"เสี่ยวจาง กลับมาแล้วเหรอ"
"อ้าว เสี่ยวจางนี่เอง"
"เสี่ยวจาง ช่วงนี้เรียนมหาวิทยาลัยเป็นยังไงบ้าง"
"เสี่ยวจาง เมื่อไหร่จะว่างมาทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านตู้โชว์ของฉันบ้างล่ะ"
"เสี่ยวจาง นายไม่ได้มาดื่มชาที่ร้านพี่ตั้งนานแล้ว มาๆ รีบเข้ามาดื่มชาสักแก้วสิ... อ้าว ทำไมตอนนี้ไปอยู่กับเถ้าแก่หวังได้ล่ะ"
"..."
ณ สี่แยกในทำเลที่ค่อนข้างห่างไกลความเจริญของฟู่จิ่งของเมืองเยียนจิง
จางเซิ่งเดินลงมาจากรถโฆษณาของ [ไห่ลี่เซ็นทรัลแอร์] เขามองดูตรอกซอกซอยที่มีผู้คนสัญจรไปมา รวมถึงร้านขายวัสดุตกแต่งที่ตั้งเรียงรายอยู่ เขาก็หยุดชะงักไปเล็กน้อย พลางครุ่นคิดถึงแผนการต่อไป
เพียงแค่การหยุดชะงักสั้นๆ ก็มีเถ้าแก่หลายคนสังเกตเห็นจางเซิ่ง และส่งยิ้มทักทายเขา
จางเซิ่งทักทายตอบพวกเขาทีละคน
ตอนที่ช่วยวิ่งหางานให้ [บริษัทเตาครบวงจรเซินหราน] จางเซิ่งก็มักจะถือโอกาสพาลูกค้าที่มีความต้องการไปเดินดูร้านแบรนด์อื่นๆ ด้วย
ไปๆ มาๆ จางเซิ่งก็เริ่มสนิทสนมกับเถ้าแก่ร้านเหล่านี้มากขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งเพราะลูกค้าที่จางเซิ่งพามา พวกเขาไม่ต้องเปลืองน้ำลายมากนัก มักจะแค่อธิบายสินค้าสั้นๆ ก็สามารถเซ็นสัญญาได้แล้ว
เถ้าแก่หลายคนจึงเชื่อมั่นในความสามารถที่จางเซิ่งแสดงออกมาอย่างมาก และคิดอยากจะดึงตัวจางเซิ่งมาทำงานด้วยอยู่หลายครั้ง...
เมื่อรู้ว่าจางเซิ่งไปเรียนมหาวิทยาลัย แม้แต่หลิวไคลี่ เถ้าแก่ของ [บริษัทเตาครบวงจรเซินหราน] ก็ยังไม่มีเบอร์ติดต่อ เถ้าแก่เหล่านี้ก็เคยรู้สึกเสียดายอยู่พักหนึ่ง
ครั้งนี้พอเห็นจางเซิ่งลงมาจากรถโฆษณาของ [ไห่ลี่เซ็นทรัลแอร์] บรรดาเถ้าแก่ต่างก็ตาลุกวาวทันที
หลังจากจางเซิ่งทักทายและพูดคุยตามมารยาทกับเถ้าแก่เหล่านี้เสร็จ เขาก็เดินตามหลังหวังกั๋วฟู่มุ่งหน้าไปยังหน้าร้าน [ไห่ลี่เซ็นทรัลแอร์]
"ทำไมเสี่ยวจางถึงไปอยู่กับหวังกั๋วฟู่ล่ะ"
"นั่นสิ ต่อไปจะขายเซ็นทรัลแอร์กับหวังกั๋วฟู่เหรอ เขาไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัยอยู่หรือไง"
"ไม่รู้สิ... ด้วยวาทศิลป์และความสามารถของเสี่ยวจาง สู้ไม่ต้องไปเรียนมหาวิทยาลัยเลยดีกว่า!"
