เมื่อเสียงกรีดร้องประโยคสุดท้ายจบลง วิดีโอก็ตัดไปอย่างกะทันหัน
ยอดไลก์ 1.89 ล้าน ยอดคอมเมนต์ 5.89 แสน ยอดแชร์ 2.14 ล้าน เรียกได้ว่าเป็นคลิปไวรัลที่ฮิตที่สุดในแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นของวันนี้แบบไม่มีใครเทียบติด
[เชี่ย! โคตรเท่ ดวลปืนกับผู้ก่อการร้ายตรงๆ เลยเหรอวะ?]
[จางเชียนต้านแห่งเมืองฮาโจวปะเนี่ย?]
[น่ากลัวเกินไปแล้ว อยู่ในประเทศปลอดภัยกว่าเยอะ เกิดเป็นคนเซี่ยช่างโชคดีจริงๆ!]
[นี่คือคนเดินถนนธรรมดาจริงดิ?]
[สื่อนอกกับข่าวขุดประวัติกันหมดแล้ว คนนี้เป็นอดีตตำรวจพิเศษเกาหลีใต้ ทักษะยุทธวิธีสูงมาก คาดการณ์การก่อการร้ายล่วงหน้า กระชากหน้ากากเจ้าหน้าที่ภาคสนามของ FBI สหรัฐฯ สองคน ยึดอำนาจสั่งการสนามบินได้ใน 26 วินาที และวิสามัญผู้ก่อการร้ายไป 4 ศพ!]
[ไอ้พวกซีปาเกาหลีใต้ได้ฟินน้ำเดินกันยกแก๊งแน่ๆ นานๆ ทีจะทำตัวเจ๋งได้สักหน ฮ่าๆๆ!]
[มีอะไรให้น่าอวยนักหนา รบพิเศษของประเทศเซี่ยเก่งกว่าหมอนี่ตั้งเยอะ!]
...
ในช่องคอมเมนต์ ผู้คนต่างพากันถกเถียงถึงตัวตนของชายชาวเอเชียที่มัดผมทรงดังโงะคนนั้นอย่างบ้าคลั่ง
กู้จีหาวิดีโอมุมกล้องอื่นดูอีกหลายคลิป จนกระทั่งเห็นภาพการเผชิญหน้ากับผู้ก่อการร้ายหัวโล้นรอยสักที่ชั้นสองของสนามบิน ในที่สุดเขาก็มั่นใจว่าชายชาวเอเชียมัดผมทรงดังโงะคนนี้ คือตัวละครที่เขาสวมบทบาทในเกม... เจียงซ่งหยวน!
"ทุกอย่างดันเป็นเรื่องจริงซะงั้น..."
เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นตะลึงกับความสามารถของเกมนี้อย่างลึกซึ้ง
(หรือว่าฉันไม่เคยทะลุมิติเข้าไปในโลกของเกมเลย แต่มีชีวิตอยู่ในความเป็นจริงมาตลอด แค่เมื่อคืนบังเอิญไปสิงร่าง 'เจียงซ่งหยวน' ชั่วคราว?)
ข้อสันนิษฐานนี้ถูกเขาปัดตกไปอย่างรวดเร็ว
เพราะเวลาไม่ตรงกัน!
การเคลียร์ด่านและกลับมาครั้งล่าสุดใช้เวลาอย่างน้อยสี่สิบถึงห้าสิบนาที แต่เขาหลับอยู่ในหอพักแค่สี่ถึงห้านาทีเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้น ข่าวระบุว่าเหตุการณ์ก่อการร้ายเกิดขึ้นเวลา 12:18 น. ตามเวลาท้องถิ่น เมื่อคำนวณจากความต่างของเวลา 5 ชั่วโมงระหว่างเอธิโอเปียกับประเทศเซี่ย เวลาในประเทศเซี่ยจะเป็น 19:18 น.!
ทว่ากู้จีจำได้ว่าเวลาที่เขากลับมาจากโลกของเกมคือ '18:54 น.' หากหักลบเวลาที่เขาสลบไสลไป เหตุโจมตีเกิดขึ้นช้ากว่านั้นเกือบครึ่งชั่วโมง!
