ฉินมั่นมั่นมีสีหน้าประหลาดใจ "รู้ได้ยังไงน่ะ?"
เธอยังไม่ทันเข้าเรียนมัธยมปลายก็ได้รับสิทธิ์เป็นนักเรียนโควตาพิเศษแล้ว
ผ่านการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการสารสนเทศ จนมหาวิทยาลัยเยียนจิงรับเข้าศึกษา และจะไปรายงานตัวหลังการสอบเกาเข่าในปีนี้
นักเรียนโควตาพิเศษตั้งแต่ชั้นมัธยมต้นแบบนี้ สามารถเข้าเรียนในปีที่ได้โควตาเลย หรือจะรอเข้าเรียนหลังเรียนจบมัธยมปลายก็ได้
อันที่จริงต่อให้เข้าเรียนในปีที่ได้โควตาเลย ก็ยังไม่นับว่าเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย
ยังไงก็ต้องได้วุฒิบัตรมัธยมปลายอยู่ดี แต่โดยทั่วไปมักจะฝากชื่อไว้กับโรงเรียนมัธยมในเครือของมหาวิทยาลัยเพื่อจัดการเรื่องนี้
เรื่องโควตาพิเศษของฉินมั่นมั่นเป็นความลับในโรงเรียนมาก
ในชาติก่อนชิงอวิ๋นก็เพิ่งรู้เรื่องนี้หลังจากมีการประกาศรายชื่อนักเรียนโควตาพิเศษในเดือนเมษายนเช่นกัน
ชิงอวิ๋นกลอกตาใส่เธอ "คิดว่าวันแรกที่เข้าเรียน อาหลีไม่ได้เตือนฉันหรือไง?"
ฉินมั่นมั่นเข้าใจในทันที
เรื่องที่เกิดขึ้นกับทั้งสองคนในวันแรกที่เข้าเรียน หลีฟางผิงก็เคยเรียกเธอไปคุยด้วย แม้จะไม่ได้พูดตรงๆ แต่ก็กำชับให้เธอตั้งใจเรียนเป็นหลัก
เธอใช้สองแขนโอบคอเขา เม้มปากหัวเราะ แววตาเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์
"ได้โควตาพิเศษแล้ว ก็ยังสอบเกาเข่าได้นี่ แค่ไม่เข้าร่วมระบบแอดมิชชันกลางเท่านั้นเอง"
พูดจบเธอก็กะพริบตาปริบๆ "เมื่อกี้เธอเตรียมจะบอกเงื่อนไขอะไรนะ?"
ชิงอวิ๋นถลึงตาใส่เธออย่างหงุดหงิด "ฉันเตรียมจะบอกว่า ขอแค่ฉันสอบติดชิงเป่ย เธอต้องมาเป็นแฟนตัวจริงของฉัน
เงื่อนไขของเธอตอนนี้มันหลอกฟันฉันชัดๆ! ขนาดตอนฉันท็อปฟอร์มยังไม่แน่ว่าจะเอาชนะเธอได้เลย"
เมื่อเห็นท่าทางฮึดฮัดต่อรองของชิงอวิ๋น ฉินมั่นมั่นก็หัวเราะคิกคัก
ครู่ใหญ่เธอจึงหุบยิ้ม แล้วแนบหน้าผากของตัวเองเข้ากับหน้าผากของเขาเบาๆ
"ชิงอวิ๋น ถ้าอยากเป็นผู้ชายของฉัน ก็ต้องยืนอยู่ข้างหน้าเพื่อนำทางฉัน! ไม่อย่างนั้นฉันยอมโสดไปตลอดชีวิตดีกว่า!"
