มุราคามิ อิโอริเกรงใจมากจริงๆ คงเป็นเพราะผู้หญิงในแวดวงการทำงานของญี่ปุ่นยุค 90 ไม่สามารถแสดงความแข็งกร้าวได้จริงๆ เธอถึงกับตั้งใจจะไปส่งชิฮาระ รินโตะก่อนแล้วค่อยไปจัดการงานของตัวเอง ยังไงเธอก็ต้องไปที่ตึกหลักอยู่แล้ว จึงไม่น่าจะเสียเวลาอะไรมากนัก
พวกเขาลงลิฟต์มายังล็อบบี้ชั้นหนึ่งด้วยกัน มุราคามิ อิโอริยังคงพูดถึงเรื่องยิบย่อยบางอย่าง "เดี๋ยวฉันจะจัดหาผู้ช่วยงานจิปาถะให้คุณสักคน เอาไว้ช่วยวิ่งเต้นทำธุระอะไรพวกนี้ เพราะคุณเพิ่งมาใหม่ ยังไม่ค่อยคุ้นเคยกับที่นี่ นอกจากนี้ เดี๋ยวฉันจะทำตารางงานให้ คุณจะได้รู้ว่ามีการประชุมฝ่ายผลิตตอนไหน จะได้จัดสรรความคืบหน้าในการเขียนล่วงหน้า..."
โปรดิวเซอร์หญิงคนนี้ช่างละเอียดรอบคอบจริงๆ ชิฮาระ รินโตะไม่มีอะไรจะค้าน ได้แต่พยักหน้ารับคำ ทว่าตอนนั้นเองจู่ๆ ก็มีเสียงทักทายดังมาจากไม่ไกลนัก "บังเอิญจังเลย นี่โปรดิวเซอร์มุราคามิไม่ใช่หรือ?"
น้ำเสียงนั้นทุ้มมีเสน่ห์ คำเรียกขานก็สุภาพ ทว่ากลับแฝงแววเย้ยหยันจางๆ ชิฮาระ รินโตะหันไปมอง ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อยทันที
ชายวัยราวสามสิบปี สวมชุดสูทสามชิ้นตัดเย็บด้วยมืออย่างประณีตกำลังเดินแกมวิ่งเข้ามาหา ด้านหลังมี "แฟนเก่า" ของเขา คนโด เอริ เดินตามมาด้วย
แม้จะเดาไว้ก่อนแล้วว่าคงเลี่ยงการเผชิญหน้าไม่ได้ แต่พอมาเจอเข้าจริงๆ ก็อดรู้สึกปวดหัวไม่ได้ คนที่มีการวางแผนอย่างเขา สิ่งที่เกลียดที่สุดก็คือเรื่องไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้น ผีเท่านั้นที่รู้ว่า "แฟนเก่า" คนนี้จะก่อเรื่องวุ่นวายอะไรขึ้นมาอีก
เขาหวังให้โลกหมุนไปดั่งกลไกของนาฬิกา ที่ทั้งแม่นยำและควบคุมได้ น่าเสียดายที่ความเป็นจริงมักไม่ยอมให้ความร่วมมือ
มุราคามิ อิโอริเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะโค้งคำนับทักทายเล็กน้อยเป็นอันดับแรก "สวัสดีค่ะ รุ่นพี่อิชิอิ"
อิชิอิเดินเข้ามาใกล้ ดูไปแล้วก็มีท่าทางเป็นมิตรแบบรุ่นพี่ ทว่ามือกลับไม่เกรงใจ เขาตบไหล่มุราคามิ อิโอริอย่างแรงไปทีหนึ่ง คล้ายกับกำลังทดสอบสัมผัสของฟองน้ำหนุนไหล่ของเธอ พลางพูดกลั้วหัวเราะ "มิน่าล่ะก่อนหน้านี้ชวนเธอมาเป็นผู้ช่วยถึงไม่ยอมมา ที่แท้ก็มีแผนการในใจอยู่แล้วนี่เอง แต่ว่า..." เขาชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มแปรเปลี่ยนเป็นลึกล้ำ "ละครรอบดึกไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีเลยนะ ฉันคิดไม่ถึงจริงๆ ว่ามุราคามิซังที่ทั้งฉลาดและเก่งกาจจะทำพลาดแบบนี้"