ดูเหมือนว่าทฤษฎี 'ทำนายอนาคตบวกกับสะท้อนความเป็นจริง' จะฟังดูมีน้ำหนักมากกว่า
เขาดูดน้ำอะโวคาโดในแก้วชานมคำโต ปล่อยให้ความคิดแล่นปรู๊ดปร๊าด พลางดูวิดีโอซ้ำอีกหลายรอบ แล้วพบว่านอกจาก 'เจียงซ่งหยวน' คนนี้จะใช้การจัดการทางยุทธวิธีแบบเดียวกับเขาแล้ว สีหน้าท่าทางและการเคลื่อนไหวเฉพาะจุดล้วนแตกต่างจากเขาในโลกของเกมเล็กน้อย
แทนที่จะบอกว่ากู้จีสวมบทบาทเป็น 'เจียงซ่งหยวน' สู้บอกว่าเจียงซ่งหยวนกำลังเลียนแบบปฏิบัติการทางยุทธวิธีของกู้จีจะถูกกว่า
ทว่าไม่ว่ากลไกที่แน่ชัดของมันจะเป็นอย่างไร
ในเมื่อเกมนี้สามารถสะท้อนความเป็นจริงได้ เขาก็จำต้องเพิ่มความระมัดระวังตัวให้มากขึ้น
(ก่อนเข้าด่านครั้งหน้า จะต้องหาสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยกว่านี้ก่อน ในเกมก็ต้องระวังให้มาก ห้ามเปิดเผยตัวตนในโลกความเป็นจริงของตัวเองเด็ดขาด)
ตามหลัก 'บวกหนึ่งอันตราย' ในยุทธวิธีตำรวจ เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรู จะต้องรักษาความตื่นตัวและเตรียมพร้อมขั้นสูงสุดอยู่เสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงการประเมินสถานการณ์ผิดพลาดเพราะคิดไปเองว่า 'คงจะเป็นอย่างนั้น' ซึ่งอาจนำไปสู่ผลลัพธ์เลวร้ายตามมาเป็นพรวน
การโจมตีเป็นเรื่องจริง การฆ่าคนเป็นเรื่องจริง กลุ่มก่อการร้ายที่อันตรายสุดขีดพวกนั้นก็เป็นเรื่องจริง...
(แค่ไม่รู้ว่าเจียงซ่งหยวนคนนั้นจะรับรู้ถึงการมีอยู่ของเกมและตัวฉัน จนทำให้ฉันถูกเปิดโปงหรือเปล่า) เขาลองค้นหาข้อมูลของหมอนี่ดู ไม่คิดเลยว่าจะหาเจอจริงๆ ซึ่งเนื้อหาส่วนใหญ่ก็อยู่ในนกฟ้า
กู้จีนึกขึ้นได้ว่าเกาโป๋เหมือนจะเล่นแอปนี้อยู่ตลอด "เกาโป๋ ในมือถือนายมี VPN กับนกฟ้าไหม?"
"มีสิ นายจะใช้เหรอ?"
เกาโป๋กำลังแทะซาลาเปา ทันใดนั้นก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ จึงแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ "โอ๊ะโอ๋ ไก่อ่อนอย่างนายคงไม่ได้อยากเข้าแอปนกฟ้าไปหาแอคเสียวหรอกนะ?"
"เดี๋ยวปั๊ดตบคว่ำ"
กู้จีสบถด่า "ฉันแค่จะหาข่าวเกี่ยวกับเหตุโจมตีสนามบิน แล้วก็คนเกาหลีลึกลับคนนั้น เพื่อเปิดมุมมองทางยุทธวิธีต่างหากเว้ย"
"ชิ มีอะไรให้ศึกษาฟะ? ยุทธวิธีที่ไอ้พวกซีปานั่นวางแผน ดีไม่ดีอาจจะสู้พวกเราทำเองไม่ได้ด้วยซ้ำ ฉันรู้สึกว่าถ้านายอยู่ในเหตุการณ์ นายต้องเก่งกว่าหมอนั่นแน่ๆ"
ปากของเกาโป๋บ่นอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นัก แต่ก็ยังส่งมือถือมาให้
กู้จีเพียงแค่ยิ้ม ไม่ได้พูดอะไร พลางคิดในใจว่า (ยุทธวิธีบ้าบอนั่นฉันนี่แหละเป็นคนวางแผนเอง)
เขาเปิด VPN แล้วกดเข้าแอปนกฟ้า กวาดสายตามองแวบเดียวก็เจอแต่พวกแอคเสียว คอลเสียว อะไรต่อมิอะไรที่ทำเอาหน้าแดงหูร้อนไปหมดจนเขาตกใจแทบจะลุกพรวดขึ้นยืน
"กู้จี แอบดูอะไรอยู่เหรอ?"
