ภายในห้องสวีทของโรงแรม เจียงเซี่ยนั่งอยู่บนเตียงกรงนก เบื้องหน้าของเขาคือหัวหน้าห้องสาวดาวโรงเรียนที่กำลังถอดเสื้อผ้าภายใต้แสงไฟประดับสีชมพู เมื่อถอดเสื้อแจ็คเก็ตขนเป็ดออก ด้านในก็คือเสื้อไหมพรมคอเต่าสีขาวที่ขับเน้นทรวดทรงอันงดงามของเธอ
แม้หลี่ซือถงจะเพิ่งอายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์ แต่รูปร่างของเธอกลับเจริญวัยอย่างเต็มที่ มีส่วนเว้าส่วนโค้งครบถ้วนตามที่ควรจะมี
เจียงเซี่ยนั่งตัวตรงแหน่วอยู่ริมเตียง แผ่นหลังของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเย็นเยียบ
ความคิดในหัวของเขาแล่นพล่าน เขาเอาแต่คิดว่าหลี่ซือถงเป็นตัวอะไรกันแน่? เป็นหลี่ซือถงคนเดิมที่ถูกสัตว์ประหลาดกินจนกลวงโบ๋แล้วสวมรอยแทน? หรือมีสัตว์ประหลาดฆ่าหลี่ซือถงแล้วแปลงกายเป็นเธอ?
(แล้วผมล่ะ? ผมก็เป็นตัวประหลาดแบบเดียวกับเธอเหรอ?)
หลี่ซือถงสะบัดรองเท้าผ้าใบออก ดึงผ้าพันคอสีแดงที่คอทิ้งไป ก่อนจะวางปลายเท้าลงบนหน้าอกของเจียงเซี่ย แล้วออกแรงถีบเบาๆ ให้เขาหงายหลังลงไป
เจียงเซี่ยใช้สองมือขยุ้มผ้าปูเตียงไว้แน่น ในหัวราวกับมีค้อนเหล็กหนักอึ้งกำลังทุบตีลงมาเป็นจังหวะ ส่งเสียงดังก้องกังวาน!
แย่แล้ว! แย่แล้ว!!
การได้อยู่ตามลำพังกับหัวหน้าห้องสาวดาวโรงเรียนในห้องเดียวกัน และกำลังจะเกิดเรื่องที่อธิบายไม่ได้ ฟังดูเย้ายวนใจและชวนให้จินตนาการเตลิดเปิดเปิงงั้นหรือ?
ทว่าเจียงเซี่ยกลับไม่มีอารมณ์ร่วมเลยสักนิด สวรรค์เท่านั้นที่รู้ว่าหลี่ซือถงเป็นตัวประหลาดอะไร! แล้วโครงสร้างร่างกายของเธอจะเหมือนกับมนุษย์หรือเปล่าล่ะ?
หลี่ซือถงคุกเข่าข้างหนึ่งที่ปลายเตียง ค่อยๆ คลานขึ้นมาบนตัวของเจียงเซี่ย แววตาของเธอหวานหยาดเยิ้มเปี่ยมไปด้วยความรัก มือขาวเนียนค่อยๆ ลูบไล้จากหน้าอกของเจียงเซี่ยต่ำลงไปเรื่อยๆ
ไม่กี่วินาทีต่อมา เธอก็เปลี่ยนสีหน้า "เธอคิดว่าฉันเป็นสัตว์ประหลาด ก็เลยไม่มีอารมณ์กับฉันงั้นสิ?"
"มะ...ไม่ใช่นะ...ผมแค่ไร้น้ำยามาตั้งแต่เกิดน่ะ" ด้วยเกรงว่าหลี่ซือถงจะรู้สึกว่าตัวเองถูกลบหลู่ เจียงเซี่ยจึงจำต้องยอมทิ้งศักดิ์ศรีลูกผู้ชายไปชั่วคราว แล้วพูดจาส่งเดชออกไป
"ไร้สาระ" หลี่ซือถงสายตาเย็นชา ก่อนจะแค่นหัวเราะเยาะ "ที่จริงฉันมีวิธีทำให้เธอมีน้ำยาขึ้นมาได้นะ แต่ทำแบบนั้นมันจะดูเหมือนฉันร่านเกินไป!"
