ในห้องประชุมเล็ก มุราคามิ อิโอริ กำลังเหม่อลอย ฟูจิอิ อาริมะ กำลังประหลาดใจแกมยินดี ส่วนชิฮาระ รินโตะ กำลังสับสน
ส่วนนันบุ เรียวโกะ ยืนปรบมืออยู่มุมห้องแบบไม่มีเสียง สีหน้าตื่นเต้นสุดขีด พลางขยับปากพูดว่า "ดีมาก มิจิโกะ แสดงให้เหมือนตอนที่ซ้อมบทกับแม่เมื่อกี้เลยนะ สู้ๆ ต้องคว้าโอกาสนี้ไว้ให้ได้!"
เมื่อทดสอบบทสั้นๆ นี้จบลง มิจิโกะก็หยุดแสดง เธอโค้งคำนับขอบคุณทีมงานที่มาต่อบทให้ แล้วก็ไปยืนหลบมุมจ้องปลายเท้าตัวเอง ดูเหมือนจะเขินอายมาก บรรยากาศรอบตัวของเธอเปลี่ยนไปอีกครั้ง กลายเป็นเด็กน้อยแสนดี
มุราคามิ อิโอริ อดไม่ได้ที่จะตบหลังชิฮาระ รินโตะ เบาๆ หนึ่งที เพื่อขอบคุณความดึงดันของเขา ที่ทำให้ไม่พลาดดาวรุ่งดวงใหม่ที่การแสดงดี ภาพลักษณ์เหมาะสม แถมยังค่าตัวถูกแสนถูกคนนี้ไป ก่อนจะหันไปยิ้มให้แก่นันบุ เรียวโกะ "คุณนันบุคะ รบกวนพาลูกสาวออกไปรอฟังผลข้างนอกก่อนนะคะ ถ้าเราตัดสินใจได้แล้วจะรีบแจ้งให้ทราบทันทีค่ะ"
ความจริงคือตัดสินใจเรียบร้อยแล้ว แต่เพื่อแสดงให้เห็นถึง 'ความยุติธรรม' ต่อนักแสดงที่มาออดิชั่นทุกคน ก็ยังต้องแสร้งทำเป็นพิจารณาสักหน่อย
นันบุ เรียวโกะ ดูหวงแหนโอกาสนี้มากอย่างเห็นได้ชัด เพราะถึงอย่างไรการที่นางแบบภาพนิ่งตัวเล็กๆ จะได้โอกาสแสดงละครโทรทัศน์นั้นหาได้ยากยิ่งนัก เมื่อก่อนต่อให้หอบของกำนัลไปกราบไหว้ก็ยังหาทางเข้าไม่เจอ มันยากเย็นแสนเข็ญจริงๆ
เธอโค้งคำนับซ้ำๆ ด้วยความกระวนกระวายใจ "ค่ะ ลำบากทุกท่านแล้วนะคะ! ได้โปรดพิจารณามิจิโกะด้วยเถอะค่ะ ขอโอกาสให้เธอสักครั้ง เธอมีพรสวรรค์จริงๆ นะคะ"
"วางใจเถอะค่ะ เราจะพิจารณากันอย่างรอบด้านแน่นอน"
นันบุ เรียวโกะ ไม่กล้าพูดอะไรมากไปกว่านี้ เพราะกลัวจะทำให้ 'กรรมการ' ไม่พอใจจนทำลายโอกาสทองที่หล่นทับ เธอกับลูกสาวมิจิโกะโค้งคำนับอีกครั้งแล้วเดินออกจากห้องไปพร้อมกัน ในขณะที่ชิฮาระ รินโตะ ยังคงสับสนอยู่ เขารู้สึกว่ามีบางอย่างทะแม่งๆ ความแตกต่างในตัวเด็กคนนี้มันจะมากเกินไปหน่อยไหม?
นี่คือตอนแรกที่อยู่คนเดียวเลยกลัวจนเกร็ง แต่พอมีแม่อยู่ข้างๆ ก็อุ่นใจ จนในที่สุดก็แสดงฝีมือที่แท้จริงออกมาได้อย่างนั้นหรือ?