ตอนนั้นเอง เด็กสาวร่างสูงโปร่งสดใสคนหนึ่งก็ถือถาดอาหารเดินเข้ามา เธอสวมเสื้อยืดเครื่องแบบฝึกซ้อมฤดูร้อนของตำรวจสีน้ำเงินเข้ม เผยให้เห็นท่อนแขนสีแทนที่ดูทะมัดทะแมง ผมสั้นประบ่าสีดำสนิท ปล่อยปอยผมด้านหนึ่งระคาง ส่วนอีกด้านทัดไว้หลังใบหู อวดเส้นลำคอสวยงามให้เห็นอย่างชัดเจน
จากเส้นแบ่งระหว่างต้นขาด้านหลังกับบั้นท้ายที่เห็นได้ชัดเจน ก็พอบอกได้ว่าเธอไม่ใช่แค่แจกันดอกไม้สวยๆ ที่ตั้งไว้ประดับ แต่เป็นคนที่ออกกำลังกายอยู่เป็นประจำ เวลาเดินจึงดูมีความเป็นนักกีฬาเต็มเปี่ยม
เฉินจืออวี๋ เพื่อนสนิทที่โตมาด้วยกันกับกู้จีตั้งแต่เด็ก
ทั้งสองคนรู้จักกันตั้งแต่ตอนที่พ่อของเขาเข้าไปทำงานในสถาบันวิจัยเทคโนโลยี 306 แห่งเมืองจิงโจว ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานในกลุ่มวิจัยเดียวกันกับพ่อของเฉินจืออวี๋มาตลอด แม้จะลาออกแล้วก็ยังย้ายไปเข้าบริษัทเดียวกันอีก ที่บังเอิญไปกว่านั้นคือ แม่ของทั้งคู่ต่างก็เป็นตำรวจสืบสวน ไปๆ มาๆ ทั้งสองจึงได้เล่นด้วยกันบ่อยๆ จนสุดท้ายเธอก็สอบเข้าสาขาตำรวจพิเศษของสถาบันตำรวจเมืองหนิงโจวตามกู้จีมาด้วย
"ฉันไม่ได้ทำอะไรซะหน่อย?"
กู้จีปัดหน้าจอแอปนกฟ้าไปที่หน้าค้นหาอย่างลืมตัว
"อย่าคิดนะว่าฉันไม่เห็นว่านายกำลังดูอะไรลามกๆ แถมยังกดไลก์ด้วย!"
เฉินจืออวี๋วางถาดอาหารลง แล้วพาเพื่อนสนิทมานั่งลงข้างๆ เขาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับทำหน้าตาแบบ 'ฉันจับตาดูนายอยู่นะ' "แม่บุญธรรมบอกฉันแล้ว ให้คอยคุมนายทบทวนบทเรียนให้ดี เพลาๆ เรื่องไร้สาระพวกนั้นลงบ้าง!"
แม่ของเฉินจืออวี๋เสียไปตั้งแต่เธอยังเด็ก เธอจึงนับถือแม่ของกู้จีเป็นแม่บุญธรรม
"พรืด ฮ่าๆๆ..."
เกาโป๋ที่นั่งฟังบทสนทนาของทั้งคู่อยู่ข้างๆ กลั้นขำไว้ไม่อยู่จนหลุดหัวเราะพรืดออกมาทันที
"ใส่ร้ายกันชัดๆ ไลก์นั่นฉันไม่ได้เป็นคนกดสักหน่อย"
กู้จีชินกับการเถียงกับเฉินจืออวี๋มานานแล้ว ถูกจับได้คาหนังคาเขาก็ไม่สะทกสะท้าน เขาค้นหาบัญชีของ 'เจียงซ่งหยวน' ต่อไป พลางถามกลับอย่างไม่ใส่ใจ "เอาแต่ว่าฉัน แล้วเธอทบทวนไปถึงไหนแล้วล่ะ?"
"ของฉันไม่มีปัญหาอยู่แล้ว"
พอพูดถึงเรื่องคะแนน เฉินจืออวี๋ก็เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยด้วยความภูมิใจ ก่อนจะหันมาถามต่อ "จริงสิ แม่บุญธรรมได้บอกนายไหมว่ามะรืนนี้เครื่องบินจะมาถึงกี่โมง?"
"บอกแล้ว ตอนห้าโมงเย็น ฉันจะไปรอรับพวกเขาล่วงหน้า"
วันถัดจากมะรืนคือวันรับปริญญา พ่อแม่ของกู้จีจึงตั้งใจลางานพร้อมกันเพื่อมาร่วมพิธีจบการศึกษาของเขา และแวะมาดูการซ้อมรบของสถาบันตำรวจพิเศษ
"ฉันไปกับนายด้วย พ่อฉันก็มาคราวนี้เหมือนกัน"
เฉินจืออวี๋กินข้าวไปหนึ่งคำ
"ได้ ถึงเวลาแล้วก่อนออกเดินทางฉันจะเรียก..."
"หืม?"
กู้จีพูดไปได้ครึ่งประโยคก็เงียบเสียงไปดื้อๆ ทำให้เฉินจืออวี๋หันขวับมามอง แล้วพบว่าเขากำลังจ้องภาพเซลฟี่สุดยั่วยวนของชายคนหนึ่งบนหน้าจอมือถือ ด้านล่างเป็นข้อความภาษาเกาหลีที่กู้จีใช้ระบบแปลภาษาในแอปแปลความหมายออกมา:
"สวัสดีครับทุกคน ผมคือผู้โดยสารลึกลับในเหตุโจมตีสนามบินไหลเต๋อเมื่อวานนี้ เจียงซ่งหยวนซึมนีดา~~"