นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่ชิฮาระ รินโตะมายังโลกนี้ที่มีคนมาเคาะประตูห้องตอนกลางดึก เขามองออกไปนอกหน้าต่าง พบว่ามืดสนิท ท้องฟ้งยังไม่สางเสียด้วยซ้ำ ทำเอาเขาอึ้งไปชั่วขณะ
ความจริงแล้วเขาไม่ค่อยรู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ที่นี่ ไม่ว่าใครก็ตามที่จู่ๆ ถูกส่งมายังประเทศแปลกหน้าย่อมต้องกังวลและหวาดกลัวเป็นธรรมดา เพียงแต่คนอย่างเขาจะไม่แสดงออกทางสีหน้า คงต้องรอให้ใช้ชีวิตไปอีกสักพักจนมีสถานะทางสังคมที่ดีและมีเงินทองในระดับหนึ่ง ถึงจะรู้สึกสงบใจลงได้อย่างแท้จริง
นี่คงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่จิตใต้สำนึกของเขาค่อนข้างร้อนรนอยากจะสร้างผลงานที่ดีออกมาให้ได้
เขานั่งเหม่ออยู่บนฟูกนอนไม่กี่วินาที แต่เสียงเคาะประตูที่หยุดไปครู่หนึ่งก็ดังขึ้นมาอีก ในที่สุดเขาก็ได้สติ รีบเดินไปที่ประตูแล้วมองผ่านตาแมวออกไป พอมองแวบเดียวก็โล่งใจไปเปลาะหนึ่ง... เป็นผู้ดูแลอพาร์ตเมนต์นั่นเอง
ทว่าเขาก็ไม่ได้ประมาท แม้จะมีระบบนกโง่ๆ อยู่ แต่ระบบนกโง่นั่นก็ไม่มีพลังต่อสู้เลยแม้แต่น้อย หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมาจริงๆ เขาก็เหมือนคนธรรมดาทั่วไป คงทำได้แค่ร้องขอความช่วยเหลือเท่านั้น
เขาแง้มประตูออกเพียงรอยแยกเล็กๆ แล้วเอ่ยถามอย่างสุภาพ "ดึกป่านนี้แล้ว มีธุระอะไรหรือครับ?"
ผู้ดูแลทำหน้าบูดบึ้งแล้วพูดเสียงอู้อี้ "ชิฮาระซัง มีโทรศัพท์มาหาคุณน่ะ"
เขามีหน้าที่รับโทรศัพท์แทนผู้เช่าก็จริง แต่การที่ต้องมารับสายแทนตอนกำลังหลับสบายแบบนี้มันก็ออกจะเกินไปหน่อย ทว่าผู้หญิงในสายขอร้องอย่างสุภาพ เขาก็เลยหมดหนทาง ต้องมาตามจนได้
"ใครโทรมาครับ?"
"คุณผู้หญิงที่นามสกุลมุราคามิน่ะ"
ชิฮาระ รินโตะโล่งใจ แต่แล้วก็กลับมากังวลอีกครั้ง โทรมากลางดึกแบบนี้น่าจะเป็นเรื่องด่วน และเรื่องด่วนมักจะไม่ใช่เรื่องดี กองถ่ายไฟไหม้หรือโดนขโมยขึ้น? หรือว่านักแสดงคนสำคัญประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์? คงไม่ใช่ว่าผู้กำกับตกคูน้ำจนบาดเจ็บหรอกนะ?
เขาคว้าเสื้อมาคลุมลวกๆ แล้วเดินตามผู้ดูแลอพาร์ตเมนต์ลงไปชั้นล่าง พร้อมกับเอ่ยขอโทษไปด้วย ส่วนผู้ดูแลอพาร์ตเมนต์ก็แนะนำให้เขาซื้อโทรศัพท์มือถือ ถ้าไม่ได้จริงๆ เพจเจอร์ก็ยังดี ยังไงวันหลังก็อย่ามาทรมานเขาแบบนี้อีกเลย เขาหางานนี้ทำเพราะอยากใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบ ทนรับการก่อกวนแบบนี้ไม่ไหวหรอก
ชิฮาระ รินโตะจำต้องเอ่ยขอโทษอีกครั้ง จากนั้นก็รับโทรศัพท์ในห้องพักผู้ดูแลอพาร์ตเมนต์ แล้วถามอย่างร้อนใจ "มุราคามิซังหรือครับ? เกิดเรื่องอะไรขึ้นที่กองถ่ายหรือเปล่า? ฮัลโหล ฮัลโหล?"