เธอลูบไล้พวงแก้มของเจียงเซี่ยอย่างแผ่วเบาอีกครั้ง "จะบอกให้นะ ฉันชอบเธอจริงๆ ตั้งแต่นานมาแล้ว ตอนที่ฉันยังเป็นคนปกติ ฉันก็รู้สึกดีๆ กับเธอ..."
"สรุปแล้ว พวกเราเป็นตัวอะไรกันแน่? ผมก็เป็นเหมือนกับเธอเหรอ?"
เจียงเซี่ยหายใจหอบหนัก เขาไม่อยากให้ตัวเองเป็นสัตว์ประหลาดทำร้ายผู้คนเหมือนกับหลี่ซือถง แต่จากปฏิกิริยาต่างๆ ของร่างกายเขาในตอนนี้ เขาและหลี่ซือถง——คือพวกเดียวกัน!
ปลายนิ้วของหลี่ซือถงวาดเป็นวงกลมบนหน้าอกเจียงเซี่ย "ยังไงซะเธอกับฉันก็ไม่ใช่มนุษย์ปกติอีกต่อไปแล้ว ที่ตอนนี้เธอยังทำใจยอมรับไม่ได้ก็เพราะเพิ่งเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง ค่อยๆ ไปเดี๋ยวเธอก็ชินเองแหละ"
การได้รับรู้กะทันหันว่าตัวเองไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไป ทำให้เจียงเซี่ยทำใจยอมรับได้ยากอยู่บ้าง
เกิดอะไรขึ้น ทำไมจู่ๆ ถึงไม่ใช่มนุษย์แล้วล่ะ?
โดยเฉพาะไอ้คำว่าสายลับในหัวนั่นมันคืออะไรกันแน่?
ตัวเขาเป็นสัตว์ประหลาดแบบเดียวกับหลี่ซือถง แต่ในหัวกลับมีข้อความว่า 【ลำดับเทพ 001——สายลับ】
หรือคำว่าสายลับนี่จะหมายความว่า เขาคือสายลับที่แฝงตัวอยู่ในหมู่สัตว์ประหลาด?
เจียงเซี่ยถามอีก "ทำไมถึงเป็นแบบนี้ รอบตัวเรามีคนที่เป็นเหมือนพวกเราอีกเท่าไหร่?"
"เยอะแยะ ระหว่างทางมาโรงแรม เธอก็น่าจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของพวกเดียวกันตั้งมากมาย ส่วนเหตุผลว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ ฉันเองก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน" พูดจบหลี่ซือถงก็เปลี่ยนเรื่องและกล่าวต่อ "เธอควรจะดีใจถึงจะถูกนะ ถ้าเธอยังเป็นมนุษย์ปกติ ไม่ช้าก็เร็วเธอก็ต้องกลายเป็นอาหารอยู่ดี"
พูดแบบนี้ แปลว่านี่เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมยินดีงั้นสิ? จากเหยื่อกลายมาเป็นผู้ล่าเนี่ยนะ?
"ทำไมถึงให้ผมเป็นแฟนเธอ?" เจียงเซี่ยทำตัวราวกับเจ้าหนูจำไม แต่ปัญหาที่กวนใจเขาในตอนนี้ก็มีเยอะมากจริงๆ
"เมื่อกี้ก็บอกไปแล้วไง ว่าฉันชอบเธอมาตั้งนานแล้ว" หลี่ซือถงยิ้มมุมปาก ไม่รู้ว่าที่พูดมาจริงหรือเท็จ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "แน่นอนว่าที่สำคัญกว่านั้นคือ ฉันต้องการเพื่อนร่วมล่าเหยื่อ และเธอก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ไม่เลว"
แววตาของเจียงเซี่ยตึงเครียดขึ้นมา
เพื่อนร่วมล่าเหยื่อ? เหมือนกับที่เธอเพิ่งทำกับสวีคุนไปน่ะเหรอ?
