ทารกมีความสูงประมาณห้าสิบเซนติเมตร ร่างกายดูไม่ค่อยสมจริงนัก บนศีรษะมีผมเส้นเล็กบางเบา แก้มยุ้ยตุ๊บป่อง แขนขาอวบสั้นเป็นปล้องๆ เหมือนรากบัว ดูน่ารักน่าชังเป็นอย่างมาก
มันเกาะติดอยู่ที่น่องของเจียงอวี้เอ่อร์เหมือนโคอาลา เอียงคอหลับตานิ่งสนิทราวกับหลับไปแล้ว
ที่น้าเล็กพูดเป็นความจริงงั้นหรือ? โรงพยาบาลของพวกเธอผีหลอกจริงๆ แถมยังเป็นวิญญาณทารกเสียด้วย? จางหยวนชิงมองวิญญาณทารกตัวจ้อยนี้ พลางอ้าปากค้างทีละน้อย
นี่มันพลิกความเข้าใจของเขาไปอย่างสิ้นเชิง
"มองอะไรของแก!"
น้าเล็กเห็นหลานชายจ้องมองตนด้วยสายตาไม่ประสงค์ดี จึงรีบถลึงตาใส่เขาทันที
เธอเลื่อนเก้าอี้ออกแล้วทิ้งตัวพิงพนัก ออดอ้อนว่า "แม่จ๋า หนูเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว ช่วยตักข้าวให้หน่อยสิ"
"ตัวเองไม่มีแขนไม่มีขาหรือไง" คุณยายปากก็พูดไปอย่างนั้น แต่ก็ยอมลุกเข้าครัวไปตามคำขอ
"เอ๊ะ ความอัปยศของตระกูล กลับมาแล้วเหรอ"
น้าเล็กใช้มือหยิบเป็ดย่างพลางเอ่ยทักทายพี่ชายคนโต
"โสดไปอีกสักสองสามปี เธอก็จะกลายเป็นความอัปยศของตระกูลเหมือนกัน ถึงตอนนั้นเราสองพี่น้องค่อยรวมพลังกระบี่คู่ ต่อต้านแม่มดใจดำด้วยกัน" น้าชายพูดด้วยท่าทางกวนโอ๊ย
เวลานั้น คุณยายยกชามข้าวออกมา น้าเล็กก็แสดงท่าทีว่านอนสอนง่ายทันที เธอเข้าไปกอดแขนคุณยายแล้วซบศีรษะลงบนไหล่ของผู้เป็นแม่ "พี่นั่นแหละความอัปยศของตระกูล ฉันน่ะเป็นลูกศิษย์ก้นกุฏิของแม่ มีหน้าที่ปราบสวะอย่างพี่โดยเฉพาะ"
น้าเล็กก็อาศัยลูกไม้นี้แหละในการเอาอกเอาใจคุณตาคุณยาย จนเป็นที่โปรดปรานของคนแก่ทั้งสองเพียงผู้เดียว
"งั้นฉันไปจับคู่กับหยวนจวินก็ได้ หยวนจวินก็ใกล้จะเป็นความอัปยศของตระกูลแล้วเหมือนกัน ใช่ไหมจ๊ะ ที่รัก" น้าชายบอก
น้าสะใภ้ค้อนขวับใส่เขาวงหนึ่ง
"เอ๊ะ?" น้าเล็กเคี้ยวเป็ดย่างไปสองสามคำก็เอ่ยด้วยความสงสัย "แม่ ลืมใส่เกลือหรือเปล่าเนี่ย เป็ดนี่กินแล้วไม่มีรสชาติเลย"
"นี่ซื้อมาจากข้างนอกย่ะ" คุณยายตอบอย่างอารมณ์เสีย
น้าเล็กขมวดคิ้วเรียวสวย สูดหายใจเข้าฟืดหนึ่งแล้วร้องว่า "ทำไมฉันไม่ได้กลิ่นอะไรเลยล่ะ กับข้าวไม่หอมเลยสักนิด"
คุณยายได้ยินดังนั้นจึงถามด้วยความเป็นห่วง "เป็นหวัดหรือเปล่า?"
