เดิมทีชิฮาระ รินโตะคิดว่าบท "มิโฮะ" นี้ต้องเป็นฟุคาซาวะ มิจิโกะเท่านั้น ในเมื่อความเข้าถึงบทบาทมันตรงกัน ขอแค่ไม่ตื่นกล้องก็ไม่มีอะไรยากเลย แต่ความจริงกลับผิดคาดไปมาก การแสดงของเด็กหญิงมิจิโกะคนนี้เรียกได้ว่าห่วยแตกจนแทบทนดูไม่ได้
เธอเหมือนจะไม่ได้อ่านบทคร่าวๆ ที่ส่งให้มาอย่างละเอียดเลย เรื่องพูดบทติดขัดนั้นไม่ต้องพูดถึง แม้แต่ท่าทางก็ยังดูหวาดๆ เกร็งๆ ไม่กล้าแสดง และแสดงไม่เป็น
ชิฮาระ รินโตะดูแล้วถึงกับขมวดคิ้ว คนที่มีอารมณ์ขันมาแสดงเป็นตัวละครที่มีอารมณ์ขัน ย่อมอินกับบทได้ง่ายกว่า และสื่อบางสิ่งที่นักเขียนบทตั้งใจให้ตัวละครนี้แสดงออกมาได้ง่ายกว่า ซึ่งมันต้องง่ายกว่าการให้คนจิตใจดีไปรับบทเป็นฆาตกรโรคจิตเป็นร้อยเท่า ดังนั้นระดับความเข้าถึงบทบาทจึงเป็นสิ่งที่ใช้อ้างอิงได้ดีมาก ทว่า...
คนที่มีอารมณ์ขันพอไปยืนอยู่หน้ากล้องแล้ว จะยังอารมณ์ขันอยู่ได้ไหม นั่นแหละคือปัญหา!
ต่อให้ยังอารมณ์ขันอยู่ได้ แล้วจะแสดงเป็นคนอารมณ์ขันอีกคนออกมาให้ดีได้อย่างไร นี่ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่ง!
หากดูแค่เรื่อง [ความเข้าถึงบทบาท] เด็กหญิงคนนี้น่าจะเหมาะกับบทมิโฮะมาก แต่ที่เธอแสดงไม่ได้นี่ เป็นเพราะเกร็งงั้นหรือ?
เขาจมอยู่ในห้วงความคิดชั่วขณะ...
มุราคามิ อิโอริกับฟูจิอิ อาริมะก็ผิดหวังอย่างหนักเช่นกัน รู้สึกว่าเธอยังแย่กว่าคนที่ไม่ผ่านการคัดเลือกก่อนหน้านี้เสียอีก จึงสั่งหยุดการทดสอบบทของเธออย่างเด็ดขาด
มิจิโกะดูจะผิดหวังมาก สีหน้าบนใบหน้าเล็กๆ นั้นสลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่เธอก็ยังเอามือประสานไว้ตรงหน้าท้องอย่างมีมารยาท โค้งคำนับลงลึก "ขอบคุณอาจารย์ทั้งสามท่านที่ช่วยชี้แนะค่ะ สร้างความวุ่นวายให้ทุกคนแล้ว ขอโทษด้วยนะคะ"
"ไม่เป็นไร ออกไปรอฟังข่าวเถอะ!" มุราคามิ อิโอริยิ้ม เป็นการบอกใบ้ว่าเธอออกไปได้แล้ว แม้ว่าเธอจะค่อนข้างผิดหวัง แต่ก็ไม่ได้ใจแคบถึงขั้นไปโมโหใส่เด็ก น้ำเสียงจึงยังค่อนข้างราบเรียบ
มิจิโกะเชื่อฟังอย่างดี เธอหันหลังเดินตรงออกไป แต่ชิฮาระ รินโตะกลับเอ่ยปากขึ้น
"ขอโทษนะครับ กรุณารอสักครู่"
ร่างเล็กๆ ของมิจิโกะชะงักไป จากนั้นก็หันกลับมา ยิ้มหวานพร้อมกับถามว่า "อาจารย์ท่านนี้ ยังมีธุระอะไรอีกหรือเปล่าคะ?"