"เมื่อกี้กินอิ่มไปหน่อย ง่วงจัง ฉันนอนก่อนล่ะ"
หลี่ซือถงหาวหวอด ขาข้างหนึ่งพาดทับบนตัวเจียงเซี่ย ซบหน้าลงบนไหล่ของเขา กอดเขาไว้แน่นแล้วหลับตาลง ปล่อยให้เจียงเซี่ยค่อยๆ ย่อยข้อมูลอยู่เพียงลำพัง
ในตอนแรก สมองของเจียงเซี่ยตื่นตัวอย่างหนัก ความตกตะลึงและหวาดกลัวสุดขีดทำให้เขาลืมความหิวไปจนหมดสิ้น แม้ว่าหลี่ซือถงจะดูเหมือนไม่ทำร้ายเขา แต่การที่โลกใบนี้จู่ๆ ก็เปลี่ยนไปเช่นนี้ ทำให้เขายากจะยอมรับได้ทั้งทางจิตใจและร่างกาย
รอบตัวมีสัตว์ประหลาดมากมายขนาดนี้ ครอบครัวของเขาจะเป็นอันตรายไหม? คุณแม่ น้องสาว และคุณพ่อจอมเจ้าชู้คนนั้น... ในหมู่พวกเขา จะมีใครที่เป็น "พวกเดียวกัน" เหมือนกับเขาบ้างหรือเปล่า?
เจียงเซี่ยไม่กล้าคิด พอคิดว่าในครอบครัวอาจจะมี "พวกเดียวกัน" อยู่ด้วย มือของเขาก็สั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
ค่อยเป็นค่อยไปท่ามกลางความหวาดกลัวสุดขีด หัวของเขาก็เริ่มมึนงงเพราะความหิว และเผลอหลับไปอย่างสะลึมสะลือในเวลาไม่นาน
ตอนเช้า เสียงนาฬิกาปลุกดังบาดแก้วหู
เจียงเซี่ยเบิกตาโพลง ดวงตาทั้งสองข้างเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย
หลี่ซือถงที่นอนทับแขนเขาอยู่นั้นเงียบสงบราวกับกระต่ายน้อย เสียงนาฬิกาปลุกทำให้เธอคราง "อืม" ออกมาเบาๆ ก่อนจะหดหัวมุดเข้าไปในผ้าห่ม แล้วซุกตัวเข้าหาอ้อมอกของเจียงเซี่ย
เจียงเซี่ยค่อยๆ เลิกผ้าห่มขึ้นมองเข้าไปด้านใน มองยังไงก็ไม่เหมือนสัตว์ประหลาดกินคนเลยสักนิด...
สิบนาทีต่อมา หลี่ซือถงลุกจากเตียง เธอคุยโทรศัพท์กับพ่อไปด้วยขณะล้างหน้าแปรงฟันอยู่ในห้องน้ำ
"หนูอยู่โรงแรมค่ะ หนูอยู่คนเดียว... พ่อคะ พ่อยังไม่ไว้ใจหนูอีกเหรอ?"
เจียงเซี่ยยืนขาสั่นระริกอยู่ที่หน้าประตูห้องน้ำ รอจนหลี่ซือถงวางสายโทรศัพท์ เขาจึงเอ่ยถาม "ถ้าผมยังปล่อยให้หิวแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ จะเกิดอะไรขึ้น?"
"ก็จะสูญเสียสติสัมปชัญญะ จนกว่าจะได้กินอาหารเติมเต็มกระเพาะนั่นแหละ แล้วผู้เคราะห์ร้ายกลุ่มแรกก็คือครอบครัวของเธอ! แต่ไม่ต้องห่วงนะ เธอไม่หิวตายหรอก ต่อให้ไม่กินอะไรเลยเป็นเดือนเธอก็ไม่ตาย!"
แววตาของเจียงเซี่ยวูบไหว หัวใจกระตุกวูบ "หมายความว่าถ้าผมหิวต่อไปเรื่อยๆ ผมจะขาดสติ แล้วเอาครอบครัวของตัวเองมาเติมเต็มกระเพาะเป็นอันดับแรกงั้นเหรอ?"
"ก็ไม่แน่หรอก แต่ยังไงซะพอถึงตอนนั้น ครอบครัวของเธอ คนที่มีสายเลือดเดียวกับเธอ จะดึงดูดใจเธอได้มากกว่าใครไงล่ะ!"
