รากไม้ที่เล็กเท่าหัวแม่มือเส้นนั้นลุกพรึบเป็นเปลวเพลิงสีทองอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกลายเป็นเถ้าถ่านรากไม้ที่เลื้อยพันอยู่เต็มผนังอุโมงค์พลันถูกกระตุ้น พวกมัน "มีชีวิต" ขึ้นมาทั้งหมด ราวกับฝูงงูยั้วเยี้ยที่กำลังเลื้อยคลานอยู่บนกำแพงปีศาจต้นไหวคิดไม่ถึงว่ามนุษย์ธรรมดาจากภายนอกผู้นี้จะมีสติปัญญาไม่ธรรมดาถึงเพียงนี้ เมื่อเห็นว่าคำโกหกของตนถูกเปิดโปง มันก็เลิกเสแสร้งและตวาดเสียงกร้าว"ในเมื่อเจ้าไม่ยอมเข้ามา งั้นก็ไปตายซะเถอะ"พื้นถ้ำหินแตกออกตามเสียงตวาด เศษหินนูนขึ้นมา รากไม้ขนาดใหญ่แทงทะลุพื้นดินพุ่งพรวดขึ้นมาทีละเส้น ราวกับหนวดปลาหมึกที่บิดเบี้ยว ม้วนพันเข้าหาจางหยวนชิงด้วยระยะห่างเท่านี้ ต่อให้ไม่มีรองเท้าเต้นรำสีแดง จางหยวนชิงก็สามารถหนีพ้นได้(กะจะหลอกให้ฉันเข้าไปใกล้จริงๆ ด้วย...) จางหยวนชิงไม่ถอยแต่กลับพุ่งเข้าใส่ เขาสไลด์ตัวหลบการรัดพันของรากไม้ ย่นระยะห่างระหว่างตัวเองกับต้นไหว จากนั้นก็ดีดตัวขึ้น กระโดดสูงหลายเมตร หลบการกวาดโจมตีได้อีกครั้งรากไม้ทะลุพื้นผิวดินขึ้นมามากขึ้นเรื่อยๆ เต้นเร่าอย่างบ้าคลั่งอยู่ภายในถ้ำหินจางหยวนชิงกระโดดหลบหลีกไปมาระหว่างหนวดเหล่านั้นด้วยท่วงท่าสง่างาม ไม่ว่ารากไม้จะพยายามแค่ไหนก็ไม่อาจจับตัวเขาได้หากไม่ได้สยบรองเท้าเต้นรำสีแดงไว้ และพึ่งพาสากปราบมารเพียงอย่างเดียว มือใหม่ที่ต้องเผชิญกับด่านนี้ย่อมมีอัตราการเสียชีวิตสูงลิบลิ่วตึก ตึก ตึก... รองเท้าเต้นรำสีแดงวิ่งฉิวไปตามกำแพง หลบหลีกการรัดและฟาดฟันของรากไม้ เขางอเข่าดีดตัว ส่งให้จางหยวนชิงพุ่งทะลวงฝ่าวงล้อมของรากไม้ราวกับลูกธนู พุ่งชนเข้าหาลำต้นเมื่อเห็นมนุษย์พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าบนลำต้นก็เผยให้เห็นถึงความหวาดกลัวอย่างชัดเจนตู้ม!ก้อนหินที่โคนรากแตกออก รากไม้จำนวนมากทะลักขึ้นมาราวกับน้ำพุ ก่อตัวเป็นกำแพงไม้จางหยวนชิงออกแรงใช้สากปราบมารเจาะทะลวงเปลวเพลิงสีทองลุกลามไปบนพื้นผิวของกำแพงไม้ แผดเผาจนปีศาจต้นไหวกรีดร้องด้วยความโกรธเกรี้ยวจางหยวนชิงอาศัยจังหวะนั้นพุ่งชนกำแพงไม้ที่กลายเป็นตอตะโกจนแตกกระจาย แล้วแทงปลายแหลมสามเหลี่ยมของสากปราบมารเข้าไปในลำต้นอย่างแรงฉึก!ปลายแหลมสามเหลี่ยมแทงลึกเข้าไปในลำต้น ดวงอาทิตย์เจิดจ้าดวงหนึ่งพลันระเบิดออกกลางถ้ำหินอันมืดมิดแสงสีทองบิดเบือนลำต้น บิดเบือนใบหน้าคน ทำให้มันส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนและมีควันสีเขียวลอยคลุ้งออกมาดังซี๊ดซ๊าดในชั่วพริบตา วิญญาณที่ซ่อนตัวอยู่ในลำต้นก็พากันกลายเป็นควันสีเขียวท่ามกลางเสียงกรีดร้องภูตผีปีศาจทั้งหมดมลายหายไปจนหมดสิ้น สลายไปในแสงสีทองแสงสีทองสลายไป ถ้ำหินกลับมามืดมิดอีกครั้ง ทว่ากลับกลายเป็นสะอาดสะอ้านและปลอดโปร่งขึ้นมาในทันทีสิ่งแรกที่จางหยวนชิงทำไม่ใช่การตรวจดูว่าปีศาจต้นไหวตายสนิทแล้วหรือไม่ แต่เขารีบยกเลิกสถานะการสวมใส่รองเท้าเต้นรำสีแดง แล้วเก็บมันลงในช่องเก็บของทันทีตั้งแต่เข้ามาในถ้ำหินจนถึงตอนนี้ ก็ผ่านไปเกือบห้านาทีแล้วเมื่อเก็บรองเท้าเต้นรำสีแดงเรียบร้อย จางหยวนชิงจึงค่อยหันความสนใจไปที่ต้นไทรใหญ่ มันเหี่ยวเฉา