เดี๋ยวนะพวกนาย ไปตีมอนสเตอร์สิ จะมารุมฟาร์มฉันทำไม! · khram
ตอนที่ 16
บทที่ 16 เผ่าพันธุ์เดียวกันในโรงหนัง
หึ่ง!
เมื่อได้ยินเสียงทุ้มต่ำจากด้านหลัง เจียงเซี่ยก็รู้สึกหนังศีรษะชาหนึบในพริบตา หัวใจแทบจะกระดอนหลุดออกมาจากอก
ผู้ตื่นรู้!
บ้าเอ๊ย คงไม่ใช่ผู้ตื่นรู้จริงๆ หรอกนะ?
เขาและหลี่ซือถงหันขวับไปพร้อมกัน เมื่อเห็นรอยยิ้มยะเยือกของหยางเจี๋ย แววตาของทั้งสองก็เคร่งเครียดลง
ก่อนจะพูดประสานเสียงกันว่า "นายประสาทปะเนี่ย!"
หยางเจี๋ยสวนกลับทันควัน "ฉันไม่ได้ประสาท พวกนายนั่นแหละที่ประสาท พวกนายสองคนโดนพิษรักเล่นงานเข้าแล้ว อายุน้อยแค่นี้ไม่รู้จักตั้งใจเรียน ดันริอ่านมีความรักซะได้!"
เจียงเซี่ยรีบเถียง "เปล่าสักหน่อย ใครบอกว่าพวกเราคบกัน?"
"ไม่ต้องมาแก้ตัว เมื่อกี้หัวหน้าห้องซบไหล่นาย ฉันเห็นเต็มสองตา!" หยางเจี๋ยพูดต่อ "แล้วก็ เมื่อคืนฉันเห็นพวกนายสองคนนั่งแท็กซี่คันเดียวกัน ป้ายทะเบียน เจียงB:T1089 สารภาพมาซะดีๆ พวกนายสองคนไปเปิดห้องที่โรงแรมมาใช่ไหม?"
ทั้งโรงภาพยนตร์นอกจากพวกเขาสามคนแล้วก็ไม่มีใครอื่นอีก ดังนั้นต่อให้พูดเสียงดังก็ไม่ส่งผลกระทบอะไร
เจียงเซี่ยกำลังจะอ้าปากเถียง แต่หลี่ซือถงกลับควงแขนเขาหมับ แล้วเชิดหน้าพูดกับหยางเจี๋ยอย่างถือดีว่า "ใช่ ฉันกับเจียงเซี่ยกำลังคบกันอยู่ ทำไมล่ะ เห็นเจียงเซี่ยหาแฟนสวยๆ แบบฉันได้แล้วนายอิจฉาเหรอ?"
"หา? อะไรนะ? ฉันเนี่ยนะอิจฉา?" หยางเจี๋ยชี้หน้าตัวเอง หายใจฟึดฟัด สีหน้าดูเหมือนกำลังได้ยินเรื่องตลก "คนอย่างหยางเจี๋ยเดินผ่านดงดอกไม้มานับหมื่นแต่ไม่เคยให้ใบไม้ติดตัว เป็นเพลย์บอยตัวพ่อที่ใครๆ ก็รู้จัก ผู้หญิงสวยระดับไหนฉันก็เคยเจอมาหมดแล้ว ฉันเนี่ยนะจะอิจฉามัน?"
พูดจบ หยางเจี๋ยก็หันไปมองเจียงเซี่ย "อาเซี่ย เลิกคบ เลิกคบกันเด็ดขาด คบกับหัวหน้าห้อง นายปิดบังคนอื่นก็แล้วไปเถอะ แต่นี่ดันมาปิดบังฉันด้วย นายทำแบบนี้มันสมกับความสัมพันธ์อันยาวนานของเราสองคนไหม? ฉันจะตัดขาดความเป็นพ่อลูกกับนาย!"
เจียงเซี่ยขี้เกียจฟังเขาบ้าบอ จึงถามขึ้นว่า "แล้วนายมาทำอะไรที่นี่? อย่าบอกนะว่านายสะกดรอยตามพวกเรามาตลอดน่ะ?"
หยางเจี๋ยกอดอกยิ้มกริ่ม ท่าทางภูมิใจนำเสนอสุดๆ "ทำไม ทีแกยังพาแม่สาวคนสวยมาดูหนังได้ แล้วฉันจะทำบ้างไม่ได้หรือไง?"