"ได้ยินมาว่าเมื่อช่วงก่อนเสี่ยวจางช่วยหวังกั๋วฟู่เซ็นสัญญาใหญ่ๆ ได้หลายงาน..."
"งานของบ้านพักตากอากาศสี่ห้าหลังของคุณสวีน่ะเหรอ"
"ใช่!"
"โอย ไม่ได้การละ ฉันต้องไปหาเสี่ยวจางให้ช่วยแนะนำลูกค้าให้หน่อย ฝ้าเพดานแบบครบวงจรของร้านเราก็ดีมาก เป็นของหรูเหมือนกัน คุณสวีต้องพอใจแน่!"
"เถ้าแก่เติ้ง ธุรกิจของเราไม่ได้ขัดผลประโยชน์กัน เดี๋ยวพวกเราไปถามเสี่ยวจางด้วยกันเถอะ"
"ได้ แต่แกอย่าไปสนิทกับร้านฝ้าเพดานข้างๆ แกมากล่ะ! ช่วงนี้ร้านข้างๆ แย่งงานฉันไปตั้งเยอะ!"
"โอเค!"
"..."
หน้าประตู [ไห่ลี่เซ็นทรัลแอร์]
หลังจากที่จางเซิ่งเดินเข้าไป เถ้าแก่หลายคนที่จับกลุ่มกันอยู่ก็เริ่มกระซิบกระซาบอยู่ลับหลัง
........................
ต้องขอบคุณฐานตลาดที่จางเซิ่งปูไว้ให้ก่อนจากไป
ยอดขายของ [บริษัทเตาครบวงจรเซินหราน] จึงพุ่งทะยานอยู่พักหนึ่ง โทรศัพท์มือถือที่จางเซิ่งทิ้งไว้มักจะมีลูกค้าโทรมาสอบถามที่อยู่ และทุกๆ ช่วงเวลาหนึ่งก็จะมีลูกค้าแวะมาสอบถามที่หน้าร้าน...
หากเป็นแบบนี้ต่อไป การคว้าแชมป์ยอดขายหน้าร้านของ [บริษัทเตาครบวงจรเซินหราน] ประจำเดือนกันยายนก็ไม่ใช่ปัญหาเลย!
แต่เมื่อย่างเข้าสู่เดือนกันยายน ผลประโยชน์ที่จางเซิ่งนำมาให้กลับเริ่มลดน้อยลงเรื่อยๆ
หลี่ปิน ลูกศิษย์ของจางเซิ่งแม้จะพยายามอย่างมาก แต่ความสามารถก็ยังคงบกพร่องอยู่ดี เขาไม่มีฝีมือแบบจางเซิ่ง หากเป็นลูกค้าทั่วไปหลี่ปินก็พอรับมือไหว แต่กำไรก็น้อยมาก ทำได้เพียงประคองให้พอมีกำไรเหลือบ้างเล็กน้อย ทว่าเมื่อต้องรับมือกับลูกค้าระดับไฮเอนด์ หลี่ปินก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะตกเป็นรองในการเจรจา โดยพื้นฐานแล้วคุยไปกี่รายก็หนีหมด
ไม่ใช่แค่หลี่ปินที่ไม่ไหว แม้แต่หลิวไคลี่เองก็ไม่รอด!
เขาไม่เข้าใจเลยจริงๆ ทั้งที่ตัวเองยอมลดกำไรจนต่ำเตี้ยเรี่ยดินขนาดนั้นแล้ว แต่ลูกค้าที่มีเงินเหล่านั้นกลับมองไม่เห็นค่าเตาครบวงจรของร้านพวกเขา ลูกค้าประเภทเดียวกับคุณสวีนั้นพวกเขาเจอมาไม่น้อย แต่ในเวลาเกือบครึ่งเดือน พวกเขากลับคุยไม่สำเร็จเลยสักราย!
