ให้เจ้าไปเป็นเด็กรับใช้ห้องหนังสือ แต่กลับคว้าตำแหน่งจอหงวนแทนคุณชายซะงั้น · khram
ตอนที่ 85
บทที่ 85 งานชุมนุมกวี สายตาทั่วหล้าจับจ้องหนานหยาง (3)
อันที่จริงจะไปโทษว่าฮูหยินเฒ่าชุยไร้ประสบการณ์ก็คงไม่ได้
นางเคยเข้าไปพัวพันกับคดีของจ้าวจื้อ และตอนนี้ก็ทั้งดูแลร้านขายตุ๊กตาหมัวโหวหลัว ทั้งยังพยายามกัดฟันเรียนหนังสืออ่านเขียน
ถือว่าเติบโตขึ้นมากแล้ว
แต่นางก็ยังตามความเร็วในการเติบโตอันน่าตกใจของหลานชายตัวน้อยไม่ทันอยู่ดี!
เพิ่งจะได้รับคำชมจากฝ่าบาทไปหมาดๆ
คล้อยหลังก็มีทั้งอาจารย์ที่เป็นมหาปราชญ์ ทั้งอาจารย์อาที่เป็นถึงผู้บัญชาการฝ่ายปกครองขั้นสอง แถมยังมีศิษย์ปู่ที่เป็นถึงรองอัครมหาเสนาบดีแห่งราชสำนัก ใครได้ยินแล้วจะไม่ใจสั่นบ้าง?
ถ้าไม่สั่นก็ไม่ใช่คนของราชวงศ์ต้าเหลียงแล้ว!
เมื่อฮูหยินเฒ่าชุยค่อยๆ ได้สติฟื้นขึ้นมา
ก็เห็นว่าทุกคนมารวมตัวกันอยู่ในลานบ้านของตนหมดแล้ว
ท่านอาจารย์ตงไหลและใต้เท้าหลี่ตวนกำลังนั่งอยู่
ส่วนคนอื่นๆ รวมถึงเยี่ยหวยเฟิง ผู้ว่าการซ่ง ผู้ช่วยผู้ว่าการอู๋ และกลุ่มขุนนางในชุดไปรเวท ตลอดจนจวี่เหรินทั้งสองของตระกูลเผย ล้วนทำได้เพียงยืนเคียงข้างอยู่เงียบๆ
สองพี่น้องชุยโป๋ซานและชุยจ้งหยวนยิ่งรู้สึกเกร็งจนแทบจะหายใจไม่ออก
สตรีสองนางอย่างหลินซื่อและเฉินซื่อก็ตัวสั่นงันงกขณะช่วยกันยกเก้าอี้และต้มน้ำชา
สองพี่น้องชุยเสวียนและชุยอวี้ตกใจกลัวจนมุดเข้าไปในห้องไม่กล้าออกมา
ภายในลานคฤหาสน์ตระกูลชุยเล็กๆ แห่งนี้เต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล
เพราะที่นี่มีทั้งมหาปราชญ์แห่งยุค ผู้บัญชาการฝ่ายปกครองขั้นสอง และกลุ่มขุนนางแห่งหนานหยางอยู่ด้วยน่ะสิ!
ชุยเซี่ยนกดจุดใต้จมูกของฮูหยินเฒ่าชุย เมื่อเห็นนางฟื้นขึ้นมาในที่สุดก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ "ท่านย่า!"
ท่ามกลางสายตาของเหล่าขุนนาง ฮูหยินเฒ่าชุยตัวสั่นเทาขณะลุกขึ้นมา ทำตัวไม่ถูกจนไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรดี
นางทำได้เพียงจับมือเซี่ยนเกอไว้ ตื่นเต้นจนใบหน้าแดงก่ำ
เมื่อหลายปีก่อนตอนที่ฮูหยินเฒ่าชุยยังอยู่ที่หมู่บ้านเหอซีและต้องทนทุกข์ระทมทุกค่ำคืน ตีให้ตายนางก็คิดไม่ถึงว่า...