หลี่ซือถงวางผ้าขนหนูลง หันกลับมาเดินตรงหน้าเจียงเซี่ย ยื่นสองมือไปคล้องคอเขาไว้ ทั้งคู่แนบชิดกันมากจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ต่างฝ่ายต่างสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกันอย่างชัดเจน
"อย่าเปิดเผยความสัมพันธ์ของเรา แล้วก็ อย่าทำตัวตื่นตูมจนเผยความผิดปกติของเราออกมาด้วย เมื่อก่อนใช้ชีวิตยังไงตอนนี้ก็ใช้ชีวิตแบบนั้น ถ้าขืนเธอเผยพิรุธชัดเจนเกินไปจนถูกคนพวกนั้นเพ่งเล็ง พวกเขาจะมาฆ่าเธอ!"
"คนพวกนั้นคือใคร?" เจียงเซี่ยถาม
หลี่ซือถงวางมือข้างหนึ่งลูบไล้ใบหน้าเจียงเซี่ย "พวกเขาคืออาหารชั้นเลิศของพวกเรา ไม่มีอะไรจะให้สารอาหารเราได้ดีไปกว่าพวกเขาอีกแล้ว ในขณะเดียวกัน สำหรับพวกเขา พวกเราก็คือสารอาหารของพวกเขาเหมือนกัน!
เธอจะเข้าใจว่านี่คือการเล่นซ่อนหาก็ได้ ถ้าเราเจอพวกเขาก่อน พวกเขาก็ตาย แต่ถ้าพวกเขาเจอเราก่อน คนที่ตายก็คือพวกเรา!
แน่นอนว่าเธอไม่ต้องกังวลไปหรอก จำนวนคนพวกนั้นมีไม่เยอะ เผลอๆ อาจจะน้อยจนน่าสงสารด้วยซ้ำ ในแสนคนอาจจะไม่มีสักคนเลยก็ได้ แต่ระวังไว้ก่อนนั่นแหละดีที่สุด"
พูดจบ หลี่ซือถงก็เขย่งปลายเท้าขึ้น จุ๊บลงบนหน้าผากของเจียงเซี่ยเบาๆ
"เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้มีคนเห็นเราสองคนเดินออกจากม่านรูดนี้พร้อมกัน ฉันจะไปโรงเรียนก่อน เธอก็ค่อยๆ ตามไปแล้วกัน"
แกรก!
หลี่ซือถงเดินออกจากห้องพักโรงแรม เจียงเซี่ยทิ้งตัวพิงประตูห้องน้ำอย่างหมดเรี่ยวแรง
เจียงเซี่ยรู้สึกว่า ตอนนี้ตัวเขากับหลี่ซือถงน่าจะจัดอยู่ในประเภทสัตว์ประหลาด หรือพวกปีศาจอะไรทำนองนั้นหรือเปล่า?
"คนพวกนั้น" ที่เธอพูดถึง หรือว่าจะเป็นพวกนักล่าปีศาจเหมือนในหนังอะไรแบบนั้น?
ถ้าเขาเป็น "สายลับ" ที่แฝงตัวอยู่ในหมู่สัตว์ประหลาด งั้นเขาก็เป็นพวกเดียวกับคนพวกนั้นสิ?
ท่ามกลางความเลือนราง เขาคล้ายกับได้ยินเสียงสวบสาบอะไรบางอย่าง พอก้มหน้าลงมอง ม่านตาก็หดเกร็งอย่างรวดเร็ว มือของเขากำลังเปลี่ยนสภาพ!
