้งคำนับให้โกซูยอล
“ขออนุญาตครับ ท่านคณบดี”
“มาแล้วเหรอ ยินดีต้อนรับ”
โกซูยอลก็ทักทายเขาด้วยท่าทีอบอุ่นเช่นกัน
“ถ้ามาก่อนอาหารเย็น งั้นก็มากินข้าวด้วยกันเลย”
เมื่อจิตรกรที่เก่งที่สุดในเกาหลีชวนรับประทานอาหารเย็น บังแทโฮก็อดจะรู้สึกเกรงใจไม่ได้ ถึงกับหัวเราะแห้ง ๆ ออกมา
“ผมมารบกวนตอนนี้ ไม่ได้ลำบากอะไรใช่ไหมครับ?”
“ไม่หรอก วันนี้เพิ่งพาเจ้าฮุนไปดูร้านขายอุปกรณ์ศิลปะน่ะ เวลาก็เลยแทบไม่มีเลย”
โกฮุนพยักหน้าตามจากที่นั่งข้างโกซูยอล
“ฮ่าฮ่า งั้นถ้าอย่างนั้น ผมขอรบกวนเลยก็แล้วกันนะครับ”
“แน่นอน เตรียมไว้แล้วล่ะ ไปล้างมือก่อนนะ”
“ครับ!”
ระหว่างรับประทานอาหารเย็น ขณะพูดคุยถึงเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเดินทางไปยุโรป บังแทโฮถึงกับตกใจ
“ตั้ง 50 ภาพเลยเหรอ?”
เป็นเรื่องยากที่จะเชื่อได้ว่าในระยะเวลาแค่สองเดือน โกฮุนสามารถวาดภาพได้ถึง 50 ภาพ
หากไม่นับเวลาที่ใช้ในการเดินทาง เท่ากับว่าเขาวาดภาพเกือบวันละภาพเลยทีเดียว
“แต่จริง ๆ แล้วภาพที่เหมาะกับการจัดแสดงก็ไม่ได้เยอะขนาดนั้นหรอกครับ”
โกฮุนพูดแบบไม่ใส่ใจเหมือนเป็นเรื่องปกติ
ทั้งที่การวาดภาพให้เสร็จในหนึ่งวันเป็นเรื่องยากสำหรับศิลปินทั่วไป แต่โกฮุนกลับทำมันเป็นกิจวัตรประจำวัน
“นอกจากวาดรูป ผมก็ไม่ค่อยทำอะไรอย่างอื่นเลยครับ ฮ่า ๆ”
เมื่อโกซูยอลพูดขึ้น บังแทโฮก็หัวเราะแห้ง ๆ
‘อัจฉริยะนี่มันต่างกันจริง ๆ’
วาดภาพมากขนาดนี้ ไม่แปลกเลยที่เด็กหนุ่มคนนี้จะสามารถสร้างผลงานในระดับนั้นได้ตั้งแต่อายุยังน้อย
“ว่าแต่ ไปที่ลูฟวร์มาหรือยังครับ? คนเยอะมากจนแทบดูอะไรไม่รู้เรื่องเลย”
“ฮ่าฮ่า ใช่เลย มันชุลมุนมาก แล้วได้ดูอะไรบ้าง?”
“ผมดูที่เดอนงกับรีเชอลีเยอเป็นหลักครับ ส่วนซัลลี่ตั้งใจว่าจะกลับไปดูรอบหน้า”
“ซัลลี่น่ะยอดเยี่ยมเลยนะ หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วที่มีของโบราณจากอารยธรรมอียิปต์รวมไว้มากขนาดนั้นในที่เดียว”
บังแทโฮมองดูโกฮุนที่ทำหน้าเสียดายที่ยังไม่ได้ไปดูซัลลี่แล้วก็อดคิดว่าเขาช่างน่ารักไม่ได้
“ว่าแต่… เอ่อ ถึงแม้จะตกลงกันไว้แล้ว แต่ก็อยากให้ชัดเจนไว้ก่อน”
เมื่อบังแทโฮพูดขึ้นมา โกฮุนที่กำลังเสียใจเรื่องซัลลี่ก็เงยหน้าขึ้น
“หมายถึงสัญญาน่ะครับ อาจารย์จะช่วยดูให้ด้วยได้ไหมครับ?”
