ในป่าไผ่ที่มืดสลัว ฉางเหวินชูแขนซ้ายของตัวเองขึ้นมาด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ ราวกับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวด เลือดจากรอยขาดหยดแหมะลงบนใบไผ่ราวกับก๊อกน้ำที่ปิดไม่สนิท
หลี่ซือถงชะงักไปครู่หนึ่ง เธอเอื้อมมือไปแตะหยดเลือดร้อนผ่าวบนใบหน้า แววตาแฝงความไม่อยากจะเชื่อ
อย่าว่าแต่เธอหรือเจียงเซี่ยที่ไม่เชื่อเลย การกระทำนี้ต่อให้ใครมาเห็นก็ต้องไม่เชื่อสายตาตัวเองทั้งนั้น!
นักเรียนดีเด่นที่ดูสุภาพเรียบร้อยในโรงเรียน หลังจากกลายเป็นเผ่าพันธุ์มารแล้ว กลับบ้าคลั่งได้ถึงขนาดนี้
เพียงเพราะคำพูดส่งเดชของเทพธิดาในดวงใจ เขากลับฉีกแขนซ้ายของตัวเองขาดกระจุยโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย!
ต่อให้เผ่าพันธุ์มารจะมีพลังฟื้นฟูตัวเองสูง ต่อให้วันข้างหน้าแขนข้างนี้ของเขาอาจจะงอกกลับมาใหม่ได้ แต่นี่ก็ไม่ใช่สิ่งที่คนปกติจะกล้าทำโดยไม่ลังเลเลยสักนิด!
"มือข้างนี้เป็นของเธอแล้ว ตอนนี้เธอเป็นของฉันแล้วใช่ไหม" น้ำเสียงของฉางเหวินเปลี่ยนจากราบเรียบเป็นความตื่นเต้นที่ไม่อาจเก็บซ่อน
หลี่ซือถงได้สติจากความตกตะลึง เธอค่อยๆ หันไปทางเจียงเซี่ยแล้วร้องเรียก "เจียงเซี่ย!"
เจียงเซี่ยพยายามสงบคลื่นลมที่โหมกระหน่ำในใจ ก่อนจะเดินเข้าไปด้วยใบหน้าเรียบเฉย
ตั้งแต่แรกเขาก็ไม่นับว่าแอบดูอยู่แล้ว ต่อให้เขาลงน้ำหนักเท้าเบาแค่ไหน กลิ่นอายเผ่าพันธุ์มารในตัวก็เปิดเผยให้หลี่ซือถงและฉางเหวินรู้ตัวตั้งนานแล้ว
เมื่อเห็นเจียงเซี่ยเดินมา ฉางเหวินเพียงแค่ปรายตามองเขาแวบหนึ่ง แล้วหันกลับไปจ้องหลี่ซือถงดังเดิม
หลี่ซือถงควงแขนเจียงเซี่ยต่อหน้าฉางเหวิน "เอาอย่างนี้ ถ้าเจียงเซี่ยยอมให้ฉันคบกับนาย คืนนี้ฉันจะไปกับนาย!"
แววตาของฉางเหวินวูบไหว เขาหันขวับไปมองเจียงเซี่ย
"ฉันตกลง!" เจียงเซี่ยพูด
หืม?
หลี่ซือถงหันขวับไปมองเจียงเซี่ย แววตาแปรเปลี่ยนจากสงสัย เป็นประหลาดใจ และกลายเป็นโกรธเกรี้ยวในที่สุด เธอสวนทันควัน "นายพูดว่าอะไรนะ"
เจียงเซี่ยถอนหายใจ เขามองหลี่ซือถงแล้วพูดอย่างจนใจ "เขาเจ๋งเกินไป ฉันรู้สึกว่าฉันเทียบเขาไม่ได้เลยสักนิด..."