ชิงอวิ๋นหรี่ตาลง เขาอยากจะบอกเหลือเกินว่าเขาชอบยืนอยู่ข้างหลังมากกว่า
แต่คิดไปคิดมา ช่างมันเถอะ
จะหน้าจะหลัง ก็ได้หมดแหละ
ล้วนเป็นเรื่องที่ต้องเอาไว้คุยกันวันหลัง
การรั้งฉินมั่นมั่นไว้ ไม่ให้เธอรีบตัดสินใจในวันนี้ต่างหากคือเป้าหมายของเขา
ความหมายของฉินมั่นมั่น เขาเข้าใจดี
การสอบจำลองครั้งที่หนึ่งซึ่งมีความยากเป็น 1.2 เท่าของการสอบเกาเข่า เขาได้ 587 คะแนน ฉินมั่นมั่นได้ 687 คะแนน ไม่ขาดไม่เกิน ห่างกัน 100 คะแนนพอดี
ในสถานการณ์ที่เหลือเวลาอีกแค่ไม่กี่สิบวันก่อนสอบเกาเข่า ตามปกติแล้ว ชิงอวิ๋นไม่มีทางพัฒนาได้มากขนาดนี้หรอก
การสอบติด ม.สู่ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยระดับ 985 รั้งท้าย คือขีดจำกัดสูงสุดของเขาในสถานการณ์ปกติ
ชาติก่อนก็เป็นแบบนั้น
แต่ถ้าจะเอาชนะฉินมั่นมั่นให้ได้อย่างเด็ดขาด อาจจะต้องทำคะแนนให้ได้ 700 คะแนนขึ้นไปถึงจะเป็นไปได้
เพราะยังไงซะ ยัยหนูนี่ในเมื่อลงสนามสอบแล้ว ย่อมไม่มีทางออมมือให้เขาเด็ดขาด
ดังนั้น ฉินมั่นมั่นไม่ได้กำลังให้โอกาสเขาเป็นแฟน แต่กำลังให้โอกาสเขาตกรอบต่างหาก
"ชิงอวิ๋น เธอจะไม่รับข้อเสนอก็ได้นะ ถือซะว่าวันนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ไม่ต้องมีคู่รักกำมะลอ ถ้าเธอเต็มใจ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เราสามารถมาคบกันแบบพอเปิดเทอมมหาวิทยาลัยก็เลิก เป็นแฟนกันจริงๆ ได้เลย"
ฉินมั่นมั่นเอียงศีรษะไปซบลงบนไหล่ของเขาเบาๆ ใบหน้าเล็กแดงระเรื่อขณะเอ่ย
ผู้ชายบ้าคนนี้น่าสนใจกว่าที่คิดแฮะ
ชิงอวิ๋นเงยหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืนพลางกลอกตา
หมายความว่าไง!
เธออยากจะมีความรักที่โรแมนติกที่สุดในช่วงวัยรุ่นที่สวยงามที่สุด เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำดีๆ ในชีวิตงั้นเหรอ?
เหอะ!
เวลาไม่กี่เดือนกับหลายสิบปี เขายังแยกแยะออกหรอก
แบบนั้นมันไม่คุ้มเอาซะเลย!
แค่เรียวขาคู่นั้น ก็คุ้มค่าไปตั้งหลายปีแล้ว!