ลูกค้าระดับไฮเอนด์คุยไม่สำเร็จ กลุ่มลูกค้าระดับล่างทั่วไปก็เริ่มลดน้อยลงเรื่อยๆ
พวกเขาสามารถใช้เตาแก๊สคู่กับเครื่องดูดควัน รวมกันแล้วไม่ประหยัดเงินกว่าเตาครบวงจรชุดหนึ่งหรือไง
คุณภาพงั้นเหรอ
ลูกค้าทั่วไปเน้นความคุ้มค่า คุณไปคุยเรื่องคุณภาพกับพวกเขา มันไม่ใช่เรื่องไร้สาระหรอกหรือ
นอกจากหลี่ปินที่ยังพอเซ็นสัญญาได้บ้างแล้ว เฉินอ้ายจวี๋ ภรรยาของหลิวไคลี่ หลิวอิ๋งอิ๋ง ลูกสาว รวมถึงตัวหลิวไคลี่เองต่างก็เซ็นสัญญาได้น้อยลงเรื่อยๆ ถึงขั้นที่สามสี่วันมานี้ยังเปิดบิลไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
ตอนแรก หลิวไคลี่คิดว่าเป็นปัญหาของตลาด ตลาดก็เป็นแบบนี้แหละ ทำธุรกิจนี่นา เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เป็นเรื่องปกติ
แต่วันแล้ววันเล่าผ่านไป ในที่สุดหลิวไคลี่ก็ตระหนักได้ว่า การสูญเสียจางเซิ่งไป ก็เท่ากับสูญเสียเสาหลักไปหนึ่งต้น!
ตกค่ำ
หลังจากหลิวไคลี่ติดตั้งงานเสร็จและกลับถึงบ้าน ในใจก็รู้สึกกลัดกลุ้มเป็นพิเศษ
ตอนที่จางเซิ่งจากไป เคยคุยกับเขาไว้ว่า ให้เขาจ้างช่างติดตั้งให้ได้ แล้วตัวเองก็ค่อยไปบริหารงานขายโดยเฉพาะ
เขาไม่ได้ใส่ใจ คิดว่าเงินค่าติดตั้งถูกคนอื่นเอาไป สู้ตัวเองเก็บไว้เองดีกว่า
แต่เมื่อมีงานเข้ามาเยอะจริงๆ เพื่อทำเวลา เขาก็ยุ่งจนหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะจัดการรายละเอียดต่างๆ ได้อย่างเละเทะ แถมยังใช้เวลายืดเยื้อมาก
วันนี้ก็เพิ่งโดนลูกค้าด่ามาหยกๆ ถึงขั้นบอกให้เขารื้อเตาครบวงจรออกไป ไม่เอาแล้ว!
ต้องพูดหว่านล้อมสารพัดถึงจะทำให้ลูกค้าใจเย็นลงได้...
พอกลับมาถึง ท้องฟ้าก็มืดแล้ว เขาที่หิวโซแถมยังมีปัญหาทั้งในและนอกบ้านแบบนี้ อารมณ์จะดีได้ยังไง
เมื่อมาถึงถนนสายนี้ เขาก็ได้ยินเสียงกระซิบกระซาบของเถ้าแก่ร้านตกแต่งข้างๆ
เขาที่ไม่ค่อยได้พูดคุยกับใครในวันธรรมดา ในที่สุดก็อดไม่ได้ที่จะขยับเข้าไปใกล้
"อะไรนะ จางเซิ่งกลับมาแล้วเหรอ ตอนนี้กำลังช่วยวิ่งหางานให้ [ไห่ลี่เซ็นทรัลแอร์] อยู่เหรอ"
หลิวไคลี่เบิกตากว้าง อารมณ์ที่เดิมทีสุดแสนจะกลัดกลุ้มก็ดีขึ้นในพริบตา เขารีบวิ่งกลับไปที่ร้านของตัวเองทันที
เขาต้องปรึกษากับภรรยาสักหน่อยว่าต่อไปควรจะทำยังไง
........................