ตอนนั้นเอง จางหยวนชิงก็เห็นวิญญาณทารกที่เกาะอยู่ตรงน่องของน้าเล็ก จมูกเล็กๆ แบนๆ ของมันกระตุกน้อยๆ จากนั้นมันก็ลืมตาที่เหมือนกระดุมสีดำขลับขึ้นมา พอเห็นสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย ใบหน้าเล็กๆ ก็เต็มไปด้วยความงุนงง ดูเหมือนจะไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงมาอยู่ที่นี่ได้
เมื่อเห็นภาพนี้ จางหยวนชิงก็ยิ่งรู้สึกเคร่งเครียดในใจ
นี่ไม่ใช่วิญญาณทั่วไป วิญญาณทั่วไปไม่มีสติสัมปชัญญะ ไม่รู้จักคิด และทำตามสัญชาตญาณเท่านั้น
วิญญาณทารกงุนงงอยู่ไม่นาน มันก็ทำตามสัญชาตญาณบางอย่าง จมูกเล็กๆ กระตุกไปมาพลางปีนป่ายไปตามร่างกายของน้าเล็กจนถึงไหล่ของเธอ
จากนั้น มันก็มองเห็นอาหารเลิศรสเต็มโต๊ะ
สายตาของจางหยวนชิงจับจ้องวิญญาณทารก เห็นความเร็วในการปีนของมันจู่ๆ ก็เพิ่มขึ้น มันไต่ไปตามแขนของน้าเล็ก แล้วคลานเตาะแตะไปบนโต๊ะ
มันหมอบอยู่บนโต๊ะอาหาร ยื่นมืออวบสั้นพยายามจะหยิบเป็ดย่างชิ้นหนึ่ง แต่ก็หยิบอะไรขึ้นมาไม่ได้เลย
หลังจากพยายามครั้งแล้วครั้งเล่า ดูเหมือนในที่สุดมันจะตระหนักได้ว่าตัวเองไม่สามารถสัมผัสของอร่อยได้ จึงส่งเสียงร้องไห้จ้าด้วยความน้อยใจ
ข้างหูของจางหยวนชิงพลันได้ยินเสียงร้องไห้แว่วๆ ดังลั่นและหนวกหู
ไอ้เด็กบ้า หนวกหูชะมัด... จางหยวนชิงโคจรพลังไท่อินมารวมไว้ที่ฝ่ามือ เอื้อมมือไปหยิบเป็ดย่างชิ้นหนึ่ง แต่ความจริงแล้วคือจับวิญญาณทารกเอาไว้ในมือ
"ทุกคนกินกันไปก่อนนะ ผมขอไปเข้าห้องน้ำแป๊บหนึ่ง"
เขาหิ้วคอวิญญาณทารกเหมือนหิ้วลูกหมาตัวน้อยเข้าไปในห้องน้ำ
ด้านหลังมีเสียงของน้าเล็กดังแว่วมา "เอ๊ะ จู่ๆ จมูกก็โล่ง เป็ดย่างก็หอมขึ้นมาแล้ว"
........
หน้าอ่างล้างหน้า จางหยวนชิงใช้มือข้างเดียวประคองไอ้เด็กผี มองดูมันแลบลิ้นสีชมพูออกมาเลียพลังไท่อินในฝ่ามือของเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย
พลังไท่อินของเทพท่องราตรี ถือเป็นยาบำรุงชั้นยอดสำหรับดวงวิญญาณ
"ที่มันตามน้าเล็กกลับบ้าน น่าจะเป็นเพราะบนตัวน้าเล็กมีกลิ่นอายของฉันติดอยู่ ซึ่งนี่เป็นแรงดึงดูดที่วิญญาณไม่อาจต้านทานได้..."