"ฉันรับเงื่อนไขของเธอ"
ฉินมั่นมั่นได้ยินดังนั้นก็ยืดตัวตรง มองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาซับซ้อน "แน่ใจนะ? ฉันไม่ออมมือให้หรอก"
เมื่อมองดูดวงตาที่แดงระเรื่อของเธอ ชิงอวิ๋นก็ยิ้ม "แน่ใจสิ! สิ่งที่ฉันต้องการคือทั้งชีวิต ไม่ใช่แค่เคยได้ครอบครอง"
น้ำตาของฉินมั่นมั่นร่วงหล่นลงมาอีกครั้ง เธอใช้หลังมือเช็ดออก เม้มปากยิ้ม "งั้นก็ดี! ฉันจะรอวันที่เธอเอาชนะฉันได้"
จิตใจที่ว้าวุ่นทำให้เธอเองก็แยกไม่ออก ว่าเธอหวังให้เขาชนะ หรือว่าแพ้กันแน่
แฟนกำมะลอที่เป็นเหมือน 'ไม้กันหมา' ก็เป็นแค่ข้ออ้างของฉินมั่นมั่นเท่านั้น
จุดประสงค์แรกเริ่มของเธอ คือไม่อยากทิ้ง 'มารในใจ' ไว้ในอนาคตเหมือนในนิยายเซียนเซี่ยก็เท่านั้น
เพียงแต่ตอนนี้ สภาพจิตใจของเธอเริ่มเปลี่ยนไปบ้างแล้ว
ข้อเสนอที่ชิงอวิ๋นพูดมา ดูเหมือนจะไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
แต่เงื่อนไขคือ เขาต้องก้าวตามเธอให้ทัน
งั้นก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของสวรรค์เถอะ
จู่ๆ ชิงอวิ๋นก็ทำหน้าทะเล้น "อืมมม... ไม่แน่ถึงตอนนั้นฉันอาจจะต้องลองพิจารณาดู ถ้าเกิดคนต่อไปดีกว่าและน่ารักกว่าล่ะ?
จะยอมให้เธอได้ตัวฉันไปง่ายๆ ไม่ได้หรอก เป็นลูกผู้ชายก็ต้องรู้จักป้องกันตัวเองสิ"
ฉินมั่นมั่นถูกความขี้เล่นกะทันหันของเขาทำเอาโกรธจนหลุดขำ
เมื่อกี้เธอยังคิดอยู่เลยว่า ถ้าเขาฉวยโอกาสจูบเธอ เธอควรจะทำยังไงดี
ควรจะสงวนท่าทีแล้วผลักออก หรือจะให้กำไรเขาสักหน่อย?
บรรยากาศดีๆ ถูกทำลายป่นปี้หมด!
ฉินมั่นมั่นยกสองแขนขึ้นกอดอก เชิดคางเรียวสวยขึ้นฟ้าแล้วถามอย่างไม่แยแส "ดีกว่า? น่ารักกว่า? บนโลกนี้ยังมีผู้หญิงที่เพอร์เฟกต์กว่าฉันอีกเหรอ?
หน้าตา? รูปร่าง? บุคลิก? ความสามารถ? หรือว่าชาติตระกูล?
ถ้าเธอหาผู้หญิงที่เพอร์เฟกต์กว่าฉันได้ ฉันจะยอมเป็นแฟนเธอพร้อมกับยัยนั่นเลย!"
ท่าทางซึนเดเระนี้ ทำเอาชิงอวิ๋นรู้สึกคันยุบยิบในใจ
เขายื่นมือไปบีบปลายจมูกเธอ นิ้วก้อยยังแอบเกลี่ยเบาๆ ตรงผิวเนียนละเอียดใต้คาง
"ท่าทางหน้าด้านหน้าทนของเธอนี่ สมกับเป็นเนื้อคู่ฉันจริงๆ! แต่ว่า อย่าเพิ่งคุยโวไป มหาวิทยาลัยไม่เหมือนมัธยมปลายหรอกนะ
ไม่แน่อาจจะบังเอิญเจอเทพธิดาที่เพอร์เฟกต์กว่าเธอก็ได้
แต่เธอวางใจเถอะ เธอต้องได้เป็นเมียหลวงแน่นอน! ฉันสาบานเลย!"
เมื่อได้ยินคำรับประกันของชิงอวิ๋น ฉินมั่นมั่นก็แค่นเสียง "ฮึ" อย่างถือดี มือเล็กๆ ค่อยๆ ถอยห่างออกจากหูของเขา
เดี๋ยวนะ...
ฉินมั่นมั่นขมวดคิ้ว รู้สึกทะแม่งๆ
ครู่หนึ่ง เธอก็นึกขึ้นได้ จึงถลึงตาใส่ผู้ชายบ้าตรงหน้าอย่างเอาเรื่อง "เมียหลวง?"