มือซ้ายของเขาเริ่มลอกคราบจากปลายนิ้ว เผยให้เห็นกรงเล็บแหลมคมสีดำ ฝ่ามือเปลี่ยนไปคล้ายกับมือของมนุษย์กิ้งก่าที่ถูกห่อหุ้มด้วยเกล็ดสีเขียวอมน้ำเงิน ด้านบนยังมีของเหลวหนืดเหนียวสีขาวติดอยู่
การเปลี่ยนแปลงลุกลามจากฝ่ามือไปจนถึงข้อมือ ราวกับจะกลืนกินท่อนแขนของเขาทั้งหมด ยิ่งความรู้สึกหิวโหยในช่องท้องทวีความรุนแรงมากขึ้นเท่าไหร่ ความเร็วในการเปลี่ยนแปลงก็ยิ่งรวดเร็วมากขึ้นเท่านั้น
แขนทั้งท่อนของเขากลายเป็นแขนสัตว์ประหลาดสีเขียวอมน้ำเงินที่หนาและใหญ่กว่าเดิมถึงหนึ่งเท่าตัว เมื่อรู้สึกว่าบนใบหน้าก็เริ่มมีอาการคันยิบๆ เจียงเซี่ยจึงรีบพุ่งพรวดเข้าไปในห้องน้ำ
เมื่อเห็นสภาพของตัวเองในกระจก เจียงเซี่ยก็ถึงกับชะงักงัน!
ในกระจก เบ้าตาซ้ายของเขาเกิดการลอกคราบ ลูกตาเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้ม ม่านตาสีแดงเป็นแนวตั้งเหมือนตาแมวในตอนเที่ยงวัน รอบเบ้าตาเผยให้เห็นเกล็ดสีเขียวอมน้ำเงิน มองแวบแรกราวกับมีสัตว์ประหลาดซ่อนอยู่ใต้หนังมนุษย์ และกำลังพยายามพังทลายพันธนาการออกมา!
...
โรงเรียนมัธยมซิงเหอหมายเลขหนึ่ง
ห้องเรียนชั้นมัธยมปลายปีที่ 3 ห้อง 1
หลี่ซือถงนั่งอยู่ที่แถวแรกของกลุ่มสอง ดูเหมือนเธอจะกลับบ้านไปรอบหนึ่งแล้ว เพราะเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่มา
เจียงเซี่ยนั่งห่างจากเธอโดยมีโต๊ะคั่นกลางสองตัว เขามาไม่ทันคาบอ่านหนังสือตอนเช้า แต่มาทันก่อนเริ่มเรียนคาบแรก
ในห้องเรียนมีนักเรียนสามสิบเก้าคน มีเพียงที่นั่งของสวีคุนเท่านั้นที่ว่างเปล่า
เจียงเซี่ยสังเกตการณ์อยู่ครู่หนึ่ง
ข่าวดี: เมื่อกี้เขาดื่มเครื่องดื่มที่หลี่ซือถงวางไว้บนโต๊ะไปแล้ว พละกำลังฟื้นฟูขึ้นมาเล็กน้อย เขาสามารถเดาได้ลางๆ ว่าข้างในนั้นใส่อะไรลงไป แต่เขาหิวเกินไปจริงๆ ต่อให้สภาพจิตใจจะรับไม่ได้ แต่ก็ต้องทำให้กระเพาะสงบลงก่อน มิฉะนั้นหากสูญเสียสติสัมปชัญญะไป เขาคงกลัวจริงๆ ว่าสัตว์ประหลาดที่ซ่อนอยู่ในร่างจะพุ่งพรวดออกมา
ข่าวร้าย: กลิ่นอายของพวกเดียวกันในห้องเรียน มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น
หวังเฟยที่นั่งอยู่ข้างหลังเขามีฐานะร่ำรวยมาก ทั้งยังเป็นหลานชายของหัวหน้าฝ่ายวิชาการของโรงเรียน ปกติชอบทำตัวเด่นในห้องเรียนที่สุด นอกจากความได้เปรียบเรื่องภูมิหลังแล้ว ส่วนสูงร้อยแปดสิบกว่าเซนติเมตรก็ทำให้เขากลายเป็นหัวหน้าฝ่ายกีฬาของห้องด้วย
เมื่อสองสัปดาห์ก่อน น้องชายของเขาเสียชีวิต เขาจึงลางานยาวไปสองสัปดาห์
เมื่อครู่นี้ตอนที่เพิ่งเดินเข้าห้องเรียน เจียงเซี่ยก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของพวกเดียวกันจากตัวเขา
เห็นได้ชัดว่าหวังเฟยก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของพวกเดียวกันจากตัวเขาเช่นกัน ก่อนที่กริ่งเข้าเรียนจะดังและอาจารย์จะเดินเข้ามา เขาโยนก้อนกระดาษมาให้ที่ด้านหน้า
เจียงเซี่ยคลี่ก้อนกระดาษออก ด้านบนเขียนข้อความสั้นๆ เอาไว้ว่า: ยินดีต้อนรับเข้าร่วม!