มุราคามิ อิโอริฝืนยิ้มตอบ "ละครรอบดึกก็เป็นรายการที่ทางสถานีต้องการ ยังไงก็ต้องมีคนทำค่ะ"
"ที่แท้มุราคามิซังก็คิดแบบนี้นี่เอง ทิ้งตำแหน่งผู้ช่วยโปรดิวเซอร์ในช่วงเวลาไพรม์ไทม์ยอดฮิตไม่ยอมทำ กลับจะไปทำรายการที่ไม่มีใครดู... อืม ขอฉันคิดดูก่อนนะ ละครรอบดึกที่ฉายอยู่ตอนนี้ชื่ออะไรนะ? โปรดิวเซอร์คนก่อนเหมือนจะรีบตัดจบแล้วย้ายไปช่องดาวเทียมแล้วใช่ไหม? เมื่อก่อนเขาทำผิดจนโดนเด้งไปทำนี่ รายการของเขาชื่ออะไรนะ? โทษที ไม่เคยใส่ใจเลย นึกไม่ออกขึ้นมาดื้อๆ แต่เรตติ้งสูงสุดเหมือนจะแค่ 1.1% เองมั้ง?"
"เรื่อง "โรงพยาบาลสยองขวัญ" ของโปรดิวเซอร์ทาเคดะค่ะ พวกเราจะออกอากาศต่อจากพวกเขา..."
อิชิอิโบกมือปัดอย่างไม่ใส่ใจ พลางหัวเราะร่วน "ใครจะไปสนล่ะ ไม่ต้องพูดแล้ว" จากนั้นเขาก็ถามต่ออย่างนึกสนุกว่า "มุราคามิ เธอจะแบกรับภาระหน้าที่อันหนักอึ้งของโปรดิวเซอร์ไหวจริงๆ หรือ? ตำแหน่งนี้ไม่ได้ทำง่ายอย่างที่เธอคิดหรอกนะ ผู้ชายทั่วไปยังทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ!"
นี่ก็เป็นความจริงเช่นกัน ภาระงานจุกจิกในทุกมิติ ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลอันซับซ้อนยุ่งเหยิง ความกดดันทางจิตใจมหาศาลจากอนาคตที่ไม่อาจคาดเดา รวมถึงความคับแค้นใจของลูกน้องจากการทำงานล่วงเวลา เป็นงานที่ทำยากจริงๆ และทำให้คนอารมณ์เตลิดจนสติแตกได้ง่ายมาก อีกทั้งในแวดวงนี้ของญี่ปุ่นยุค 90 คนทำงาน 99% ก็เป็นผู้ชายจริงๆ ต่อให้เป็นรายการที่เจาะกลุ่มตลาดแม่บ้านโดยเฉพาะ ตำแหน่งโปรดิวเซอร์ก็ยังคงเป็นผู้ชาย ส่วนผู้หญิงก็ทำได้เพียงเป็นผู้ช่วยอยู่ข้างๆ เท่านั้น
แต่ความจริงก็ส่วนความจริง การที่อิชิอิมาพูดเรื่องพวกนี้ในเวลาเช่นนี้ เจตนายั่วยุนั้นชัดเจนจนเกินไป
มุราคามิ อิโอริสูดลมหายใจเข้าลึก ท่าทียังคงอ่อนน้อมยอมโอนอ่อน เธอก้มหน้าลงเล็กน้อย เอ่ยเสียงเบา "ฉันเตรียมใจไว้แล้วค่ะ ฉันจะพยายามทำให้ดีที่สุดค่ะ รุ่นพี่"
"งั้นก็พยายามเข้านะ!" อิชิอิตบไหล่เธอแรงๆ อีกครั้ง พร้อมกับยิ้มอย่างมีความหมายแอบแฝง "ถ้าเสียใจเมื่อไหร่ก็มาหาฉันได้ตลอด แต่เงื่อนไขจะไม่เหมือนคราวที่แล้วหรอกนะ เธอคงเข้าใจ"