ปลายสายไม่มีเสียงตอบรับ ชิฮาระ รินโตะยิ่งกังวลหนักขึ้นไปอีก คงไม่ใช่ว่ายัยปีศาจกระดูกขาวไหล่หนาอย่างคุณเกิดเรื่องขึ้นหรอกนะ? ถ้าคุณเป็นอะไรไป แผนของผมก็พังพินาศหมดน่ะสิ!
เขารีบถือโทรศัพท์แล้วตะโกนเรียก "มุราคามิซัง คุณอยู่ไหม? เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า? ฮัลโหล..."
"อยู่ค่ะๆ ฉันไปดื่มน้ำมา..." ในที่สุดเสียงของมุราคามิ อิโอริก็ดังมาจากปลายสาย ความจริงแล้วเธอไปเข้าห้องน้ำมาต่างหาก ก็แหม กลางดึกแบบนี้นี่นา แต่เรื่องแบบนี้มันน่าอายเกินกว่าจะพูดออกไป จึงทำได้แค่หาข้ออ้างอื่น เธอรีบอธิบายต่อทันที "ขอโทษทีค่ะ ฉันโทรมาแล้วเพิ่งรู้สึกว่ามันไม่เหมาะสม ความจริงไม่ได้มีเรื่องด่วนอะไรหรอก แค่มีข่าวดีอยากจะรีบบอกให้คุณรู้เร็วๆ น่ะค่ะ"
"ข่าวดีอะไรครับ?" ชิฮาระ รินโตะโล่งใจก็จริง แต่ในใจกลับรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก ดึกดื่นป่านนี้คุณเล่นบ้าอะไรเนี่ย? ทำเอาผมตกใจจนแทบจะฉี่ราดกางเกงอยู่แล้ว...
"เพื่อนร่วมรุ่นของฉันที่อยู่แผนกสถิติโทรมาแจ้งแล้วค่ะ เรตติ้งตอนที่สามออกแล้ว แทบไม่อยากจะเชื่อเลย!" มุราคามิ อิโอริที่อยู่ปลายสายพูดไปก็ตื่นเต้นไป
ชิฮาระ รินโตะอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้นตามไปด้วย แม้จะพอเดาได้ว่าผลลัพธ์คงไม่ออกมาแย่นัก เขากลืนน้ำลายแล้วรีบถามต่อ "เท่าไหร่ครับ?"
"เรตติ้งเฉลี่ยรายนาทีอยู่ที่ 7.23% เรตติ้งสูงสุด 10.12% ค่ะ!" ในที่สุดมุราคามิ อิโอริก็พูดได้เต็มปากเต็มคำ กลางดึกแบบนี้เธอกำลังฝันร้ายอยู่ จู่ๆ ก็ต้องสะดุ้งตื่นเพราะเสียงโทรศัพท์ พอรับสายแบบงัวเงียก็ได้รับคำแสดงความยินดีจากเพื่อนร่วมรุ่นที่ทำงานในแผนกสถิติ หลังจากกล่าวขอบคุณแบบงงๆ เธอก็นั่งเหม่ออยู่พักหนึ่ง พอคิดขึ้นมาได้ว่าใครคือผู้ที่มีความดีความชอบมากที่สุด เธอก็ไม่ยอมวางสาย แต่กดโทรศัพท์หาเขาโดยตรงเลย
โทรเสร็จเธอก็เพิ่งรู้สึกว่ามันไม่เหมาะสม มันดูเหมือนเธอเป็นคนไม่นิ่งเอาเสียเลย แต่โทรไปแล้วจะวางสายก็ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นชิฮาระ รินโตะต้องโทรกลับมาแน่ๆ ซึ่งนั่นจะยิ่งเสียมารยาทเข้าไปใหญ่ เธอจึงทำได้แค่รอ ทว่ารอแล้วรอเล่าก็ไม่มีคนมารับสาย แถมยังรู้สึกปวดปัสสาวะขึ้นมา ก็เลยต้องหนีไปเข้าห้องน้ำก่อน
ขั้นตอนมันค่อนข้างซับซ้อน พอเธออธิบายจบแล้วพบว่าปลายสายไม่มีเสียงตอบรับ จึงรีบถามขึ้น "ชิฮาระ คุณยังอยู่หรือเปล่าคะ?"
