"ปัง!" ประตูใหญ่ถูกกระแทกอย่างแรงจากด้านนอก
"แกรก!" แขนข้างหนึ่งที่เต็มไปด้วยเกล็ดสีเขียวแทงทะลุบานประตูเข้ามาอย่างป่าเถื่อน ไม่นานแขนอีกข้างก็แทงทะลุตามมา มือทั้งสองข้างแกว่งไกวและฉีกทึ้งอย่างไม่คิดชีวิตราวกับเลื่อยไฟฟ้าสองตัว เพียงครู่เดียวก็เจาะประตูจนเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่
จากนั้น ชายหนุ่มในร่างกึ่งอสูรก็มุดเข้ามาทางช่องโหว่ เกาหยางจำได้ทันทีตั้งแต่แรกเห็นว่าคืออาจื้อ ชายหนุ่มมาดปัญญาชนในหมู่บ้าน
ลูกตาภายใต้แว่นตาของเขาปูดโปนออกมาอย่างผิดธรรมชาติ เหลือเพียงตาขาวที่ดูน่าสยดสยอง ใบหน้าบิดเบี้ยว ดุร้ายและเกรี้ยวกราด เมือกแห่งความหิวกระหายไหลเยิ้มเต็มปาก ครึ่งท่อนบนของเขายื่นเข้ามาในบ้านแล้ว "มนุษย์ มนุษย์ มนุษย์ มนุษย์..."
"ปัง!" กระสุนนัดหนึ่งพุ่งเจาะเข้าที่ดวงตาของเขา
"อ๊าก " เขาแผดเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
ดาบถังอันแหลมคมแทงเข้าไปในปากที่อ้ากว้างและทะลุหลอดลมของเขา อาจื้อชักกระตุกไปทั้งตัวอยู่สองสามครั้ง ก่อนจะค่อยๆ แน่นิ่งไป
"ฉัวะ!" วินาทีที่ชิงหลิงดึงดาบออก เลือดหยดหนึ่งก็สาดกระเซ็นใส่ใบหน้าของหวังจื่อข่าย
หวังจื่อข่ายยืนอึ้งอยู่กับที่ แม้ก่อนหน้านี้เขาจะโวยวายเสียงดังที่สุด แต่ดูเหมือนว่าเขาไม่ได้กล้าหาญและสนุกกับการเข่นฆ่าอย่างที่ตัวเองคิดไว้
"อย่ามัวแต่ยืนบื้อ!" สารวัตรหวงตะโกนใส่หวังจื่อข่าย
หวังจื่อข่ายสะดุ้งเฮือกและได้สติกลับมา
"ไปตายซะ!" หวังจื่อข่ายกระโดดถีบอาจื้อที่ติดอยู่ในช่องประตูจนกระเด็นออกไป ต้องยอมรับเลยว่าในฐานะอสูรวัยหนุ่ม หวังจื่อข่ายนั้นมีพละกำลังมหาศาลมาตั้งแต่เกิด
"ปัง ปัง ปัง " อสูรจำนวนมากขึ้นพุ่งมาจากลานบ้านและกระแทกเข้ากับประตูใหญ่
ประตูที่เปราะบางและพังยับเยินทนรับไม่ไหวอีกต่อไป มันพังครืนลงมา ชาวบ้านครึ่งคนครึ่งอสูรสามตนลุกขึ้นจากบานประตู พวกมันเมินเฉยต่อหวังจื่อข่ายที่เป็นเผ่าพันธุ์เดียวกัน แล้วพุ่งเข้าใส่ชิงหลิงกับสารวัตรหวงที่อยู่ด้านหลังเขา
"ปัง!"
"ฉัวะ!"