"นายก็มีความรักเหมือนกันเหรอ?" เจียงเซี่ยถามต่อ "แล้วแฟนนายล่ะ?"
หยางเจี๋ยควักโทรศัพท์มือถือออกมา เปิดอัลบั้มรูป แล้วจิ้มเปิดรูปหนึ่งหันไปทางทั้งสองคน พลางหัวเราะหึๆ
"เป็นไง แจ่มล่ะสิ ฉันคุยมาได้ครึ่งเดือนแล้ว คืนนี้ในที่สุดก็ชวนเธอออกมาดูหนังได้สำเร็จ!"
ผู้หญิงในรูปสวมชุดโลลิต้าสีฟ้าขาว ยืนอยู่หน้ากระจกโชว์เรียวขาในถุงน่องสีดำ ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาบังใบหน้า รูปร่างทั้งกะทัดรัดและอวบอั๋น
หลี่ซือถงแค่นเสียงขึ้นจมูก "รักออนไลน์เนี่ยนะ จะพึ่งพาได้เหรอ ไม่เคยได้ยินหรือไงว่าความรักบนโลกออนไลน์มันมีความเสี่ยง?"
"ความเสี่ยง?" หยางเจี๋ยยิ้มหยัน ตบหน้าอกตัวเองฉาดใหญ่ "ผู้หญิงที่คนอย่างหยางเจี๋ยหมายตาไว้ จะไปมีความเสี่ยงได้ยังไง!"
พูดจบ เขาก็เปิดหน้าต่างแชต แล้วกดฟังข้อความเสียงล่าสุด "รถติดน่ะ ฉันอาจจะไปถึงช้านิดนึงนะ ขอโทษด้วยน้า!"
"เป็นไง เสียงเพราะไหมล่ะ?" หยางเจี๋ยเลิกคิ้วหลิ่วตา สีหน้าเต็มไปด้วยความโอ้อวดใส่ 'ชายหญิงคู่เวรคู่กรรม' ตรงหน้า
"เชี่ย! แอ๊บเสียง!" เจียงเซี่ยไม่เคยได้ยินเสียงที่บีบให้เล็กแหลมขนาดนี้มาก่อนเลย
"แอ๊บแล้วทำไมล่ะ?" หยางเจี๋ยเอานิ้วสองนิ้วแตะใต้คาง โพสท่าพร้อมรอยยิ้มเลียนแบบดาราตลกชื่อดังอย่าง 'ซิงเหยีย' "พี่เจี๋ยคนนี้ชอบผู้หญิงแอ๊บเสียงเว้ย หึๆๆ!"
เจียงเซี่ยถาม "แล้วทำไมนายไม่รอเธออยู่ข้างนอกล่ะ เข้ามาก่อนทำไม?"
"ถามโง่ๆ พอเห็นเงาหลังคุ้นๆ สองคน ฉันก็ต้องตามเข้ามาดูสิว่าใช่พวกนายหรือเปล่า!" หยางเจี๋ยพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นมา "ต้องยอมรับเลยนะอาเซี่ย นายนี่มันแน่จริงๆ ขนาดหัวหน้าห้องนายยังสอยมาได้!"
"เอาล่ะ นายหยุดพูดได้แล้ว อย่ามารบกวนฉันกับเจียงเซี่ยดูหนัง!" หลี่ซือถงเอ่ยแทรก
"ชิ มีอะไรน่าอวดกัน อย่าคิดนะว่าพวกนายโชว์สวีทเป็นอยู่ฝ่ายเดียว เดี๋ยวพอเสี่ยวอวี่ของฉันมาถึง ฉันจะทำให้พวกนายได้รู้ซึ้งว่ากิ่งทองใบหยกมันเป็นยังไง!"