"อยู่ครับ" ชิฮาระ รินโตะตั้งสติได้แล้ว เขากลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ "ในที่สุดผลลัพธ์นี้ก็พอดูได้สักทีนะครับ"
"แน่นอนว่าต้องพอดูได้สิคะ นี่มันเรียกได้ว่าเยี่ยมยอดไปเลยต่างหาก ไม่คิดเลยจริงๆ ว่าจะสามารถเพิ่มจำนวนผู้ชมได้ถึงเท่าตัว เรตติ้งสูงสุดของเราทะลุ 10 แล้วนะคะ!"
"นั่นเป็นเพราะฐานผู้ชมแต่ก่อนของเรามีน้อยเกินไปต่างหากครับ วันหลังอย่าหวังว่าจะมีเรื่องดีๆ แบบนี้อีกเลย" ชิฮาระ รินโตะพูดไปอย่างนั้น แต่ก็รู้สึกฮึกเหิมไม่แพ้กัน บนโลกนี้ไม่มีอะไรทำให้คนเราหลงใหลได้เท่ากับความสำเร็จอีกแล้ว เขาหัวเราะแล้วถามว่า "แจ้งข่าวดีนี้ให้ฟูจิอิคุงทราบหรือยังครับ?"
"ยังเลยค่ะ คุณควรจะเป็นคนแรกที่ได้รู้" เมื่อมุราคามิ อิโอริแบ่งปันข่าวดีจบ ความตื่นเต้นก็เริ่มลดลง และเริ่มหันมาเอ่ยชมชิฮาระ รินโตะทางอ้อม... หากไม่มีความดื้อดึงของเขา ก็ไม่รู้ว่าต้องรออีกนานแค่ไหนถึงจะได้เห็นผลลัพธ์นี้ เผลอๆ จบซีซันก็อาจจะยังทำไม่ได้ด้วยซ้ำ ในโลกของการทำงาน เวลาเป็นเงินเป็นทอง แม้จะโดดเด่นกว่าคนอื่นเร็วกว่าแค่ปีเดียว แต่เมื่อมองไปในอีกสิบปีข้างหน้า สถานการณ์ก็อาจจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ชิฮาระ รินโตะหัวเราะแล้วตอบรับอย่างถ่อมตัวไปสองสามประโยค ถึงอีกฝ่ายจะทำตัวไม่โดดเด่นยังไง แต่เธอก็ยังเป็นหัวหน้า คุณจะเห็นว่าเธอเป็นแค่ซาลาเปาไส้ถั่วแล้วไม่ยอมรับว่าเธอเป็นเสบียงกรังไม่ได้หรอกนะ พอเขาถ่อมตัวเสร็จก็เหลือบมองนาฬิกา พบว่าเพิ่งจะตีสี่ห้าสิบนาที จึงอดหัวเราะไม่ได้อีกครั้ง "งั้นคุณก็รีบโทรไปบอกเขาสิครับ จะมาดีใจกันอยู่แค่สองคนไม่ได้หรอกนะ"
ล้วนแต่เป็นเพื่อนร่วมทีมผู้สร้างด้วยกัน มีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ร่วมต้าน ผมโดนปลุกขึ้นมาแล้ว คุณก็อย่าหวังว่าจะได้นอนเลย!
"ตกลงค่ะ เดี๋ยวฉันจะรีบโทรหาเขาทันที" ตอนนี้มุราคามิ อิโอริคุยง่ายเป็นพิเศษ ต่อให้ชิฮาระ รินโตะจะชวนเธอออกไปดื่มตอนนี้ เธอก็พร้อมจะสวมเสื้อผ้าแล้วออกจากบ้านโดยไม่แม้แต่จะล้างหน้าด้วยซ้ำ เธอพูดด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น "รอให้กราฟโดยละเอียดออกมาก่อน พวกเราค่อยมาคุยกันดีๆ อีกทีนะคะ"
"ไม่มีปัญหาครับ" ชิฮาระ รินโตะวางสาย พบว่าผู้ดูแลอพาร์ตเมนต์ไม่ได้สนใจเขาเลยและล้มตัวลงนอนไปแล้ว เขาจึงปิดไฟและปิดประตูให้อีกฝ่าย ก่อนจะเดินกลับไปที่ห้องพักด้วยความตื่นเต้นเต็มประดา
ในที่สุดก็เริ่มมีกลิ่นอายของยุคทองแห่งโทรทัศน์ขึ้นมาบ้างแล้ว เรตติ้งเฉลี่ย 3% ก่อนหน้านี้ ถ้าคนไม่รู้คงนึกว่าเขากำลังเป็นผู้กำกับรายการต๊อกต๋อยในยุคที่อินเทอร์เน็ตครองเมืองซะอีก
เฉลี่ย 7% สูงสุด 10% แบบนี้สิถึงจะค่อยดูเข้าท่าหน่อย!
