"เข้ามาสิ" ลู่หมิงพูดอย่างจนใจหลังจากได้รับอนุญาตจากเขา หญิงสาวก็เดินเข้ามาในห้องอย่างดีใจ ลู่หมิงเดินออกไปนอกประตูแล้วมองซ้ายมองขวา จากนั้นก็มองลงไปตามระเบียง ก่อนจะกลับเข้ามาในห้องแล้ววิ่งไปที่หน้าต่าง เปิดหน้าต่างมองลงไปข้างล่าง"พี่ลู่หมิง ทำอะไรอยู่เหรอคะ" อันอี้โหรวเห็นท่าทางแปลกๆ ของเขาจึงถามด้วยความสงสัย"ตามพล็อตเรื่องมันควรจะมีบอดี้การ์ดชุดดำใส่สูทสวมแว่นดำสักสองสามคนคอยคุ้มกันคุณหนูอย่างคุณอยู่แถวนี้แบบลับๆ ไม่ใช่เหรอ" ลู่หมิงยังคงมองออกไปนอกหน้าต่างอีกหลายครั้ง"พรืด~~" อันอี้โหรวหัวเราะเสียงใส "พี่ลู่หมิงคะ มันไม่ได้เว่อร์วังอย่างที่พี่คิดหรอกนะ ฉันไม่ใช่บุคคลสำคัญอะไรสักหน่อย ทำตัวติดดินจะตาย"ลู่หมิงคิดไม่ออกจริงๆ ว่าทำไมถึงถูกเธอหมายตาได้ ถึงเขาจะหน้าตาดีอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้หล่อระดับอู๋หยางจู่ ถึงตัวเองจะดูเหมือนเป็นหุ้นที่มีศักยภาพ แต่เธอก็ไม่ใช่คนที่ขัดสนเงินทองสักหน่อยเขาไม่อยากเจอคนในครอบครัวของยัยหนูนี่ที่วันดีคืนดีก็โยนเงินให้เขาสักสองสามล้านแล้วพูดว่า "นี่เงินห้าล้าน เลิกยุ่งกับลูกสาวฉันซะ" พล็อตเรื่องน้ำเน่าแบบนี้เขาไม่อยากให้มันเกิดขึ้นกับตัวเองหรอกนะแบบนั้นมันบัดซบเกินไปแล้ว!ลู่หมิงดึงสายตากลับมาและผละออกจากหน้าต่าง เขามองหญิงสาวแล้วพูดเสียงเรียบว่า "จะเป็นบุคคลสำคัญหรือเปล่าผมไม่รู้ แต่ต้องเป็นตัวสร้างปัญหาแน่ๆ"ทว่ายัยหนูนี่กลับไม่มีมาดคุณหนูบ้านรวยเลยสักนิด ห้องที่ลู่หมิงพักอยู่ในตอนนี้เรียกได้ว่าธรรมดามากๆ แถมยังสกปรกและรกนิดหน่อยด้วย แต่เธอกลับไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจอะไรเลย จุดนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่หาได้ยากจริงๆเมื่อได้ยินดังนั้น อันอี้โหรวก็แกล้งทำเป็นไม่พอใจแล้วเบะปากพูดค้อนๆ ว่า "นี่~ มีใครเขาพูดแบบนี้กับคนสวยที่อุตส่าห์ดั้นด้นมาหาถึงที่กันบ้าง ระวังจะโสดไปตลอดชีวิตนะ"ลู่หมิงตอบกลับอย่างใจเย็นว่า "ผู้หญิงมีแต่จะส่งผลต่อเซนส์ในการดูหน้ากระดานและความเร็วในการตั้งออเดอร์ของผม"อันอี้โหรว "..."หญิงสาวมองค้อนเขาอย่างพูดไม่ออก เธอกวาดสายตามองสภาพแวดล้อมภายในห้องแล้วพูดด้วยความประหลาดใจว่า "ไม่ค่อยเหมือนที่ฉันคิดไว้เท่าไหร่เลย..."ลู่หมิงเดินไปกดน้ำเปล่าจากตู้กดน้ำแก้วหนึ่งส่งให้หญิงสาวพร้อมกับพูดว่า "บ้านของคนธรรมดาทั่วไปไม่เป็นแบบนี้แล้วจะเป็นแบบไหนล่ะ จะเอาไปเทียบกับ 'เฮาส์ (house)' หลังใหญ่ที่คุณหนูอย่างคุณอยู่ได้ยังไง"อันอี้โหรวรับน้ำที่เขาส่งให้ จิบเบาๆ หนึ่งคำแล้วประคองแก้วน้ำไว้พร้อมกับมองลู่หมิงด้วยรอยยิ้ม "โกหก พี่ลู่หมิงไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอนค่ะ คนธรรมดาไม่มีทางมีความรู้ด้านการเงินเยอะขนาดนี้หรอก เผลอๆ จะเก่งกว่าอาจารย์ที่ปรึกษาของฉันซะอีก คนธรรมดาทำรายได้วันละเป็นล้านไม่ได้หรอกนะคะ"ลู่หมิงไม่ตอบรับหรือปฏิเสธตอนนั้นเอง อันอี้โหรวก็สังเกตเห็นเอกสารกระดาษวางอยู่บนโต๊ะกระจกหน้าโซฟาข้างๆ เธอจึงถามด้วยความสงสัยว่า "นี่อะไรคะ ฉันขอดูได้ไหม"ลู่หมิงตอบอย่างไม่ใส่ใจ "ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่แผนงานที่เพิ่งทำเสร็จ อยากดูก็ดูสิ ไม่ใช่เอกสารลับอะไร"อันอี้โหรววางแก้วน้ำในมือลงไว้ข้างๆ แล้วหยิบเอกสารขึ้นมาเปิดดูคร่าวๆ ก่อนจะอ่านออกเสียงเบาๆ "เทียนเซิ่งแคปปิตอล... ยึดมั่นในการขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม มองไกลระดับโลกผ่านการวิจัยพื้นฐานที่เชี่ยวชาญและเจาะจง ค้นพบมูลค่าและสร้างมูลค่าอย่างต่อเนื่อง ร่วมมือกับผู้ประกอบการและนักลงทุนเพื่อผลักดันการยกระดับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม และการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนและแข็งแรง..."ผ่านไปครู่หนึ่ง หลังจากอันอี้โหรววางเอกสารลง นัยน์ตาของเธอก็ทอประกายประหลาดใจขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะหันไปมองลู่หมิงแล้วถามว่า "พี่ลู่หมิง พี่จะตั้งบริษัทลงทุนของตัวเองเหรอคะ"ลู่หมิงพยักหน้าอันอี้โหรวรีบส่งสายตาคาดหวังแล้วพูดทันทีว่า "งั้นถ้าพี่จดทะเบียนและเปิดทำการเทียนเซิ่งแคปปิตอลแล้ว ฉันขอไปฝึกงานที่บริษัทพี่ได้ไหมคะ"ลู่หมิงตอบโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย "ไม่ได้""ทำไมถึงไม่ได้ล่ะคะ สาขาที่ฉันเรียนมาก็ตรงสายพอดี เชื่อมต่อกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ แถมฉันยังเรียนการจัดการธุรกิจอยู่ด้วยนะ" อันอี้โหรวพูดอย่างไม่พอใจ พูดจบก็ปล่อยให้เวลาผ่านไปครู่หนึ่งแล้วยิ้มพูดเสริมว่า "ฉันไม่เอาเงินเดือนด้วย แรงงานแบบนี้พี่จะไปหาจากที่ไหนอีกล่ะ""โห~" ลู่หมิงปรายตามองเธอ "พูดแบบนี้ก็แปลว่าผมได้กำไรบานเลยสิ""ไม่ใช่เหรอคะ" อันอี้โหรวตวัดสายตามองเขาพร้อมกับรอยยิ้มแล้วถามกลับลู่หมิงเปลี่ยนเรื่องคุยทันทีและถามด้วยความอยากรู้เช่นกัน "จริงสิ เล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมว่าครอบครัวของคุณทำธุรกิจอะไรเป็นหลัก แน่นอนว่าถ้าไม่สะดวกก็ไม่ต้องบอกก็ได้"อันอี้โหรวตอบอย่างยินดี "ไม่ได้ทำเรื่องผิดกฎหมายที่เห็นแสงตะวันไม่ได้สักหน่อย ทำไมจะบอกไม่ได้ล่ะคะ พี่รู้จักกลุ่มบริษัทตระกูลอันใช่ไหม"เมื่อได้ยินดังนั้น ลู่หมิงก็มองหญิงสาวแล้วพูดด้วยความประหลาดใจว่า "กลุ่มบริษัทตระกูลอัน แน่นอนว่าต้องรู้จักสิ กลุ่มบริษัทธุรกิจครอบครัวที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหนิงโจว มีมูลค่าตลาดกว่าสองแสนล้าน ขนาดสินทรัพย์กว่าห้าแสนห้าหมื่นล้าน แถมยังเป็นบริษัทคุณภาพเยี่ยมที่ถูกประเมินมูลค่าต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างรุนแรง ถ้าอย่างนั้นพ่อของคุณก็คืออันฉีหลง มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของเมืองหนิงโจวงั้นสิ"อันอี้โหรวพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม "ในเมื่อพี่รู้แล้ว ฉันก็ไม่ต้องพูดอะไรมากแล้วล่ะค่ะ"ขอบเขตธุรกิจของกลุ่มบริษัทตระกูลอันนั้นกว้างขวางมาก ครอบคลุมทั้งธุรกิจโรงแรม การผลิตสินค้า