ภายในร้าน 【ไห่ลี่เซ็นทรัลแอร์】 คละคลุ้งไปด้วยควันบุหรี่
บรรดาเถ้าแก่พากันสูบบุหรี่พลางตั้งใจฟังจางเซิ่งพูดถึงกิจกรรมครั้งนี้
บางคนฟังอย่างออกรสออกชาติ ในขณะที่บางคนก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยเป็นระยะ
พวกเขารู้สึกว่าจางเซิ่งกำลังวาดวิมานในอากาศ
วาดวิมานที่ทั้งหอมหวานและดูน่าลิ้มลองเป็นอย่างยิ่ง
ยามที่ได้ลิ้มรส ทุกคนต่างเพลิดเพลินและวาดฝัน แทบอยากจะควักบัตรธนาคารออกมาลงมือทำเสียเดี๋ยวนั้น
ทว่า...
เมื่อเคลิบเคลิ้มไปได้สักพัก พอจางเซิ่งแจกแจงรายละเอียดงบประมาณออกมา ภายในใจของพวกเขากลับเกิดความคิดที่แตกต่างออกไป
พวกเขาต้องควักเงิน!
แม้เงินห้าพันหยวนจะไม่ถือว่ามากมายอะไร แต่เงินของใคร ใครก็หามาด้วยน้ำพักน้ำแรง ไม่ได้ลอยมากับสายลมเสียหน่อย
เงินห้าพันหยวน เอามาเดิมพันกับนักศึกษาที่เพิ่งเข้ามหาวิทยาลัย ต่อให้นักศึกษาคนนี้จะมีความสามารถด้านธุรกิจมากแค่ไหน เขาก็เป็นเพียงแค่นักศึกษาคนหนึ่งเท่านั้น ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้
ลงโฆษณาอย่างนั้นหรือ?
โฆษณาบนอินเทอร์เน็ตจะมีประโยชน์จริงหรือไม่ ใครเล่าจะรู้...
อีกอย่าง ต่อให้เป็นโฆษณาทางโทรทัศน์ก็ใช่ว่าจะเห็นผลทันตา หลายคนลงทุนโฆษณาไปแล้วยังขาดทุนเลยด้วยซ้ำ!
สู้เอาเงินห้าพันหยวนไปจ้างลูกจ้างสักสองคน ให้วิ่งแจกใบปลิวตามโครงการหมู่บ้านต่างๆ ทุกวันเพื่อหาข้อมูลลูกค้า แล้วค่อยโทรศัพท์ไปนัดหมายเอง ยังจะเห็นผลเร็วกว่าอีก!
ในยุควิกฤตเศรษฐกิจเช่นนี้ การลงทุนเพิ่มเติมอะไรที่พอลดทอนได้ก็ควรลด...
ยิ่งไปกว่านั้น ที่บอกว่าโครงการประมูลของเมืองมหาวิทยาลัยในอนาคตล่ะ?
การไปเผยโฉมหน้าในมหาวิทยาลัย แน่นอนว่าย่อมทำให้ผู้บริหารระดับสูงของมหาวิทยาลัยเข้าใจแพลตฟอร์มมากขึ้น แต่การจะตัดสินใจเลือกแบรนด์จริงๆ มันไม่ได้ง่ายแค่การไปโชว์ตัวหรอกนะ...
มหาวิทยาลัยต้องจัดการประมูลถึงสองรอบ หลังประมูลเสร็จยังต้องมีการอนุมัติและหารือกันอีก ในแง่หนึ่ง โครงการของรัฐเหล่านี้ยังต้องมีการยัดใต้โต๊ะ เลี้ยงข้าวผู้คน ต่อให้ทำถึงขนาดนี้แล้ว ก็ยังไม่แน่ว่าจะคว้างานมาได้เลย!
จางเซิ่งมีเส้นสายระดับมหาวิทยาลัยงั้นหรือ?
จะเป็นไปได้อย่างไร!