เสียงปืนและประกายดาบปรากฏขึ้นพร้อมกัน เลือดสาดกระเซ็น อสูรทางซ้ายและขวาล้มลงตามลำดับ ส่วนอสูรตัวตรงกลางถูกหวังจื่อข่ายรวบเอวเอาไว้ แขนทั้งสองข้างของเขากลายร่างเป็นอสูรอย่างรวดเร็ว เปลี่ยนเป็น "คีมเหล็กยักษ์" สีทองสัมฤทธิ์สองอัน
หวังจื่อข่ายตวาดลั่น "คีมเหล็กยักษ์" ออกแรงหนีบ กระดูกสันหลังของอสูรถูกหวังจื่อข่ายกอดรัดจนหักดังกรอบแกรบ อสูรร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ในช่วงวาระสุดท้ายปากของมันก็ฉีกกว้าง เผยให้เห็นเขี้ยวสีแดง แล้วกัดเข้าที่หัวไหล่ของหวังจื่อข่ายอย่างแรง
"อ๊าก " หวังจื่อข่ายร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด
"ปัง ปัง ปัง!" กระสุนสามนัดซ้อนยิงเจาะเข้าที่หัวของ "อสูรเขี้ยว" หัวของอสูรเขี้ยวหงายไปด้านหลังอย่างแรง เลือดพุ่งกระฉูด และไม่ขยับเขยื้อนอีก
หวังจื่อข่ายรู้ตัวว่าอสูรในอ้อมแขนตายแล้ว เขาปล่อยมือออกพร้อมกับหอบหายใจแฮ่กๆ ร่างของอสูรร่วงลงไปกองกับพื้นอย่างอ่อนปวกเปียก ร่างกายค่อยๆ กลับคืนสู่ร่างมนุษย์ ที่แท้ก็คือ "พี่ฝาน" คนที่เคยยกน้ำชามาให้พวกเขานั่นเอง
หัวไหล่ของหวังจื่อข่ายถูกกัดจนเนื้อแตกยับเยิน ใบหน้าอาบไปด้วยเลือด มีทั้งเลือดของศัตรูและเลือดของเขาเอง
นี่เป็นครั้งแรกที่หวังจื่อข่ายฆ่าอสูร ความตื่นเต้น ความหวาดกลัว ความโกรธแค้น อารมณ์สารพัดพุ่งพล่านขึ้นสมอง สติสัมปชัญญะและสติปัญญาที่เดิมทีก็ไม่ได้สูงส่งอะไรของเขาพังทลายลงในพริบตา
"อ๊ากกก " หวังจื่อข่ายแหงนหน้าคำรามลั่น กล้ามเนื้อที่ขาทั้งสองข้าง หน้าอก และแผ่นหลังปูดโปนขึ้นทั้งหมด เปลี่ยนเป็นผิวหนังหยาบกร้านสีทองสัมฤทธิ์ที่แข็งแกร่ง ราวกับเดอะฮัลค์เวอร์ชันหล่อเหลา
นอกประตูคืออสูรจำนวนนับไม่ถ้วน พวกมันแย่งกันพุ่งเข้ามา หวังจื่อข่ายพุ่งออกไปเผชิญหน้ากับ "ฝูงอสูร" ที่มืดฟ้ามัวดิน
"หยุดนะ!" เกาหยางตะโกนลั่น แต่หวังจื่อข่ายไม่ได้ยินเลยแม้แต่น้อย
หวังจื่อข่ายพุ่งออกไปนอกประตูเพียงลำพัง เขาใช้ทั้งหมัดและเท้า หมัดเดียวก็ต่อยหัวอสูรจนระเบิด เท้าเดียวก็เตะอสูรจนปลิวกระเด็น เขาพุ่งชนดะไปทั่ว โจมตีอย่างหนักหน่วง บ้าคลั่งกับการฆ่าฟันไปแล้ว!
