ในโลกใบนี้ สถิติเรตติ้งเฉลี่ยสูงสุดของละครภาคดึกเป็นของเรื่องที่ชื่อว่า ‘ค่ำคืนลุ่มหลงแห่งเงินตรา X’ ซึ่งเป็นละครภาคดึกเพียงเรื่องเดียวที่สามารถฝ่าเข้ามาในสนามรบหลักของสถานีโทรทัศน์ใหญ่ทั้งห้าได้หลังจากที่โทรทัศน์เป็นที่แพร่หลายแล้ว แต่มันก็มีสาเหตุ
เดิมทีละครเรื่องนี้แอบฉายอย่างเงียบๆ ตอนกลางดึกก็ยังพอไหว ผู้ชมกระแสหลักไม่ได้ให้ความสนใจ แต่ดูเหมือนว่าของแบบนี้จะดึงดูดคนบางกลุ่มเป็นพิเศษ ในไม่ช้าก็สะสม ‘แฟนคลับผู้ภักดี’ ได้จำนวนหนึ่ง และด้วยการบอกเล่าปากต่อปาก กลับผลักดันให้ละครเรื่องนี้ติดอันดับละครยอดนิยมไปได้ จากนั้นก็ถูกคณะกรรมการด้านจริยธรรมและศีลธรรมกับคณะกรรมการส่งเสริมสุขภาพเยาวชนค้นพบเข้า และถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นกรณีตัวอย่าง เชือดไก่ให้ลิงดูทันที
ทีมสร้างสรรค์ถูกลงโทษทั้งคณะ โปรดิวเซอร์ต้องคุกเข่าขอโทษต่อสาธารณะ เพื่อแสดงความสำนึกผิดต่อการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เหมาะสมไปยังกลุ่มคนที่ไม่สมควร ถึงขนาดนั้นแล้ว หน้าประตูก็ยังถูกสาดสี ติดป้ายประท้วง และได้รับคำขู่ฆ่า สุดท้ายก็จบลงด้วยการลาออกเพื่อรับผิดชอบ ตอนนี้หาตัวคนไม่เจอแล้ว
สถานีโทรทัศน์สาธารณะ ฝ่ายผลิต และเหล่าโปรดิวเซอร์ต่างก็หวาดกลัวกันหมด นับจากนั้นเป็นต้นมาก็ทำตัวสงบเสงี่ยม ไม่กล้าทำอะไรเสี่ยงตายอีกแม้จะเป็นช่วงกลางดึกก็ตาม แม้ว่าละครหรือรายการวาไรตี้รอบดึกจะยังคงติดเรทและไร้ยางอายอยู่บ้าง แต่ก็ทำได้มากที่สุดแค่โชว์ก้นครึ่งซีกกับหน้าอกหนึ่งข้าง ไม่กล้าทำอะไรไปมากกว่านั้น สถานีโทรทัศน์สาธารณะมีภาระหน้าที่และความรับผิดชอบต่อสังคมในระดับหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะแตกต่างจากสถานีโทรทัศน์เคเบิลเอกชน พวกหลังนี้มีขอบเขตอิทธิพลน้อยกว่า และไม่อนุญาตให้ผู้เยาว์สมัครใช้บริการ จึงสามารถทำรายการสำหรับผู้ใหญ่ได้
เรื่องนี้ก่อให้เกิดการถกเถียงในวงกว้างทางสังคมในเวลานั้น มิฉะนั้นคงไม่ได้รับความสนใจจากทางการ จนถึงขั้นต้องลงมาจัดการด้วยตัวเอง และ ‘ค่ำคืนลุ่มหลงแห่งเงินตรา X’ ก็ได้กลายเป็นตำนานบทสุดท้ายของละครรอบดึกในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ส่วนข้อมูลที่เก่ากว่านั้นก็เหลือเชื่อเกินไป ในยุคนั้นสถานีโทรทัศน์มีน้อย รายการก็น้อย ยังเป็นการเก็บสถิติด้วยมือ เคยมีเรตติ้งเฉลี่ยสูงสุดถึง 92% หากนับนั่นเป็นสถิติด้วย คนรุ่นหลังก็คงไม่ต้องทำมาหากินกันแล้ว
บัดนี้ ละครภาคดึกเรื่องหนึ่งได้กลับเข้ามาติดอันดับละครยอดนิยมอีกครั้งแทบจะเรียกได้ว่าโดยไม่มีลางบอกเหตุใดๆ เลย แม้จะเป็นเพียงอันดับสุดท้ายที่พร้อมจะร่วงลงไปได้ทุกเมื่อ แต่ก็ยังทำให้บางคนนึกถึงประเด็นร้อนเมื่อหลายปีก่อนขึ้นมาได้ นี่พวกคุณทำเนื้อหาที่มันติดเรทหรือพิลึกพิลั่นเป็นพิเศษขนาดไหน ถึงได้ล่อลวงคนมากมายให้มาดูละครตอนกลางดึกได้?