เวลาประมาณหนึ่งทุ่มครึ่ง จางเซิ่งก็อธิบายแผนการทั้งหมดจนจบ
ปฏิกิริยาของผู้คนในวงสนทนาไม่ได้กระตือรือร้นนัก
กลับตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ สีหน้าของแต่ละคนแตกต่างกันออกไป ดูเหมือนว่าต่างคนต่างกำลังชั่งน้ำหนักอะไรบางอย่างอยู่
"โครงการนี้ ฉันลงทุนด้วย! เสี่ยวจาง มีอะไรต้องการให้ฉันช่วยก็บอกมาได้เลย ที่ร้านฉันยังพอเคลียร์พื้นที่ว่างให้ได้บ้าง!"
"ฉันก็ลงทุนด้วย กิจกรรมนี้ฟังดูน่าสนใจดี!"
"..."
ครู่ใหญ่ต่อมา หวังกั๋วฟู่แห่งร้าน 【ไห่ลี่เซ็นทรัลแอร์】 ก็เงยหน้าขึ้น แอ่นพุงที่ยื่นออกมาคล้ายคนท้องสามเดือนเล็กน้อย เผยให้เห็นสีหน้าที่จริงจังเป็นอย่างยิ่ง
หลังจากที่หวังกั๋วฟู่ เถ้าแก่ร้าน 【ไห่ลี่เซ็นทรัลแอร์】 ตัดสินใจแล้ว เมิ่งซู่หรง เถ้าแก่ร้านฝ้าเพดานแขวนครบวงจรที่อยู่ข้างๆ ก็พยักหน้าตาม
ทว่า...
อีกหลายคนที่เหลือกลับมองหน้ากันเลิ่กลั่ก และทยอยกันลุกขึ้นยืน
"ฉันยังต้องกลับไปปรึกษาเมียก่อน ท้ายที่สุดมันก็เป็นรายจ่ายที่ต้องใช้เงินตรา ก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้เตรียมตัวไว้ด้วย..."
"เสี่ยวจาง กิจกรรมของนายดีจริงๆ นั่นแหละ ความเป็นไปได้ก็สูงมาก แต่ร้าน 【เสี่ยวเลี่ยงไลท์ติ้ง】 ของพวกเราคงรับงานใหญ่อย่างของมหาวิทยาลัยไม่ไหว พวกเราขอผ่านดีกว่า..."
"อืม เสี่ยวจาง ฉันก็คิดเหมือนเถ้าแก่ร้าน 【เสี่ยวเลี่ยงไลท์ติ้ง】 นั่นแหละ โดยรวมแล้วสิ่งที่นายพูดมาฉันก็เข้าใจนะ แต่ฉันขอบอกนายตามตรงเลยแล้วกัน อย่างแรกคือไอ้ของที่เรียกว่าอินเทอร์เน็ตเนี่ย พวกคนแก่กะโหลกกะลาอย่างพวกเราเล่นไม่เป็นหรอก แล้วก็ยังไม่มีกรณีที่ประสบความสำเร็จให้เห็นด้วย กิจกรรมของนายดูเหมือนจะไม่ค่อยเกี่ยวกับของที่เราจะขายสักเท่าไหร่ แล้วก็ที่นายพูดถึงหลินเซี่ย ชาวต่างชาติ พวกนี้... พูดตามตรง พวกเราก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอกว่ามันคืออะไร แน่นอน ฉันไม่ได้หมายความว่านายกำลังวาดวิมานในอากาศนะ โครงการนี้มันดีมากแหละ แต่พวกเรายังต้องพิจารณากันอีก คืนนี้คงยังตัดสินใจไม่ได้หรอก..."
"ใช่แล้วล่ะ!"
จางเซิ่งเผยรอยยิ้ม
มองดูบรรดาเถ้าแก่ที่พากันยกข้ออ้างและเหตุผลต่างๆ นานาออกมาทีละคน
อารมณ์ของเขาสงบนิ่งมาก
คนเรามักจะมีนิสัยชอบเอาเปรียบอยู่เสมอ การแวะมานั่งคุยเล่น ยกยอคุณเสียเลิศเลอ แล้วฉวยโอกาสถามไถ่ข้อมูลลูกค้า สิ่งเหล่านี้ล้วนไม่ต้องลงทุนลงแรงอะไรเลย!