ห้างสรรพสินค้าและซูเปอร์มาร์เก็ต การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ประกันภัย โรงภาพยนตร์ และอื่นๆ จัดว่าเป็นกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ที่ดำเนินธุรกิจอย่างหลากหลายแทบจะทำทุกอย่าง และทำได้ดีไปซะทุกอย่างด้วย นี่ต่างหากคือจุดที่กลุ่มบริษัทตระกูลอันได้รับการยกย่องจากผู้คนพูดได้โดยไม่เกินจริงเลยว่า กลุ่มบริษัทตระกูลอันคือหนึ่งในเสาหลักทางเศรษฐกิจที่ยิ่งใหญ่ของเมืองหนิงโจว"พี่ลู่หมิง นี่คืออุปกรณ์เล่นหุ้นของพี่เหรอคะ"อันอี้โหรวเดินมาที่โต๊ะคอมพิวเตอร์ของลู่หมิง เมื่อเห็นว่าเป็นแค่คอมพิวเตอร์ธรรมดาๆ เครื่องหนึ่ง เธอก็รู้สึกแปลกใจมาก หญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะคอมพิวเตอร์หันหน้ากลับมาพูดว่า "พวกเซียนหุ้นดังๆ ในเน็ตเขามีหน้าจอกันตั้งหลายจอ มีข้อมูลหน้ากระดานเต็มไปหมดเลยนะ..."ลู่หมิงแบมือพูดว่า "ก็แค่ของฉูดฉาดหลอกตาเท่านั้นแหละ พวกนักลงทุนมือใหม่ถึงได้ถูกหลอกจนงงเป็นไก่ตาแตกและคิดว่ามันเจ๋งมาก ทั้งที่ก็แค่จัดเรียงหมวดหมู่หุ้นไว้ด้วยกัน แล้วก็เปิดหลายๆ หน้าต่างเพื่อดูตารางหุ้นก็เท่านั้น"อันอี้โหรวมองดูหน้าเดสก์ท็อปคอมพิวเตอร์ของลู่หมิงที่สะอาดเรียบร้อย นอกจากโปรแกรมซอฟต์แวร์หลักทรัพย์ไม่กี่ตัวแล้ว ก็มีแค่โปรแกรมโซเชียลมีเดียพื้นฐานกับเสิร์ชเอนจินอีกสองสามตัว"พี่ลู่หมิง ฉันอยากรู้จังว่านอกจากเล่นหุ้นแล้ว ปกติพี่ทำอะไรบ้าง ไม่มีแฟนเหรอคะ"พูดจบ หญิงสาวก็หันกลับมามองลู่หมิงด้วยความสงสัย ส่วนคนถูกถามที่กำลังนั่งอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่นและทำแผนงานของเทียนเซิ่งแคปปิตอลต่อไป ก็ตอบกลับโดยไม่เงยหน้าขึ้นมาเลยว่า "ถ้าไม่มีธุระอะไรแล้วก็รีบกลับบ้านไปเถอะ กำลังยุ่งอยู่"อันอี้โหรวไม่ใส่ใจกับคำพูดของเขาเลยสักนิด เธอรีบลุกขึ้นจากโต๊ะคอมพิวเตอร์ กวาดสายตามองห้องแล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า "เอาเถอะ เดี๋ยวฉันช่วยทำความสะอาดห้องให้ก่อนกลับก็แล้วกัน"เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ลู่หมิงก็หยุดสิ่งที่ทำอยู่ในมือแล้วเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวทันที เมื่อเห็นว่าเธอกำลังจะทำความสะอาดห้อง เขาก็วางแผนงานในมือลง "ผีหลอกกลางวันแสกๆ ชัดๆ ผมคิดไม่ออกจริงๆ ว่าในตัวผมมีตรงไหนที่ไปดึงดูดคุณหนูอันดับหนึ่งแห่งหนิงโจวอย่างคุณเข้า ถึงขนาดยอมลดตัวลงมาทำความสะอาดห้องให้ผม คุณรีบบอกผมมาเถอะว่าตรงไหน ผมแก้ให้เลยไม่ได้หรือไง"คนโง่ยังดูออก นับประสาอะไรกับตัวพ่ออย่างลู่หมิง ปัญหาคือตรรกะมันฟังไม่ขึ้นเลยนี่สิ ถึงแม้ว่าความเป็นจริงมักจะไม่มีตรรกะอะไรเลยก็ตามอันอี้โหรวพูดกลั้วหัวเราะ "นี่แหละค่ะคือจุดที่ดึงดูดฉัน"ลู่หมิง "..."ให้ตายเถอะ...อันอี้โหรวเริ่มต้นจัดห้องตามใจตัวเอง ลู่หมิงที่นั่งอยู่บนโซฟามองดูท่าทางขยันขันแข็งของยัยหนูนี่โดยไม่ขยับเขยื้อน สัญชาตญาณบอกเขาว่านี่มันจังหวะของการพาตัวเองไปพัวพันกับเรื่องยุ่งยากชัดๆในโลกนี้ไม่มีเรื่องดีๆ แบบนี้หรอก...