ความคิดเห็นของประชาชนเงียบหายไปชั่วขณะ ต่างพากันยุ่งอยู่กับการค้นหาบทวิจารณ์ละครเก่าๆ ตามหาเทปบันทึกของละครเรื่องดังกล่าวเพื่อดูย้อนหลัง และศึกษาวิจัยละครภาคดึกยอดนิยมเรื่องนี้กัน
ในการประชุมฝ่ายผลิต มุราคามิ อิโอริก็ตื่นเต้นมาก ใบหน้าเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลขึ้นมาบ้าง “คณะกรรมการจัดผังรายการตกลงจะเพิ่มงบประมาณให้เราอีก 30% ค่ะ แต่มีเงื่อนไขว่าเราต้องรักษาระดับผลงานปัจจุบันให้คงที่ไว้อย่างน้อย”
นี่เป็นข่าวดี โดยเฉพาะสำหรับผู้กำกับ ฟูจิอิ อาริมะอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา “พวกเขายังไม่ตาบอดสนิทสินะ ช่างโชคดีจริงๆ”
ชิฮาระ รินโตะยิ้มพลางพยักหน้า แสดงความเห็นด้วย เขารู้สึกว่านี่เป็นสัญญาณว่าคณะกรรมการจัดผังรายการเริ่มหันมามองพวกเขาอย่างจริงจังแล้ว มีการเติมกระสุนให้เล็กน้อย และยังให้พวกเขาสามารถยิงปืนใหญ่สองสามนัดไปยังทิศทางของสนามรบหลักได้ขณะที่ยืนเฝ้าอยู่บนภูเขาสูง ถือเป็นการสนับสนุนด้วยการยิงคุ้มกันอย่างหนึ่ง
พวกเขาสามคนปิดประตูคุยกันเป็นการส่วนตัว การนินทาเจ้านายจึงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร มุราคามิ อิโอริก็ไม่ได้ใส่ใจ แล้วพูดอย่างตื่นเต้นอีกว่า “ยังมีข่าวดีอีกเรื่องค่ะ กลุ่มบริษัทโทนิจิติดต่อฉันมาแล้ว ยินดีจะให้เงินสนับสนุนการถ่ายทำ”
ตอนแรกมุราคามิ อิโอริเป็นฝ่ายติดต่อไปทางโทนิจิเอง แต่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของกลุ่มบริษัทโทนิจิไม่สนใจเธอเลย ตอนนี้คงเห็นว่าสถานการณ์ไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ เลยเป็นฝ่ายกลับมาหามุราคามิ อิโอริเอง พอมีผลงานดีๆ เรื่องดีๆ ก็พากันต่อแถวเข้ามาหาโดยอัตโนมัติ เธอสัมผัสได้ถึงความสนุกของการเป็นโปรดิวเซอร์อย่างเต็มเปี่ยม ไม่ได้มีสีหน้าอมทุกข์เหมือนเมื่อก่อนแล้ว
เงินเป็นของดี ฟูจิอิ อาริมะเคยชินกับความจนเสียแล้ว รีบถามว่า “พวกเขาให้เท่าไหร่? มีเงื่อนไขอะไรบ้าง?”