มุราคามิ อิโอริก็มองมาเช่นกัน พร้อมกับถามด้วยความสงสัย "มีอะไรหรือเปล่า ชิฮาระคุง?"
ชิฮาระ รินโตะครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาสงสัยว่ามิจิโกะอาจจะตื่นเต้นเกินไป ซึ่งก็เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ในเมื่ออายุเพิ่งจะสิบเอ็ดสิบสองเอง ดีไม่ดีอาจจะยังเป็นเด็กประถมอยู่เลยด้วยซ้ำ!
แน่นอนว่าเขาหวังให้คุณภาพของละครออกมาดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ นักแสดงที่รับบท "มิโฮะ" ในต้นฉบับก็เป็นดาราเด็กจริงๆ และฝีมือการแสดงก็ถือว่าผ่านเกณฑ์ แต่ตอนนั้น 'เรื่องเล่าพิศวงของโลก' ค่อนข้างโด่งดังแล้ว มีงบประมาณเหลือเฟือ แตกต่างจากสถานการณ์อันแร้นแค้นของพวกเขาในตอนนี้โดยสิ้นเชิง ในเมื่อตอนนี้เจอคนที่มีความเป็นไปได้สูงว่าจะช่วยเพิ่มสีสันให้กับผลงานได้ เขาก็ไม่อยากพลาดไป
"ให้เธอลองอีกสักครั้งดีไหมครับ?" ชิฮาระ รินโตะหันไปขอความเห็นจากมุราคามิ อิโอริ ก่อนจะหันไปถามมิจิโกะอย่างสุภาพ "รังเกียจที่จะลองดูอีกสักครั้งไหม มิจิโกะ? ไม่ต้องตื่นเต้น พยายามทำตัวตามสบาย ไม่ต้องคิดว่ากำลังแสดงอยู่ แค่คิดว่าตัวเองคือมิโฮะก็พอ"
มิจิโกะก้มหน้าลงเล็กน้อยจนมองไม่เห็นสีหน้า จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมา ยิ้มหวานพลางตอบว่า "ค่ะ อาจารย์ หนูจะพยายามอย่างเต็มที่ ขอบคุณที่ให้โอกาสหนูอีกครั้งนะคะ!"
มุราคามิ อิโอริไม่ได้ว่าอะไร เธอรู้สึกว่าชิฮาระ รินโตะคงหาคนมารับบทบาทนี้ไม่ได้จนเริ่มร้อนใจแล้ว แต่การคัดเลือกนักแสดงไม่ได้ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นประจำ ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน นี่ขนาดยังไม่ได้เปิดออดิชันแบบสาธารณะเลยนะ แบบนั้นต่างหากที่ทั้งเสียเงินแถมยังงมเข็มในมหาสมุทรอีกด้วย
ทว่าเธอก็ไม่ได้คัดค้าน เสียเวลาอีกสักหน่อยก็ไม่เป็นไร ในใจเริ่มคำนวณแล้วว่าจะต้องใช้เงินเท่าไหร่เพื่อจ้างดาราเด็กกลับมา อะไรประหยัดได้ก็ต้องประหยัด ถ้าประหยัดไม่ได้จริงๆ ก็คงต้องไปหักลบกลบหนี้จากคนอื่นแทน
ค่าตัวของใครพอจะลดลงได้บ้างนะ?