"นาย..." หลี่ซือถงกัดฟันกรอด
เดิมทีเธอคิดว่าเจียงเซี่ยจะพูดว่าไม่อนุญาตให้เธอไป ใครจะไปคิดว่าเจียงเซี่ยจะตกลงอย่างไม่ลังเลเลยสักนิด
แต่พอได้สติ เธอก็คิดว่าเจียงเซี่ยน่าจะแค่ล้อเล่น
เธอควงแขนเจียงเซี่ยอย่างแนบชิด โดยไม่ปรายตามองแขนที่ชูค้างกลางอากาศข้างนั้นเลยสักนิด แล้วฉีกยิ้มพูดกับฉางเหวิน "ขอโทษทีนะฉางเหวิน เจียงเซี่ยตัดใจจากฉันไม่ได้ ฉันไปกับนายไม่ได้หรอก"
ฉางเหวินพูดเสียงเย็น "เขาบอกว่าเขาตกลง!"
"เขาบอกว่าเขาไม่ตกลง!" หลี่ซือถงพูดพลางเอื้อมมือไปบิดเนื้ออ่อนตรงเอวของเจียงเซี่ยอย่างแรง
"โอ๊ย! ใช่ๆๆ ไม่ตกลง ฉันจะไปตกลงได้ยังไง!" เจียงเซี่ยเจ็บจนต้องแยกเขี้ยวยิงฟัน "หลี่ซือถงเป็นแฟนฉัน รบกวนนายอยู่ห่างๆ เธอหน่อยในวันข้างหน้า!"
ฉางเหวินสูดหายใจลึก เริ่มมีน้ำโห เขาไม่มองเจียงเซี่ยเลยแม้แต่น้อย เอาแต่จ้องหลี่ซือถงเขม็ง "เธอพูดแล้ว ว่าถ้าฉันดึงแขนตัวเองขาด เธอจะคบกับฉัน!"
"เอ๋? ฉันพูดเหรอ อืม... นายคงฟังผิดไปเองแล้วล่ะ ฉันจะให้นายทำเรื่องทำร้ายตัวเองแบบนี้ได้ยังไง" หลี่ซือถงยิ้มแป้น ไม่คิดจะรักษาสัญญาของตัวเองเลยสักนิด
ฉางเหวินปรายตามองเจียงเซี่ย แล้วหันไปถามหลี่ซือถง "เธอแค่เล่นๆ กับเขาจริงๆ งั้นเหรอ"
หลี่ซือถงถอนหายใจ พูดอย่างจนใจว่า "เลิกตอแยฉันสักทีเถอะ"
หลี่ซือถงโบกมือปัด บิดเนื้อบนแขนเจียงเซี่ยอย่างแรง แล้วกึ่งลากกึ่งจูงเขาเดินจากไป
"เจ๋ง โคตรเจ๋งเลย! ไม่เพียงแต่ไม่ทำให้เธอผิดหวัง แม้แต่ฉันยังไม่ผิดหวังในตัวเขาเลย!" เจียงเซี่ยพึมพำ
มองดูแผ่นหลังของคนทั้งสองที่เดินจากไป แววตาของฉางเหวินก็เย็นเยียบลง
จนกระทั่งทั้งสองลับสายตาไปอย่างสมบูรณ์ เขาถึงได้เอาแขนที่ขาดไปทาบกลับเข้ากับรอยแผล
ทันใดนั้น เส้นด้ายสีดำทึบนับไม่ถ้วนก็ทำหน้าที่ราวกับกาวประสานรอยแผลที่แขนขาดเข้าด้วยกัน เพียงไม่นาน แขนที่ขาดก็กลับไปติดอยู่บนไหล่ดังเดิม
ทิ้งไว้เพียงรอยแผลเป็นวงกลมที่เห็นได้ชัด!
เขาขยับแว่นตา ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
นอกป่าไผ่ หลี่ซือถงเงยหน้ามองท้องฟ้าพลางทอดถอนใจ "คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าเขาจะคลั่งไคล้ฉันถึงขั้นนี้... อืม... ชักจะยุ่งยากซะแล้วสิ..."