จากนั้น เขาก็ไม่รอมุราคามิ อิโอริตอบกลับ และไม่แม้แต่จะชายตามองชิฮาระ รินโตะ ก่อนจะพาคนโด เอริเดินผยองจากไป ตั้งแต่ต้นจนจบ คนโด เอริไม่ได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมาแม้แต่ครึ่งคำ ได้แต่ยืนก้มหน้าก้มตาอยู่เบื้องหลังรุ่นพี่อิชิอิอะไรนั่น คาดว่าในใจก็คงประหม่าอยู่ไม่น้อย
อนาคตของเธอกำลังรุ่งโรจน์ อีกไม่ช้าก็จะได้แจ้งเกิดจนโด่งดังเป็นพลุแตก เธอจึงไม่กล้าแม้แต่จะสบตาชิฮาระ รินโตะ ด้วยเกรงว่าจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น อีกทั้งเธอยังสงสัยว่าชิฮาระ รินโตะคงไปอ่อยมุราคามิ อิโอริผู้หญิงโง่เง่าคนนี้เข้าเสียแล้ว... ไอ้คนไม่ได้เรื่องบวกกับยัยหัวทึบ ช่างเหมาะสมกันดีแท้
แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่แคร์หรอก อย่างน้อยก็ยังดีกว่ามาตามตอแยเธอ เธอแทบจะภาวนาให้ไม่ได้เจอหน้าชิฮาระ รินโตะอีกเลยชาตินี้ ไม่อย่างนั้นตอนที่เธอโด่งดังแล้วมีนักข่าวแห่มาสัมภาษณ์ อดีตแฟนหนุ่มคนนี้เกิดโผล่มาพูดจาพล่อยๆ ว่าเคยคบหาดูใจ แถมยังเคยหลับนอนกับเธอ แบบนั้นมันจะทำลายความนิยมของเธอขนาดไหนกัน!
แค่คิดก็ปวดขมับแล้ว แต่จะแก้ปัญหานี้อย่างไร เธอก็ยังคิดไม่ออก กลัดกลุ้มจนแทบจะนอนไม่หลับ ตอนนี้จึงทำได้เพียงแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นเขาไปก่อน
ตอนวัยรุ่นไม่ประสีประสา วิสัยทัศน์คับแคบเกินไป โดนกระเป๋าแบรนด์เนมแค่ไม่กี่ใบหลอกล่อเอาได้ ช่างน่าเสียใจนัก!
……
มุราคามิ อิโอริรอจนอิชิอิเดินลับสายตาไปแล้วถึงค่อยเงยหน้าขึ้น ส่วนชิฮาระ รินโตะเมื่อครู่นี้ความจริงเขาอยากจะพูดแทรก อย่างน้อยก็เพื่อออกตัวปกป้องเพื่อนร่วมงาน เขามีจิตสำนึกของความเป็นทีมเวิร์กค่อนข้างสูง ทว่าพออ้าปากก็ถูกมุราคามิ อิโอริแอบดึงชายเสื้อไว้ก่อน เขารู้ว่ามุราคามิ อิโอริคงกลัวว่าเขาจะเลือดร้อนไปมีเรื่องกับหมอนั่น จนก่อให้เกิดปัญหาที่ไม่จำเป็นตามมา เขาถึงได้แต่ยืนดูอยู่เงียบๆ แต่ในใจกลับรู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมาก อิชิอิคนนั้นก็แค่ยังไม่ได้ชี้หน้าด่ามุราคามิ อิโอริตรงๆ ว่าผู้หญิงเป็นโปรดิวเซอร์ไม่ได้ และด่าว่าเธอเป็นแค่คนไม่รู้จักเจียมกะลาหัว น่ารังเกียจชะมัด
เขาโพล่งถามออกไปตรงๆ "คนนี้ใครครับ?"