แต่ถ้าคุณบอกให้พวกเขาควักเงิน ต่อให้เป็นแค่เงินห้าพันหยวน สัญชาตญาณของพวกเขาก็จะเกิดความรู้สึกต่อต้านขึ้นมาเล็กน้อย
จางเซิ่งมองดูพวกเขาทยอยลุกขึ้นยืน แล้วมองดูพวกเขาทยอยเดินจากไป ก่อนไปพวกเขายังเอ่ยปากเชิญชวนจางเซิ่งให้ไปนั่งเล่นที่ร้านของพวกเขาอย่างกระตือรือร้นและรักษามารยาท เพื่อให้ไปช่วยชี้แนะงานในร้าน
จางเซิ่งตอบรับทีละคน พร้อมกับยิ้มให้อย่างสุภาพเป็นพิเศษ
รอจนทุกคนจากไปหมดแล้ว...
"แม่งเอ๊ย ไอ้พวกเนรคุณ พอได้ยินว่ามีของฟรีให้กินก็แห่กันมาหมด ทีตอนนี้ล่ะ พอได้ยินว่าต้องควักเงิน ไอ้พวกนี้แม่งเผ่นเร็วกว่าหนูเสียอีก!"
เมื่อหวังกั๋วฟู่เห็นทุกคนจากไปแล้ว สีหน้าที่เดิมทียังยิ้มแย้มอยู่ก็เย็นชาลงในพริบตา เขาด่าทอไล่หลังตามทิศทางที่พวกนั้นเดินจากไป
"วิสัยทัศน์ก็มีอยู่แค่นี้แหละ..." เมิ่งซู่หรง เถ้าแก่ร้านฝ้าเพดานแขวนครบวงจรที่อยู่อีกด้านหนึ่งส่ายหน้า จากนั้นก็หันไปมองจางเซิ่ง "เสี่ยวจาง นายอย่าเก็บไปใส่ใจเลย งบประมาณกิจกรรมยังพอไหม? ถ้าไม่พอ เอาอย่างนี้ไหม ฉันกับเหล่าหวังจะช่วยโปะให้อีกหน่อย... เรื่องเงินแค่ไม่กี่หมื่น ไม่ใช่หลักแสนหลักล้านเสียหน่อย พวกเรามองเห็นอนาคตในโครงการของนายมากๆ เลยนะ!"
จางเซิ่งมองเมิ่งซู่หรง แล้วหันไปมองหวังกั๋วฟู่ บนใบหน้ายังคงประดับด้วยรอยยิ้ม
"ความจริงเงินหนึ่งหมื่นหยวนก็พอแล้วครับ แค่ตั้งเวทีง่ายๆ ถ่ายวิดีโอสักหน่อย จะใช้เงินสักเท่าไหร่กันเชียว? ความจริงแล้ว..."
"ความจริงอะไรหรือ?"
"อีกหนึ่งเดือน หรือครึ่งเดือนให้หลัง พวกเขาจะเข้าใจเองว่า ไม่ใช่พวกเขาที่มาเป็นสปอนเซอร์ให้ผม แต่เป็นผมต่างหากที่กำลังช่วยพวกเขา อันที่จริง เงินห้าพันหยวนของแต่ละคน พวกเขาไม่ต้องควักออกมาเลยด้วยซ้ำ ผมก็แค่กำลังคัดกรองพาร์ทเนอร์ ก็เท่านั้นเอง..."
บนใบหน้าจางเซิ่งเผยรอยยิ้ม จากนั้นก็หยิบสมุดโน้ตออกมาจากอกเสื้อ
บนสมุดโน้ตมีชื่อและช่องทางการติดต่อเขียนอยู่หลายรายชื่อ
เขาฉีกกระดาษหน้านั้นออก แล้วยื่นให้หวังกั๋วฟู่กับเมิ่งซู่หรง
"นี่คือช่องทางการติดต่อของอาจารย์ในมหาวิทยาลัยของพวกเราหลายท่านครับ เมื่อหลายวันก่อน ตอนที่ผมพูดคุยกับอาจารย์เหล่านี้ ผมได้ยินมาว่าที่บ้านของพวกเขากำลังตกแต่งภายใน และกำลังเลือกซื้อวัสดุอยู่..."