พลังการต่อสู้ของหวังจื่อข่ายเหนือความคาดหมายของทุกคน เขาจัดการอสูรไปเจ็ดแปดตนในรวดเดียว แต่ถึงอย่างไรน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ อสูรจำนวนมากขึ้นพุ่งเข้ามา พวกมันเหมือนฝูงหมาป่าหิวโซที่รุมทึ้งสิงโต พัวพันร่างของหวังจื่อข่ายเอาไว้ ทั้งแทะทั้งกัด ไม่นานก็กลืนกินหวังจื่อข่ายเข้าไปในกองอสูรด้วยการต่อตัวทับกันเป็นชั้นๆ
อสูรที่เหลืออ้อมกองอสูรแล้วพุ่งเข้ามาในบ้าน พวกมันถูกกระสุนปืนและดาบถังโค่นล้มลงทีละตน ทว่าจำนวนของมันมีมากเกินไป แนวป้องกันของสารวัตรหวงและชิงหลิงกำลังจะพังทลายลงในไม่ช้า
ทันใดนั้น อสูรตนหนึ่งก็ค่อยๆ ลุกขึ้นจากกองศพและแอ่งเลือด นั่นคือผู้ใหญ่บ้านท่านปู่อู่ ลำคอของมันโดนดาบของชิงหลิงเข้าไปหนึ่งแผล แต่ไม่ได้ขาดสะบั้น เป็นเพียงรอยแยกขนาดใหญ่ หัวเอียงพับไปด้านหนึ่ง
มันยื่นมือทั้งสองข้างออกไปแล้วพุ่งเข้าหาชิงหลิง ชิงหลิงกำลังแทงดาบถังเข้าไปในหัวใจของอสูรตนหนึ่ง เธอรับรู้ถึงอันตราย แต่ดึงดาบออกไม่ทันแล้ว
"เทพดาบ!" เกาหยางเปิดใช้งานพรสวรรค์เทพดาบ เขารีบพุ่งเข้าไปแล้วแทงกริชเข้าที่หัวใจของท่านปู่อู่
เกาหยางรีบดึงกริชออก จะมัวเสียเวลาพรสวรรค์เทพดาบที่เหลืออยู่เพียงเจ็ดวินาทีไม่ได้ เขาเบี่ยงตัวกระโดดไปอยู่ตรงหน้าสารวัตรหวง อาศัยจังหวะที่สารวัตรหวงกำลังเปลี่ยนกระสุน แทงอสูรตนหนึ่งที่พุ่งเข้ามาหาเขา แต่ครั้งนี้ หน้าอกของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยเกล็ดแข็ง กริชจึงแทงไม่ทะลุ
"อสูรเกล็ด" ตวัดฝ่ามือตบเกาหยางจนปลิวกระเด็น เกาหยางลอยไปกระแทกกำแพงดิน หัวฟาดเข้ากับกำแพงจนเห็นดาวระยิบระยับในทันที
ขณะที่อสูรเกล็ดกำลังพุ่งเข้ามาหาเขา กระสุนนัดหนึ่งก็ยิงเจาะเข้าที่ตาขวาของมัน พร้อมกันนั้นดาบถังอันแหลมคมก็ผ่าหัวของมันจากด้านหลัง
ชิงหลิงดึงดาบถังกลับ "ถอยไป!"
พั่งจวิ้นวิ่งเข้ามาประคองเกาหยางถอยไปที่มุมห้อง สองมือปิดหน้าอกของเกาหยางเอาไว้ เกาหยางรู้สึกเพียงความปวดแสบปวดร้อนที่หน้าอก เมื่อก้มลงมองดูก็พบว่าบนหน้าอกมีรอยแผลเป็นทางยาว
"เดี๋ยวก็... เดี๋ยวก็... ไม่เป็นไร... ไม่เป็นไร..." พั่งจวิ้นตัวสั่นเทาไปทั้งร่าง สมองของเขาถูกครอบงำด้วยความหวาดกลัวอย่างสมบูรณ์ เขาพูดซ้ำไปซ้ำมาอย่างกับหุ่นยนต์
"ตึง!" แขนคล้ายวานรที่เต็มไปด้วยขนสีน้ำตาลคู่หนึ่งทะลวงหน้าต่างเข้ามา คว้าคอของพั่งจวิ้นแล้วลากไปข้างหลังอย่างแรง