ในที่สุดก็มองเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์สักที!
…………
พอถึงเวลาทำงาน มุราคามิ อิโอริที่เพิ่งประชุมโปรดิวเซอร์เสร็จก็กลับมาพร้อมกับกราฟโดยละเอียด สมาชิกทั้งสามคนที่อดนอนนิดหน่อยเริ่มสุมหัวกันศึกษาข้อมูล
เส้นแนวโน้มในครั้งนี้ไม่ได้ราบเรียบเหมือนตอนที่แล้ว ในช่วงเวลาที่ไอดอลปรากฏตัว กราฟก็พุ่งทะยานขึ้นไปจนถึงจุดสูงสุด สร้างสถิติเรตติ้งสูงสุดประจำตอนที่ 10.12% และร่วงลงมาอย่างรวดเร็วเหลือ 6.52% ในช่วงละครสั้นเรื่องที่สามที่กลับมาเป็นปกติ จากนั้นก็เริ่มทรงตัวและคงระดับไปจนจบตอน
ชิฮาระ รินโตะรู้สึกพอใจกับผลลัพธ์นี้ ถึงแม้ผู้ชมส่วนใหญ่จะชิ่งหนีไปทันทีหลังจากดูการแสดงของไอดอลที่ตัวเองชื่นชอบจบ แต่ก็ยังเหลือคนอยู่บ้าง และคนเหล่านี้แหละที่สามารถเปลี่ยนมาเป็นผู้ชมขาประจำของพวกเขาได้
ผลลัพธ์ออกมาดีแบบนี้ก็ไม่มีอะไรต้องพูดกันอีกแล้ว แผนการเริ่มเห็นผล แน่นอนว่าก็ต้องเดินหน้าทำต่อไปอย่างแน่วแน่ ทั้งสามคนปรึกษาหารือกันอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ
ชิฮาระ รินโตะยังคงตามฟูจิอิ อาริมะไปที่กองถ่ายเหมือนเดิม แต่ตอนนี้เขารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าตัวเองมีสิทธิ์มีเสียงมากขึ้น ในระหว่างการถ่ายทำ เวลาที่ฟูจิอิ อาริมะไม่แน่ใจตรงไหนก็เริ่มหันมาถามความคิดเห็นของเขา และเริ่มแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการถ่ายทำกับเขาบ้างแล้ว ไม่ได้มองว่าเขาเป็นแค่นักเขียนบทธรรมดาอีกต่อไป
เขากระตือรือร้นในการเสนอความคิดเห็น ขณะเดียวกันก็ถ่อมตัวขอคำชี้แนะจากอีกฝ่ายเกี่ยวกับกฎเกณฑ์เฉพาะตัวในกองถ่ายละครญี่ปุ่น เขาคลุกคลีอยู่ในกองถ่ายไปพร้อมกับการเขียนบทมาตลอดทั้งวัน พอเลิกงานก็เดินกลับไปที่สำนักงานใหญ่ เตรียมจะหยิบหนังสือพิมพ์กลับไปอ่านที่บ้าน แต่พอเดินเข้าไปในสำนักงานใหญ่ก็พบว่าชิรากิ เคย์มะยังไม่กลับ และกำลังนั่งดูทีวีอยู่ตรงนั้น
ชิฮาระ รินโตะหัวเราะพลางถาม "เริ่มสนใจละครเรื่องนี้แล้วเหรอครับ?"