หยางเจี๋ยจัดเสื้อแจ็กเกตแบรนด์เนมบนตัวให้เข้าที่ แล้วปัดฝุ่นบนรองเท้าผ้าใบหุ้มข้อคู่ใหม่เอี่ยมของตัวเอง
จะว่าไปก็แปลก เจียงเซี่ยแทบจะไม่เคยเห็นเพื่อนร่วมโต๊ะอย่างหยางเจี๋ยแต่งตัวจัดเต็มแบบนี้มาก่อน
บ้านของหยางเจี๋ยรวยมาก แต่ในแง่หนึ่งเขาก็ถือเป็นเด็กกำพร้า พ่อแม่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตไปตั้งแต่เขายังเด็ก คนที่รวยคือปู่ของเขา รวมไปถึงตาและยายด้วย
ในฐานะหลานชายคนเดียวของนายท่านใหญ่ เงินค่าขนมที่เขาได้ในแต่ละวันก็ใช้แทบไม่หวาดไม่ไหวแล้ว
แต่ต่อให้มีเงินมากแค่ไหน ปกติเขาก็มักจะแต่งตัวเหมือนพวกขี้แพ้ ยืนอยู่บนถนนก็ไม่ให้ความรู้สึกเลยสักนิดว่าหมอนี่เป็นทายาทเศรษฐีรุ่นที่สาม
ดูเหมือนพวกโอตาคุร้านเน็ตที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยเงินสงเคราะห์เสียมากกว่า
ไม่กี่นาทีต่อมา หยางเจี๋ยก็เดินออกไปรับแฟนสาวออนไลน์ของเขาด้วยความเบิกบานใจ เวลาเดินก็ฮัมเพลงและขยับตัวเต้นไปด้วย
หนึ่งนาทีให้หลัง เขาก็กลับมา เดินนำหน้าอยู่ ก้มหน้างุด คอตก
ด้านหลังเขามีโลลิร่างอ้วนน้ำหนักกว่าสามร้อยจิน มัดผมแกละสองข้าง สวมชุดโลลิต้าเดินตามมา รองเท้าหัวโตที่เท้าก็ถูกดันจนแทบจะบานใหญ่กว่าใบหน้าอยู่แล้ว
ใบหน้าของเจียงเซี่ยแดงก่ำขึ้นมาในพริบตา!
ต้องกลั้นไว้!
เวลาแบบนี้ จะหัวเราะออกมาเด็ดขาดไม่ได้!
หลี่ซือถงที่อยู่ข้างๆ ก็กลั้นขำเช่นกัน เห็นได้ชัดว่าสีหน้าที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรงของหยางเจี๋ยไปสะกิดต่อมขำของเธอเข้าแล้ว
หยางเจี๋ยพาแฟนสาวออนไลน์ไปนั่งด้านหลังพวกเจียงเซี่ย เขาก้มหน้าต่ำด้วยความหดหู่และไม่สบอารมณ์นัก
เมื่อโลลิร่างอ้วนเดินเข้ามาใกล้ ความรู้สึกอยากหัวเราะในใจของเจียงเซี่ยก็มลายหายไปจนหมดสิ้น สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือความหวาดกลัวสายหนึ่ง หัวใจของเขาดุจดั่งสายซอที่ถูกดึงจนตึงเปรี๊ยะ!
ตอนที่โลลิร่างอ้วนปรากฏตัวขึ้น เจียงเซี่ยเอาแต่สนใจเรื่องความรักออนไลน์ที่ล้มเหลวของหยางเจี๋ย จนไม่ได้สังเกตเลยว่า บนร่างของโลลิอ้วนคนนี้ก็มีกลิ่นอายของเผ่าพันธุ์เดียวกันอยู่ด้วย!
โลลิร่างอ้วนที่ชื่อ 'เสี่ยวอวี่' ไม่มีสีหน้าเปลี่ยนแปลงใดๆ หลังจากนั่งลง เธอก็วางถังป๊อปคอร์นสองถังไว้ข้างๆ แล้วควงแขนหยางเจี๋ย
เมื่อสังเกตเห็นสายตาของเจียงเซี่ย หยางเจี๋ยก็ช้อนตาขึ้นมองเขาแวบหนึ่ง "มองอะไรเล่า..."
จากนั้นก็ก้มหน้าลงอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ มุมปากขยับมุบมิบ ดูเหมือนกำลังสบถคำหยาบคายที่ระคายหูสุดๆ ออกมา
โลลิร่างอ้วนกอดไหล่หยางเจี๋ยพลางบีบเสียงถามว่า "นายรู้จักพวกเขาเหรอ?"
"มะ... ไม่รู้จัก..." หยางเจี๋ยส่ายหน้าประหลกๆ หันหน้าหนีไปอีกทางพลางบอกว่า "ดูหนังเถอะ ดูจบจะได้กลับบ้าน!"
หลี่ซือถงเองก็ไม่สนใจคนทั้งสองที่อยู่ด้านหลังอีก เธอจดจ่ออยู่กับการดูหนัง
ภายในใจของเจียงเซี่ยกระวนกระวาย เขามั่นใจว่าการที่โลลิร่างอ้วนคนนี้เข้าหาหยางเจี๋ยไม่ใช่เพื่อมาคบหาดูใจแน่ๆ แต่เป็นเพราะอยากจะเติมเต็มกระเพาะของตัวเองต่างหาก!
