วันรุ่งขึ้น วันนี้คือวันศุกร์ และยังเป็นวันซื้อขายวันสุดท้ายของสัปดาห์นี้ด้วยหุ้นหลานสือจ้งจวงเปิดตลาดด้วยราคาที่พุ่งสูงขึ้นกว่า 3 จุด หลังจากเปิดตลาดในเวลา 9:30 น. ราคาก็ทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำท่าเหมือนจะพุ่งทะลุเพดานที่สอง ทำให้มีนักลงทุนรายย่อยจำนวนไม่น้อยรีบแห่ตามเข้ามาอย่างอดใจไม่ไหวเมื่อถึงเวลาประมาณ 9:37 น. ราคาหุ้นก็พุ่งขึ้นไปถึง +8.26% ราคามาอยู่ที่ 25.70 หยวน ลู่หมิงกดปุ่มนิวเคลียร์เทขายในคลิกเดียวทันทีที่เวลานี้ โดยมีราคาเฉลี่ยที่ซื้อขายสำเร็จอยู่ที่ 25.56 หยวน ปุ่มนิวเคลียร์ด้วยเงินทุนสิบล้านของเขานี้ทุบราคาให้ร่วงลงไปหนึ่งจุดในพริบตา แต่ก็ถูกเม็ดเงินที่ไหลเข้ามาในตลาดดึงกลับขึ้นไปอีกครั้งลู่หมิงเหลือบมองพอร์ตการลงทุนของตัวเอง เมื่อเห็นว่าหุ้นทั้งหมดถูกซื้อขายเสร็จสิ้นแล้ว จึงส่งข้อความลงในกลุ่ม:[เผ่นแล้ว]จากนั้นก็โยนภาพหน้าจอลงไปหุ้นที่ถือครอง: หลานสือจ้งจวง (603169)จำนวนหุ้นที่ถือ: 0 (ล้างพอร์ต)ราคาซื้อขายเฉลี่ย: 25.56 หยวนราคาตลาดปัจจุบัน: 24.7 หยวนมูลค่าตลาดของพอร์ต: 0 (ล้างพอร์ต)กำไร/ขาดทุนประจำวัน: +84.38 หมื่นหยวน (+7.62%)กำไร/ขาดทุนลอยตัว: +2.4361 ล้านหยวน (+25.72%)สินทรัพย์รวม: 11.9084 ล้านหยวนเมื่อทุกคนเห็นดังนั้น ก็กดปุ่มนิวเคลียร์พากันชิงหนีทันที คราวนี้เงินทุนของทุกคนรวมกันมีมากกว่าของลู่หมิงถึงสองเท่า ผลจากการพร้อมใจกันกดปุ่มนิวเคลียร์เทขายในคลิกเดียวคือการทุบราคาหุ้นให้ร่วงลงไปกว่า 2 จุดในเวลาเพียงไม่กี่นาทีไม่เพียงแค่ลู่หมิงและพรรคพวกของเขาที่เผ่นหนีเท่านั้น แต่ยังมีเม็ดเงินของพวกหัวหมอบางส่วนที่เห็นลู่หมิงโยนออเดอร์ใหญ่เกือบห้าพันลอตทิ้งเพื่อทุบตลาดหนีตาย ไม่สนแล้วว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร ก็รีบวิ่งตามไปทันทีดังนั้น ราคาหุ้นของหลานสือจ้งจวงจึงแสดงฉากดิ่งพสุธาลงมาในเวลาต่อมาคนที่ตามเข้าไปในช่วงเปิดตลาดเช้าถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก โมโหจนสบถด่า ไหนตกลงกันว่าจะพุ่งทะลุเพดานที่สองไง?แค่นี้เนี่ยนะ?มีคนทุกข์ก็ย่อมมีคนสุข กลุ่มเงากำลังพูดคุยกันอย่างออกรสออกชาติ"ตื่นเต้นชะมัด สะใจโว้ย!""ได้สัมผัสความรู้สึกของการเป็นนักลงทุนรายใหญ่และเงินทุนหลักแล้ว มันได้ฟีลนั้นเลย""อี้เกอยังคงฆ่าไม่ยั้ง เป็นเทพต่อไป!""