ชิรากิ เคย์มะรีบลุกขึ้นยืน ตอบอย่างเขินอาย "ก็สนใจนิดหน่อยครับ ผมอยากรู้ว่าทำไมเรตติ้งถึงตกลง... เอ่อ ผมเห็นในหนังสือพิมพ์รายงานว่า เรตติ้งตอนที่สามของ 'โคโนะสุเกะบนท้องทุ่ง' ตกลงอีกแล้วน่ะครับ"
ชิฮาระ รินโตะไม่ได้ใส่ใจอะไร และส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายดูต่อ... เรื่องแบบนี้มันเข้าใจยาก ความสนใจของผู้ชมเป็นปริศนามาแต่ไหนแต่ไรแล้ว
เขารู้สึกว่าเป็นเพราะมีนักแสดงเก่งๆ เยอะเกินไป เลยทำให้ละครที่เดิมทีเน้นลัทธิวีรบุรุษฉายเดี่ยวกลายเป็นละครที่เน้นตัวละครหมู่ไปโดยไม่ได้ตั้งใจ นี่แหละคือสาเหตุหลักที่ทำให้เรตติ้งตกฮวบฮาบ แต่การที่คนอื่นจะมีความคิดเห็นแตกต่างออกไปก็เป็นเรื่องปกติ ท้ายที่สุดแล้วมุมมองของแต่ละคนก็ย่อมแตกต่างกันไปนั่นแหละ
แสวงจุดร่วมสงวนจุดต่าง แสวงจุดร่วมสงวนจุดต่าง สมัยนี้เขาไม่ฮิตศาลศาสนากันแล้ว จะให้จับคนที่เห็นต่างไปมัดกับเสาแล้วเผาทิ้ง หรืออ้าปากด่าว่าอีกฝ่ายไร้สมอง เป็นไอ้โง่เง่าเต่าตุ่นก็คงไม่ได้
ความคิดที่เป็นอิสระคือสิ่งล้ำค่า เขาเห็นด้วยกับจิตวิญญาณในการค้นคว้าของชิรากิ เคย์มะเป็นอย่างมาก จึงปล่อยให้อีกฝ่ายศึกษาต่อไป ส่วนตัวเองก็ไปหยิบหนังสือพิมพ์ แต่ไม่ได้รีบกลับบ้านแล้ว เขาถือโอกาสดู 'โคโนะสุเกะบนท้องทุ่ง' ตอนที่สามไปสักสองสามฉาก... "แฟนเก่า" ของเขาตายซะแล้ว
สงสัยทีมผู้สร้าง 'ท้องทุ่ง' คงอยากจะดึงใจผู้ชมกลับมา ปัญหาอื่นมันหายาก แต่ "ขี้หนู" อย่างคนโด เอรินั้นโดดเด่นเอามากๆ พวกเขาเลย "ฆ่า" เธอทิ้งอย่างไม่ลังเล... คงเป็นเพราะเวลาถ่ายทำใหม่มันกระชั้นชิดเกินไป การจัดการก็เลยค่อนข้างลวกๆ จู่ๆ ก็มีลูกธนูปักเข้าที่หน้าผากยิงเธอตายซะงั้น ไม่ทันได้ทิ้งท้ายคำสั่งเสียอะไรเลยด้วยซ้ำ ถือเป็นการออกจากละครเรื่องนี้ไปโดยปริยาย
ความจริงเรื่องนี้ส่งผลเสียต่อบทละครพอสมควร ปมที่ปูไว้ก่อนหน้านี้หลายจุดกลายเป็นของส่วนเกินไปโดยปริยาย และยิ่งส่งผลเสียต่อคนโด เอริมากขึ้นไปอีก ในฐานะนักแสดงหน้าใหม่ การที่เพิ่งเดบิวต์แล้วได้ร่วมแสดงในโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ถือว่าโชคดีมาก แม้ว่าผลงานจะออกมาแย่ไปสักหน่อย แต่ตราบใดที่ละครดัง มันก็ถือเป็นประวัติการทำงานที่ดีสำหรับเธอ ทว่าตอนนี้กองถ่ายกลับทำกับเธอแบบนี้ มันให้ความรู้สึกเหมือนกำลังจะบอกว่าที่เรตติ้งตกฮวบเป็นเพราะเธอทำพังทั้งหมด
ในความเป็นจริง เธอถือว่าถูกกองถ่ายทอดทิ้งแล้ว...
