บนโต๊ะอาหารมีกับข้าวเรียบง่ายวางอยู่ เย่หลิงน้องสาวคนเล็กไปทำงานพิเศษยังไม่กลับมา เย่ฉุยจึงนั่งกินข้าวกับพ่อแม่อย่างเงียบๆ
ใบหน้าของเย่ไห่ซานผู้เป็นพ่อดูเหนื่อยล้าเล็กน้อย เขาเป็นชายวัยกลางคนที่มีใบหน้าทรงเหลี่ยมตามมาตรฐาน มักจะแฝงความน่าเกรงขามแบบไม่ต้องโกรธก็ดูดุดันอยู่บนใบหน้าเสมอ ทว่าตอนนี้ผมที่ขมับทั้งสองข้างกลับเริ่มมีสีดอกเลา ช่วงครึ่งปีมานี้เขาแก่ลงอย่างรวดเร็ว
เย่ไห่ซานกินข้าวเร็วมากราวกับกำลังแข่งกับเวลา นี่เป็นนิสัยที่ติดตัวมาอย่างยาวนาน
"ไห่ซาน คุณกินช้าลงหน่อยเถอะ ตอนค่ำก็ไม่ต้องไปทำงานแล้ว ขืนคุณเอาแต่กินเร็วแบบนี้เดี๋ยวก็ปวดกระเพาะหรอก จะทำยังไงล่ะ?" ทุกครั้งที่เห็นเย่ไห่ซานกินข้าวแบบนี้ โจวหย่าอวิ๋นผู้เป็นแม่ก็มักจะอดเตือนไม่ได้
เย่ไห่ซานหัวเราะเบาๆ แล้วกินช้าลง ทว่าผ่านไปสักพักก็กลับมาสวาปามอย่างตะกละตะกลามเหมือนเดิม
ไม่นานนัก เย่ไห่ซานก็กินมื้อค่ำเสร็จ เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายใจ หยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบอย่างเชื่องช้า—การสูบบุหรี่ไม่ดีต่อสุขภาพ แต่ละวันโจวหย่าอวิ๋นจะอนุญาตให้เขาสูบได้แค่หนึ่งมวนเฉพาะช่วงหลังอาหารค่ำเท่านั้น ดังนั้นทุกครั้งที่ได้สูบบุหรี่ เย่ไห่ซานจึงมักจะดื่มด่ำกับมันเป็นพิเศษ
นิ้วคีบบุหรี่ไว้ สายตาของเย่ไห่ซานเหลือบมองลูกชายที่นั่งอยู่บนรถเข็น แววตาฉายความหม่นหมองวูบหนึ่ง
การจะหาเงินมารักษาขาให้ลูกชายให้ครบนั้น ยังห่างไกลอีกมาก...
"ฉุยจื่อ" พ่นควันโขมงออกจากปาก เย่ไห่ซานก็เอ่ยถามขึ้น "ช่วงนี้แกยุ่งอะไรอยู่ พ่อได้ยินแม่แกบอกว่าแกเอาแต่อุดอู้อยู่ในห้องทุกวัน แบบนี้มันไม่ดีนะ หาเวลาออกไปเดินเล่นข้างนอกบ้างสิ"
ฟังดูก็รู้ว่าเย่ไห่ซานกำลังกังวลว่าเย่ฉุยจะกลายเป็นโรคเก็บตัว—ช่วงที่เพิ่งเป็นอัมพาตใหม่ๆ เย่ฉุยก็คิดสั้นหาเรื่องตายอยู่บ่อยครั้ง
เย่ฉุยยิ้มรับแล้วพูดว่า "พ่อครับ พ่อวางใจเถอะ ผมออกไปสูดอากาศข้างนอกทุกวันนั่นแหละ" เขาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ "พ่อครับ ความจริงพ่อไม่ต้องเหนื่อยขนาดนี้ก็ได้นะ ผมเองก็พอจะหาเงินจากอินเทอร์เน็ตได้บ้าง ไม่แน่ว่าอาจจะเก็บเงินค่ารักษาขาได้ครบในเร็วๆ นี้ก็ได้"
"แกจะหาเงินจากอินเทอร์เน็ตได้สักเท่าไหร่กันเชียว? วางใจเถอะ ร่างกายพ่อแกยังแข็งแรงดี ไม่เหนื่อยหรอกน่า" เย่ไห่ซานพูดพลางหัวเราะ ทว่าหลังจากนั้นก็ถามด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นมา "ว่าแต่แกหาเงินในอินเทอร์เน็ตยังไงล่ะ?"
