"เป็นไปได้อย่างไร..."
จ้าวหย่งฟู่ใช้สองมือยันพื้นยันตัวลุกขึ้นมา มือขวาสั่นเทาขณะจับเมาส์
กู้หยุนซีและลูกค้าอีกหลายคนในห้องวีไอพีได้ยินเสียงเก้าอี้ล้มก็รีบกรูกันเข้าไป เมื่อเห็นเขามีใบหน้าซีดเผือดและสองมือสั่นเทา จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามด้วยความห่วงใย "เหล่าจ้าว คุณ... ไม่เป็นไรใช่ไหม?"
จ้าวหย่งฟู่กำเมาส์แน่นแล้วสลับหน้าจอออกจากโปรแกรมเทรด เมื่อเห็นข่าวสารการเงินบนหน้าเว็บที่อัปเดตตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีข่าวตัวอักษรสีแดงสะดุดตาสองหัวข้อปรากฏอยู่ เขาก็เข้าใจถึงสาเหตุที่ราคาทองแดงเซี่ยงไฮ้พุ่งกระฉูด จึงเริ่มสงบสติอารมณ์ลงอย่างช้าๆ แล้วกล่าวเสียงเรียบ "ผม... ไม่เป็นไร แค่พื้นมันลื่นไปหน่อยเลยหกล้มเท่านั้น ขอบคุณทุกคนที่หัวกังวลครับ"
ข่าวดีครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันเช่นนี้ นอกเหนือจากผู้ซื้อขายวงในแล้ว
ก็ไม่มีใครสามารถคาดเดาได้เลย
แม้เขาจะพ่ายแพ้ แต่เขากลับคิดว่าตนเองไม่ได้แพ้เพราะเทคนิคและการวิเคราะห์ ทว่าแพ้เพราะโชคชะตา แพ้ให้กับความบังเอิญซึ่งเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้
สิ่งเหล่านี้อาจทำให้คนรอดตัวได้อย่างฟลุกๆ สักครั้ง แต่ก็สามารถทำให้คนพังพินาศย่อยยับได้เช่นกัน
เมื่อเข้าใจสาเหตุที่ซูเยว่ชนะ ความมั่นใจที่สูญเสียไปตอนเห็นหน้าจอเทรดเมื่อครู่ก็กลับคืนมาสู่ตัวเขาอีกครั้ง เขาหยัดกายขึ้นยืนตรง ใบหน้าเหี่ยวย่นแดงระเรื่อเล็กน้อย ก่อนจะหันไปพูดกับซูเยว่ที่อยู่ข้างกู้หยุนซีว่า "ทองแดงเซี่ยงไฮ้กลับมายืนเหนือระดับราคา 33,000 ด้วยปริมาณการซื้อขายมหาศาล การเดิมพันครั้งนี้ นายชนะแล้ว!"
"ตามที่ตกลงกันไว้ เงินค่าทองแดงเซี่ยงไฮ้ 5 สัญญา ฉันจะโอนเข้าบัญชีนายทันที ส่วนเรื่องการขอโทษต่อหน้าทุกคนในแผนก..."
เมื่อพูดถึงตรงนี้ จ้าวหย่งฟู่ก็มีท่าทีลังเล
อย่างไรเสียเขาก็ทำงานในแผนกนี้มาถึงสิบปีแล้ว ตั้งแต่บริษัทหลักทรัพย์หัวซิ่นสาขาฉางหลิงยังเป็นเพียงสำนักงานเล็กๆ เขาก็เริ่มทำงานที่นี่ ถือได้ว่าเป็นพนักงานระดับอาวุโสคนหนึ่ง
คนในแผนกต่างๆ ของที่นี่ล้วนรู้จักเขากันแทบทั้งสิ้น
หากจะให้เขาไปขอโทษเด็กคนหนึ่งต่อหน้าธารกำนัล เขาคงไม่สามารถบากหน้าทำแบบนั้นได้จริงๆ
"เหล่าจ้าว เรื่องขอโทษก็ช่างมันเถอะ..." กู้หยุนซีพูดพลางหันไปมองซูเยว่ แล้วกล่าวต่อ "ซูเยว่ยังเด็กและไม่ประสีประสา ข้อตกลงแบบนี้แต่แรกก็ไม่ควรตอบตกลงอยู่แล้ว เรื่องการเดิมพันพวกเราก็จัดการกันเองเป็นการภายในก็พอ ไม่จำเป็นต้องแพร่งพรายไปถึงหูคนอื่นๆ ในแผนกหรอก"
อย่างไรเสียกู้หยุนซีก็เป็นถึงหัวหน้าฝ่ายที่ปรึกษาการลงทุนของแผนก
หากเรื่องตลกไร้สาระแบบนี้แพร่งพรายออกไป เธอเองก็จะเสียหน้า ถึงตอนนั้นไม่เพียงแต่จ้าวหย่งฟู่ที่จะถูกบีบให้ออก แม้แต่ตัวเธอเองก็คงถูกเบื้องบนตำหนิด้วย
การเดิมพันเช่นนี้ เดิมทีก็เป็นสถานการณ์ที่มีแต่พ่ายแพ้ด้วยกันทั้งคู่
เธอไม่รู้ว่าจ้าวหย่งฟู่ผีเข้าหรืออย่างไร ถึงได้ไปท้าพนันกับซูเยว่แบบนั้น