ฟังดูก็มีเหตุผลอยู่เหมือนกัน เพราะอายุยังน้อย การตื่นเวทีจึงไม่ใช่เรื่องแปลก
มุราคามิ อิโอริ ไม่ได้ขอความคิดเห็นจากผู้ร่วมทีมสร้างสรรค์ทั้งสองคนอีก เธอตัดสินใจให้มิจิโกะรับบท 'มิโฮะ' โดยตรง หวังจะให้โด่งดังเป็นพลุแตกตั้งแต่ตอนแรก หรือแม้แต่ในอนาคตถ้ามีบทเด็กผู้หญิงอีก ก็จะเชิญเธอมาแสดงด้วย ต้องใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่าในตอนที่เธอกำลังจะก้าวจากวงการโฆษณาภาพนิ่งเข้าสู่วงการบันเทิง ซึ่งค่าตัวยังถูกอยู่
เธอรู้สึกว่าเด็กผู้หญิงคนนี้มีออร่าความเป็นดารา ไม่ช้าก็เร็วต้องดังแน่
…………
การเลือกนักแสดงเด็กที่ทั้งถูกและดีนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สำหรับบทอื่นกลับคุยกันง่ายกว่ามาก ไม่นานรายชื่อนักแสดงในตอนที่หนึ่งและสองก็เป็นอันตกลงกันได้เกือบหมด ที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของมุราคามิ อิโอริ ในการเซ็นสัญญากับคนเหล่านี้และจัดการเรื่องคิวงาน ซึ่งเรื่องหลังแทบไม่ต้องออกแรงคิดเลย เพราะนักแสดงเหล่านี้ไม่ใช่คนดังอะไร มีเวลาว่างเหลือเฟือ
พอเซ็นสัญญาเรียบร้อย ต่อไปก็เป็นงานของผู้กำกับ อย่างเช่นการพานักแสดงมาอ่านบทด้วยกัน เพื่อกำหนดทิศทางการแสดงของพวกเขา หรือการวางแผนตารางถ่ายทำ ว่าใครจะเข้าฉากเวลาไหน ใครต้องมารายงานตัวที่กองถ่ายเมื่อไหร่ เป็นต้น...
ชิฮาระ รินโตะ นั่งฟังพวกเขาแบ่งงานและหารือเรื่องแผนงานอยู่พักหนึ่ง รู้สึกว่าได้ความรู้กลับไปมากมาย แต่มุราคามิ อิโอริ ก็ดันกำเริบนิสัยเดิม เธอเร่งให้เขารีบกลับไปปั่นบทละคร ยิ่งเขียนได้เยอะเท่าไหร่ก็ยิ่งดี
ชิฮาระ รินโตะ บอกว่าเขาอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้กระทบการเขียนอะไร แต่มุราคามิ อิโอริ มองว่าการมีสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบจะช่วยให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพกว่า สรุปง่ายๆ ประโยคเดียวคือ—ชิฮาระคุง คุณกลับไปก่อนเถอะ งานพวกนี้ฉันจัดการได้ แต่งานของคุณฉันทำแทนไม่ได้
ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังตั้งใจจะคุมตัวชิฮาระ รินโตะ กลับไปส่งที่สำนักงานใหญ่ก่อน แล้วค่อยกลับมาจัดการเรื่องพวกนี้เสียด้วยซ้ำ ยังไงการติดต่อประสานงานทั่วไปก็มีทีมงานธรรมดาคอยรับหน้าไปก่อนอยู่แล้ว
ชิฮาระ รินโตะ จนปัญญา เขาถูกโปรดิวเซอร์สาวที่ดูเก็บตัวแต่รับมือยากคนนี้ต้อนจนหมดอารมณ์โต้แย้ง แถมอีกฝ่ายยังเป็นเจ้านาย จะให้งัด 'สายตาพิฆาตของคนโสด' ที่อุตส่าห์ฝึกฝนมาหลายปีไปถลึงใส่ก็คงไม่เหมาะ เขาจึงทำได้เพียงเดินทางกลับสำนักงานใหญ่ ทว่าพอเพิ่งก้าวพ้นประตู ใครบางคนก็พุ่งพรวดเข้ามาหาและเอ่ยด้วยความกระตือรือร้น "อาจารย์ชิฮาระคะ ขอบคุณมากจริงๆ ค่ะ!"