ชิงอวิ๋นกะพริบตาปริบๆ หัวเราะแหะๆ ทว่าหลังมือของมือที่ประสานนิ้วกันแน่นกลับกำลังถูไถอยู่บนต้นขาของเธอ
ฉินมั่นมั่นชักมือกลับแล้วปัดกรงเล็บมารของเขาออกด้วยใบหน้าเขินอายปนโกรธ "ได้คืบจะเอาศอกใช่ไหม! กลับไปอ่านหนังสือที่ห้องเรียนเลย!"
พูดจบ เธอก็ลุกขึ้นจากตัวเขา ใบหน้าบึ้งตึงเจือสีชมพูระเรื่อ
ยังจะมาเมียหลวงอีก!
หึๆ!
คิดว่าฉายา 'ฉินจ้าว' ของเธอได้มาเปล่าๆ หรือไง?
แถมผู้ชายบ้าคนนี้ยังได้ทีขี่แพะไล่เก่งซะด้วย!
เข้าเรียนวันแรก มือก็ไม่ค่อยจะอยู่สุขแล้ว
ต่อไปนี้ ก่อนที่จะตกลงคบกันจริงๆ จะปล่อยให้เขามีโอกาสอยู่กันตามลำพังแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด!
"หรือว่า นั่งต่ออีกหน่อยดีไหม?" ชิงอวิ๋นมองเธอด้วยสายตาน่าสงสาร
ฉินมั่นมั่นเพิ่งจะอ้าปากเถียง แต่เมื่อเห็นเขานั่งตัวงอ จู่ๆ เธอก็เข้าใจอะไรบางอย่าง ใบหน้าเล็กพลันร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง
"สมน้ำหน้า!"
เธอสบถเบาๆ อยากจะเดินหนี แต่สุดท้ายก็จำใจนั่งลงตามเดิม
ในเมื่อจะเล่นละคร ก็จะเดินเข้าห้องเรียนตามหลังกันไปไม่ได้
แม้ว่าคนที่แอบดูอยู่ชั้นบนจะมีไม่น้อย แต่การทำตัวมีพิรุธมันไม่เข้ากับคาแรกเตอร์ของเธอ
อีกอย่าง เธอเองก็ต้องการให้มีคนส่งข่าวไปบอกพ่อแม่ของเธอด้วย
สายสืบของพ่อเธอในโรงเรียนมีเยอะแยะไปหมด
ไม่ว่าจะเป็นครู หรือเพื่อนนักเรียน สำหรับฉินมั่นมั่นแล้ว ล้วนไม่สำคัญทั้งนั้น
สิ่งที่เธอจะทำ ใครมาขวางก็เปล่าประโยชน์
"เธอ... อีกนานไหมกว่าจะหาย?" ฉินมั่นมั่นหน้าแดงก่ำ แอบชำเลืองมองแวบหนึ่งแล้วกระซิบถาม
เธอบอกเลยว่ากางเกงนักเรียนยืดหยุ่นดีเกินไป ภาพตรงหน้ามันชวนให้แสบตาเหลือเกิน
ชิงอวิ๋นถอดเสื้อคลุมออกปิดขาตัวเองไว้ รู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย "ฉันจะไปรู้ได้ไง? นี่มันกล้ามเนื้อที่อยู่นอกอำนาจจิตใจ ฉันควบคุมไม่ได้สักหน่อย โทษที่เธอสวยเกินไป หุ่นดีเกินไปก็แล้วกัน"
ฉินมั่นมั่นแค่นเสียงฮึ สะบัดหน้าหนีอย่างถือดี ทว่าหางตากลับเจือแววขบขัน
เธอรู้สึกว่าชิงอวิ๋นซื่อสัตย์ดี
ส่วนชิงอวิ๋นก็เอาแต่สูดหายใจเข้าลึกๆ ไม่หยุด
เขาเองก็อยากรีบกลับเข้าห้องเรียนเหมือนกัน
สถานการณ์ที่ได้แต่มองแต่กินไม่ได้แบบนี้ มันทรมานเกินไปแล้ว!