"ผมเรียนมาทางด้านเขียนโปรแกรม ก็เลยเขียนซอฟต์แวร์ขึ้นมาเองได้บ้าง พวกค่าลิขสิทธิ์ยอดดาวน์โหลดอะไรทำนองนี้ ก็พอจะทำเงินได้อยู่ครับ" เย่ฉุยอธิบาย
เย่ฉุยในโลกใบนี้เดิมทีก็เรียนมหาวิทยาลัยมาทางด้านการเขียนโปรแกรม และเพราะได้สืบทอดความรู้ด้านการเขียนโปรแกรมเหล่านี้มา เขาถึงสามารถสร้างเกมจับคู่อย่าง 'เหลียนเหลียนคั่น' ขึ้นมาได้
ภาษาโปรแกรมของโลกนี้แตกต่างจากโลกก่อนอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากหัวเซี่ยเป็นมหาอำนาจที่ผูกขาดความยิ่งใหญ่แต่เพียงผู้เดียว ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจหรือเทคโนโลยีก็ล้วนก้าวล้ำนำหน้าประเทศอื่นในโลกไปไกล ด้วยเหตุนี้ ภาษาโปรแกรมของโลกใบนี้จึงอยู่ในรูปแบบของภาษาจีนทั้งหมด โดยมีชื่อเรียกว่า ภาษาโปรแกรมชางเจี๋ย
เมื่อเทียบกับภาษาโปรแกรมอย่าง C++ หรือ Java ในโลกเดิมแล้ว ภาษาชางเจี๋ยนั้นยืดหยุ่นและใช้งานง่ายกว่ามาก อีกทั้งยังมีฟังก์ชันที่ทรงพลังและตอบสนองความต้องการได้ดั่งใจมากกว่า
สิ่งที่เย่ฉุยเรียนในมหาวิทยาลัยก็คือการเขียนโปรแกรมด้วยภาษาชางเจี๋ยนั่นเอง เขาจึงเชี่ยวชาญทักษะการเขียนโปรแกรมในระดับเบื้องต้น
(PS: ภาษาโปรแกรมก็คือภาษาคอมพิวเตอร์ พูดง่ายๆ ก็คือ ระบบคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ และเกม ล้วนถูกพัฒนาขึ้นมาด้วยภาษาโปรแกรมต่างๆ ทั้งสิ้น ทว่าภาษาโปรแกรมชางเจี๋ยที่แปลงเป็นภาษาจีนทั้งหมดแบบนี้ย่อมไม่มีอยู่จริง ทุกคนอย่าไปจริงจังกับมันมากนะครับ...)
"เอ้อ ดีเลย คนที่เขียนโปรแกรมซอฟต์แวร์ได้ล้วนแต่เป็นคนเก่งทั้งนั้น รอผ่านไปอีกสักพัก พ่อจะลองดูว่าพอจะหางานเขียนโปรแกรมให้แกได้หรือเปล่า" เย่ไห่ซานพูดพลางหัวเราะฮ่าๆ
เขาเชื่อว่าลูกชายมีความสามารถในการพัฒนาซอฟต์แวร์ แต่กลับไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่นักว่าลูกชายจะสามารถพึ่งพาทักษะนี้ในการหาเงินหลักสิบล้านได้
เย่ฉุยไม่ได้อธิบายอะไรให้มากความ รอให้ผ่านไปอีกสักพักแล้วขายลิขสิทธิ์เกมเหลียนเหลียนคั่นได้ เมื่อเอาเงินก้อนนั้นออกมาก็จะต้องทำให้พ่อแม่เชื่อถือได้อย่างแน่นอน
ในทางกลับกัน หากตอนนี้เขาพูดมากเกินไป ก็อาจจะทำให้พ่อแม่ต้องมาคอยเป็นกังวลแทนเสียเปล่าๆ
เวลาผ่านไปสามวันอย่างรวดเร็ว
ในช่วงเวลาที่ผ่านมา เกมเหลียนเหลียนคั่นได้สร้างปรากฏการณ์ความฮือฮาบนโลกอินเทอร์เน็ต แทบจะทุกเว็บบอร์ดที่เกี่ยวกับซอฟต์แวร์ล้วนแต่กำลังพูดคุยกันถึงเกมนี้
กระทั่งประโยคที่ว่า "คุณเล่นเหลียนเหลียนคั่นแล้วหรือยัง" ก็กลายมาเป็นคำทักทายฮิตติดปากบนโลกอินเทอร์เน็ตไปเสียแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น เว็บไซต์พอร์ทัลบางแห่งยังมองว่าเกมเหลียนเหลียนคั่นคือความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ของวงการซอฟต์แวร์ความบันเทิงเลยทีเดียว
ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์ท่านหนึ่งถึงกับออกมาแสดงความคิดเห็นว่า "ซอฟต์แวร์ที่ดูเรียบง่ายและหยาบกระด้างตัวนี้ กลับมีเสน่ห์ดึงดูดใจจนทำให้ผู้คนพากันคลั่งไคล้ นับตั้งแต่สมองกลแสงถือกำเนิดขึ้นมาจนถึงปัจจุบัน เสน่ห์ในลักษณะนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับซอฟต์แวร์ตัวอื่นมาก่อนเลย คาดการณ์ได้เลยว่า ในช่วงระยะเวลาหนึ่งในอนาคต จะไม่มีซอฟต์แวร์ตัวใดที่จะสามารถก้าวไปถึงระดับที่น่าหลงใหลเช่นนี้ได้อีก—แน่นอนว่า หากศาสตราจารย์ชาผู้ลึกลับท่านนี้สามารถสร้างปาฏิหาริย์ขึ้นมาได้อีกครั้ง นั่นก็คงจะเป็นข้อยกเว้น"
สำหรับกระแสตอบรับอันน่าฮือฮาเหล่านี้ เย่ฉุยก็ทำได้เพียงแค่หัวเราะหึหึในใจ
ช่างเป็นพวกเด็กที่น่าสงสารกันเสียจริงๆ!