แต่สิ่งที่จางหยวนชิงคิดไม่ตกก็คือ พลังจิตของทารกนั้นอ่อนแอมาก หลังจากเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ดวงวิญญาณจะสลายไปอย่างรวดเร็ว อย่างนานก็หนึ่งถึงสองวัน อย่างสั้นก็แค่ไม่กี่ชั่วโมง
ทว่าข่าวลือเรื่องผีหลอกในโรงพยาบาลของน้าเล็ก ดูเหมือนจะมีมาสักพักแล้ว
มันไม่สมเหตุสมผลเลย
ไม่เข้าใจก็ต้องหาข้อมูล... จางหยวนชิงใช้มืออีกข้างหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ล็อกอินเข้าสู่ฟอรัมทางการของพันธมิตรห้าธาตุ
#ช็อก ตุลาการเนตรมารส่อเค้าเสียชีวิต ในอนาคตอันใกล้นี้อาจมีผู้ร่วงหล่นคลุ้มคลั่ง ขอให้เจ้าหน้าที่ทุกพื้นที่เฝ้าระวัง#
#ช็อก อุโมงค์เสอหลิงถูกพิชิตแล้ว ตัวตนของผู้ผ่านด่านยังคงเป็นปริศนา#
สายตาของจางหยวนชิงกวาดผ่านกระทู้ปักหมุดสองกระทู้โดยไม่ได้ใส่ใจ องค์กรทางการจะต้องคอยระวังเหตุการณ์ผู้ร่วงหล่นคลุ้มคลั่งหลังจากนี้ ดังนั้นเรื่องของตุลาการเนตรมารจะต้องถูกเปิดเผยอย่างแน่นอน
แต่ข่าวที่เขาพิชิตอุโมงค์เสอหลิงได้ กลับแพร่สะพัดไปทั่วฟอรัมทางการของพันธมิตรห้าธาตุแล้ว ไอดีแปลกหน้าอย่างเทพบรรพกาล เป็นที่รู้จักของบรรดาผู้ท่องแดนวิญญาณของทางการเป็นครั้งแรก
จางหยวนชิงพิมพ์คำว่า "วิญญาณพิเศษ" ลงในช่องค้นหาของฟอรัม
ไม่นาน เขาก็เจอกระทู้ให้ความรู้เกี่ยวกับดวงวิญญาณ
"วิญญาณคือการรวมตัวกันของพลังจิตที่ตกค้างหลังจากสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาตายลง เนื่องจากสูญเสียสติสัมปชัญญะส่วนใหญ่ไป วิญญาณจึงอยู่ในสภาพเลื่อนลอย ทำตามสัญชาตญาณ หรืออาจกล่าวได้ว่าทำตามความยึดติด
"สิ่งมีชีวิตใดก็ตามเมื่อตายลง วิญญาณจะค่อยๆ สลายไปอย่างต่อเนื่อง คนธรรมดาจะคงอยู่ได้นานสุดเจ็ดวัน ส่วนวิญญาณของผู้ท่องแดนวิญญาณจะอยู่บนโลกมนุษย์ได้นานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของพลังจิต
"แต่ทุกอย่างย่อมมีข้อยกเว้น เท่าที่ผมรู้ เทพท่องราตรีและผู้ใช้วิชาลวงตาในระดับสูง แม้ร่างกายจะถูกทำลาย แต่วิญญาณก็ยังสามารถอาศัยวิธีการพิเศษคงอยู่บนโลกนี้ได้ตลอดไป"
เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ จางหยวนชิงก็อดไม่ได้ที่จะเบือนหน้าไปมองวิญญาณทารก พลางคิดในใจว่าเจ้าหนูนี่เห็นได้ชัดว่าไม่มีความสามารถที่จะคงอยู่บนโลกนี้ได้ตลอดไป ไม่มีทางเป็นผู้ท่องแดนวิญญาณระดับสูงแน่ๆ
เขาอ่านเนื้อหาในกระทู้ต่อไป:
"ข้างต้นคือวิญญาณในสภาวะปกติ ต่อไปจะพูดถึงวิญญาณที่ไม่ปกติ สิ่งที่เรียกว่าวิญญาณที่ไม่ปกติก็คือ..."