เกรงว่าคืนนี้หยางเจี๋ยคงตกอยู่ในอันตรายแล้ว!
ดูเหมือนหลี่ซือถงจะไม่อยากแส่หาเรื่องใส่ตัวสินะ?
เมื่อเห็นผู้หญิงข้างหน้าป้อนป๊อปคอร์นเข้าปากเจียงเซี่ย โลลิร่างอ้วนก็ทำตามบ้าง ทว่าหยางเจี๋ยกลับเอาแต่ปิดปากเงียบไม่ยอมอ้าปากรับเด็ดขาด
"ที่รัก ทำอะไรน่ะ ไม่ชอบกินป๊อปคอร์นเหรอ?"
"อย่า... อย่าเรียกฉันว่าที่รัก!" หยางเจี๋ยเลียริมฝีปาก รู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว "ฉันรู้สึกว่าความสัมพันธ์ของเราสองคน..."
"ทำไม จะทิ้งกันแล้วเหรอ? แล้วที่ผ่านมานายยังเรียกฉันว่าที่รักๆ ทุกวันเลยนี่?" โลลิร่างอ้วนเท้าสะเอวสองข้าง ทำปากยื่นอย่างแง่งอน
"พรวด!" หลี่ซือถงที่นั่งอยู่ข้างหน้าเพิ่งจะดูดโคล่าเข้าไปคำหนึ่งถึงกับพ่นพรวดออกมา
หยางเจี๋ยกัดฟันกรอด เขารู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังโดนหัวหน้าห้องที่อยู่ข้างหน้าหัวเราะเยาะ!
ใช่แล้ว!
มันคือการหัวเราะเยาะ!
โลลิร่างอ้วนยกแขนขึ้นกอดอก พิงพนักเก้าอี้แล้วแค่นเสียงเย็นชา "ฉันโกรธแล้วนะ ง้อไม่หายด้วย ยกเว้นแต่นายจะป้อนป๊อปคอร์นฉัน!"
"ได้ งั้นเธออ้าปากสิ ฉันจะเทให้!"
หยางเจี๋ยคว้าถังป๊อปคอร์นแล้วลุกขึ้นยืน เขารู้สึกว่าด้วยรูปร่างของโลลิคนนี้ ใช้คำว่า 'เท' น่าจะสมเหตุสมผลที่สุดแล้ว?
"ฮ่าๆๆๆๆ..." หลี่ซือถงทนไม่ไหวอีกต่อไป มือข้างหนึ่งบีบไหล่เจียงเซี่ยไว้แน่น แล้วระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น
เส้นเลือดดำปูดโปนขึ้นบนหน้าผากของหยางเจี๋ย : รักออนไลน์บ้าบอ ทำฉันเสียหน้าป่นปี้หมด!
โลลิร่างอ้วนขมวดคิ้ว มองไปทางหลี่ซือถง แล้วถามอย่างไม่สบอารมณ์ "เธอหัวเราะอะไร?"
"หา? ฉันไม่ได้หัวเราะอะไรสักหน่อยนะ หนังมันตลกมากต่างหาก!" หลี่ซือถงหันกลับไปอธิบายจบ ก็ซบไหล่เจียงเซี่ยแล้วกลั้นขำต่อ
เมื่อก้มลงมองหลี่ซือถงที่มีใบหน้าแดงก่ำจากการกลั้นหัวเราะ เจียงเซี่ยก็ยอมรับเลยว่า มีแวบหนึ่งที่เขารู้สึกหวั่นไหวขึ้นมานิดๆ เหมือนกัน
เขาสะบัดศีรษะ สลัดความคิดฟุ้งซ่านในหัวทิ้งไปทันที แล้วมองไปยังหยางเจี๋ยที่กำลังลุกขึ้นเดินจากไป
"ฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ!" หยางเจี๋ยวิ่งหนีออกจากสถานที่ที่ทำให้เขาอับอายขายขี้หน้าปานสายลมพัด
ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาตั้งใจจะชิ่งหนีหรือเปล่า โลลิร่างอ้วนจึงลุกขึ้นเตรียมจะตามไป แต่กลับถูกเจียงเซี่ยคว้าตัวเอาไว้เสียก่อน