ตระกูลชุยจะมีเกียรติยศรุ่งโรจน์อย่างเช่นทุกวันนี้!
ชุยเซี่ยนพลิกมือมาจับมือท่านย่าไว้ พยายามกลั้นยิ้มพลางเตือนว่า "ท่านย่า ท่านผู้... ท่านอาจารย์ตงไหล แล้วก็ใต้เท้าผู้บัญชาการฝ่ายปกครอง กำลังรอคำตอบจากท่านอยู่นะขอรับ"
ได้ยินดังนั้น ฮูหยินเฒ่าชุยก็รีบหันไปมอง
ก็จริงดั่งว่า บุคคลผู้ยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงเลื่องลือแห่งราชวงศ์ต้าเหลียงทั้งสองท่านกำลังทอดสายตามาที่นาง
แต่... สองคนนี้รอข้าตอบกลับงั้นหรือ? ตอบอะไรล่ะ?
ฮูหยินเฒ่าชุยเพิ่งสลบไปรอบหนึ่ง พอต้องมาเผชิญหน้ากับสถานการณ์ใหญ่โตเช่นนี้ สมองก็ประมวลผลไม่ทันจริงๆ ไร้ซึ่งความเฉลียวฉลาดเหมือนในวันวานอย่างสิ้นเชิง
ท่านอาจารย์ตงไหลเห็นดังนั้นก็ร้อนใจ!
เขารีบ 'บอกใบ้' อย่างร้อนรน "ชุยเซี่ยนน้อยบ้านเจ้าน่ะยอดเยี่ยมมาก ชายชราอย่างข้าชอบเขาจริงๆ!"
อ้อ!
ในที่สุดฮูหยินเฒ่าชุยก็ตั้งสติได้
ทว่าก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่นอีกครั้ง เพราะท่าทีของท่านอาจารย์ตงไหลนั้นกระตือรือร้นเกินไปจริงๆ แม้แต่ใต้เท้าหลี่ตวนเองก็ยังจ้องมองนางเขม็ง
ราวกับกลัวว่านางจะไม่ตกลงอย่างนั้นแหละ!
ฮูหยินเฒ่าชุยสูดหายใจเข้าลึกๆ เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ท่านผู้เฒ่า ขอเพียงเซี่ยนเกอตกลง หญิงชราอย่างข้าย่อมไม่มีอะไรจะพูดเจ้าค่ะ"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ท่านอาจารย์ตงไหลก็หัวเราะฮ่าๆ ออกมาอย่างเบิกบานใจ ใบหน้าเต็มไปด้วยความยินดี
เพราะศิษย์รักตกลงไปตั้งนานแล้วน่ะสิ!
หลี่ตวนเองก็ยิ้มพลางกล่าวว่า "ยินดีด้วยศิษย์พี่ ที่ได้ศิษย์รักสมใจ!"
นี่คือจุดประสงค์ที่ผู้อาวุโสทั้งสองอุตส่าห์เดินทางมาที่ตระกูลชุยในวันนี้
การรับศิษย์ ต้องคำนึงถึงความถูกต้องเหมาะสม
ต้องได้รับความเห็นชอบจากคนในครอบครัวอย่างเปิดเผย!
เมื่อเห็นโจวหยงและหลี่ตวนหัวเราะอย่างมีความสุข กลุ่มขุนนางหนานหยางในลานบ้าน รวมถึงจวี่เหรินทั้งสองของตระกูลเผย ต่างก็มองไปที่ชุยเซี่ยนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง
เพราะหลังจากวันพรุ่งนี้ เด็กน้อยวัยแปดขวบผู้นี้จะโด่งดังไปทั่วหล้าอย่างแท้จริง
เขามีเบื้องหลังเป็นสำนักอาจารย์ที่น่าเกรงขามที่สุดในราชวงศ์ต้าเหลียง!