ชิฮาระ รินโตะ ตกใจจนหัวใจหล่นวูบ พอเพ่งมองดีๆ ก็พบว่าเป็นนันบุ เรียวโกะ จึงรีบตอบ "ไม่เป็นไรครับ เป็นเพราะลูกสาวของคุณแสดงได้ยอดเยี่ยมมากต่างหาก"
"ที่ไหนกันคะ ฉันได้ยินจากทีมงานหมดแล้ว ถ้าอาจารย์ชิฮาระไม่เปิดโอกาสให้มิจิโกะตั้งหลายครั้ง เธอคงไม่ได้บทนี้แน่! ขอบคุณมากจริงๆ ค่ะ ขอบคุณที่ให้โอกาสมิจิโกะได้พิสูจน์ตัวเองนะคะ!"
ชิฮาระ รินโตะ รีบกล่าวถ่อมตัวไปอีกสองสามประโยค ส่วนนันบุ เรียวโกะ ก็หันไปเห็นมุราคามิ อิโอริ ที่เดินตามหลังมา จึงปรี่เข้าไปกล่าวขอบคุณมุราคามิ อิโอริ ด้วยความนอบน้อม "มุราคามิซัง ขอบคุณมากจริงๆ ค่ะ! มิจิโกะยังเด็กนัก วันข้างหน้าขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ... เอ๊ะ แล้วผู้กำกับฟูจิอิล่ะคะ? ฉันอยากจะขอบคุณเขาด้วยตัวเองเหมือนกัน"
คำว่า 'คันโตกุ' หรือ 'ผู้กำกับ' นั้นเป็นอีกคำเรียกหนึ่งของผู้กำกับในญี่ปุ่น โดยทั่วไปแล้วคนมักจะนิยมเรียกผู้กำกับว่าคันโตกุมากกว่า
"ไม่ต้องเกรงใจไปหรอกค่ะ" มุราคามิ อิโอริ ทักทายคุณแม่ท่านนี้กลับ เธอเห็นแววอนาคตที่สดใสของเด็กน้อยมิจิโกะอย่างชัดเจน ท่าทีจึงค่อนข้างอ่อนโยน เธอพูดพลางหัวเราะว่า "ผู้กำกับฟูจิอิยังยุ่งอยู่น่ะค่ะ เดี๋ยวฉันจะช่วยฝากบอกให้นะคะ"
ชิฮาระ รินโตะ ส่ายหน้า จากนั้นก็ก้มลงมองมิจิโกะที่อยู่ตรงนั้นด้วย เมื่อเห็นเธอก้มหน้างุดดูเหมือนจะเขินอาย เขาจึงคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยด้วยความหวังดี "ไม่ต้องกังวลอะไรหรอกนะ การแสดงของเธอดีมาก ต้องมีความมั่นใจในตัวเองเข้าไว้ แค่ต่อไปฝึกฝนสภาพจิตใจให้เข้มแข็งขึ้นอีกหน่อยก็พอแล้ว"
เด็กคนนี้มีพรสวรรค์ด้านการแสดงอยู่ไม่น้อย ติดก็ตรงที่สภาพจิตใจไม่ค่อยจะดีนัก หากไม่ปรับปรุง อนาคตก็คงไปได้ไม่ไกลเท่าไหร่นัก—ทีมงานเบื้องหลังก็เหมือนกับเพื่อนร่วมงานในบริษัท ความสัมพันธ์แบบร่วมมือกันเพื่อผลประโยชน์มีมากกว่า การอยู่ร่วมกันจึงค่อนข้างปรองดอง แต่ระหว่างนักแสดงด้วยกันไม่ใช่แบบนั้นเลย การแย่งชิงบทบาท แย่งซีน แย่งความโดดเด่น การชิงดีชิงเด่นมีอยู่สูงมาก โดยเฉพาะในหมู่นักแสดงหญิงประเภทเดียวกัน แทบจะอยากฆ่าคนที่ดังกว่าตัวเองให้ตายไปให้หมด
หากสภาพจิตใจย่ำแย่สักหน่อย แค่การจิกกัดกันรายวันของเหล่านักแสดงหญิงก็เพียงพอจะทำให้ผู้หญิงทั่วไปกลายเป็นโรคซึมเศร้าได้แล้ว วงการนี้อยู่ยากจริงๆ อีกทั้งวงการบันเทิงยังมีความเสี่ยงสูงมาก หากพลาดพลั้งทำเรตติ้งตกไปสักเรื่อง แล้วโดนนักวิจารณ์กับผู้ชมตีตราว่าเป็นยาพิษทำลายเรตติ้ง โดนคนนับพันชี้หน้าด่า คนนับหมื่นถ่มน้ำลายใส่ หากสภาพจิตใจไม่ดี ก็คงกลายเป็นคนเสียสติไปได้เหมือนกัน
หากไม่ใช่คนจิตใจเข้มแข็งดั่งหินผา ก็ทำอาชีพนี้ไม่ได้หรอก!