สู้รีบกลับไปทบทวนบทเรียนยังจะดีกว่า
ด้วยความสามารถของเขาในตอนนี้ การสอบเข้าชิงเป่ยไม่มีปัญหาเลยแม้แต่น้อย แต่ถ้าจะให้เอาชนะฉินมั่นมั่น นี่สิยาก
คนอื่นเกิดใหม่ เรื่องเรียนถ้าไม่พึ่งระบบโกง ก็ต้องอาศัยการตื่นรู้ของจิตสำนึก แล้วพัฒนาตัวเองผ่านความพยายาม
แต่ชิงอวิ๋นไม่เหมือนกัน
สถานะศาสตราจารย์ด้านเคมีฟิสิกส์ของเขานี่แหละคือสูตรโกง
เคมีฟิสิกส์ คือวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาปัญหาทางฟิสิกส์ในสาขาเคมี
ฟิสิกส์กับคณิตศาสตร์แยกกันไม่ออก นักฟิสิกส์ทุกคนล้วนเป็นนักคณิตศาสตร์
โดยเฉพาะคณิตศาสตร์ที่พวกคนเกิดใหม่ปวดหัวกันที่สุด ในสายตาเขาไม่ใช่ปัญหาเลยสักนิด
สำหรับเด็กเรียนที่เข้าใจทะลุปรุโปร่งแล้ว ความรู้ที่เพิ่งเรียนในชาตินี้ จะลืมได้ยังไง?
ยิ่งวิชาคณิตศาสตร์ที่เหมาะกับการทำโจทย์เร็วๆ แบบนี้ ยิ่งไม่มีทางลืม
สามวิชาคณิต ฟิสิกส์ เคมี เขาไม่ต้องเสียเวลาเลย
และในฐานะศาสตราจารย์ ทักษะภาษาอังกฤษที่จำเป็นสำหรับการปั่นเปเปอร์ก็ต้องอัปเต็มหลอดอยู่แล้ว อย่างน้อยการรับมือกับภาษาอังกฤษในการสอบเกาเข่าก็ไม่มีความยากอะไรเลย
ภาษาจีน อาจจะยากนิดหน่อยแต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ตอนนี้ยังไม่ถึงยุคในอีกสิบกว่าปีให้หลัง ที่พวกเด็กเรียนต้องใช้ภาษาจีนเพื่อสร้างความห่างของคะแนน
ห้าวิชานี้ เขาแค่ต้องเรียกความรู้สึกในการทำโจทย์กลับมาก็พอ
สิ่งที่ทำให้เขาปวดหัวกลับเป็นวิชาที่เขาสนใจที่สุดสมัยมัธยมปลายอย่างวิชาการสืบพันธุ์...
อ้อ ไม่สิ วิชาชีววิทยาต่างหาก
ชีววิทยา สายศิลป์ในหมู่สายวิทย์ แม่งเอ๊ย ไอ้พวกที่ต้องท่องจำน่ะลืมไปหมดตั้งนานแล้ว
สถานการณ์แบบนี้ พูดตามตรง อยากจะเอาชนะฉินมั่นมั่นที่มีความสามารถรอบด้านสูงปรี๊ด มันออกจะยากไปหน่อย
อีกอย่าง ที่พึ่งที่ใหญ่ที่สุดของเขา ก็คือข้อสอบคณิตศาสตร์เกาเข่าปี 2003 ที่ได้ชื่อว่ายากที่สุดในประวัติศาสตร์
ความยากระดับวิปริตนั้น สำหรับพวกเด็กเรียนที่เก่งเพราะทำโจทย์เยอะๆ ถือเป็นการทำลายล้างอย่างราบคาบ
แต่สำหรับเขา มันคือรากฐานในการพลิกเกมกลับมาชนะ
แต่ว่า...