"อ๊าก!" พั่งจวิ้นร้องโวยวาย โชคดีที่พั่งจวิ้นตัวอ้วนท้วน จึงติดแหง็กอยู่ที่หน้าต่าง ไม่ถูกลากออกไป
เกาหยางไม่สนใจบาดแผลที่หน้าอก เขารีบกระโดดขึ้น ใช้แรงทั้งหมดแทงกริชเข้าไปที่แขนวานรข้างนั้น เสียงร้องโหยหวนดังมาจากนอกหน้าต่าง แขนวานรหดกลับไป
"แม่จ๋าช่วยด้วย! ช่วยด้วย..." พั่งจวิ้นที่รอดชีวิตมาได้ไม่มีแก่ใจจะขอบคุณ เขาคลานหมอบไปกับพื้นอย่างเอาเป็นเอาตาย มุดเข้าไปใต้โต๊ะตัวหนึ่ง สองมือกุมหัว ขดตัวกลม สภาพจิตใจพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง
เกาหยางรู้ว่าพั่งจวิ้นพยายามเต็มที่แล้ว จึงไม่มีอะไรต้องตำหนิ
เขากุมบาดแผลที่หน้าอกแล้วลุกขึ้นยืน ตอนนี้ด้านนอกประตูมีศพกองเกลื่อนกลาด
กระสุนของสารวัตรหวงหมดเกลี้ยง เขาโยนปืนพกทิ้งไป หยิบมีดตัดฟืนขึ้นสนิมที่มุมห้องขึ้นมา แล้วถอยมาอยู่ข้างเกาหยาง "ยังไหวไหม"
"ยังไหว!" เกาหยางกำกริชแน่น กัดฟันกรอด
อสูรตนหนึ่งที่เคลื่อนไหวอย่างปราดเปรียวใช้ทั้งมือและเท้า พุ่งเข้ามาในประตูราวกับเสือชีตาห์ มันกระโดดหลบการตวัดดาบฟันขวางของชิงหลิงอย่างคล่องแคล่ว แล้วพุ่งเข้าใส่สารวัตรหวง
"ย่าห์!" สารวัตรหวงใช้มีดตัดฟืนฟันเข้าที่หัวของอสูร แต่ฟันพลาดไปโดนหัวไหล่ของมัน แรงปะทะของมันมหาศาล ร่างกายยังคงพุ่งไปข้างหน้าจนทับสารวัตรหวงล้มลงกับพื้น
มันคำรามด้วยความโกรธแค้น อ้าปากกว้างที่เต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมคม ดูเหมือนกำลังจะขย้ำคอของสารวัตรหวงให้แหลกคามือ
เกาหยางพุ่งเข้าไป สองมือกำกริชแน่น อาศัยจุดศูนย์ถ่วงของร่างกายที่ทิ้งตัวลงไป แทงเข้าที่ท้ายทอยของมันอย่างแรง คมกริชทะลวงกะโหลกของอสูร ทะลุออกทางปากของมัน เกือบจะทิ่มเข้าที่ตาของสารวัตรหวง เลือดข้นเหนียวจำนวนมากปะปนกับน้ำหล่อเลี้ยงสมองที่น่าสะอิดสะเอียนไหลไปตามปลายกริชลงบนใบหน้าของสารวัตรหวง
สารวัตรหวงผลักอสูรบนร่างออกไปอย่างยากลำบาก หยิบมีดตัดฟืนขึ้นมาอีกครั้ง แล้วดึงเกาหยางให้ลุกขึ้น ทั้งสองคนหอบหายใจแฮ่กๆ ยืนหันหลังชนกัน รอคอยการเข่นฆ่าที่จะตามมา
"ยังไหวไหม" สารวัตรหวงปาดคราบสกปรกบนใบหน้าออก แล้วถามอีกครั้ง
"ยังไหว!" เกาหยางก็ฆ่าจนตาแดงก่ำแล้วเช่นกัน
"ดีมาก!" สารวัตรหวงตะโกนอย่างฮึกเหิม "เมียฉันยังไม่คลอด ฉันจะมาตายที่นี่ไม่ได้เด็ดขาด!"
"ผมก็ตายที่นี่ไม่ได้เหมือนกัน!" เกาหยางเอออออย่างตื่นเต้น ชั่วขณะนั้นเขานึกหาเหตุผลที่ฟังดูฮึกเหิมไม่ออก สมองเลยสั่งการให้ตะโกนออกไปว่า "ผมยังซิงอยู่เลย!"