พอคิดว่าการได้ตามอี้เกอมันน้อยลงไปอีกวันแล้ว ก็อยากจะตามทุกวันเลยอ่า~""รู้จักพอเถอะ พวกคนข้างนอกป่านนี้ยังทำได้แค่มองพวกเรากอบโกยเงินเงียบๆ อยู่เลย""คนแบบอี้เกอ พูดตามตรงว่าวิสัยทัศน์ไร้ที่ติ ไม่เก็บค่าสมาชิกสักแดงเดียว แต่พากำไรบวกเพิ่มเป็นเท่าตัวอย่างบ้าคลั่ง""เฮอะ... ถ้าฉันมีฝีมือระดับนี้ จะไปเก็บค่าสมาชิกบ้าบออะไรล่ะ ค่าสมาชิก 200 คน ต่อให้เก็บคนละหมื่นก็เพิ่งจะได้แค่ 2 ล้าน ตอนนี้เขาแค่คลิกทีเดียวก็ได้กำไรลอยตัววันละเป็นล้านแล้ว อีกอย่างจะมีสักกี่คนที่ยอมจ่ายค่าสมาชิกตั้งหมื่นนึง?""ถนอมโอกาสนี้ไว้ให้ดีเถอะสหายเอ๋ย คนแบบอี้เกอไม่ได้อยู่โลกเดียวกับพวกเราแล้ว มันก็แค่ความบังเอิญที่ได้เจอกันเท่านั้นแหละ ไม่แน่ว่าต่อไปอาจจะถูกสถาบันระดับชาติรวบตัวไปทำหน้าที่บริหารมูลค่าตลาด หรือไม่ก็ถูกพวกเศรษฐีรายใหญ่เชิญไปทำกองทุนส่วนบุคคลอะไรทำนองนั้น""ก็จริง คนแบบนี้มันเจ๋งโคตรๆ ไม่ได้อยู่ชนชั้นเดียวกัน ไม่ฝืนหรอก"……ในขณะเดียวกัน ระหว่างที่คนในกลุ่มเงากำลังพูดคุยกันนั้นหลังจากที่ลู่หมิงถอนตัวออกมา เขาก็ไม่ได้สนใจแนวโน้มที่ตามมาของหุ้นปีศาจเฒ่าหลานสืออีกเลย การขึ้นลงหลังจากนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับเขาแม้แต่สลึงเดียวสุดท้ายเขาก็กลับมาที่หุ้นกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ และกลับเข้าไปลุยในหุ้นเป้าหมายอย่างถงฮวาซุ่นอีกครั้ง โดยแบ่งเงินทุนออกเป็นสามก้อนเพื่อเข้าซื้อ หลังจากคำสั่งซื้อทั้งหมดสำเร็จก็เป็นเวลาเลย 10 โมงมาหลายนาทีแล้ว ลู่หมิงจึงโผล่มาส่งข้อความในกลุ่ม:[อัดเต็มพอร์ตตัวนี้ ราคาซื้อขายเฉลี่ย 52.00 หยวน โอบกอดหุ้นโบรกเกอร์กันต่อไป ถงฮวาซุ่นปรับฐานมาหนึ่งสัปดาห์แล้ว แถมยังร่วงลงมาจากจุดสูงสุดประมาณ 30 จุด คล้ายกับหุ้นปีศาจเฒ่าหลานสือหน่อยๆ ไหมล่ะ?][แต่ถงฮวาซุ่นเป็นบริษัทที่ดีและเป็นหุ้นที่ดี มีธีมคอนเซปต์การเงินอินเทอร์เน็ต คล้ายโบรกเกอร์ ตรรกะหลักแข็งแกร่งกว่ามาก และไม่ใช่หุ้นออกใหม่ เม็ดเงินข้างในก็แข็งแกร่งกว่ามาก แนวโน้มที่ออกมาจะต้องแข็งแกร่งกว่าหุ้นปีศาจเฒ่าหลานสืออย่างแน่นอน เมื่อวานมันก็เริ่มทรงตัวจนดักซุ่มรอได้แล้ว หุ้นปีศาจเฒ่าหลานสือยังชนเพดานได้หนึ่งรอบ ถงฮวาซุ่นจะไม่ชนเพดานติดๆ กันมันจะเป็นไปได้ยังไง?]เมื่อพรรคพวกในกลุ่มเห็นดังนั้น ก็อัดเต็มพอร์ตจุดไฟยิงจรวดขึ้นฟ้าทันที ตั้งราคาซื้อที่ชนเพดานทุ่มหมดหน้าตักลุยลุยลุยทุกคนต่างฆ่ากันอย่างบ้าคลั่งลู่หมิงทำตัวเป็นเทพอีกครั้ง ถงฮวาซุ่นปิดที่ราคาซิลลิ่งอย่างเป็นทางการในเวลา 10:36 น. และเขาก็โยนภาพหน้าจอพอร์ตการลงทุนและกำไรประจำวันของวันนี้ออกมาอีกครั้งหุ้นที่ถือครอง: ถงฮวาซุ่น (300033)จำนวนหุ้นที่ถือ: 229,000 หุ้นราคาซื้อขายเฉลี่ย: 52.00 หยวนราคาตลาดปัจจุบัน: 56.65 หยวนมูลค่าตลาดของพอร์ต: 12.9728 