มิจิโกะสูดหายใจเข้าลึกๆ เริ่มต้นแสดงใหม่อีกครั้ง ในมือถือถุงทรายที่เป็นพร็อปประกอบฉากโยนขึ้นลงสองครั้ง แล้วก็ชะงักไปอีก ดูเหมือนสมองจะขาวโพลนจนลืมไปแล้วว่าต้องร้องเพลงกล่อมเด็กยังไง
ชิฮาระ รินโตะพยายามทำน้ำเสียงให้ดูนุ่มนวลที่สุด ปลอบโยนว่า "ไม่ต้องตื่นเต้น ถ้าลืมบทก็ฮัมเป็นทำนองเอาก็ได้"
ปัญหาเรื่องจำบทไม่ได้สามารถแก้ไขได้ในภายหลัง แต่ตัวเลือกคนนี้เหมาะสมจริงๆ แม้จะมองแค่รูปลักษณ์ภายนอก มิจิโกะก็ดูบริสุทธิ์และน่ารักกว่า "มิโฮะ" ในต้นฉบับตั้งเยอะ
มิจิโกะพยักหน้าแรงๆ "ค่ะ หนูจะพยายามค่ะ!"
แต่ถึงเธอจะรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ การแสดงก็ยังคงเละเทะไม่เป็นท่าอยู่ดี ทั้งที่ควรจะแสดงท่าทีเศร้าสร้อย เธอกลับทำหน้าตึงเครียดราวกับมีความแค้นฝังลึกกับหุ่นจำลองที่นอนอยู่ตรงนั้นเสียอย่างนั้น
อย่าว่าแต่การแสดงมุมมองความเป็นผู้ใหญ่ออกมาเลย แม้แต่บทเด็กผู้หญิงเธอก็ยังแสดงได้ไม่ดี ทั้งที่ตัวเธอเองก็เป็นเด็กผู้หญิงแท้ๆ!
ชิฮาระ รินโตะยังไม่ยอมตัดใจ ให้เธอลองซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอก็เชื่อฟังเป็นอย่างดี อดทนไม่ปริปากบ่นและตั้งใจทำ แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย ถึงขนาดที่ชิฮาระ รินโตะให้เธอพักสามนาที เพื่อสงบสติอารมณ์ให้ดี ก็ยังไม่มีอะไรกระเตื้องขึ้น
มุราคามิ อิโอริทนดูไม่ไหว รู้สึกว่าน่าจะพอได้แล้ว จึงกระซิบข้างหูชิฮาระ รินโตะว่า "เดี๋ยวเราค่อยคัดเลือกใหม่อีกรอบ บทนี้เอาไว้แค่นี้ก่อนดีไหม?"
ชิฮาระ รินโตะเองก็เริ่มไม่แน่ใจแล้ว รู้สึกว่ามันไม่สมเหตุสมผลเลย ต่อให้เป็นเด็กทั่วไปถ้าสอนไปหลายๆ รอบแบบนี้ ก็ไม่น่าจะยิ่งแสดงยิ่งแย่ลง หรือว่าสภาพจิตใจของเธอจะไม่ไหวจริงๆ? ยิ่งบอกไม่ให้ตื่นเต้น เธอกลับยิ่งตื่นเต้นกว่าเดิมงั้นหรือ?
ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่าเคยถ่ายโฆษณาภาพนิ่งมาก่อนเหรอ? ตอนนั้นถ่ายยังไงกันนะ?
น่าเสียดายชะมัด ระดับความเข้าถึงบทบาทสูงปรี๊ดขนาดนั้นแท้ๆ กลับไม่เคยผ่านการฝึกฝนการแสดงมาก่อน พออยู่หน้ากล้องก็เลยแสดงความเป็นตัวเองตามปกติออกมาไม่ได้เลย...
เขาเห็นแล้วว่ามิจิโกะคงแสดงไม่ได้จริงๆ จึงส่ายหน้าอย่างจนใจ เตรียมจะยอมแพ้ แต่ตอนนั้นเองก็มีเสียงเอะอะดังมาจากนอกประตู มุราคามิ อิโอริรีบหันไปถามทางนั้นทันที "ข้างนอกเกิดอะไรขึ้น?"