“เงื่อนไขปกติมากค่ะ แค่ใส่ชื่อในเครดิตตอนต้นเรื่องพร้อมกับรูปภาพอาคารสำนักงานใหญ่ของพวกเขา ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงตั้งใจจะให้แปดล้านเยนค่ะ!” มุราคามิ อิโอริก็จนเช่นกัน ดีใจมากกับลาภลอยก้อนนี้ “คณะกรรมการจัดผังรายการอนุมัติแล้วให้นำเงินก้อนนี้ทั้งหมดมาเพิ่มในงบถ่ายทำได้”
“เป็นข่าวดีจริงๆ แต่ขอมากกว่านี้ไม่ได้เหรอ? พวกเขาไม่ต้องการโฆษณาตอนท้ายเรื่องเหรอ?”
“ไม่ได้พูดถึงค่ะ เดี๋ยวฉันจะลองไปเสนอขายดู”
“ใช่ ต้องลองเสนอขายดู ผมทำงานล่วงเวลาถ่ายตัวอย่างเล็กๆ ให้ก่อนก็ได้ หลังจากนี้จะแก้กี่ครั้งก็ได้ ไม่มีปัญหาเลยถ้าจะถ่ายตามความต้องการของพวกเขาเป๊ะๆ” ฟูจิอิ อาริมะกระตือรือร้นอย่างยิ่งที่จะหางบถ่ายทำเพิ่ม เงินส่วนใหญ่นี้เป็นเงินที่เขาต้องใช้ ยิ่งเยอะยิ่งดี นักเขียนบทซื้อปากกามากล่องหนึ่งก็ใช้ได้เป็นปีแล้ว ใช้เงินไม่กี่ตังค์
“แล้วเราจะใช้เงินทุนที่ไม่คาดคิดส่วนนี้ยังไงดีล่ะคะ?” มุราคามิ อิโอริเริ่มมีอันจะกินขึ้นมาหน่อยแล้ว ตั้งใจจะแบ่งปันผลประโยชน์ให้ลูกน้องบ้าง “นอกจากจะเพิ่มงบถ่ายทำแล้ว จะปรับปรุงคุณภาพข้าวกล่องให้ดีขึ้น แล้วก็จ่ายโบนัสสักก้อนดีไหมคะ?”
ฟูจิอิ อาริมะไม่ค่อยเห็นด้วยนัก ได้เงินเพิ่มย่อมเป็นเรื่องดีอยู่แล้ว แต่เขาอยากเป็นผู้กำกับที่มีชื่อเสียงมากกว่า และตอนนี้ก็เป็นโอกาสอันดี เขาจึงแนะนำอย่างนุ่มนวลทันที “ข้าวกล่องก็ดีอยู่แล้ว แค่กินอิ่มก็พอ โบนัสให้ได้นิดหน่อย แต่อย่าให้เยอะเกินไป ไม่งั้นต่อไปไม่มีให้ พวกนั้นจะยิ่งไม่พอใจ”
ความหมายโดยนัยก็คือ พวกเราควรนำเงินเหล่านี้ไปใช้ปรับปรุงความประณีตของละครต่อไปจะดีกว่า
มุราคามิ อิโอริเริ่มลังเล เธอรู้สึกว่าช่วงนี้ทีมงานก็ทุ่มเทกันมาก ในฐานะหัวหน้าถ้าเธอไม่แสดงน้ำใจบ้างก็ดูจะไม่เหมาะสม เธอจึงหันไปทางชิฮาระ รินโตะแล้วถามว่า “ชิฮาระซัง คุณคิดว่ายังไงคะ?”
“ปรับปรุงคุณภาพข้าวกล่องให้ดีขึ้นก็ได้ครับ แต่โบนัสไม่ควรให้เยอะจริงๆ ค่อยๆ ให้ไปเรื่อยๆ จะดีกว่า” ชิฮาระ รินโตะพูดประนีประนอม แล้วยิ้มกล่าวต่อ “เอ่อ ถ้ามีงบเหลือ... ผมอยากซื้อคอมพิวเตอร์สักเครื่องครับ”
ในยุคนี้คอมพิวเตอร์ยังไม่กลายเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ราคายังค่อนข้างแพง แม้แต่การพิมพ์ดีดยังถือเป็นทักษะเฉพาะทาง มุราคามิ อิโอริและฟูจิอิ อาริมะตกใจเล็กน้อย ถามเป็นเสียงเดียวกันว่า “คุณจะเอาคอมพิวเตอร์ไปทำอะไร?”