"ผมเล่าให้พวกเขาฟังคร่าวๆ แล้ว พวกคุณสองคนแค่โทรศัพท์ไปหาพวกเขา พรุ่งนี้พวกเขาจะหาเวลาแวะมาดูที่ร้าน ถึงจะไม่กล้ารับประกันว่าจะเซ็นสัญญาร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็มีโอกาสเกินหกสิบเปอร์เซ็นต์แน่นอน..."
"ผมคำนวณกำไรคร่าวๆ แล้ว รับรองว่าเกินห้าพันหยวนแน่นอน!"
"หนึ่งในอาจารย์เหล่านี้อยู่ฝ่ายจัดซื้อของมหาวิทยาลัยด้วย เพียงแต่ผมไม่ได้สนิทด้วยเป็นพิเศษ ทว่า ถ้าครั้งนี้พวกคุณสามารถเซ็นสัญญางานนี้ได้ บริการให้ดีสักหน่อย โครงการของมหาวิทยาลัยในอนาคต..."
"..."
ภายในห้องน้ำชาของร้าน 【ไห่ลี่เซ็นทรัลแอร์】
จางเซิ่งเอ่ยคำพูดเหล่านี้ออกมา ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของหวังกั๋วฟู่และเมิ่งซู่หรง
จากนั้นทั้งสองก็เบิกตากว้าง
"นี่นาย... เก็บไพ่ตายนี้ไว้ตลอดเลยงั้นหรือ?" เมิ่งซู่หรงโพล่งออกมา
"ครับ ความจริงผมก็บอกตั้งแต่แรกแล้วว่า จะไม่ปล่อยให้พวกคุณควักเงินมาเดิมพันกับผมเปล่าๆ หรอก เอาล่ะ ดึกมากแล้ว ผมต้องกลับแล้ว... ตอนนี้พวกคุณโทรศัพท์ได้เลยครับ เงินยังไม่ต้องให้ผมหรอก รอให้เซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้ว ค่อยให้ผมก็ยังไม่สาย"
ภายในห้องน้ำชา
ตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ
จางเซิ่งดูเวลาอีกครั้ง ก่อนจะลุกขึ้นเดินจากไป
เมิ่งซู่หรงและหวังกั๋วฟู่รีบลุกขึ้นเดินไปส่งจางเซิ่งทันที เมื่อเดินไปถึงหน้าประตู จู่ๆ ก็มีเงาร่างหนึ่งวิ่งมาจากที่ไกลๆ
"เสี่ยวจาง เสี่ยวจาง เดี๋ยวก่อน โอ๊ย เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งไป!"
"เอ๊ะ? เถ้าแก่หลิว?"
"นายมาที่นี่ ทำไมถึงไม่บอกฉันสักคำล่ะ พี่สาวนาย แล้วก็หลี่ปินลูกศิษย์ของนายก็รออยู่ที่ร้านนะ..."
"ฮ่าๆ แค่แวะมาทำธุระนิดหน่อยน่ะครับ"
"เฮ้อ นายนี่เกินไปแล้วนะ เสี่ยวจาง ได้ยินมาว่านายกำลังจัดกิจกรรมอะไรสักอย่างอยู่ ใช่ไหม?"
"ก็คงงั้นครับ เถ้าแก่หลิว มีอะไรหรือเปล่า?"
"ฉันจะเข้าร่วมกิจกรรมนี้ด้วย จะเข้าร่วม..."
"เตาครบวงจรนี้อาจจะไม่ได้ประโยชน์อะไรจากกิจกรรมมากนักนะครับ ต่อให้เป็นฝ่ายจัดซื้อของมหาวิทยาลัย ก็คงซื้อไปไม่เท่าไหร่หรอก..."
"ไม่เป็นไร ฉันจะเข้าร่วม!"
"..."