เป็นที่ปรึกษาการลงทุนในแผนกมาถึงสิบปี แต่กลับยังไม่ได้เลื่อนขั้นเป็นหัวหน้า กู้หยุนซีไม่คิดว่าเป็นเพราะความสามารถในการวิเคราะห์ตลาดการเงินของเขามีปัญหา แต่คิดว่านิสัยของเขาต่างหากที่น่าจะมีข้อบกพร่องร้ายแรง จนทำให้ผู้บริหารของแผนกไม่ต้องการใช้งานคนแบบนี้
หลายครั้งหลายครา เรื่องที่เธอมองปราดเดียวก็เข้าใจได้ทะลุปรุโปร่ง
จ้าวหย่งฟู่กลับไม่เข้าใจเลยสักนิด
ซูเยว่สังเกตเห็นสายตาที่กู้หยุนซีมองมายังตน ก็รู้ว่าเธอไม่อยากให้เรื่องบานปลายและตั้งใจจะปล่อยจ้าวหย่งฟู่ไป เขาจึงยิ้มแล้วพูดว่า "เดิมทีผมก็ไม่ได้สนใจเรื่องการขอโทษอะไรนั่นอยู่แล้ว ขอแค่ที่ปรึกษาจ้าวโอนเงินมาให้ผมตามที่ตกลงกันไว้ เรื่องนี้ก็ถือว่าแล้วกันไปครับ"
เมื่อพูดจบ เขาก็ยื่นกระดาษเปล่าที่เขียนหมายเลขบัญชีธนาคารของตัวเองส่งให้
กู้หยุนซีเห็นเขาหน้าเงินถึงขนาดรอไม่ไหวแม้แต่ไม่กี่นาที ก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วอยู่ในใจ
ทองแดงเซี่ยงไฮ้ 5 สัญญา หากคำนวณตามราคาตลาดก็ตกอยู่ราว 65,000 หยวน เงินจำนวนนี้ในปี 2005 ถือว่าไม่น้อยเลย จ้าวหย่งฟู่ปวดใจอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะคิดเสียว่าสูญเสียเงินเดือนไปกว่าครึ่งปี แล้วโอนเงินจำนวนตามที่ตกลงกันไว้เข้าบัญชีธนาคารของซูเยว่อย่างครบถ้วนทุกบาททุกสตางค์
ซูเยว่รับเงินมาแล้ว ก็โอนเงินส่วนหนึ่งเข้าบัญชีฟิวเจอร์ส
จากนั้นก็เปิดสถานะ Long สองสัญญาในระดับราคาประมาณ 33,050 ของทองแดงเซี่ยงไฮ้ โดยกันเงินส่วนหนึ่งไว้เป็นหลักประกัน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองกู้หยุนซีแล้วพูดอย่างดีใจว่า "พี่กู้ ยังไม่ได้ทานมื้อเที่ยงเลยใช่ไหมครับ ผมเคยบอกไว้ว่าถ้าได้กำไรแล้วจะเลี้ยงมื้อใหญ่พี่ที่ภัตตาคารเทียนเซียง วันนี้โอกาสเหมาะพอดี ไม่ทราบว่าพอจะให้เกียรติไปทานด้วยกันได้ไหมครับ?"
เดิมทีกู้หยุนซีคิดว่าเขาแค่พูดไปอย่างนั้นเอง
แต่ไม่คิดเลยว่าซูเยว่จะทำตามที่เคยพูดไว้ได้เร็วขนาดนี้ เธอชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อรู้สึกว่าหิวขึ้นมานิดหน่อยแล้ว จึงพยักหน้าตอบรับ
ทั้งสองเดินออกจากอาคารบริษัทหลักทรัพย์หัวซิ่น แล้วมายังภัตตาคารเทียนเซียงซึ่งอยู่ไม่ไกลจากย่านการค้า
ที่นี่เป็นภัตตาคารอาหารจีนระดับหรู บริการดีเยี่ยม อาหารรสเลิศ และมีชื่อเสียงโด่งดังในฉางหลิง แน่นอนว่าราคาก็ย่อมไม่ถูกเช่นกัน
หลังจากทั้งคู่นั่งลงแล้ว ซูเยว่ก็ยื่นเมนูให้กู้หยุนซี
กู้หยุนซีปรายตามองเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะสั่งอาหารพื้นๆ พอเป็นพิธีไปสองสามอย่าง พร้อมกับเครื่องดื่มสองแก้ว แล้วจึงส่งเมนูคืนให้ซูเยว่
ซูเยว่สั่งซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานเพิ่มอีกจาน
จากนั้นก็วงเลือกของว่างอีกสองสามอย่าง โดยระบุว่าห่อกลับบ้าน ก่อนจะส่งเมนูให้พนักงานเสิร์ฟ
"เวลาแค่สองวัน จับเสือมือเปล่า ได้กำไรเหนาะๆ หนึ่งแสนหนึ่งหมื่นหยวน ซูเยว่... ฉันประเมินนายต่ำไปจริงๆ" กู้หยุนซีไม่กล้ามองว่าเขาเป็นแค่เด็กอีกต่อไป "ฉัน เถ้าแก่หาน เหล่าจ้าว นายอาศัยบารมีฉันไปทำเงินจากพวกเขาสองคน แต่ผลลัพธ์สุดท้ายกลับยังทำให้พวกเราทั้งสามฝ่ายต่างพอใจกันถ้วนหน้า ร้ายกาจจริงๆ!"