"เอ่อ ขอโทษครับ มุราคามิซัง ผู้หญิงคนนี้ดึงดันจะเข้ามาดูให้ได้ ผมจะรีบให้เธอออกไปเดี๋ยวนี้แหละครับ" ประตูเปิดออก เผยให้เห็นทีมงานคนหนึ่ง โดยมีผู้หญิงวัยกลางคนอายุราวๆ สามสิบกว่าปียืนอยู่ด้านหลัง
ผู้หญิงคนนั้นรีบโค้งคำนับ "ขอโทษด้วยนะคะที่เสียมารยาท"
"คุณคือ?" มุราคามิ อิโอริไม่รู้จักคนคนนี้
ผู้หญิงคนนั้นรีบแนะนำตัว "ฉันชื่อนันบุ เรียวโกะ เป็นแม่ของมิจิโกะและเป็นผู้จัดการของเธอด้วยค่ะ เห็นเธอยังไม่ออกมาสักที ก็เลยเป็นห่วงว่าจะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า จึงอยากจะแอบดูผ่านประตูสักหน่อย ไม่คิดว่าจะรบกวนทุกท่าน ต้องขออภัยจริงๆ ค่ะ"
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ไม่ต้องคิดมาก" มุราคามิ อิโอริแสดงความเข้าใจ มันเลยเวลาที่กำหนดไว้มามากแล้วจริงๆ คนเป็นแม่จะห่วงลูกจนอยากเข้ามาดูสักหน่อยก็ไม่ถือว่าผิดอะไร เธอเป็นคนวางตัวสบายๆ ถ้าเปลี่ยนเป็นโปรดิวเซอร์คนอื่น อย่างน้อยก็ต้องชักสีหน้าใส่นันบุ เรียวโกะให้เห็นบ้างแล้ว
"เอ่อ ถ้าเป็นไปได้ ขอฉันอยู่เป็นเพื่อนมิจิโกะที่นี่ได้ไหมคะ? แกเป็นเด็กค่อนข้างขี้ขลาด... ขอโทษด้วยนะคะที่ล่วงเกิน" นันบุ เรียวโกะเห็นว่ามุราคามิ อิโอริเป็นผู้หญิงเหมือนกัน ดูน่าจะคุยง่าย จึงฉวยโอกาสนี้เสนอคำขอใหม่อย่างระมัดระวัง
"ได้สิคะ" มุราคามิ อิโอริไม่ได้ใส่ใจ ผู้ปกครองอยากจะยืนดูอยู่ข้างๆ ก็ไม่เป็นไรจริงๆ เพราะยังไงเด็กผู้หญิงคนนี้ก็ต้องถูกคัดออกอยู่แล้ว
จากนั้นเธอก็เลิกสนใจผู้หญิงคนนี้ หันไปยิ้มให้มิจิโกะโดยตรง "ทำต่อเถอะ!"
ทดสอบบทช่วงสั้นๆ นี้เสร็จเมื่อไหร่ ถือว่าไว้หน้าชิฮาระแล้ว ก็จะให้เด็กคนนี้กลับบ้านไปเลย
มิจิโกะก้มหน้าเงียบไปครู่หนึ่ง เมื่อเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง ดวงตากลมโตก็เริ่มเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา ดูบริสุทธิ์ไร้เดียงสาสุดๆ บนขนตายังมีหยดน้ำตาเปื้อนอยู่เล็กน้อย เธอแสดงต่อจากเมื่อครู่นี้ ใบหน้าเต็มไปด้วยความไร้เดียงสาของเด็กทว่ากลับเปล่งเสียงร้องออกมาอย่างแน่วแน่ "ฉันเชื่อใจคุณ เพราะคุณคือคุณย่าของฉัน!"