ท่ามกลางความมืดมิดยามค่ำคืน
หลิวไคลี่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา
จางเซิ่งมองหลิวไคลี่ หรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้า
จากนั้น เขาก็อธิบายเรื่องกิจกรรมและเรื่องเงินให้หลิวไคลี่ฟังคร่าวๆ
ตอนที่หลิวไคลี่ได้ยินว่าต้องใช้เงินห้าพันหยวนในทีแรก เขาก็ยังลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ทว่าหลังจากนั้น เขาก็รีบพยักหน้าตกลง พร้อมกับควักเงินห้าพันหยวนออกมาตรงนั้นทันที
ภายใต้แสงจันทร์ หลังจากที่จางเซิ่งมองดูเงินสดห้าพันหยวนที่หลิวไคลี่ควักออกมา เขาก็หรี่ตามองหลิวไคลี่เล็กน้อย
เขาพบว่าช่วงเวลาที่เขาจากไป หลิวไคลี่ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปไม่น้อย ดูเหมือนว่าจะไม่ใจแคบเหมือนเมื่อก่อนแล้ว?
หลังจากจ้องมองอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็รับเงินห้าพันหยวนนั้นมา
เก็บเงินเรียบร้อย จางเซิ่งก็เขียนใบเสร็จรับเงินให้หลิวไคลี่ใบหนึ่ง ทนความกระตือรือร้นของหลิวไคลี่ไม่ไหว จางเซิ่งจึงจำต้องแวะไปนั่งที่ร้าน 【บริษัทเตาครบวงจรเซินหราน】 สักหน่อย...
พอนั่งลงเท่านั้นแหละ...
จางเซิ่งก็กลายร่างเป็นเหมือนวิทยากรแนะแนวความสำเร็จ ช่วยหลิวอิ๋งอิ๋งวิเคราะห์ลูกค้า ช่วยหลี่ปินลูกศิษย์ของตัวเองที่เพิ่งกลับมาจากการออกไปหาลูกค้าข้างนอกวางแผนแนวโน้มตลาด...
พูดเสียจนน้ำลายแตกฟอง!
กว่าจะจบลงได้อย่างยากลำบาก เวลาก็ล่วงเลยไปจนถึงสามทุ่มแล้ว
ตอนนี้ต้องกลับมหาวิทยาลัยแล้ว นี่ก็ไม่ใช่วันหยุดสุดสัปดาห์ ถ้ายังไม่กลับมหาวิทยาลัยอีก เขาคงจะกลับไปไม่ทันแน่!
ยิ่งไปกว่านั้น วันนี้นิยายเรื่อง "ทะลวงทะลุฟ้า" คงต้องหยุดอัปเดตไปก่อน...
ทว่า ในช่วงเวลาสำคัญนี้เอง จางเซิ่งก็เห็นรถโฟล์คสวาเกน ฟีตัน คันหนึ่งมาจอดที่หน้าร้าน 【ไห่ลี่เซ็นทรัลแอร์】 อีก
"เสี่ยวจาง! ฮ่าๆ วันนี้บังเอิญจังเลยนะ นายก็อยู่ที่นี่ด้วยหรือ?"
"ฮ่าๆๆ วันนี้ฉันปล่อยนายไปไม่ได้หรอก คืนนี้นายต้องอยู่คุยเป็นเพื่อนฉันดีๆ เลยนะ..."
"..."
ชายวัยกลางคนร่างสูงคนหนึ่งเดินลงมาจากเบาะหลัง พร้อมกับหญิงวัยกลางคนท่าทางทะมัดทะแมงที่จางเซิ่งรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาอยู่บ้าง
เมื่อเห็นจางเซิ่ง ชายคนนั้นก็ตาเป็นประกาย ก่อนจะยิ้มและเดินเข้ามาหา
"คุณสวี!"
จางเซิ่งเผยรอยยิ้มออกมาเช่นกัน
ทว่าภายในใจกลับรู้สึกจนใจเล็กน้อย
วันนี้...
ตัวเขาเองดีไม่ดีอาจจะไม่ได้กลับหอพักแล้ว!