"พี่กู้พูดเรื่องอะไร ผมไม่เห็นเข้าใจเลย" ซูเยว่แสร้งทำหน้างง "อาจจะแค่โชคดีเฉยๆ ก็ได้ครับ"
กู้หยุนซีลองคิดดู หากตอนพักเบรกช่วงเที่ยงไม่มีข่าวใหญ่สองข่าวนั้นจากธนาคารกลางประกาศออกมา ใครจะหมู่ใครจะจ่าก็ยังไม่รู้แน่ชัด เพียงแต่...
เธอมักจะรู้สึกอยู่เสมอว่าซูเยว่เหมือนจะรู้ล่วงหน้าว่าข่าวเหล่านั้นจะถูกประกาศออกมาในวันนี้
แน่นอนว่านี่เป็นเพียงลางสังหรณ์ของเธอเท่านั้น
ตามความเป็นจริงแล้ว เอกสารและมติที่ธนาคารกลางประกาศออกมานั้นล้วนเป็นความลับสุดยอดก่อนที่จะมีการเผยแพร่ แม้แต่ญาติผู้ใหญ่ในตระกูลของเธอก็ยังไม่อาจเข้าถึงได้ นับประสาอะไรกับเด็กเมื่อวานซืนอย่างซูเยว่
"ฟังไม่เข้าใจก็ถือซะว่าเป็นเรื่องขำขันไปก็แล้วกัน" กู้หยุนซีกล่าวเสียงเรียบ
ซูเยว่ 'อืม' รับเบาๆ ทว่ากลับเห็นกู้หยุนซีพูดต่อ "โชคชะตา ช่วยให้คนรอดตัวได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น ฉันยังคงยืนยันคำเดิม 'ก่อนจะทำเงิน ต้องเรียนรู้วิธีเอาตัวรอดให้ได้เสียก่อน'"
"เรื่องการเทรด วันหลังผมจะขอคำชี้แนะจากพี่กู้ให้มากๆ นะครับ" ซูเยว่พูดกลั้วหัวเราะ "ตอนนี้ผมมีเงินเทรดแล้ว ก็น่าจะถือว่าเป็นลูกค้าของพี่กู้แล้วใช่ไหมครับ?"
กู้หยุนซีจ้องมองเขาโดยไม่ตอบคำถาม แต่กลับพูดถึงเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกันขึ้นมา "นายยังเรียนไม่จบ ม.ปลาย ใช่ไหม?"
"อยู่ ม.5 กำลังจะขึ้น ม.6 ครับ" ซูเยว่ตอบ
"แล้วทำไมไม่ตั้งใจเรียนล่ะ?" กู้หยุนซีพูด "การสอบเข้ามหาวิทยาลัยดีๆ มันสำคัญกว่าเงินแค่นี้ที่นายหาได้จากตลาดการเงินตั้งเยอะ ไม่คุ้มกันเลยนะที่จะยอมเสียการเรียนเพื่อเรื่องพวกนี้"
ในตลาดการเงิน หากจิตใจไม่มั่นคง ต่อให้หาเงินมาได้มากแค่ไหน ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องคืนกลับไปอยู่ดี
ซูเยว่อายุยังน้อย ยังไม่เคยผ่านร้อนผ่านหนาว ไม่มีทางทนรับบททดสอบสารพัดรูปแบบของตลาดการเงินได้หรอก แทนที่จะรอให้ถึงวันที่ถูกโจมตีจนท้อแท้สิ้นหวังและไม่ประสบความสำเร็จอะไรเลย สู้ตอนนี้ตั้งใจเรียนเพื่อปูพื้นฐานให้แน่นหนา เตรียมทางหนีทีไล่ให้พร้อม แล้วค่อยหาโอกาสทำเงินยังจะดีเสียกว่า
"เคยมีคนบอกไว้ว่า ทางเดินของแต่ละคนล้วนแตกต่างกัน การค้นพบเส้นทางที่เหมาะสมกับตัวเองต่างหากถึงจะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง" นัยน์ตาของซูเยว่เปล่งประกาย ก่อนจะตอบกลับอย่างหนักแน่น "ผมรู้ครับว่าตัวเองเหมาะกับเส้นทางไหน!"
กู้หยุนซีจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา และต้องตกตะลึงกับความเชื่อมั่นอันแรงกล้าที่ซ่อนอยู่ภายในนั้น