สิ้นเสียงของเธอ แสงแดดนอกหน้าต่างก็เหมือนจะสว่างขึ้นมากะทันหัน สาดส่องลงมาทาบทับร่างของเธออย่างอบอุ่น อาบไล้ให้เธอมีประกายแสงจางๆ ล้อมรอบตัว
ฟูจิอิ อาริมะที่แต่เดิมนั่งกอดอกอยู่อย่างใจลอย จู่ๆ ก็ชะงักไป ร่างกายยืดตรงขึ้นมาอย่างลืมตัว
มิจิโกะรักษาสภาพอันบริสุทธิ์ที่ "เปล่งประกาย" อยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ฟุบลงไปนอนหลับตาพริ้มบนเก้าอี้ รอเพียงครู่เดียว ทีมงานก็เข้ามาช่วยต่อบทให้ โดยอ่านตามบทว่า "มิโฮะ อย่ามัวแต่หลับสิ รีบตื่นเร็วเข้า เราจะตกรถเมล์กันแล้วนะ"
มิจิโกะตื่นขึ้นมาด้วยอาการงัวเงีย เธอทำหน้างงๆ ก่อนอื่นก็มองดูแขนและมือเล็กๆ ของตัวเองด้วยความประหลาดใจแกมดีใจ จากนั้นก็มองไปที่เบาะเก้าอี้ ราวกับว่าตรงนั้นมีร่างที่แก่ชราและกำลังจะตายวางอยู่จริงๆ แววตาของเธอแฝงไปด้วยความเวทนาและทนดูไม่ได้ หูเหมือนจะได้ยินเสียงเด็กผู้หญิงที่น่าสงสารคนหนึ่งกำลังร้องตะโกนว่า "เจ็บจังเลย คุณย่า หนูเจ็บจังเลย..."
เธอเอ่ยเสียงเบา "มิโฮะ อดทนไว้นะ พรุ่งนี้ตอนห้าโมงฉันจะกลับมาให้ได้"
พูดจบเธอก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไป พอเดินไปได้สองก้าว ความเวทนาและทนดูไม่ได้บนใบหน้าก็หายไป ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความรังเกียจ ราวกับว่าตรงหน้ามีลูกสะใภ้ที่ไม่เคยสนใจไยดีและหวังให้เธอตายไวๆ ยืนอยู่ตรงนั้น
หากตอนนี้ถ่ายโคลสอัปที่ใบหน้าของเธอ การเปลี่ยนแปลงของสีหน้าเล็กๆ น้อยๆ อันหลากหลายบนใบหน้านั้น รวมถึงข้อความที่สีหน้าเหล่านี้สื่อออกมา และดวงตากลมโตที่สงบนิ่งจนดำมืดลึกล้ำคู่นั้น จะต้องทำให้คนดูรู้สึกตื่นตะลึงได้อย่างแน่นอน
…………
"แกร๊ก" ปากกาในมือของมุราคามิ อิโอริร่วงลงบนโต๊ะ เธอเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่านี่มันสถานการณ์แบบไหนกันแน่ หลักๆ คือความแตกต่างระหว่างก่อนหน้านี้กับตอนนี้มันมากเกินไป ถ้าให้คะแนนเฉพาะเรื่องการแสดง ก่อนหน้านี้คือ 0 คะแนน แต่ตอนนี้อย่างน้อยก็ต้องได้ 90 คะแนนขึ้นไป
การแสดงนี้ไม่ถึงกับบอกได้ว่าไร้ที่ติ แต่ไม่ต้องพูดถึงการถ่ายทำละครเลย ต่อให้เป็นการถ่ายทำภาพยนตร์ก็ยังเหลือเฟือ มันมีพลังดึงดูดอารมณ์ร่วมได้ดีมาก มีมิติความลึกซึ้ง และที่สำคัญกว่านั้นคือ เด็กผู้หญิงคนนี้มีออร่าความบริสุทธิ์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ดึงดูดสายตาได้ดีเยี่ยม ราวกับถูกอาบด้วยแสงไฟสปอตไลต์อยู่ตลอดเวลา เจิดจ้าเสียจนทำให้คนมองแทบหยุดหายใจ
เจอของดีเข้าแล้ว!