เสียงของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้น "สวัสดีครับ ผมหวังจ้าวหมิง พนักงานต้อนรับฝ่ายสื่อสารแผนกพัฒนาซอฟต์แวร์ sb ไม่ทราบว่าคุณมีธุระอะไรหรือเปล่าครับ"
"สวัสดีครับ ผมศาสตราจารย์ชาจากสหพันธ์ซอฟต์แวร์ เมื่อไม่นานมานี้พวกคุณส่งข้อความทิ้งไว้ให้ผมที่หลังบ้านของเว็บบอร์ด บอกให้ผมติดต่อพวกคุณผ่านเบอร์นี้" เย่ฉุยแนะนำที่มาของตัวเองสั้นๆ
อีกฝ่ายเงียบไปครู่หนึ่ง ผู้ชายที่ชื่อหวังจ้าวหมิงก็พูดต่อว่า "คุณคือผู้พัฒนาเกมเหลียนเหลียนคั่น (จับคู่) เกมนี้นั้นน่ะเหรอ พวกเราส่งข้อความไปหาคุณตั้งนานแล้ว ทำไมคุณเพิ่งจะติดต่อกลับมา"
น้ำเสียงนี้แฝงความตำหนิอยู่บ้าง ช่วยไม่ได้ บริษัทสมองกลแสงsb มีชื่อเสียงโด่งดังขนาดนั้น เมื่อก่อนตอนที่ส่งข้อความหลังบ้านในสหพันธ์ซอฟต์แวร์ มีนักพัฒนาซอฟต์แวร์คนไหนบ้างที่ไม่รีบลนลานติดต่อพวกเขากลับมาทันที
แต่เย่ฉุยกลับปล่อยเวลาผ่านไปถึงสองสามวันถึงค่อยติดต่อมา แบบนี้มันไม่เห็นพวกเขาอยู่ในสายตาเกินไปแล้ว หวังจ้าวหมิงย่อมมีเหตุผลที่จะไม่พอใจ
สำหรับน้ำเสียงไม่พอใจของหวังจ้าวหมิง เย่ฉุยไม่ได้ใส่ใจ เขาพูดพลางหัวเราะว่า "ขอโทษด้วยครับ สองวันก่อนผมมีธุระติดพัน วันนี้ถึงเพิ่งเห็นข้อความในเว็บ"
"หึ" หวังจ้าวหมิงแค่นเสียง เห็นได้ชัดว่าไม่เชื่อคำแก้ตัวของเย่ฉุย เขาหยุดไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็พูดต่อ "ที่คุณโทรหาพวกเรา แสดงว่าตกลงจะขายลิขสิทธิ์เหลียนเหลียนคั่นให้พวกเราแล้วใช่ไหม ราคาที่พวกเราเสนอคือหนึ่งแสน ลิขสิทธิ์ทั้งหมดของซอฟต์แวร์ตัวนี้จะตกเป็นของพวกเรา ตามกฎแล้ว การดาวน์โหลดในสหพันธ์ซอฟต์แวร์จะสามารถเปิดต่อไปได้อีกหนึ่งเดือน หลังจากนั้นคุณต้องปิดการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ในเว็บบอร์ด ว่ายังไง"
"หนึ่งแสน"
ราคานี้เห็นได้ชัดว่าต่ำไปหน่อย หรือนี่จะเป็นการถือดีว่าเป็นบริษัทใหญ่แล้วเอาเปรียบคนอื่น
เหลียนเหลียนคั่นอัปโหลดมาจนถึงตอนนี้เพิ่งจะสามวัน ก็ทำเงินให้เย่ฉุยได้หนึ่งแสนแล้ว
หากขายซอฟต์แวร์นี้ไป ต่อให้ยังสามารถเปิดให้ดาวน์โหลดต่อไปได้อีกสามสิบวัน ยอดดาวน์โหลดก็คงอยู่ที่ประมาณสามสี่สิบล้าน
ด้วยความโด่งดังของเหลียนเหลียนคั่นในตอนนี้ ต่อไปยอดดาวน์โหลดจะต้องเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแน่นอน
การขายลิขสิทธิ์ไปในราคาเพียงหนึ่งแสน เห็นได้ชัดว่ามันไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย
อีกด้านหนึ่งหวังจ้าวหมิงรับรู้ได้ว่าเย่ฉุยกำลังลังเล จึงหัวเราะเสียงเย็น "ศาสตราจารย์ชา มองปราดเดียวก็รู้ว่าคุณคือมือใหม่ บอกคุณตามตรงเลยแล้วกัน คุณขายให้พวกเราในราคานี้ วันหน้าหากคุณพัฒนาซอฟต์แวร์ตัวอื่นออกมาอีก พวกเราสามารถมอบสิทธิ์ในการได้รับการพิจารณาเป็นอันดับแรกให้คุณได้ นี่เป็นสิทธิ์ที่ล้ำค่ามาก คุณน่าจะจินตนาการถึงความล้ำค่าของสิทธิ์นี้ออกใช่ไหม"