เนื้อหาหยุดลงกลางคัน จางหยวนชิงเลื่อนลงไปดูจนสุด ก็พบว่าช่วงครึ่งหลังของกระทู้ถูกล็อกไว้ ต้องจ่ายเงิน
นี่คือการจ่ายเงินซื้อความรู้ในตำนานงั้นหรือเนี่ย? มุมปากของเขากระตุก ขณะใช้โทรศัพท์เติมเงินสองร้อยหยวนเข้าบัญชี "เทพบรรพกาล" ของตัวเองเพื่อชำระเงิน
สิ่งที่ควรค่าแก่การกล่าวถึงก็คือ ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรการได้จัดการทำซิมการ์ดและบัตรธนาคารที่เป็นของ "เทพบรรพกาล" ให้เขาเรียบร้อยแล้ว โดยตัดขาดจากตัวตน "จางหยวนชิง" อย่างสิ้นเชิง
"สิ่งที่เรียกว่าวิญญาณที่ไม่ปกติก็คือ วิญญาณที่ผ่านการหลอมสร้างโดยฝีมือมนุษย์ ที่โด่งดังที่สุดก็คือวิชาควบคุมผีของเทพท่องราตรี แน่นอนว่าอาชีพอื่นก็มีวิธีการที่สอดคล้องกัน ขอไม่ลงรายละเอียดในที่นี้
"วิญญาณที่ผ่านการหลอมสร้าง มีโอกาสที่จะเกิดความสามารถพิเศษขึ้นมา สามารถมองว่าเป็นไอเทมล้ำค่าหรือสัตว์เลี้ยง ในภาษาเฉพาะกลุ่มของเทพท่องราตรี วิญญาณประเภทนี้จะถูกเรียกว่า ทาสวิญญาณ
"แต่ต้องระวังไว้ด้วยว่า วิญญาณก็แบ่งระดับพรสวรรค์เช่นกัน ไม่ใช่วิญญาณทุกดวงจะสามารถหลอมสร้างเป็นทาสวิญญาณได้ วิญญาณที่มีคุณสมบัติเป็นทาสวิญญาณนั้นมีเพียงหนึ่งในหมื่น ต่อไปจะพูดถึงวิธีการหลอมสร้าง...
"สุดท้ายนี้ขอเตือนไว้ก่อนว่า การหลอมสร้างวิญญาณของอาชีพสายชั่วร้ายนั้นเป็นที่อนุญาต แต่การนำวิญญาณของคนธรรมดามาเป็นทาส ถือเป็นการละเมิดกฎระเบียบ"
"ผู้ตั้งกระทู้: หยวนถิง"
เงินสองร้อยหยวนนี่คุ้มค่าจริงๆ... หลังจากอ่านเนื้อหาในกระทู้จบ จางหยวนชิงก็พึมพำออกมาจากใจจริง
กระทู้นี้เปิดเผยข้อมูลให้เขารู้มากมาย
หนึ่ง: หลังจากเทพท่องราตรีเลื่อนระดับแล้ว จะสามารถเลี้ยงผีหลอมศพได้ เมื่อต้องต่อสู้กับผู้ท่องแดนวิญญาณ รูปแบบการต่อสู้จะสามารถสลับไปมาระหว่างสายลอบสังหารสุดกวนกับสายซัมมอนสุดป่วนได้
สอง: ไอ้เด็กผีนี่เป็นทาสวิญญาณที่ล้ำค่ามาก เขาเก็บของดีได้แล้วสิ
ในเมื่อเกิดความสามารถพิเศษขึ้นมาแล้ว มันก็คือทาสวิญญาณของแท้ ไม่ใช่แค่วิญญาณพิเศษธรรมดาๆ
สาม: โรงพยาบาลที่น้าเล็กทำงานอยู่มีปัญหา
"เมื่อกี้ที่น้าเล็กจู่ๆ ก็สูญเสียการรับรสและดมกลิ่นไป น่าจะเป็นฝีมือของมันแน่ๆ งั้นความสามารถของมันก็คือการขโมยการรับรสและดมกลิ่นของคนอื่นงั้นสิ? อืม ไว้ค่อยทดสอบดูอีกที ถ้าสามารถฟูมฟักเจ้าตัวเล็กนี่ขึ้นมาได้ บางทีอาจจะใช้แทนไอเทมสักชิ้นได้เลย"
ขณะที่จางหยวนชิงกำลังดีใจ ในใจก็อดไม่ได้ที่จะเกิดความกังวล
ในโรงพยาบาลของน้าเล็กน่าจะมีผู้ท่องแดนวิญญาณซ่อนตัวอยู่ ตอนนี้มันตามน้าเล็กกลับมาบ้าน ผู้หลอมสร้างที่อยู่เบื้องหลังไม่มีทางปล่อยให้ทาสวิญญาณอันล้ำค่าหายไปแน่ๆ
หลังจากนี้คงมีเรื่องยุ่งยากตามมา เผลอๆ อาจจะเป็นอันตรายต่อน้าเล็กด้วยซ้ำ
ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นคนของทางการ หรือเป็นผู้ท่องแดนวิญญาณอิสระ การนำวิญญาณของคนธรรมดามาหลอมเป็นทาสวิญญาณ ล้วนถือเป็นการละเมิดกฎทั้งสิ้น
เรื่องนี้ไม่มีทางจบสวยแน่
"พรุ่งนี้ต้องเอาเรื่องนี้ไปบอกหัวหน้าหน่วย ต้องรู้จักใช้ประโยชน์จากทรัพยากรรอบตัวให้คุ้มค่า..."