ปฏิกิริยาของร้านค้ารอบๆ หวังกั๋วฟู่เห็นอยู่ในสายตาทั้งหมด
คนที่มีความสามารถ ไม่ว่าจะเดินไปที่ไหน ก็ย่อมเป็นที่ต้อนรับเสมอ
สี่แยกทางฝั่งฟู่จิ่งของเมืองเยียนจิง นอกจากร้าน [ไห่ลี่เซ็นทรัลแอร์] ของเขาที่เป็นที่ของตัวเอง ทำให้ความกดดันน้อยกว่าหน่อย ร้านอื่นๆ ล้วนแต่ทำธุรกิจกันอย่างร่อแร่ทั้งนั้น
ปี 09 ไม่ใช่อดีตอย่างปี 04 หรือ 05 อีกต่อไป เมื่อยุคอินเทอร์เน็ตมาถึง นอกจากสินค้าเกิดใหม่บางประเภทแล้ว กำไรของวัสดุก่อสร้างอื่นๆ ก็บางลงเรื่อยๆ โปร่งใสมากขึ้นเรื่อยๆ การแข่งขันในตลาดก็ดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ หากเดินไปตามถนนใหญ่ไกลๆ คุณแทบจะเห็นร้านค้าเปิดใหม่และร้านค้าปิดตัวลงในทุกๆ ช่วงเวลา...
ขนาดที่ซอกหลืบของหลิวไคลี่ซึ่งไม่ค่อยมีคน ในช่วงเวลาสั้นๆ เพียงปีเดียว ก็ยังมีร้านมาเปิดถึงสองร้านแล้ว
ภายใต้สภาพแวดล้อมเช่นนี้
พนักงานขายที่เหมือนกับจางเซิ่ง มีความสามารถ หางานได้ แถมยังขยันขันแข็ง และไม่ต้องจ่ายเงินเดือนพื้นฐาน ย่อมเป็นจุดสนใจที่ทุกคนแย่งกันจับตามอง
เวลาหนึ่งทุ่มตรง
ตอนที่จางเซิ่งและหวังกั๋วฟู่ทานอาหารเย็นเสร็จ และเตรียมจะดื่มชาพร้อมกับพูดคุยกันในร้าน...
ที่ประตูร้านก็มีพ่อค้าแม่ค้าหลายคนทยอยแวะเวียนเข้ามาทักทาย...
ตอนแรกเป็นร้านค้าที่สนิทสนมกับหวังกั๋วฟู่ ต่อมาก็มีร้านค้าที่ไม่ค่อยคุ้นเคยนัก แต่ธุรกิจไม่ได้ขัดแย้งกับคนอื่นๆ แวะมาอีกหลายคน
[ร้านแอร์ไห่ลี่] ก็คึกคักขึ้นมาในพริบตา ไม่นานก็มีเถ้าแก่มานั่งกันเจ็ดแปดคน
หวังกั๋วฟู่ย่อมไม่กล้าไล่ใคร ได้แต่ยิ้มไปชงชาไป ตอนแรกก็ยังพอพูดได้สองสามประโยค แต่สุดท้าย หวังกั๋วฟู่ก็พบว่าตัวเองเป็นแค่คนชงชาเท่านั้น
อืม...
ทุกคนล้วนรุมล้อมพูดคุยอยู่กับจางเซิ่ง
ตอนแรกก็คุยกันเรื่องลูกค้าเก่าๆ ที่ยังเซ็นสัญญาไม่ได้ และเตรียมจะให้จางเซิ่งช่วยเป็นสะพานเชื่อมให้ ในบทสนทนามีคำว่า "คุณสวี" จากบ้านพักตากอากาศหลายหลัง และ "เจ๊หลิว" จากหมู่บ้านไห่สู่แทรกอยู่เป็นระยะ...
ความจำของจางเซิ่งดีมาก เขายิ้มรับคำ จากนั้นหัวข้อสนทนาก็เปลี่ยนเป็นความยากลำบากของแต่ละร้านและการเปลี่ยนแปลงของตลาดไปโดยไม่รู้ตัว...