สิทธิ์ในการได้รับการพิจารณาเป็นอันดับแรก หมายความว่าหากเย่ฉุยอัปโหลดซอฟต์แวร์ในสหพันธ์ซอฟต์แวร์อีก บริษัทสมองกลแสงsb จะพิจารณาเป็นที่แรกว่าจะซื้อลิขสิทธิ์หรือไม่
สิทธิ์นี้สำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์คนอื่นๆ แล้ว ถือว่าเย้ายวนใจมากจริงๆ
แต่ทว่ามันไม่ใช่สิ่งที่เย่ฉุยต้องการ
ดูเหมือนว่าการเจรจาธุรกิจกับบริษัทใหญ่เหล่านี้จะไม่ใช่เรื่องง่ายจริงๆ เย่ฉุยพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "หนึ่งแสนก็ได้ แต่ผมมีเงื่อนไขข้อหนึ่ง"
"เงื่อนไข" น้ำเสียงของหวังจ้าวหมิงแฝงความดูถูกอยู่บ้าง "เงื่อนไขของคุณคืออะไร"
"ผมต้องการเข้าร่วมกับบริษัท sb ในฐานะนักออกแบบซอฟต์แวร์" เย่ฉุยบอกเงื่อนไขของตนเองออกมา
"คุณอยากเข้าร่วมกับพวกเรา เพื่อเป็นสมาชิกของ sb งั้นหรือ"
หวังจ้าวหมิงร้องตะโกนเสียงดัง "น่าขันจริงๆ คุณคิดว่าแค่ฟลุกพัฒนาเหลียนเหลียนคั่นออกมาได้ ก็มีสิทธิ์เข้า sb ของพวกเราแล้วงั้นหรือ คุณมันเพ้อเจ้อเกินไปแล้ว นอกเหนือจากเหลียนเหลียนคั่นแล้ว คุณยังสามารถพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ประสบความสำเร็จแบบนี้ออกมาได้อีกหรือไง"
เย่ฉุยถูกประโยคที่ว่า "คุณอยากเข้าร่วมกับพวกเรา เพื่อเป็นสมาชิกของ sb งั้นหรือ" ของหวังจ้าวหมิงทำเอาเกือบจะหลุดขำพรืดออกมา แต่เขาก็กลั้นเอาไว้ และพูดต่อ "ขอโทษด้วยครับ แต่นี่คือเงื่อนไขของผม หวังว่าพวกคุณจะรับไปพิจารณา"
หวังจ้าวหมิงเงียบไปอีกครู่หนึ่ง จากนั้นก็แค่นหัวเราะแล้วพูดว่า "ก็ได้ ผมจะไปเรียนถามผู้จัดการก่อน แล้วเดี๋ยวจะติดต่อคุณกลับไป"
พูดจบ หวังจ้าวหมิงก็ตัดสายไปทันที
เย่ฉุยกลับขมวดคิ้ว เดิมทีเขาตั้งใจจะอาศัยเหลียนเหลียนคั่นเป็นต้นทุนเพื่อเข้าไปทำงานในบริษัทสมองกลแสงขนาดใหญ่สักแห่ง จากนั้นค่อยแสดงปณิธานของตัวเองในบริษัทเหล่านั้น ท้ายที่สุดแล้ว เกมฟอร์มยักษ์ในหัวของเขา ก็มีเพียงต้องอาศัยการสนับสนุนจากบริษัทสมองกลแสงเหล่านี้เท่านั้น ถึงจะสามารถพัฒนาออกมาได้อย่างสมบูรณ์
ทว่า ตอนนี้ดูเหมือนเขาจะคิดทุกอย่างง่ายเกินไปเสียแล้ว
เย่ฉุยถอนหายใจ หยิบรายชื่อแผ่นนั้นขึ้นมา แล้วเริ่มติดต่อไปยังบริษัทลำดับถัดไปในรายชื่อ
……
อาคารพาณิชย์เทียนไห่ เมืองเยียนจิง
ที่นี่คือสำนักงานใหญ่ของบริษัทสมองกลแสงsb ตัวบริษัทกินพื้นที่ตั้งแต่ชั้นสามถึงชั้นสิบของอาคารพาณิชย์ ส่วนแผนกพัฒนาซอฟต์แวร์ของบริษัทสมองกลแสงsb นั้นตั้งอยู่บนชั้นเจ็ด
หลังจากหวังจ้าวหมิงตัดสาย บนใบหน้ายังคงประดับไปด้วยความดูแคลน "ก็แค่ฟลุกพัฒนาเหลียนเหลียนคั่นออกมาได้ไม่ใช่หรือไง คิดว่าตัวเองมีต้นทุนหนาอะไรนักหนา ถึงกับอยากจะเข้าบริษัทสมองกลแสงsb ช่างเพ้อฝันจริงๆ"
แม้เขาจะดูถูก แต่ก็ยังรู้สึกว่าเรื่องนี้ควรไปเรียนถามผู้จัดการแผนกก่อน