โกซูยอลพยักหน้า
แม้จะตกลงกันไว้แล้วก็ตาม แต่ก็ไม่ควรดำเนินการอะไรหากไม่มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร
บังแทโฮหยิบสัญญาออกมา
“นี่คือ...”
มันไม่ใช่แบบฟอร์มสัญญามาตรฐาน
ตารางเวลา สัดส่วนการแบ่งรายได้ แนวคิดหลัก รายละเอียดต่าง ๆ ล้วนเว้นว่างไว้ ทำให้โกซูยอลรู้สึกสงสัย
“ใช่ครับ ถ้าเป็นตามปกติ ผมคงต้องขออะไรหลายอย่าง แต่สำหรับนิทรรศการแรกของฮุน ผมอยากสร้างสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้างที่สุดให้เขา ผู้ที่ชื่นชอบฮุนก็คงต้องการแบบนั้นเหมือนกันครับ”
“อืม…”
“แต่ในส่วนของสัดส่วนรายได้นั้น เราก็ยังจำเป็นต้องมีรายได้อยู่บ้าง ก็เลยจะเพิ่มเงื่อนไขพิเศษบางอย่างเข้ามา”
“พูดต่อเลย”
“โดยทั่วไปแบ่งกัน 50/50 แต่จากราคางานของฮุนที่ถูกซื้อขายมาแล้ว ผมเสนอว่า… ถ้ายอดขายไม่เกิน 100 ล้านวอน จะแบ่ง 60/40 ส่วนถ้าเกินจากนั้น ทางพิพิธภัณฑ์จะหักคงที่แค่ 40 ล้านวอนเท่านั้นครับ”
“ฮืม…”
พูดกันตามตรง ข้อเสนอแบบนี้ถือว่าเกินจริงไปมาก
การที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะ WH แพอุม ซึ่งมีศิลปินรอคิวขอจัดแสดงยาวเป็นหางว่าว เสนอเงื่อนไขนี้มันช่างน่าเหลือเชื่อ
และถ้าพิจารณาราคาประเมินล่าสุดของผลงานโกฮุน ตัวเลข 100 ล้านวอนไม่ได้เป็นอุปสรรคอะไรเลย
‘คิดอะไรกันแน่นะ’
โกซูยอลเริ่มพิจารณาว่าบังแทโฮกำลังมีแผนอะไรอยู่
ต่อให้เขาจะประเมินโกฮุนไว้สูงแค่ไหน สุดท้ายแล้วก็เป็นเพียงความสัมพันธ์ระหว่างภัณฑารักษ์กับศิลปิน
ไม่มีทางที่พิพิธภัณฑ์จะอนุมัติสัญญาแบบนี้ได้โดยไม่มีข้อแม้อื่นแอบแฝง
โดยเฉพาะนิทรรศการเดี่ยวที่ทางพิพิธภัณฑ์รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
“เราจะจัดเตรียมผู้บรรยายและโปรโมชันในระดับสูงสุดให้กับผลงานของฮุน”
“ให้ข้อเสนอแบบนี้ แสดงว่าก็ต้องมีสิ่งที่คุณต้องการจากเราเช่นกันไม่ใช่หรือ”
บังแทโฮรู้สึกถึงสายตาคมกริบของโกซูยอล จึงกลืนน้ำลายลงคอ
“ใช่ครับ…”
เขาไม่ได้คิดจะเล่นเกมอะไรทั้งนั้น
ตั้งแต่ต้น บังแทโฮก็ต่อรองกับฝ่ายบริหารของพิพิธภัณฑ์มาตลอดสองเดือน เพื่อหาข้อเสนอที่ดีที่สุดสำหรับโกฮุน
และตอนนี้ เขากำลังยื่นข้อเสนอนั้นอย่างจริงใจ
“หลังจากจบนิทรรศการเดี่ยว ผมอยากนำผลงานของฮุนมาจัดแสดงถาวรแบบเช่าชั่วคราวที่พิพิธภัณฑ์ครับ”