แม้แต่การที่ชุยเซี่ยนกราบอาจารย์ ยังทำให้ผู้บัญชาการฝ่ายปกครองขั้นสองอย่างหลี่ตวน ต้องเดินทางมาแสดงความยินดีถึงหนานหยางโดยเฉพาะ!
ในบรรดาคนเหล่านั้น ผู้ที่รู้สึกทอดถอนใจมากที่สุดคือเผยฉงชิงและเผยไคไท่ สองจวี่เหรินแห่งตระกูลเผย
เผยเจียน เด็กน้อยของตระกูลเผยพวกเขา ไม่รู้ว่าไปได้โชคหล่นทับมาจากไหน ถึงได้กลายมาเป็นพี่น้องกับชุยเซี่ยนได้
วันข้างหน้า ตระกูลเผยของพวกเขาคงต้องพึ่งพาตระกูลชุยแล้วล่ะ!
ส่วนเยี่ยหวยเฟิงก็ยิ่งรู้สึกสะท้านใจอย่างหนัก...
เดิมทีเขายังกังวลว่าชุยเซี่ยนจะถูกกลั่นแกล้งในงานชุมนุมกวี แต่ที่ไหนได้ งานนี้จัดขึ้นเพื่อชุยเซี่ยนโดยเฉพาะต่างหาก!
สำหรับผู้ว่าการซ่งและขุนนางคนอื่นๆ ในใจมีเพียงความคิดเดียวที่กำลังร้องตะโกนก้อง
ต่อไปนี้ ต้องปรนนิบัติดูแลครอบครัวของชุยเซี่ยนประดุจบรรพบุรุษ!
หลังจากที่ฮูหยินเฒ่าชุยในฐานะ 'ผู้ปกครอง' พยักหน้าตอบรับ เรื่องการกราบอาจารย์ก็ถือเป็นอันตกลงอย่างสมบูรณ์ รอเพียงการประกาศต่อหน้าสาธารณชนในวันพรุ่งนี้เท่านั้น
แต่คนตระกูลชุยนั้นเกร็งกันเกินไปจริงๆ
หลี่ตวนจึงเสนอขึ้นว่า "ศิษย์พี่ พวกเรากลับกันก่อนดีหรือไม่ รอให้ถึงงานเลี้ยงกราบอาจารย์ในวันพรุ่งนี้ ค่อยพูดคุยกันให้ละเอียดอีกครั้ง"
ท่านอาจารย์ตงไหลรู้สึกไม่อยากกลับเท่าไรนัก เขายังอยากอยู่บ้านศิษย์ต่ออีกสักพักนี่นา!
แต่เขาก็สัมผัสได้ถึงความอึดอัดของคนตระกูลชุย ดังนั้นหลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะจากไปเขาก็มองไปที่ชุยเซี่ยนแล้วพูดว่า "ศิษย์รัก ไอ้หวงอะไรนั่นน่ะ ต้องการให้อาจารย์ช่วยไล่มันไปหรือไม่?"
ทุกคนถึงกับเหงื่อตก
นี่ยังไม่ได้กราบอาจารย์เลยนะ ก็เรียกศิษย์รักซะแล้ว
แถมยังปกป้องคนของตัวเองขนาดนี้ ซิ่วไฉหวงหลุนคนนั้นยังไม่ได้มาขอคำชี้แนะจากชุยเซี่ยนจริงๆ เลย คนเป็นอาจารย์อย่างท่านก็เริ่มเข้าข้างศิษย์เสียแล้ว
ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความตื่นตะลึงของกลุ่มคนในลานบ้าน
ก็เห็นชุยเซี่ยนยืนหลังตรง ยิ้มอย่างภาคภูมิพลางกล่าวว่า "เรื่องนี้ ศิษย์สามารถจัดการเองได้ ไม่รบกวนอาจารย์หรอกขอรับ หากเพียงแค่มีคนส่งเดชมาสักคน ก็สร้างความลำบากให้ศิษย์ได้แล้ว"
"เช่นนั้นศิษย์จะคู่ควรกับการกราบท่านเป็นอาจารย์ได้อย่างไร?"