เมื่อคิดตก เขาก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที พลางพินิจดูวิญญาณทารกที่หมอบอยู่บนฝ่ามือและท่อนแขน
เมื่อรับรู้ได้ถึงสายตาที่จับจ้อง เจ้าตัวเล็กก็เบิกตากลมโตดำขลับราวกับกระดุม ส่งเสียงร้องประจบประแจง "อาปา อาปา..."
พอเห็นจางหยวนชิงไม่สนใจตัวเอง มันก็ก้มหน้าก้มตาเลียพลังไท่อินต่อไป
ฉลาดกว่าทารกทั่วไป แต่ก็ยังสื่อสารตามปกติไม่ได้... เขาบีบหลังคอวิญญาณทารกแล้วจับมันหงายท้อง "มา ให้ฉันดูหน่อยสิว่าแกเป็นเจ้าเปิ่นน้อย หรือเป็นเจ้าตัวแสบ"
"ต่อไปนี้แกชื่อว่าเจ้าเปิ่นน้อยก็แล้วกัน"
จางหยวนชิงหิ้ววิญญาณทารกเดินออกจากห้องน้ำ อาหารค่ำของครอบครัวใกล้จะจบลงแล้ว
เขากลับไปนั่งที่ของตัวเอง แอบเอาวิญญาณทารกไปแขวนไว้ที่คอของน้าชายพลางกินข้าวต่อไปอย่างไม่รู้ไม่ชี้
จะได้ใช้ความอัปยศของตระกูลมาทดสอบความสามารถของวิญญาณทารกพอดี
น้าชายคาบไหมขัดฟัน ค่อยๆ แคะฟันอย่างตั้งใจ โดยไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่ามีไอ้เด็กผีขี่คออยู่
"น้า เอาซุปสักถ้วยไหม"
จางหยวนชิงเห็นว่าได้ที่แล้ว จึงตักซุปให้น้าชาย
เขาอยากรู้ว่าน้าชายจะสูญเสียการรับรสและดมกลิ่นเหมือนน้าเล็กหรือไม่
น้าชายลูบพุงกลมป่อง ส่ายหน้าปฏิเสธ
"ไม่ ไม่กิน เว้นแต่แกจะมีเจียนปิ่งกั่วจือ"
พูดจบ เขาก็ทำท่าทางแร็ปเปอร์ที่คิดขึ้นเอง จังหวะที่จางหยวนชิงคิดว่าจะได้ยินเนื้อเพลงคุ้นหู จู่ๆ น้าชายก็อมนิ้วโป้ง "อาปา อาปา อาปา..."
ในขณะเดียวกัน วิญญาณทารกที่ขี่คออยู่นั้นก็เปล่งเสียงที่มีเพียงจางหยวนชิงเท่านั้นที่ได้ยิน "โย่ว โย่ว เช็กอิทเอาต์ เจียนปิ่งกั่วจือจัดมาหนึ่งชุด"
"พรวด~"
จางหยวนชิงและเจียงอวี้เอ่อร์ พ่นซุปไก่ในปากออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน
คุณตา คุณยาย น้าสะใภ้ และพี่ชาย ต่างทำหน้าเอือมระอากับความไม่เอาไหนของเขา
.......