ชิฮาระ รินโตะ เอ่ยด้วยความห่วงใยจากใจจริง มิจิโกะเงยหน้าขึ้นมองเขาแวบหนึ่ง ราวกับอยากจะฉีกยิ้มหวานๆ ตามมารยาทสังคมให้ แต่กลับทำไม่ได้
เธอเงียบไปครู่หนึ่งแล้วก็ล้มเลิกความตั้งใจ จากนั้นเธอกวาดตามองรอบตัว เมื่อพบว่าแม่กำลังคุยอยู่กับอีกคน และไม่มีใครสนใจทางนี้ เธอจึงก้มศีรษะเล็กลงเล็กน้อย ทันใดนั้นหน้าม้าที่ตัดตรงเรียบร้อยก็ทอดเงาบางๆ บดบังดวงตากลมโตแสนบริสุทธิ์ของเธอ
เธอสวนกลับเสียงเบา น้ำเสียงเย็นชา "ฉันจะเป็นยังไง ก็ไม่ต้องมายุ่งไม่เข้าเรื่อง!"
ชิฮาระ รินโตะ ชะงักไปนิดหนึ่ง ยุ่งไม่เข้าเรื่องงั้นเหรอ?
ฉันน่าจะถือว่าเป็นผู้มีพระคุณที่มองเห็นแววของเธอไม่ใช่หรือไง? ไม่งั้นเธอคงโดนคัดออกไปตั้งนานแล้ว พูดจาแบบนี้เรียกไม่ได้ว่ามีมารยาทเลยนะ!
นิสัยไม่ดี เป็นเด็กเนรคุณงั้นสิ?
รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาเลือนหายไป คิ้วขมวดเข้าหากัน เขาจ้องเธอพลางถามเสียงเรียบ "เธอหมายความว่ายังไง?"
ในกองถ่าย การล่วงเกินนักเขียนบทไม่เคยเป็นทางเลือกที่ดีหรอกนะ!
มิจิโกะถูกเขาจ้องจนร่างเล็กๆ หดเกร็ง ดูเหมือนจะกลัวอยู่บ้าง แต่ความขุ่นเคืองก็ยังมีอยู่เต็มอก เธอรีบถลึงตาตอบโต้อย่างแรงทันที พร้อมกับพูดเสียงต่ำ "คุณน่าจะรู้ดีว่าหมายความว่ายังไง เดิมทีฉันผ่านด่านมาได้แล้ว เป็นคุณต่างหากที่หาเรื่อง ยุ่งเรื่องของชาวบ้านมันสนุกนักหรือไง?"
ชิฮาระ รินโตะ เข้าใจกระจ่างในทันที เขาอุทานด้วยความประหลาดใจ "เธอไม่อยากแสดงงั้นเหรอ?" นี่เป็นสิ่งที่เขาคาดไม่ถึงจริงๆ การได้แสดงละครโทรทัศน์เป็นเรื่องดีงามที่นางแบบตัวเล็กๆ ธรรมดาแย่งกันแทบตาย ถือเป็นการยกระดับตัวเองอย่างเห็นได้ชัด—เพื่อโอกาสในการแสดงสักครั้ง ต่อให้เป็นแค่ตัวประกอบเล็กๆ นักแสดงหญิงบางคนถึงกับยอมนอนด้วยเลยนะ!