สำหรับฉินมั่นมั่นแล้ว แทบไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลย
อย่างที่เธอเคยพูดไว้ เธอสอบคณิตศาสตร์ได้ 150 คะแนน ก็เพราะข้อสอบมันมีแค่ 150 คะแนน
หรือว่า ก่อนสอบจะลองใช้แผนชายงาม ให้ฉินมั่นมั่นออมมือให้ดีไหมนะ?
ชิงอวิ๋นมีสีหน้าหงุดหงิด แต่เขาก็รู้ดีว่านิสัยของฉินมั่นมั่นเป็นแบบนี้แหละ
จริงด้วยสิ ในฐานะผู้ชาย ถ้าไม่สามารถเอาชนะเธอได้ เธอไม่มีทางยอมก้มหัวให้เขาแน่
เมียตัวเองนี่ ปากแข็งชะมัด!
ช่างเถอะ
เมื่อมองดูมือเล็กๆ คู่นั้นที่ในอนาคตจะทุบต้นขาเขาอย่างฮึดฮัดอ้ำอึ้ง แค่นี้ก็คุ้มค่าทุกอย่างแล้ว
...
"มั่นมั่น อาหลีเรียกให้พวกเธอไปหาที่ห้องพักครูหน่อย"
ชิงอวิ๋นกับฉินมั่นมั่นที่เพิ่งเดินเข้าห้องเรียนมา ก็ได้รับแจ้งทันที
ขณะที่ทั้งสองกำลังจะเดินออกไป ก็ถูกเรียกตัวไว้อีก
"มั่นมั่น! พวกเธอสองคน..."
เมื่อเห็นสายตาตื่นเต้นของถังเชียนหยิ่งเพื่อนสนิท และนิ้วชี้สองนิ้วที่ชนกันกลางอากาศ ฉินมั่นมั่นก็ยิ้มบางๆ
ภายใต้สายตาจับจ้องของทุกคน เธอพยักหน้ารับอย่างเปิดเผย ก่อนจะหันหลังเดินไปทางห้องพักครูพร้อมกับชิงอวิ๋น
เมื่อมองดูแผ่นหลังของทั้งสองคนที่เดินเคียงคู่กันไป ในห้องเรียนก็เกิดเสียงดังระงมขึ้นมาทันที
พวกผู้ชายพากันร้องโอดครวญราวกับพ่อแม่เสีย
ความจริงพวกเขาแอบเห็นจากชั้นบนตั้งนานแล้ว
โดยเฉพาะตอนที่ชิงอวิ๋นกับฉินมั่นมั่นกอดกัน แต่ละคนแทบจะตาถลนกัดฟันกรอด อยากจะเข้าไปแทนที่ใจจะขาด
และการยอมรับของฉินมั่นมั่นในตอนนี้ ก็ยิ่งทำให้หัวใจของพวกเขาแหลกสลาย
แม้พวกเขาจะรู้ตัวดีว่าตัวเองหมดหวัง แต่ก็รู้สึกเหมือนดวงดาวบนท้องฟ้าที่เคยเฝ้ามอง ถูกใครบางคนทำให้แปดเปื้อนไปแล้ว
ส่วนพวกผู้หญิงก็มีประกายแห่งความอยากรู้อยากเห็นในแววตา พากันส่งเสียงร้องว้าวด้วยความตื่นเต้น
เด็กผู้หญิงหลายคนถึงกับกอดกันกระโดดโลดเต้นอย่างดีใจ "อวิ๋นมั่นไร้เทียมทาน!"