เอาเรื่องแฮะ!
มิน่าเล่าพวกท่านถึงได้เป็นศิษย์อาจารย์กัน
ฟังคำพูดนี่สิ
ท่านอาจารย์ตงไหลหัวเราะร่วน แม้แต่หลี่ตวนยังอดไม่ได้ที่จะหันมองด้วยความประหลาดใจ
เด็กหนุ่มตัวน้อยผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยความสง่างาม ดุจต้นสนและไผ่ ช่างเจิดจ้าสะดุดตาและอาจหาญเสียจริง!
เมื่อเห็นหลี่ตวนมองมาที่ตน
ชุยเซี่ยนก็ไม่ตื่นเวที เขายิ้มพลางประสานมือคารวะ "ศิษย์ชุยเซี่ยน คารวะอาจารย์อาขอรับ"
ยอดเยี่ยมมาก
เพียงแค่คำเรียกขานง่ายๆ ประโยคเดียว ก็ทำเอาหลี่ตวนรู้สึกชุ่มชื่นหัวใจจนขนลุกซู่ ถึงขั้นเกิดความคิดที่น่ากลัวและไม่เคารพต่อกฎเกณฑ์ขึ้นมาอย่างหนึ่ง...
หรือจะแย่งศิษย์หลานผู้ยอดเยี่ยมคนนี้มาเป็นศิษย์ของตัวเองโดยตรงเลยดี!
แต่เมื่อเผชิญกับสายตาจ้องเขม็งราวกับเสือของศิษย์พี่ตงไหล หลี่ตวนก็สั่นสะท้านและรีบเก็บความคิดอันน่ากลัวนี้กลับไป
ขุนนางระดับสูงอย่างผู้บัญชาการฝ่ายปกครองขั้นสองผู้นี้หัวเราะเสียงดัง "เด็กดี! รอจนถึงวันพรุ่งนี้ในงานเลี้ยงกราบอาจารย์ อาจารย์อาจะมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้เจ้า!"
จากนั้น
ตงไหล หลี่ตวน และกลุ่มขุนนางก็ทยอยกันจากไป
เมื่อในลานบ้านเหลือเพียงคนในครอบครัว
ฮูหยินเฒ่าชุยก็ทรุดตัวลงนั่งบนพื้น หัวเราะจนดูเหมือนคนเสียสติไปบ้าง "สวรรค์ นี่ข้าไม่ได้ฝันไปใช่ไหม!"
แม้แต่ในฝันก็ยังไม่กล้าฝันใหญ่ขนาดนี้!
คนตระกูลชุยที่เหลือต่างก็มองไปที่ชุยเซี่ยนด้วยความเลื่อนลอย ตื่นเต้น และตกตะลึง
เมื่อครู่ตอนที่พวกผู้ยิ่งใหญ่อย่างโจวหยงและหลี่ตวนอยู่ พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะเข้าไปใกล้
แม้จะรู้อยู่แล้วว่าเด็กอย่างเซี่ยนเกอนั้นเก่งกาจ
แต่นี่มันก็เก่งเกินไปแล้ว!
เมื่อเผชิญกับสายตาของทุกคนในครอบครัว ชุยเซี่ยนก็กะพริบตา "พวกท่านไม่มีอะไรอยากจะถามข้าหรือขอรับ?"
ผลคือทุกคนในครอบครัวต่างพร้อมใจกันส่ายหน้า
เพราะแวดวงที่เซี่ยนเกอได้สัมผัสในตอนนี้ มันเป็นขอบเขตอันน่าหวาดหวั่นที่พวกเขาไม่อาจเข้าใจได้อีกต่อไปแล้ว!