พูดก็พูดเถอะ ถ้าเป็นปี 2019 หมอนี่คงโดนร้องเรียนไปที่ฝ่ายบุคคลให้มาขอโทษต่อหน้าธารกำนัลไปตั้งนานแล้ว ดีไม่ดีถ้าเรื่องหลุดไปบนโลกออนไลน์ อาจจะโดนรุมด่าจนต้องลาออกไปเลยก็ได้
มิน่าล่ะ พอญี่ปุ่นเข้าสู่ช่วงต้นศตวรรษที่ 21 ถึงยังโดนตราหน้าว่าเป็นประเทศกึ่งศักดินากึ่งทุนนิยม ที่แท้ยุค 90 ก็ยิ่งบัดซบกว่านี้อีก!
มุราคามิ อิโอริเดินออกไปข้างนอกพร้อมกับเขา หลังจากสูดลมหายใจเข้าลึก เธอก็ปรับสภาพจิตใจได้อย่างรวดเร็ว ดูเหมือนจะชินชากับเรื่องแบบนี้มานานแล้ว เธอยิ้มบางๆ "เขาชื่ออิชิอิ จิโร่ พ่อของเขาคือผู้บริหารระดับสูงอิชิอิของทางสถานีค่ะ"
ที่แท้ก็ลูกท่านหลานเธอ มิน่าล่ะถึงได้กร่างขนาดนี้ ชิฮาระ รินโตะถามกลั้วรอยยิ้ม "เขาเคยชวนคุณด้วยหรือครับ?"
"ใช่ค่ะ เมื่อเดือนกว่าก่อน เขาให้ฉันลาออกจากรายการในตอนนั้นเพื่อไปเป็นผู้ช่วยเขา แต่ชื่อเสียงของเขา... ค่อนข้างจะฉาวโฉ่ แถมยังเข้าถึงยาก แล้วก็ยังยื่นข้อเสนอที่... เสียมารยาทมากๆ มาด้วย ฉันเลยปฏิเสธไป คาดว่าในใจเขาคงไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่ค่ะ"
น้ำเสียงของมุราคามิ อิโอริแฝงความจนใจอยู่บ้าง ความจริงเธอพยายามหลบหน้าอิชิอิ จิโร่มาโดยตลอด โชคดีที่หมอนั่นใช้ออกกองที่สตูดิโอถ่ายทำของจิทันดะ สตูดิโอที่นั่นทั้งใหม่และใหญ่กว่าที่สำนักงานหลักแห่งนี้ มีทั้งแม่น้ำ ทะเลสาบขนาดย่อม ป่าจำลอง กลุ่มอาคารจำลองสถาปัตยกรรมยุคเอโดะ แถมยังมีการสร้างปราสาทเทนชุคาคุไว้บนภูเขาใกล้ๆ ด้วย ทว่าก็เป็นเพียงฉากบังหน้า มองดูได้แค่จากด้านหน้าเท่านั้น
สตูดิโอแห่งนั้นน่าจะเทียบได้กับเมืองจำลองถ่ายทำภาพยนตร์ของจีน ใช้ถ่ายทำละครไทกะ (ละครย้อนยุค) หรือละครซามูไรพเนจรได้สะดวกมาก
แต่โชคร้าย ท้ายที่สุดก็อยู่แผนกเดียวกัน จะหลบหน้าอย่างไร วันนี้ก็ยังดันมาเจอกันจนได้ คาดว่าน่าจะกลับมาที่ฝ่ายผลิตเพราะมีธุระอะไรสักอย่าง
ชิฮาระ รินโตะพยักหน้าเงียบๆ รู้สึกว่าร้อยแปดสิบเปอร์เซ็นต์ไอ้หมออิชิอินั่นคงมีความคิดมิดีมิร้ายกับมุราคามิ อิโอริหญิงเก่งไหล่กว้างคนนี้ พอโดนปฏิเสธก็เลยเสียหน้าและถูกหยามศักดิ์ศรีลูกผู้ชายจนรู้สึกหงุดหงิด แน่นอนว่าอาจเป็นไปได้เช่นกันว่ามุราคามิ อิโอริเป็นคนเก่งกาจและเฉียบขาดจริงๆ หมอนั่นเองก็ต้องการผู้ช่วยดีๆ สักคน พอไม่ได้ดั่งใจก็เลยพาลเกลียดชังไปเสีย
เขาไม่ได้ซักไซ้ให้มากความ เพื่อไม่ให้เพื่อนร่วมงานต้องกระอักกระอ่วนใจ จึงเปลี่ยนเรื่องถามว่า "เรตติ้งรายการของเขาเป็นอย่างไรบ้างครับ?"