ชิฮาระ รินโตะส่ายหน้า รู้สึกว่าอนาคตของ "แฟนเก่า" คนนี้คงจะแย่แล้ว เขากวาดตามองหนังสือพิมพ์อีกครั้ง พบว่า 'หนังสือพิมพ์เศรษฐกิจสหพันธ์ตะวันออก' สมกับที่เป็นพวกเดียวกัน ยังคงพยายามพูดจาเข้าข้าง 'โคโนะสุเกะบนท้องทุ่ง' อย่างสุดชีวิต ขณะเดียวกันก็ปฏิบัติกับ 'เรื่องเล่าพิศวง' ไม่เลวเลย มอบพื้นที่ข่าวกรอบเล็กที่ใหญ่ขึ้นให้ พร้อมกับคำสรรเสริญเยินยอมากมาย เพียงแต่ 'เรื่องเล่าพิศวง' ยังคงเบียดเข้าไปในอันดับละครฮิตไม่ได้ ต่อให้จะโหมโรงยกยอกันแค่ไหนก็ยังขาดความหนักแน่นอยู่ดี
เขาพลิกดูหนังสือพิมพ์ฉบับอื่นอีกครั้ง อยากจะดูว่าสื่อกระแสหลักมีคำวิจารณ์ในแง่ลบเกี่ยวกับการที่ไอดอลมาร่วมแสดงหรือไม่ แต่หาดูจนทั่วก็ไม่พบ นักวิจารณ์ละครแทบทุกคนจำไอดอลพวกนั้นไม่ได้ หรือไม่ก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจเลยแม้แต่น้อย พวกเขาค่อนข้างใจกว้างกับฝีมือการแสดงของนักแสดงละครรอบดึก และไม่ได้มีความเห็นอะไร... ก็งบประมาณอันน้อยนิดของละครรอบดึกน่ะ หาตัวนักแสดงเก่งๆ มาได้สิถึงจะแปลก การเอาหน้าใหม่ที่ฝีมือการแสดงธรรมดาๆ มาเล่นจึงเป็นเรื่องปกติ ยังไงซะละครเรื่องนี้ก็เอาชนะด้วยบทอยู่แล้ว นี่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมาก
ในจิตใต้สำนึกของพวกเขาคงจะคิดแบบนี้ ชิฮาระ รินโตะรู้สึกว่าคงไม่หนีไปจากนี้สักเท่าไหร่
เมื่อแน่ใจว่าละครของตัวเองไม่มีปัญหา เขาก็เริ่มมีกะจิตกะใจไปดูเรื่องสนุกของบ้านอื่น พบว่านักวิจารณ์ละครส่วนใหญ่เริ่มหมดความอดทนแล้ว พวกเขาเริ่มโจมตีละครเรื่อง 'โคโนะสุเกะบนท้องทุ่ง' มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์และชี้นิ้วด่าทอไปต่างๆ นานา แทบจะอยากลงมือแก้บทแทนไอ้โง่ในทีมผู้สร้างพวกนั้นด้วยตัวเองเลยทีเดียว
เขาดูจบแล้วก็ไม่ได้รู้สึกอะไร วงการนี้มันก็เป็นแบบนี้แหละ ผู้ชนะกวาดเรียบ ผู้แพ้ถูกเหยียบย่ำจมดิน นี่คือการทำงานพื้นฐานของนักวิจารณ์ละคร เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่สุดแล้ว
เขาเก็บข้าวของเสร็จก็เดินจากไป และลืมบอกลาชิรากิ เคย์มะอีกตามเคย ส่วนชิรากิ เคย์มะก็ยังคงรั้งอยู่เพื่อดูตอนที่หนึ่ง สอง และสามวนไปวนมา หมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องหาคำตอบที่สมบูรณ์แบบออกมาให้จงได้
สัปดาห์ต่อมา นอกจากศิษย์เอกจะมาทำตัวเป็นปลาเค็มอยู่สองวัน พร้อมกับแจ้งข่าวว่าแคสต์ติ้งผ่านแล้วและกำลังจะเข้ากองถ่าย อาจจะมาไม่ได้อีกพักใหญ่ ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก ตอนที่สี่ได้เข้าฉายตามกำหนดการอย่างราบรื่น เรตติ้งยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพียงแต่ไม่ได้ก้าวกระโดดเหมือนตอนที่สาม... เรตติ้งเฉลี่ยรายนาทีพุ่งแตะ 8.42% เรตติ้งสูงสุดแตะ 12.8% และเบียดเข้าไปรั้งท้ายตารางละครฮิตได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ
กับสถานการณ์เช่นนี้ กระแสสังคมดูเหมือนจะเงียบงันไปเล็กน้อย ในวันนั้นกลับไม่มีปฏิกิริยาตอบรับใดๆ เลย... การที่มีละครรอบดึกโผล่ขึ้นมาบนตารางละครฮิต มันเป็นเรื่องเมื่อห้าปีหรือหกปีที่แล้วกันนะ?
ละครเรื่องนี้ขึ้นไปอยู่บนนั้นได้ยังไง?