เฉินซื่อตั้งสติได้ เอ่ยด้วยความโล่งใจและภาคภูมิใจว่า "ไม่ถามแล้ว เซี่ยนเกออยากทำอะไร แม่ก็สนับสนุนทั้งนั้น มาดูเสื้อผ้าชุดใหม่ที่อาจารย์ส่งมาให้เจ้าดีกว่า"
ปรากฏว่าพอเปิดเสื้อผ้าทั้งสามชุดออก ทุกคนในครอบครัวก็ร้องอุทานออกมา
ถึงกับเป็นผ้าไหมสู่จิ่น!
สวรรค์ สีสันของเนื้อผ้านั้นช่างเปล่งประกายระยิบระยับงดงามจับตา
ฮูหยินเฒ่าชุยถูกใจชุดสีแดงตั้งแต่แรกเห็น นางกล่าวอย่างตื่นเต้นว่า "เซี่ยนเกอ ลองใส่ชุดสีแดงนี่ดูสิ"
เมื่อชุยเซี่ยนเปลี่ยนชุดเสร็จ สายตาของทุกคนในครอบครัวก็เป็นประกาย
ชายหนุ่มรูปงาม คุณชายผู้หาตัวจับยาก!
เขามีผิวขาว เมื่อถูกขับด้วยผ้าไหมสู่จิ่นสีแดง ก็ยิ่งดูขาวผ่องและหล่อเหลา ราวกับจอหงวนก็ไม่ปาน!
รูปลักษณ์เช่นนี้ ใครเห็นก็ต้องเอ่ยปากชมว่า: ดุจมังกรและหงส์น้อย สง่างามไร้ที่ติ!
เฉินซื่อเอ็นดูเขาจนทนไม่ไหว นางยิ้มพลางกล่าวว่า "รอจนถึงงานชุมนุมกวีในวันพรุ่งนี้ เซี่ยนเกอของบ้านเราจะต้องเป็นคนที่โดดเด่นที่สุดอย่างแน่นอน!"
แล้วนางก็พูดถูกจริงๆ
เซี่ยนเกอของบ้านนาง ไม่เพียงแต่จะเป็นคนที่โดดเด่นที่สุด แต่ยังเป็นคนที่น่าภาคภูมิใจที่สุด สง่างามที่สุด อาจหาญที่สุด และมีพรสวรรค์มากที่สุดอีกด้วย!
วันรุ่งขึ้น
งานชุมนุมกวีแห่งหนานหยางอันยิ่งใหญ่ ในที่สุดก็เปิดฉากขึ้นท่ามกลางความสนใจของคนนับหมื่น!
เหล่าบัณฑิตและนักปราชญ์มากมายต่างทยอยกันเดินทางมาถึง
และผู้ที่จุดประกายความตื่นเต้นให้กับงานชุมนุมกวีครั้งนี้เป็นคนแรก ก็คือเด็กอัจฉริยะชุยเซี่ยนนั่นเอง
ภายนอกจวนอ๋องหนานหยาง
ชายหนุ่มรูปงามในชุดสีแดง ท่ามกลางสายตาสำรวจของเหล่าบัณฑิตนับไม่ถ้วน เขายิ้มอย่างโอหังเป็นพิเศษ "คนไหนคือหวงหลุน? ได้ยินว่าเจ้าจะมาขอคำชี้แนะจากข้างั้นหรือ?"
"เช่นนั้นวันนี้ข้าชุยเซี่ยน ก็จะชี้แนะเจ้าสักหน่อยตามที่เจ้าปรารถนา!"
มาถึงถิ่นข้า เพื่อมาท้าทายข้า
เช่นนั้นก็อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจก็แล้วกัน!
ฮือฮา!
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ของชุยเซี่ยน บัณฑิตนับไม่ถ้วนที่มาร่วมงาน ล้วนแต่ตกตะลึงจนเกิดเสียงฮือฮาดังระงม