"ยังไม่ได้ออกอากาศเลยค่ะ กำหนดฉายตอนแรกก็เดือนมกราคมปีหน้าเหมือนกัน เพียงแต่เขาต้องการเชิญนักแสดงยอดนิยมหลายคน คิวงานจึงประสานได้ค่อนข้างยาก กองถ่ายก็เลยเปิดกล้องเร็วกว่าปกติค่ะ"
"แล้วผลงานก่อนหน้านี้ล่ะครับ?"
"ระดับผ่านเกณฑ์ขึ้นไปค่ะ ความสามารถของเขาค่อนข้าง..." มุราคามิ อิโอริเป็นคนมีมารยาทดีมาก เห็นได้ชัดว่าเกลียดชังหมอนั่นเข้าไส้ แต่ก็ยังไม่อยากเอ่ยปากว่าร้ายใครพล่อยๆ จึงพูดกำกวมข้ามไป "แต่คนเขียนบทของเขาเป็นนักเขียนบทมือเก๋า ผู้กำกับก็ระดับแนวหน้าค่ะ"
ชิฮาระ รินโตะพยักหน้าอย่างกระจ่างแจ้ง ก็แปลว่าอาศัยคอนเน็กชันของรุ่นพ่อ เป็นพวกที่วิ่งแข่งร้อยเมตรแต่ได้ออกสตาร์ทล่วงหน้าไปก่อนห้าสิบเมตรสินะ? แต่การทำงานต้องเริ่มต้นจากการวางตัวเป็นคนดีเสียก่อน ดูจากสันดานการวางตัวของหมอนั่นแล้ว เขารู้สึกว่าต่อให้ออกสตาร์ทก่อนห้าสิบเมตรก็คงไม่มีประโยชน์อะไร
เขาไม่ได้เก็บคนพรรค์นี้มาใส่ใจ ต่อให้ไม่มีแต้มต่อจากการทะลุมิติเขาก็ดูถูกคนประเภทนี้อยู่ดี คนแบบนี้มีไม่กี่คนหรอกที่จะใช้ไพ่ดีๆ ในมือให้เป็นประโยชน์ได้ เขาหัวเราะร่วน "งั้นเดี๋ยวพวกเราเอาชนะให้เขาดู ให้บทเรียนที่ลึกซึ้งกับเขา ให้เขาได้ประจักษ์ถึงความสามารถในการเป็นโปรดิวเซอร์ของมุราคามิซัง วันหลังเวลาพูดจาจะได้รู้จักเกรงใจกันบ้าง"
มุราคามิ อิโอริอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาจริงๆ เผยให้เห็นเสน่ห์อันอ่อนหวานเฉพาะตัวของผู้หญิงในชั่วพริบตา เธอคิดเพียงว่าชิฮาระ รินโตะกำลังพูดล้อเล่นเพื่อหวังจะปลอบใจเธอ... ละครเรื่องนั้นทั้งรอบพรีเมียร์และรอบรีรันล้วนอยู่ในช่วงเวลาทอง เป็นประเภทที่เรตติ้งเริ่มต้นก็ปาเข้าไป 15% แล้ว จะเอาชนะได้อย่างไร?