นี่มันบุญคุณครั้งใหญ่เลยนะ!
"ไม่มีใครอยากเป็นหุ่นเชิดหรอก!" มิจิโกะไม่รับน้ำใจอย่างเห็นได้ชัด สีหน้าบนใบหน้าเล็กๆ เริ่มมืดมนลงเรื่อยๆ ดวงตาที่เคยบริสุทธิ์ผุดผ่องบัดนี้กลับดำมืดมิด ราวกับไม่สะท้อนแสงใดๆ มองแล้วชวนให้ขนลุก
เดิมทีเธอตบตาผ่านด่านมาได้อย่างแนบเนียนแล้วจริงๆ แกล้งทำเป็นแสดงไม่เป็นได้สำเร็จอย่างงดงาม ไม่คิดเลยว่าจะถูกชิฮาระ รินโตะ คนเฮงซวยนี่เรียกตัวกลับไป จนสุดท้ายก็ไม่บรรลุเป้าหมาย แผนพังทลายไม่เป็นท่า เมื่อกี้ยิ่งคิดก็ยิ่งอัดอั้นตันใจจนทนไม่ไหวอีกต่อไป
เธอไม่ควรเถียง และไม่ควรเสียมารยาท มันไม่เข้ากับภาพลักษณ์เด็กดีแสนหวานที่เธอสวมบทบาทมาตลอด เธอควรจะแค่แจกยิ้มหวานๆ ตามมารยาทให้เรื่องมันจบๆ ไป แต่เธอควบคุมตัวเองไม่ได้จริงๆ ถ้าไม่ได้ด่าตัวการนั่นสักหน่อย ในใจมันคงอึดอัดจนแทบจะระเบิด!
ตาบอดหรือไง? ฉันเล่นห่วยแตกขนาดนั้น ทำไมถึงต้องเรียกฉันกลับไปอีก?!
ไปเห็นตรงไหนว่าฉันแสดงละครเป็น? ทำไมถึงต้องตื๊อไม่เลิกด้วย?
เป็นบ้าหรือเปล่า? ฉันไม่อยากเล่นชัดๆ ทำไมถึงต้องบังคับให้ฉันแสดงซ้ำไปซ้ำมาอยู่ได้?!
คนเฮงซวย!
ส่วนชิฮาระ รินโตะ กลับต้องตกตะลึงกับความหมายที่แฝงอยู่ในคำว่า 'หุ่นเชิด' จนพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ—เด็กผู้หญิงคนนี้ โตเกินวัยจริงๆ หน้าไหว้หลังหลอกโดยสมบูรณ์ ไม่แปลกใจเลยที่เหมาะกับบทบาทคนสองบุคลิกอย่างมิโฮะ...
บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนเย็นเยียบลงชั่วขณะ เข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการจ้องตากันเขม็ง จังหวะนั้นเองนันบุ เรียวโกะ ทางฝั่งโน้นก็ร้องเรียกขึ้นมา "มิจิโกะ รีบมาขอบคุณมุราคามิซังเร็วเข้า"
"ค่ะ แม่!" มิจิโกะขานรับ เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของชิฮาระ รินโตะ อีกครั้ง ก่อนจะซอยเท้าสั้นๆ เดินไปโค้งคำนับตรงหน้ามุราคามิ อิโอริ วินาทีที่เงยหน้าเล็กๆ ขึ้นมา เธอก็กลับเข้าสู่ภาพลักษณ์เดิมอีกครั้ง พลางส่งยิ้มหวานเอ่ยว่า "ขอบคุณค่ะมุราคามิซัง หนูจะตั้งใจทำงาน โปรดรอชมผลงานของหนูได้เลยนะคะ!"
มุราคามิ อิโอริ อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเอ็นดู เธอเผยรอยยิ้มอ่อนโยนตามแบบฉบับของผู้หญิง ลูบศีรษะเล็กๆ ของเด็กน้อยอย่างแรง แล้วพูดกลั้วหัวเราะ "สู้ๆ นะ!"
ช่างเป็นเด็กดีที่มีความสามารถและว่าง่ายจริงๆ!