จางเซิ่งรับฟังทีละคน พยักหน้าเป็นระยะ และแสดงความคิดเห็นจากประสบการณ์ของตัวเองสั้นๆ
จนท้ายที่สุด วงน้ำชากลับกลายเป็นจางเซิ่งเป็นคนนำและพูดอยู่คนเดียว แม้แต่หวังกั๋วฟู่เองก็ยังถูกคำพูดบางคำของจางเซิ่งดึงดูด จนเริ่มครุ่นคิดถึงสถานการณ์ของตัวเองอย่างลึกซึ้ง
ไม่รู้ทำไม ถึงเริ่มมีความรู้สึกกังวลขึ้นมาเล็กน้อย
"ทุกท่าน นี่คือยุคอินเทอร์เน็ต! ขณะเดียวกัน ก็เป็นยุคแห่งกระแส!"
"ผมได้ฟังปัญหาของทุกท่านแล้ว ผมคิดว่าพวกเราจำเป็นต้องจัดกิจกรรมรวมกลุ่มกัน..."
"แต่เราจะไม่เรียกกิจกรรมครั้งนี้ว่ากิจกรรมรวมกลุ่มตกแต่งบ้าน เราสามารถร่วมมือกับมหาวิทยาลัยของผมเพื่อจัดกิจกรรมขึ้นมา พวกคุณแค่ใช้เงินเล็กๆ น้อยๆ เป็นสปอนเซอร์เพื่อเสนอหน้าต่อหน้าผู้บริหารนิดหน่อยก็พอ..."
"หากกิจกรรมสำเร็จ และมีอิทธิพลบนอินเทอร์เน็ตในระดับหนึ่ง ถ้าอย่างนั้น พวกคุณก็จะมีอิทธิพลด้วย!"
"พวกเราจะทำวิดีโอด้วย แบรนด์ของพวกคุณ พวกเราจะใส่ไว้ในวิดีโอทั้งหมด ร้านค้าทั้งแปดร้านที่อยู่ที่นี่ แต่ละคนออกเงินมาห้าพัน รวมเป็นสี่หมื่นหยวน ก็สามารถทำโฆษณาสร้างกระแสได้แล้ว..."
"จริงสิ กิจกรรมนั้น ผมจะเชิญคุณหลินเซี่ย นักเขียนนิยายวัยรุ่นชื่อดังมาร่วมด้วย พวกคุณลองไปหาชื่อหลินเซี่ยในอินเทอร์เน็ตดูได้ หนังสือของเธอขายได้เกือบหนึ่งหมื่นเล่มแล้ว ขณะเดียวกัน ลิขสิทธิ์ก็มีแต่คนแย่งชิงกัน นอกจากหลินเซี่ยแล้ว ผมยังเชิญผู้ประกอบการชื่อดังจากต่างประเทศมาร่วมกิจกรรมนี้ด้วย..."
"แล้วก็นะ ผมจะบอกข่าวให้ฟังข่าวหนึ่ง มหาวิทยาลัยของพวกเรากำลังเตรียมลงทุนห้าร้อยล้าน เพื่อสร้างอาคารเรียนใหม่สามหลัง และหอพักอาจารย์..."
"ส่วนเวลาประมูลงาน ก็ประมาณเดือนตุลาคมปีนี้..."
"ในนี้จะเกี่ยวข้องกับสินค้าของพวกคุณมากมาย พวกคุณลองคิดดูให้ดีนะ กิจกรรมนั้นพวกคุณเป็นสปอนเซอร์ ได้เสนอหน้าไปแล้ว พอถึงเวลาที่มหาวิทยาลัยต้องการวัสดุก่อสร้างเหล่านี้ คนที่พวกเขาจะพิจารณาให้ประมูลงานเป็นอันดับแรก จะเป็นใคร"
"..."