ตอนที่แอบดูอยู่ชั้นบนแล้วเห็นชิงอวิ๋นรวบตัวฉินมั่นมั่นเข้ามากอด พวกเธอก็รู้สึกว่ามันหวานเกินต้านแล้ว
และการพยักหน้าของฉินมั่นมั่นในตอนนี้ ก็ทำเอาพวกเธอฟินกันขั้นสุด
ความสุขที่สุดของการจิ้นคู่ชิป ก็คือการที่เจ้าตัวออกมายอมรับนี่แหละ
"ไม่จริงน่า! ฉินมั่นมั่นกับชิงอวิ๋นคบกันจริงๆ เหรอ? ถังเชียนหยิ่ง เธอรู้เบื้องลึกเบื้องหลังอะไรหรือเปล่า?"
หยางเยว่คนปากไวแววตาเป็นประกายด้วยความอยากรู้อยากเห็น พลางเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจกับถังเชียนหยิ่ง
ตอนที่ทุกคนแอบดูอยู่ชั้นบน หยางเยว่ก็สังเกตเห็นว่าสีหน้าของถังเชียนหยิ่งดูนิ่งมาก เห็นได้ชัดว่าต้องรู้อะไรมาแน่ๆ
ถึงจะเป็นเพื่อนสนิทกันหมด แต่ก็มีความสนิทมากสนิทน้อยต่างกัน
เห็นได้ชัดว่าหลังจากแยกสายวิทย์-ศิลป์แล้ว ถังเชียนหยิ่งที่เป็นเพื่อนร่วมโต๊ะคนปัจจุบัน สนิทกับฉินมั่นมั่นมากกว่า
ถังเชียนหยิ่งยักไหล่ "เมื่อวานมั่นมั่นบอกว่า เธอไม่อยากทิ้งความเสียใจไว้ วันนี้เลยจะไปสารภาพรักกับชิงอวิ๋น"
เฉินเยว่เบิกตากว้างทันที ร้องอุทานเสียงหลง "อะไรนะ? ฉินมั่นมั่นเป็นคนสารภาพรักก่อนเหรอ?"
คำพูดนี้ทำเอาพวกผู้หญิงในห้องเรียนตกตะลึงจนตาแทบถลน
ข่าวลือที่ลือกันมาสองปีครึ่ง วันนี้กลายเป็นจริงสักที พวกเธอรู้สึกอิ่มเอมใจเหมือนตอนดูซีรีส์แล้วเชียร์คู่ชิปจนสำเร็จ
แต่ว่า การที่ฉินมั่นมั่นเป็นคนสารภาพรักก่อน นี่มัน...
โคตรจะช็อกวงการเลย
ถังเชียนหยิ่งแบมือสองข้างออก สีหน้าเต็มไปด้วยความจนใจ "มีอะไรน่าแปลกกัน พวกเธอก็รู้นิสัยของมั่นมั่นนี่นา"
พวกผู้หญิงลองคิดดู ก็ดูเหมือนจะมีเหตุผล
จักรพรรดินีจงเจริญ!
เพราะงั้น...
ชิงอวิ๋นก็นับว่าเป็นฮองเฮาสินะ?
เมื่อคิดได้ดังนี้ เฉินเยว่ก็หัวเราะคิกคัก กระซิบกระซาบแบ่งปันการค้นพบนี้ให้ทุกคนฟัง
ส่วนพวกผู้ชายที่เงี่ยหูแอบฟังอยู่ ยิ่งรู้สึกใจสลายราวกับตายทั้งเป็น
ชิงอวิ๋นมีดีอะไรตรงไหนถึงไปเข้าตาเทพธิดาได้ แถมเธอยังเป็นฝ่ายเข้าหาไปสารภาพรักก่อนอีก?
"เชี่ยเอ๊ย! เชี่ยเอ๊ย! เชี่ยเอ๊ย!" คำสบถสามคอมโบหลุดออกจากปาก
"มีดีอะไรนักหนาวะ! มีดีอะไรนักหนา!"
"โลกนี้เหลือแค่สีขาวดำแล้ว..."