เรตติ้งรอบพรีเมียร์ของฝั่งตัวเอง แค่เทียบชั้นได้กับหลักหน่วยของเรตติ้งรอบรีรันของอีกฝ่ายก็ต้องขอบคุณฟ้าดินแล้ว หากจะนำไปเปรียบเทียบ ก็คงเทียบได้แค่กับละครรอบดึกเรื่องก่อนๆ เท่านั้น... ดูจากงบประมาณและบุคลากรของกองถ่ายในปัจจุบัน แค่ทำเรตติ้งแซงหน้าสถิติสูงสุดของละครรอบดึกเรื่องก่อนๆ ได้ เธอก็พึงพอใจแล้ว อย่างอื่นไม่กล้าคิดฝันไปไกล เพราะยิ่งคาดหวังมาก ก็ยิ่งผิดหวังมาก
เธอรู้สึกว่าชิฮาระ รินโตะเป็นคนดีมากจริงๆ ไม่เหมือนผู้ชายทั่วไป ในใจรู้สึกซาบซึ้งในความหวังดีของเขา แต่ภายนอกไม่แสดงออก เธอพูดกลั้วรอยยิ้ม "ไม่ต้องไปสนใจพวกเขาหรอกค่ะ พวกเขาทำอะไรพวกเราไม่ได้หรอก พวกเราแค่ทำงานของตัวเองให้ดีก็พอแล้วค่ะ"
ชิฮาระ รินโตะยิ้มพยักหน้า "มุราคามิซังพูดถูกครับ"
จากนั้นเขาก็โยนเรื่องนี้ทิ้งไว้เบื้องหลัง ดูจากท่าทีของ "แฟนเก่า" เมื่อครู่นี้ คาดว่าหล่อนคงกลัวการถูกรื้อฟื้นเรื่องราวในอดีตยิ่งกว่าเขาเสียอีก ถ้าอย่างนั้นก็มีโอกาสสูงที่จะต่างคนต่างอยู่ ดูเหมือนจะไม่น่าเป็นห่วงอะไร งั้นก็ตั้งใจทำงานของตัวเองไป... ความเก่งกาจของตัวเองต่างหากคือสัจธรรมที่แท้จริง ในสถานีโทรทัศน์ ไม่มีอะไรจะพิสูจน์คุณค่าได้ดีไปกว่าเรตติ้งอีกแล้ว
หากเป็นปี 2019 อย่าว่าแต่ในมือคุณกุมรายการที่เรตติ้ง 30%+ เอาไว้เลย ต่อให้กุมไว้แค่ 3% ผู้อำนวยการสถานีก็ต้องเทิดทูนคุณไว้บนหิ้ง คอยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ระดับผู้บริหารยังแทบจะเข้าไม่ถึงตัวด้วยซ้ำ
เขาเดินมาถึงหน้าตึก เอ่ยห้ามไม่ให้มุราคามิ อิโอริเดินไปส่งต่อ แล้วจึงเดินจากไปเอง ทว่าในใจกลับอดทอดถอนใจไม่ได้ มิน่าล่ะมุราคามิ อิโอริถึงได้วางตัวต่ำต้อยมาโดยตลอด คาดว่าคนจำนวนไม่น้อยคงมีทัศนคติแบบเดียวกับอิชิอิ ต่อให้จะไม่กล้าแสดงออกอย่างโจ่งแจ้งเหมือนพวกทายาทผู้มีอำนาจ แต่ปฏิกิริยาในใจก็น่าจะไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก... เกิดเป็นผู้หญิงน่ะ เป็นแค่ผู้ช่วยก็พอแล้ว หากคิดจะตะเกียกตะกายขึ้นไปสูงกว่านี้ก็ถือว่าไม่รู้จักเจียมตัวแล้ว
ดีไม่ดีตอนนี้อาจจะมีคนมากมายกำลังรอหัวเราะเยาะเธออยู่ก็เป็นได้!
มุราคามิ อิโอริคนนี้ช่างโชคร้าย ดันเกิดผิดประเทศเสียจริงๆ หากจับเธอไปอยู่ในประเทศจีนยุค 90 คาดว่าเธอคงดีใจจนร้องไห้ออกมาตรงนั้นเลยเชียวล่ะ จากนั้นก็จะพลิกโฉมกลายเป็นแม่เสือสาวเหล็กไหล อาละวาดฟาดงวงฟาดงาใส่ทุกคนในที่ทำงาน จนคนเห็นคนขยาด หมาเห็นหมาเมิน แม้แต่ตู้กดน้ำเห็นเธอก็ยังต้องสั่นงันงก!
เดิมทีเธอไม่จำเป็นต้องใช้ชีวิตอย่างระแวดระวังถึงเพียงนี้ ช่างน่าเสียดายจริงๆ