“เขียนบทครับ”
มุราคามิ อิโอริและฟูจิอิ อาริมะมองหน้ากันไปมา ไม่รู้ว่าเส้นประสาทเส้นไหนของเขากระตุกอีกแล้ว คุณใช้มือเขียนไม่ได้หรือไง? นักเขียนบทสมัยนี้ทุกคนก็ใช้มือเขียนกันทั้งนั้น ทำไมคุณถึงได้พิเศษขนาดนี้?
พวกเขาไม่ค่อยอยากจะยอม รู้สึกว่าของสิ่งนั้นทั้งแพงทั้งไร้ประโยชน์ ซื้อมาก็เป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุ แต่ชิฮาระ รินโตะก็มีคุณูปการอย่างใหญ่หลวงต่อละครเรื่องนี้ จะบอกว่าเขาคนเดียวเทียบเท่าพวกเขาสองคนรวมกันก็ไม่เกินจริง ดังนั้นคำขอที่เขาเสนอมา การจะปฏิเสธก็ดูจะไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่
มุราคามิ อิโอริลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วลองหยั่งเชิง “ซื้อเครื่องพิมพ์ดีดสักเครื่องก่อนเป็นไงคะ?” ถึงจะมีเงินขึ้นมาบ้าง แต่การใช้จ่ายฟุ่มเฟือยก็ไม่ค่อยถูกต้องนัก
ชิฮาระ รินโตะส่ายหน้าทันที จริงๆ แล้วเขาอยากจะใช้อินเทอร์เน็ต แต่ไม่สามารถอธิบายให้คนทั้งสองเข้าใจได้ จึงพูดว่า “ผมคิดว่าของสิ่งนั้นมีประโยชน์ต่อการเขียนบทครับ ถ้าพวกคุณคิดว่าไม่เหมาะสม งั้นเดี๋ยวผมเก็บเงินซื้อเองทีหลังก็ได้”
เขาเพียงแค่นึกอยากขึ้นมาฉับพลัน อยากจะฉวยโอกาสนี้หาคอมพิวเตอร์มาใช้สักเครื่อง ตอนนี้ในมือเขามีเงินเก็บอยู่ประมาณสองแสนเยนเท่านั้น ยังต้องรับมือกับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันต่างๆ รวมถึงเหตุการณ์ไม่คาดฝันอีก ในระยะสั้นคงไม่มีปัญญาซื้อได้
ไม่ได้ก็คือไม่ได้ อย่างไรเสียก็เป็นเงินกองกลาง ได้กินฟรีอยู่ฟรีก็ดีถมไปแล้ว จะเรียกร้องอะไรมากไปกว่านี้ก็ไม่ได้
เขายังพอมีคุณธรรมอยู่บ้าง ไม่ได้รู้สึกขุ่นเคืองอะไรที่ถูกปฏิเสธ แต่มุราคามิ อิโอริกลับยิ่งลังเลมากขึ้น เธอไม่ได้ตาบอด ย่อมรู้ดีว่าสถานะทางการเงินของชิฮาระ รินโตะย่ำแย่มาก รู้จักเขามาเดือนกว่าแล้ว เจ้าหมอนี่ก็ใส่แต่สูทสามชิ้นชุดเดิมเดินไปเดินมา ตอนแรกเธอยังคิดว่าเจ้าหมอนี่มีนิสัยประหลาดแบบนักเขียน สั่งตัดสูทแบบเดียวกันเจ็ดชุด แต่พอสังเกตดีๆ สองสามวันให้หลังก็พบว่า ที่แท้เจ้าหมอนี่คงไม่มีชุดสูททางการชุดอื่นให้เปลี่ยน น่าจะมีปัญญาใส่ได้แค่ชุดนี้ชุดเดียว
แม้ว่าเจ้าหมอนี่จะดูสะอาดสะอ้านอยู่เสมอ แต่เห็นได้ชัดว่าเป็นเด็กจบใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้าสู่สังคม ฐานะทางบ้านก็ไม่สู้ดีนัก ในมือฝืดเคืองอย่างยิ่ง แม้แต่เงินจะซื้อสูทอีกสักชุดก็ยังหาได้ยาก แล้วของที่อยากได้เป็นพิเศษแบบนี้ จะช่วยเขาสักหน่อยดีไหมนะ?