เจียงเซี่ยไม่ได้ตอบกลับ เขาฉีกเศษกระดาษเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแล้วยัดใส่ลิ้นชัก
เวลา 8:21 น.
หยางรั่วเสวี่ย อาจารย์ประจำชั้นควบตำแหน่งอาจารย์สอนวิชาภาษาจีนเดินเข้ามาในห้องเรียน เธอมองไปที่ที่นั่งของสวีคุน เมื่อเห็นที่นั่งว่างเปล่าก็ขมวดคิ้ว
ก่อนจะหันไปมองหลี่ซือถงแล้วถาม "หลี่ซือถง เมื่อคืนวันเกิดอายุครบสิบแปดปีของเธอ สวีคุนได้ไปฉลองให้เธอหรือเปล่า?"
หลี่ซือถงพยักหน้า "ไปค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะอาจารย์?"
"แล้วพอจบงานเขาไปไหนต่อ เธอรู้ไหม?"
"เรื่องนี้หนูก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ ทำไมคะ เขาเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า?" น้ำเสียงของหลี่ซือถงราบเรียบแต่ก็แฝงความสงสัย เจียงเซี่ยไม่เข้าใจเลย ว่าเธอทำตัวราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น และทำท่าทางเหมือนคนไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยแบบนี้ได้ยังไง?
เป็นไปได้มากว่าคนที่ถูกเธอฆ่าตายอย่างสวีคุน คงมีจำนวนไม่น้อยแล้ว เธอถึงได้ใจเย็นขนาดนี้
"ไม่มีอะไรหรอก แค่เขาไม่ได้กลับบ้านทั้งคืน คนที่บ้านก็ตามหากันให้วุ่นไปหมด" อาจารย์ประจำชั้นพูดพลางกวาดตามองทุกคน "มีใครรู้บ้างไหมว่าสวีคุนไปไหน หลังจากแยกย้ายกันเมื่อคืนเขาได้ติดต่อพวกเธอมาบ้างหรือเปล่า?"
ทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ต่างพากันส่ายหน้า
เด็กนักเรียนชายคนหนึ่งที่สนิทกับสวีคุนที่สุดเอ่ยขึ้น "เมื่อคืนหลังจากงานวันเกิดหัวหน้าห้องจบ ผมก็เรียกให้สวีคุนกลับด้วยกัน แต่เขาบอกว่าอยากเดินเล่นรับลมคนเดียวสักหน่อย จากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลยครับ"
"เอาล่ะ เข้าใจแล้ว งั้นพวกเธอเรียนต่อเถอะ" อาจารย์ประจำชั้นยิ้มให้อาจารย์สอนภาษาอังกฤษที่หน้าประตู ก่อนจะถือหนังสือเรียนเดินออกจากห้องไป
ทันทีที่อาจารย์สอนภาษาอังกฤษก้าวเท้าเข้ามาในห้อง หลี่ซือถงก็ตะโกนสั่ง "นักเรียนเคารพ!"
"Good morning..."
เจียงเซี่ยเพิ่งจะนั่งลง ก้อนกระดาษก็ถูกโยนมาจากข้างหลังอีก
เมื่อเปิดออก หวังเฟยเขียนไว้ด้านบนว่า: รสชาติของสวีคุนอร่อยดีใช่ไหมล่ะ?
แววตาของเจียงเซี่ยตึงเครียดขึ้นมา สภาพการตายอย่างน่าสยดสยองของสวีคุนผุดขึ้นมาในหัวของเขาอีกครั้ง
เขาไม่สนใจ ฉีกกระดาษทิ้งแล้วยัดใส่ลิ้นชัก
ไม่นานนัก ก้อนกระดาษอีกก้อนก็ถูกส่งมาจากด้านหน้า เมื่อเปิดดู:
【ระวังหวังเฟยให้ดี เขาอันตรายมาก!】
ลายมือกดน้ำหนักทะลุปรุโปร่งหนักแน่น เป็นลายมือของหลี่ซือถง