พี่แค่ทำเกมเหลียนเหลียนคั่นออกมาก็ทำให้พวกนายตื่นเต้นดีใจกันได้ขนาดนี้แล้ว ถ้าเกิดพี่ปล่อยผลงานระดับเทพอย่าง CS, เซียนเจี้ยน, ดิอาโบล หรือวอร์คราฟต์ออกมา พวกนายมิต้องตื่นเต้นจนหัวใจวายตายไปอย่างมีความสุขเลยงั้นหรือ?
เวลาเพียงสามวัน ยอดดาวน์โหลดของเกมเหลียนเหลียนคั่นในสหพันธ์ซอฟต์แวร์ก็ทะลุหลักสิบล้านครั้งไปเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งมันได้สร้างรายได้ให้แก่เย่ฉุยถึงหนึ่งแสนหยวน
นี่เป็นความเร็วที่ก้าวข้ามความเร็วในการเป็นที่นิยมของซอฟต์แวร์ตัวอื่นๆ ไปไกลลิบ!
ซอฟต์แวร์ที่ครองอันดับหนึ่งอยู่ในปัจจุบัน ตอนที่ยอดดาวน์โหลดทะลุสิบล้านครั้งนั้นต้องใช้เวลาไปกว่าหนึ่งสัปดาห์ ทว่าเย่ฉุยกลับใช้เวลาเพียงแค่สามวันเท่านั้น การทำลายสถิติของอันดับหนึ่งในปัจจุบันจึงกลายเป็นเรื่องที่ถูกกำหนดไว้แล้วอย่างแน่นอน
ทว่าในท้ายที่สุด ความเร็วในการดาวน์โหลดของเกมเหลียนเหลียนคั่นก็เริ่มลดลงมา
อัตราการเพิ่มขึ้นของยอดดาวน์โหลดนั้นมีลักษณะคล้ายกับเส้นโค้งพาราโบลา เมื่อมาถึงวันที่สามนี้ มันก็พุ่งไปแตะจุดสูงสุดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
และในตอนนี้เอง เย่ฉุยก็ตัดสินใจที่จะเริ่มคัดเลือกบริษัทเพื่อขายลิขสิทธิ์เสียที
บนรายชื่อของเขาได้ลิสต์ชื่อบริษัทเอาไว้เจ็ดแห่งด้วยกัน และชื่อที่ถูกจัดให้อยู่ในอันดับแรกของรายชื่อนี้ก็คือ—บริษัทระบบสมองกลแสงsb!
sb คือตัวอักษรย่อพินอินของคำว่าคนโง่ ในอีกโลกหนึ่งมันเป็นคำด่าทอที่ทุกคนต่างก็รู้จักกันดีอย่างเห็นได้ชัด แต่ในโลกใบนี้ sb ยังไม่ได้กลายมาเป็นคำสรรพนามที่ใช้แทนคำว่าโง่เง่าเต่าตุ่นแต่อย่างใด
บริษัทระบบสมองกลแสงsb แห่งนี้ ก็เป็นบริษัทสมองกลแสงที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วทั้งโลกเช่นกัน
ปัจจุบันหนึ่งในสามของสมองกลแสงล้วนแต่ขับเคลื่อนด้วยระบบ sb ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยบริษัทแห่งนี้
ในบรรดาบริษัททั้งหมดที่ส่งคำขอเจรจาซื้อขายลิขสิทธิ์มาให้เย่ฉุย sb ถือเป็นบริษัทที่ยักษ์ใหญ่ที่สุด ด้วยเหตุนี้เย่ฉุยจึงเลือกบริษัทแห่งนี้ให้เป็นเป้าหมายแรกในการเจรจา—บริษัทใหญ่น่ะสิ ถึงจะใจป้ำอย่างแน่นอน
อีกทั้งหากเขาสามารถเข้าไปทำงานในบริษัทแห่งนี้ได้ มันก็ยิ่งง่ายต่อการสานต่อปณิธานในการสร้างอาณาจักรเกมของเย่ฉุยให้เป็นจริง
จากข้อความแจ้งเตือนในระบบหลังบ้านของซอฟต์แวร์ เย่ฉุยจึงใช้สมองกลแสงติดต่อไปยังหมายเลขสื่อสารที่ทาง sb ทิ้งเอาไว้ให้
ไม่นานนัก การขอสื่อสารก็ถูกเชื่อมต่อ
เสียงของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นมา "สวัสดีครับ ผมคือ sb..."
****
ขอ chayexs.com.chayexs.com เก็บเข้าชั้น ขอ chayexs.com.chayexs.com แนะนำ