พูดจบ เธอก็หันกลับไปมองลึกเข้าไปในป่า ราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้
"เธอนี่ดูท่าจะชอบปั่นหัวเล่นกับความรู้สึกคนอื่นนะ..." เจียงเซี่ยพูดเรียบๆ
"ใครบอกว่าฉันปั่นหัวเขา เขาโง่เองต่างหาก ฉันบอกว่าฉันไม่ชอบผู้ชาย นี่มันคำปฏิเสธชัดๆ แต่เขากลับคิดว่าฉันไม่ชอบผู้ชายจริงๆ งั้นสิ" หลี่ซือถงถอนใจ
พูดจบ หลี่ซือถงก็จ้องเจียงเซี่ยอย่างจริงจัง "แต่ตอนนี้จู่ๆ ฉันก็มีเรื่องนึงที่อยากรู้คำตอบ แค่เพราะคำพูดประโยคเดียวของฉัน เขาก็ยอมยกแขนข้างนึงให้ฉัน แล้วนายล่ะ"
เจียงเซี่ยที่เพิ่งเปิดหน้าจอโทรศัพท์ชะงักไป เขาค่อยๆ ปิดโทรศัพท์แล้วเก็บใส่กระเป๋ากางเกง ก่อนจะสบตากับหลี่ซือถง
เขามองออกถึงความจริงจังในแววตาของผู้หญิงคนนี้
"โอ๊ย!" เจียงเซี่ยกุมท้องทรุดตัวลงนั่งยองๆ "ปวดท้อง!"
แววตาของหลี่ซือถงเย็นเยียบลงทันที เธอคว้าคอเสื้อเจียงเซี่ยแล้วกระชากเขาขึ้นมา ก่อนจะพูดเสียงเย็น "ทำไม แม้แต่แขนข้างเดียวนายก็ไม่ยอมให้ฉันงั้นเหรอ!"
แย่แล้ว!
ยัยนี่เริ่มอาการยันเดเระกำเริบอีกแล้ว!
หลังจากใช้ความคิดไปครึ่งวินาที เจียงเซี่ยก็คว้าข้อมือของหลี่ซือถงไว้ แล้วมองเธอด้วยสายตาหวานหยดย้อย "อย่าว่าแต่แขนข้างเดียวเลย ต่อให้เป็นชีวิตฉันก็ให้เธอได้ แต่การที่ฉันฉีกแขนตัวเองขาดไปเฉยๆ แบบนี้ มันไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย! ฉันสาบาน ถ้าวันไหนเธอตกอยู่ในอันตราย ฉันยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อเธอได้เลย!"
คำพูดประโยคนี้แทงใจดำหลี่ซือถงเข้าอย่างจัง เธอจึงยิ้มกว้างออกมา
เธอเอื้อมมือไปลูบไล้ใบหน้าเจียงเซี่ยเบาๆ "อืม... ฉันรู้สึกเหมือนนายกำลังหลอกฉันอยู่เลย แต่ต่อให้หลอกฉัน ที่นายพูดแบบนี้ฉันก็ดีใจมากนะ!"
"ฉันจะหลอกเธอได้ยังไงกันล่ะ" เจียงเซี่ยรีบโอ๋ต่อ
อย่างน้อยเขาก็พอจะเข้าใจขึ้นมาบ้างแล้วว่า หลี่ซือถงน่ะ ที่จริงหลอกง่ายจะตาย!
"น่าจะฆ่าเขาซะ!"
หลี่ซือถงมองลึกเข้าไปในป่าไผ่ เธอมองทะลุถึงจิตใจของพวกเดียวกัน สำหรับเธอแล้ว การที่ฉางเหวินยึดติดกับเธอขนาดนี้ ถึงขั้นยอมมอบแขนให้โดยไม่กะพริบตา ไม่ใช่เรื่องดีเลย
"ฆ่าเขา?"