เธอคิดไม่ถึงห้าวินาทีก็ตัดสินใจว่าควรช่วย ถึงแม้ชิฮาระ รินโตะจะเอาเงินหลายแสนเยนไปซื้อของเล่นชิ้นใหญ่ เมื่อเทียบกับคุณูปการของเขาแล้วก็ถือว่าเป็นโบนัสไปก็แล้วกัน เธอบอกกับฟูจิอิ อาริมะว่า “ในเมื่อชิฮาระซังเห็นว่ามันมีประโยชน์ต่องานเขียน เงินแค่นี้ก็ไม่จำเป็นต้องประหยัดหรอกค่ะ ซื้อเลยแล้วกัน...”
ฟูจิอิ อาริมะจะพูดอะไรได้อีก ได้แต่พยักหน้า “ก็ได้ครับ!”
ว่ากันตามตรง เขาใช้เงินเยอะกว่า แต่เงินที่เขาใช้เป็นการใช้เพื่อยกระดับการถ่ายทำ ไม่มีใครสามารถตำหนิอะไรได้ จริงๆ แล้วเขาสามารถคัดค้านการสิ้นเปลืองนี้ได้อย่างเต็มที่ แต่ตอนนี้นักเขียนบทมีคุณูปการใหญ่หลวงขนาดนี้ ถ้าเขาอยากจะซื้อของเล่นชิ้นใหญ่สักชิ้นก็ให้เขาซื้อไปเถอะ คิดว่าคนนิสัยอย่างเขาคงไม่มาขอโน่นขอนี่ทุกวันหรอก
การประชุมฝ่ายผลิตสิ้นสุดลง ต่อจากนี้ไปทีมงานทุกคนจะได้กินดีอยู่ดีขึ้นอีกหน่อย และจะได้รับเงินโบนัสจำนวนไม่เท่ากันตามตำแหน่งหน้าที่ในกองถ่าย ส่วนชิฮาระ รินโตะก็ได้คอมพิวเตอร์มาเครื่องหนึ่งแบบงงๆ เพียงแต่ยังซื้อไม่ได้ในทันที เพราะเงินยังไม่เข้าบัญชีกองถ่าย!
เขาสนใจคอมพิวเตอร์เครื่องนี้เป็นอย่างมาก แม้จะอยากได้สมาร์ทโฟนมากกว่า แต่มันยังไม่มีนี่นา จากข้อมูลที่เขารวบรวมมา ตอนนี้สมาร์ทโฟนเพิ่งจะถูกเสนอเป็นแนวคิดเท่านั้น จัดอยู่ในหมวดเทคโนโลยีแห่งอนาคต หลายคนที่ได้เห็นต่างก็ส่ายหน้า คิดว่าเป็นไปไม่ได้
เขาไม่ดูการถ่ายทำแล้ว กลับไปที่อาคารหลัก พลางดูโฆษณาขายคอมพิวเตอร์ในหนังสือพิมพ์ พลางเขียนบทละครของเขาต่อไป ตั้งใจจะศึกษาวิจัยอย่างละเอียดเพื่อหาคอมพิวเตอร์สเปกดีๆ สักเครื่องไว้ท่องอินเทอร์เน็ตเวอร์ชัน ‘ดึกดำบรรพ์’ ในภายหลัง
และเมื่อถึงวันรุ่งขึ้น สื่อกระแสหลักก็เริ่มมีปฏิกิริยาตอบสนองในที่สุด
ละครภาคดึกเรื่องนี้ น่าสนใจไม่เบาเลย!
จะบอกว่ามันเป็นละครเทพระดับตำนานก็ไม่ได้ เพราะการถ่ายทำไม่ได้มีความยากเย็นอะไร แต่ความคิดสร้างสรรค์นั้นยอดเยี่ยมมาก คุณภาพของบทละครสั้นยิ่งไว้ใจได้ ฉายมาสี่ตอนแล้ว สนุกทุกตอน ราวกับว่าคัดสรรมาอย่างดีที่สุด
โตเกียวโฮโซ TEB กำลังคิดอะไรอยู่? ทำไมถึงเอามันไปไว้ในช่วงเวลาดึกดื่น?
โง่หรือเปล่า?