ล้านหยวนกำไร/ขาดทุนประจำวัน: +1.9082 ล้านหยวน (+17.24%)กำไร/ขาดทุนลอยตัว: +1.0644 ล้านหยวน (+8.93%)การปรับพอร์ตเปลี่ยนหุ้นระหว่างวันในรอบนี้ ทำให้กำไรลอยตัวระหว่างวันของลู่หมิงทำสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้ง โดยมีกำไรลอยตัวระหว่างวันเกือบ 2 ล้านหยวนสิบนาทีหลังจากปิดซิลลิ่ง ถงฮวาซุ่นก็แหกโค้งหลุดเพดานกะทันหัน และดิ่งลงมาตลอดทางจนถึงช่วงบ่าย เคยดิ่งลงมาจากเพดานถึง 5 จุด ลู่หมิงส่งข้อความลงในกลุ่มในช่วงบ่าย:[หลุดเพดานแล้ว แต่ไม่เป็นไร เมื่อเช้าพูดไปแล้วว่านี่ไม่ใช่หุ้นปีศาจเฒ่าหลานสือ แต่มันแข็งแกร่งกว่าปีศาจเฒ่า เม็ดเงินหลักข้างในนั้นแข็งแกร่ง เมื่อเช้าชนเพดานไปแล้ว งั้นช่วงบ่ายต่อให้หลุดยังไงก็ต้องกลับไปปิดเพดานได้อีก]ลู่หมิงแสดงความคิดเห็นของตัวเองในระหว่างการซื้อขาย แต่กราฟการเคลื่อนไหวรายนาทีของถงฮวาซุ่นกลับวิ่งออกข้างตามเส้นราคาเฉลี่ยที่ 5 จุด ขึ้นไม่สุดลงไม่มิด ลู่หมิงจึงส่งข้อความที่สองในช่วงบ่าย:[แนวโน้มวิ่งออกข้างแบบนี้ เป็นรูปแบบฉบับของสถาบันที่กำลังคุมเกม คาดว่าช่วงบ่ายจะกลับไปปิดเพดานได้]หลังจากที่ลู่หมิงโยนมุมมองนี้ออกมา ประมาณสิบนาทีต่อมาก็ถึงเวลา 14:30 น. ช่วงบ่ายสองครึ่งอันน่าอัศจรรย์ไม่เพียงแต่จะไม่ดิ่งลงเท่านั้น แต่เม็ดเงินหลักกลับจุดไฟลากราคาขึ้นไปโดยตรง ทำให้กลับไปปิดเพดานได้อย่างรวดเร็ว แถมยังปิดตายสนิท ในท้ายที่สุดก็จบวันซื้อขายสุดท้ายของสัปดาห์นี้ด้วยการปิดซิลลิ่งชนเพดานหลังปิดตลาด เมื่อกลุ่มปลดล็อกการห้ามแชท ทุกคนก็คุยกันอย่างเมามันส์ ทว่าลู่หมิงไม่ได้โผล่มาในกลุ่มอีกเขาเปิดบัญชีหลักทรัพย์เพื่อดูมูลค่าตลาดของพอร์ต มีเงินทุนรวมเกือบ 13 ล้านหยวน ในจำนวนนั้นเป็นเงินกู้มาร์จิ้น 7 ล้านหยวน สินทรัพย์สุทธิไม่ถึง 6 ล้านหยวน"ใกล้จะสิ้นปีแล้ว ต้องรีบทำกำไรให้ได้โดยเร็วที่สุด ต้องพยายามทำให้ได้เกิน 50 ล้านก่อนสิ้นปี..." ลู่หมิงพึมพำกับตัวเอง ปีนี้กลับไปฉลองปีใหม่ต้องจัดการเรื่องของพ่อแม่ให้เรียบร้อย แน่นอนว่าต้องมีค่าใช้จ่ายไม่น้อย ถ้าไม่ทำกำไรให้สูงขึ้น พอหลังปีใหม่กลับมาก็ไม่มีเงินต้นเหลือเท่าไหร่ การเอาเงินหลักแสนหลักล้านมาปั้นมันช่างเสียของในตลาดขาขึ้นครั้งใหญ่แบบนี้จริงๆ……วันหยุดสุดสัปดาห์ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ทั้งสองวันนี้ ลู่หมิงไม่ได้อยู่ว่างๆ เขาค่อยๆ ร่างแผนการสำหรับบริษัทการลงทุนของตัวเองเพื่อออกแบบโครงสร้างระดับบนเบื้องต้น โดยตั้งชื่อว่า "เทียนเซิ่งแคปปิตอล" ธุรกิจในเครือจะทำทั้ง VC ซึ่งก็คือธุรกิจเงินร่วมลงทุน และทำกองทุน