เจียงเซี่ยลองคิดดูให้ดี หากมองจากมุมของความปลอดภัย ฆ่าฉางเหวินไปอาจจะดีกว่าจริงๆ ก็ได้?
ในเมื่อผู้ชายที่หลงใหลคลั่งไคล้เธอจนเข้าขั้นโรคจิตขนาดนี้ เพื่อให้ได้เธอมาครอง ใครจะรับประกันได้ว่าเขาจะไม่ทำเรื่องเหนือความคาดหมายอะไรลงไป
ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าจะฆ่าเขา ทางที่ดีที่สุดคือเขาต้องเป็นคนลงมือปลิดชีพด้วยตัวเอง แบบนั้นตัวเขาเองก็จะได้แข็งแกร่งขึ้นด้วย
"แต่ตอนนี้ดึกแล้ว ถ้าไม่รีบไปจะสายเอานะ" หลี่ซือถงดึงสายตากลับมา
"ไปไหน?"
เจียงเซี่ยถามด้วยความสงสัย เดิมทีคืนนี้เขาตั้งใจจะเริ่ม "ล่าเผ่าพันธุ์มาร" พูดให้ถูกคือตั้งใจจะมาเล็งเป้าหมายไว้ก่อนคืนนี้ ในใจเขามีตัวเลือกอยู่สองสามคนแล้ว พอจับเป้าหมายที่เหมาะสมได้ก็จะลงมือ
ตัวเขาในตอนนี้ กระหายที่จะแข็งแกร่งขึ้นอย่างสุดขีด!
"พานายไปที่สนุกๆ เปิดหูเปิดตาให้นายหน่อย เรียกหยางเจี๋ยเพื่อนรักของนายมาด้วยสิ มีเขาอยู่ด้วย อาจจะทำให้นายรู้สึกปลอดภัยขึ้นมาหน่อย อ้อ ให้เขาเตรียมหน้ากากมาอันนึงด้วยนะ!"
เจียงเซี่ยไม่รู้ว่าหลี่ซือถงจะพาเขาไปไหนอีก แต่ประโยคหนึ่งที่เธอพูด เขารู้สึกว่ามันถูกเผงเลย
มีหยางเจี๋ยอยู่ ตัวเขาดูเหมือนจะรู้สึกปลอดภัยขึ้นมาอีกนิดจริงๆ?
ความรู้สึกนี้มันเหมือนกับว่า ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น ตราบใดที่มี "หมาตัวผู้ติดสัด" ตัวนี้อยู่ มันก็จะยืนหยัดอยู่ข้างเดียวกับเขาเสมอ!
เวลา 21:56 น.
ณ สี่แยกที่เงียบสงัดไร้ผู้คน
เมื่อเห็นหยางเจี๋ยทำตัวลับๆ ล่อๆ ล้วงหน้ากากออกมาจากอกเสื้อแล้วสวมเข้าที่ใบหน้า เจียงเซี่ยก็ถึงกับหน้าดำทะมึน แทบอยากจะถีบมันลงคลองไปซะให้รู้แล้วรู้รอด
"อาเจี๋ย สมองมึงบวมน้ำหรือไง ให้มึงเตรียมหน้ากาก แล้วมึงเตรียมไอ้นี่มาหาพระแสงอะไร"
"อ้าว นี่ไม่ใช่หน้ากากหรือไง"
หยางเจี๋ยถอดหน้ากากครึ่งหน้าลูกไม้สีม่วงแนวเซ็กซี่เย้ายวนใจออก ด้านบนยังมี "ขนนก" สีแดงปักอยู่ด้วยใบหน้าจริงจัง
เจียงเซี่ยกุมขมับอย่างหมดอาลัยตายอยาก "จะพามึงไปเปิดหูเปิดตา ไม่ได้จะพามึงไปปาร์ตี้มั่วสุมผิดกฎหมายเว้ย!"