ท้ายที่สุดแล้ว กระแสตอบรับอันโด่งดังที่เกิดจากเหลียนเหลียนคั่นก็เพียงพอที่จะพิสูจน์ถึงความยอดเยี่ยมของซอฟต์แวร์ตัวนี้แล้ว ผู้จัดการเองก็ระบุชัดเจนว่าต้องการคว้าลิขสิทธิ์ของซอฟต์แวร์ตัวนี้มาไว้ในมือให้ได้
หวังจ้าวหมิงเป็นพนักงานต้อนรับคนหนึ่งในแผนกพัฒนาซอฟต์แวร์ของบริษัท sb
พนักงานต้อนรับเป็นตำแหน่งเฉพาะทาง หน้าที่หลักคือรับผิดชอบดูแลซอฟต์แวร์ที่พัฒนาโดยนักพัฒนาซอฟต์แวร์อิสระ และดำเนินการติดต่อประสานงานทางธุรกิจต่างๆ
เมื่อมาถึงหน้าห้องทำงานผู้จัดการ เขาจัดระเบียบปกเสื้อให้เรียบร้อยก่อน หวังจ้าวหมิงถึงค่อยเคาะประตูกระจกของห้องทำงาน
"เข้ามา" เสียงทุ้มต่ำหนักแน่นเสียงหนึ่งเอ่ยขึ้น
หวังจ้าวหมิงรู้สึกประหม่าเล็กน้อย เขาผลักประตูห้องทำงานแล้วเดินเข้าไป
ห้องทำงานอันกว้างใหญ่กลับตกแต่งอย่างเรียบง่ายที่สุด บ่งบอกถึงลักษณะนิสัยอันเยือกเย็นของเจ้าของห้องแห่งนี้
ชายวัยราวสามสิบปีในชุดสูทเรียบร้อย เส้นผมหวีเรียบแปล้ไร้ที่ติ กำลังนั่งอ่านเอกสารฉบับหนึ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่
หลังจากหวังจ้าวหมิงเดินเข้ามาในห้องทำงานก็ไม่กล้าเอ่ยปากพูดอะไร เขาทำเพียงยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานเพื่อรอให้ผู้จัดการท่านนี้จัดการธุระของตนเองให้เสร็จ
ในช่วงเวลานี้ หวังจ้าวหมิงก็นึกถึงชีวิตที่เรียกได้ว่าเป็นตำนานของผู้จัดการท่านนี้—
ผู้จัดการมีชื่อว่าหวงเสี่ยวเทียน ว่ากันว่าเขาไม่เคยได้รับการศึกษาในโรงเรียนมาตั้งแต่เด็ก แต่ศึกษาหาความรู้ด้วยตนเองจนประสบความสำเร็จ
เขาเป็นคนที่เผยแพร่ซอฟต์แวร์ต้นฉบับในสหพันธ์ซอฟต์แวร์จนได้รับชื่อเสียงโด่งดังมหาศาล จากนั้นถึงถูกทาบทามให้เข้ามาทำงานในบริษัท sb
ใช้เวลาเพียงสามปี เขาก็เลื่อนขั้นจากนักพัฒนาซอฟต์แวร์ธรรมดาคนหนึ่ง กลายมาเป็นผู้จัดการของทั้งแผนก
และซอฟต์แวร์ที่มียอดดาวน์โหลดเป็นอันดับหนึ่งในสหพันธ์ซอฟต์แวร์ ณ ปัจจุบัน ก็มาจากฝีมือของหวงเสี่ยวเทียน!
แน่นอนว่า สถิตินี้มีโอกาสสูงมากที่จะถูกเหลียนเหลียนคั่นแซงหน้า
และด้วยเหตุนี้เอง หวงเสี่ยวเทียนถึงได้สังเกตเห็นเย่ฉุย
ประมาณห้านาทีต่อมา หวงเสี่ยวเทียนก็อ่านเอกสารในมือจนจบ เขาเงยหน้าขึ้นมองหวังจ้าวหมิง "มีเรื่องอะไร"
"เรื่องเกี่ยวกับศาสตราจารย์ชาคนนั้นครับ..." หวังจ้าวหมิงรีบอธิบายเงื่อนไขของเย่ฉุยออกไป
เขาไม่ได้ใส่สีตีไข่ เพียงแค่พยายามเล่าตามความเป็นจริง—ต่อหน้ารัศมีอันทรงพลังของหวงเสี่ยวเทียน การพูดอะไรมากเกินความจำเป็นไม่ใช่เรื่องฉลาดนัก
เมื่อฟังคำพูดของหวังจ้าวหมิงจบ หวงเสี่ยวเทียนก็นวดหว่างคิ้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดขึ้นว่า "เพิ่มราคาลิขสิทธิ์เป็นสองแสน ถ้าเขาไม่ตกลง...ก็ช่างมัน ต่อไป sb จะไม่รับพิจารณาผลงานใดๆ ของเขาอีก!"
******
ขอ chayexs.com.chayexs.com แนะนำ ขอ chayexs.com.chayexs.com เก็บเข้าชั้นด้วยนะครับ~~