PE ซึ่งก็คือการลงทุนในหุ้นนอกตลาดนอกจากการทำ PE และ VC ในตลาดแรกแล้ว ยังทำกองทุนส่วนบุคคลและกองทุนรวมในตลาดรองอีกด้วยกองทุน PE และกองทุนส่วนบุคคลแบบดั้งเดิมในประเทศจีนมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง กองทุน PE ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในรูปแบบส่วนบุคคลเพื่อซื้อหุ้นของบริษัทที่ยังไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยช่วยเหลือบริษัทที่ลงทุนให้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สำเร็จ จากนั้นจึงขายหุ้นทำกำไรและถอนตัวออกไป ในขณะที่กองทุนส่วนบุคคลแบบดั้งเดิมคือการระดมทุนจากนักลงทุนในรูปแบบส่วนบุคคลมาบริหารจัดการและลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในตลาดรอง พูดง่ายๆ ก็คือการช่วยคนอื่นเล่นหุ้นเพื่อเก็บค่าธรรมเนียมการจัดการ ซึ่งกินกำไรได้ตลอดรอดฝั่งสิ่งที่คู่กับกองทุนส่วนบุคคลก็คือกองทุนรวมแบบเปิด ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งธุรกิจสำคัญเช่นกันลู่หมิงออกแบบโมเดล "โครงสร้างบริษัทสองชั้น" โดยก่อตั้งบริษัทย่อยที่ถือหุ้นทั้งหมดสองแห่งคือ "เทียนเซิ่งเวนเจอร์แคปปิตอล" และ "กองทุนเทียนเซิ่ง" โดยเทียนเซิ่งเวนเจอร์แคปปิตอลจะรับผิดชอบธุรกิจหลักสองอย่างคือธุรกิจเงินร่วมลงทุน VC และการลงทุนในหุ้นนอกตลาด PE ส่วนกองทุนเทียนเซิ่งจะรับผิดชอบธุรกิจหลักสองอย่างคือกองทุนส่วนบุคคลและกองทุนรวมบริษัทย่อยทั้งสองแห่งล้วนถูกถือหุ้นทั้งหมดโดยบริษัทแม่เทียนเซิ่งแคปปิตอลขณะที่ลู่หมิงกำลังนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นเพื่อวางแผนสำหรับเทียนเซิ่งแคปปิตอล จู่ๆ เขาก็ได้ยินเสียงกริ่งประตูดังขึ้น ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจไปชั่วขณะ เมื่อลองนึกดู เขาก็ดูเหมือนจะไม่มีเพื่อนที่เมืองหนิงโจวเลยนี่นาเขาจึงวางมือจากงานตรงหน้าแล้วเดินไปเปิดประตู"พี่ลู่หมิง~"เมื่อมองดูเด็กสาวหน้าตาดีที่ยืนอยู่หน้าประตูพร้อมกับรอยยิ้มหวานแหววที่สบตาเขา แถมน้ำเสียงก็ยังหวานหยดย้อย ลู่หมิงก็ชะงักไปครู่หนึ่ง "เธอมาได้ยังไง?"เด็กสาวคนนั้นก็คืออันอี้โหรว ตอนนี้เธอยืนอยู่หน้าประตู เอามือไพล่หลัง เอียงไหล่เล็กน้อยเผยให้เห็นไหปลาร้าชัดเจน โน้มตัวมาข้างหน้าเบาๆ สวมผ้าพันคอเส้นยาวที่ผูกปมไว้อย่างลวกๆ ปล่อยให้มันทิ้งตัวลงมาตามธรรมชาติและแกว่งไกวไปมาเบาๆ"จะไม่เชิญฉันเข้าไปหน่อยเหรอคะ?"อันอี้โหรวเอียงคอเล็กน้อย กะพริบตาปริบๆ โชว์ใบหน้าหวานๆ สุดคิวท์ด้วยความตั้งใจที่จะใช้ความน่ารักเนียนผ่านด่านเข้าไป……