เพื่อนสนิทไม่กี่คนของชิงอวิ๋นในห้อง ยิ่งแทบจะร้องไห้ออกมา
เผิงชางซวี่ตบโต๊ะคำรามลั่น "มันสมควรตาย!!!"
หลี่เยี่ยนซีก็เช็ดน้ำตา "ตอนปู่มันตาย กูยังร้องไห้เลย กูแม่งยังร้องไห้เลย!
กูยังสาบานเลยว่าจะขอเป็นพี่น้องกับมันไปตลอดชีวิต จะให้มันรู้ว่าบนโลกนี้มันยังมีครอบครัวอยู่!
แต่มันกลับ! มันกลับ..."
"ฮือๆๆๆ... ในที่สุด สองคนนั้นก็ได้คบกันซะที..." หลิวเจี้ยนหงที่อยู่ข้างๆ ร้องไห้ออกมาจริงๆ
เฉินเยว่แปลกใจ ปฏิกิริยาของเผิงชางซวี่กับหลี่เยี่ยนซี เธอพอเข้าใจได้
ผู้ชายก็งี้แหละ กลัวเพื่อนลำบาก แต่ก็กลัวเพื่อนได้ดีขับรถหรู
แต่คำพูดของหลิวเจี้ยนหงนี่คือการอวยพรเหรอ?
มีผู้ชายที่จิ้น 'คู่ชิปอวิ๋นมั่น' ด้วยแฮะ หายากนะเนี่ย
เฉินเยว่รีบขยับเข้าไปใกล้ทันที "เป็นไง เป็นไง คู่นี้หวานมากเลยใช่ไหม?"
ในฐานะที่เป็นสวรรค์ของการรักในวัยเรียน ที่ได้ชื่อว่า 'ทุกห้าก้าวต้องมีคู่รักหนึ่งคู่' โรงเรียนมัธยมจิ่นเฉิงสี่จะเป็นไปได้เหรอที่จะมีคู่ชิปแค่คู่เดียว?
แค่ในห้องเรียนนี้ก็มีตั้งหลายคู่แล้ว
แต่ไม่มีคู่ไหนที่ได้รับความสนใจเท่าชิงอวิ๋นกับฉินมั่นมั่น
หนึ่งคือการที่ฉินมั่นมั่นมีตำแหน่งเป็นถึงเทพธิดาประจำโรงเรียน สองคือพรหมลิขิตที่ซ่อนอยู่ในกวีโบราณบทนั้น
แม้แต่เหตุการณ์งูเขียวหางไหม้ จากปากต่อปากของผู้คน ก็กลายเป็นฉากโรแมนติกที่ว่า 'เมื่อต้องเผชิญหน้ากับงูพิษ ชิงอวิ๋นยอมสละชีวิตเอาตัวเข้าบังฉินมั่นมั่นเอาไว้'
"หวาน... หวานบ้าอะไรล่ะ! ต่อไปบ้านชิงอวิ๋นก็มีสวนสัตว์แล้ว... ฮือๆๆๆๆ"
หลิวเจี้ยนหงหยิบทิชชู่บนโต๊ะมาร้องไห้สะอึกสะอื้น
ทุกคนมีสีหน้างุนงง "เกี่ยวอะไรกับสวนสัตว์?"
"กระทิง (ลัมโบร์กินี), ม้า (BMW), เสือ (Land Rover), เสือดาว (จากัวร์)... ฮือ... มันคบกับฉินมั่นมั่นแล้ว รถพวกนี้มันจะไม่มีได้ยังไง... นั่นมันรถในฝันของกูทั้งนั้นเลย!"
เสียงโอดครวญของหลิวเจี้ยนหง แทงทะลุเข้าไปในใจของพวกผู้ชาย
"มันแม่งสมควรตายจริงๆ!!! ไอ้แมงดาเอ๊ย!!!"