เปลือกไม้แตกระแหง สูญเสียความชื้น และรากไม้ก็กระจัดกระจายไปทั่วถ้ำเสียงเย็นชาดังขึ้นในหัวของจางหยวนชิง:【ติ๊ง ขอแสดงความยินดีที่คุณผ่านภารกิจทดสอบระดับ S การ์ดตัวละครเปิดใช้งาน กำลังสรุปรางวัล】【ได้รับไอเทม/อุปกรณ์: สากปราบมาร】【รางวัลค่าประสบการณ์: 100%】【คุณกลายเป็นเทพท่องราตรีแล้ว】【รางวัลค่าประสบการณ์: 20%】【เปิดใช้งานรางวัลการ์ดตัวละคร รางวัลอุปกรณ์: รองเท้าเต้นรำสีแดง】【จะออกจากแดนวิญญาณในอีกห้านาที...】(ในที่สุดก็จบสักที...) จางหยวนชิงรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ ร่างกายราวกับจะหมดแรงเขาผ่านอุโมงค์เสอหลิงได้แล้ว ทำสำเร็จในสิ่งที่ไม่มีใครทำได้มาตลอดหลายสิบปีเมื่อเสียงแจ้งเตือนดังขึ้น รอยประทับจันทร์เสี้ยวสีดำบนหน้าผากของจางหยวนชิงก็ปรากฏเด่นชัด พลังลึกลับแปลกประหลาดขุมหนึ่งถูกปลดปล่อยออกมาจากรอยประทับที่ร้อนผ่าว พุ่งทะลวงเข้าสู่ร่างกายด้วยท่วงท่าที่ดุดันไร้เหตุผลผิวของเขาแดงก่ำราวกับกุ้งต้ม พลังลึกลับแปลกประหลาดชะล้างร่างกาย ซึมซาบเข้าสู่เซลล์แต่ละเซลล์ ซึมซาบเข้าสู่กระดูกแต่ละชิ้น บาดแผลที่แขนฟื้นฟูด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเขาชักกระตุกอย่างควบคุมไม่ได้ ในดวงตาปรากฏภาพลวงตาของจันทร์เสี้ยวสีดำสองดวง ก่อนจะเลือนหายไปความเจ็บปวดหายไปอย่างรวดเร็ว ตามมาด้วยความรู้สึกสบายตัวราวกับกำลังแช่น้ำพุร้อน(สบายจัง...) จางหยวนชิงรู้สึกเกียจคร้านไปทั้งตัว สบายจนอยากจะบิดขี้เกียจ เขาก้มมองตามสัญชาตญาณ แล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นร่างกายของตัวเองยืนอยู่กับที่(วิญญาณฉันหลุดออกจากร่างเหรอ?)ความตื่นตระหนกก่อตัวขึ้นในใจ เขาอยากจะกลับเข้าร่างตามจิตใต้สำนึก พอเกิดความคิด วิญญาณก็ดิ่งลงและผสานเข้ากับร่างกายทันทีหลังจากกลับมาควบคุมร่างกายได้อีกครั้ง จางหยวนชิงก็พบว่าร่างกายนี้มีบางอย่างเพิ่มเข้ามา สิ่งที่เรียกว่าพรสวรรค์เขายอมรับพรสวรรค์นี้อย่างเป็นธรรมชาติ ราวกับว่ามันติดตัวมาตั้งแต่เกิดขณะเดียวกัน เขากลับรู้สึกว่าร่างกายเต็มไปด้วยพละกำลังและเรี่ยวแรงอันไร้ขีดจำกัด ถึงขั้นเกิดภาพลวงตาว่าสามารถต่อยดาวเคราะห์ให้แตกกระจุยได้ด้วยหมัดเดียวจางหยวนชิงเปิดหน้าต่างคุณสมบัติตัวละคร:【ชื่อ: เทพบรรพกาล】【เผ่าพันธุ์: มนุษย์】【อาชีพ: เทพท่องราตรี】【เลเวล: 1】【สกิล: ท่องราตรี, กลืนวิญญาณ, วิญญาณไท่อิน】【ค่าประสบการณ์: 20%】【ค่าคุณธรรม: 60 (ค่าเริ่มต้น)】【ท่องราตรี (กดใช้): รวบรวมพลังไท่อินมาปกคลุมร่างกาย เข้าสู่สถานะท่องราตรี ระหว่างที่ใช้สกิล จะล่องหนชั่วขณะ พร้อมทั้งเก็บงำกลิ่นอาย ลมหายใจ และปกปิดเสียงกับความร้อนที่แผ่ออกจากร่างกาย ระยะเวลาหกวินาที】【กลืนวิญญาณ (กดใช้): กลืนกินวิญญาณเพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางจิตวิญญาณของตัวเอง】【วิญญาณไท่อิน (ติดตัว): เทพท่องราตรีมีร่างกายที่แข็งแกร่ง มีพลังชีวิตที่เปี่ยมล้นและพลังการฟื้นฟูตัวเองที่ทรงพลัง เมื่ออยู่ท่ามกลางความมืดมิด ความสามารถด้านต่างๆ ของเทพท่องราตรีจะได้รับการขยายผลอย่างมหาศาล】เขากลายเป็นเทพท่องราตรีอย่างเป็นทางการแล้ว แถมยังมีค่าประสบการณ์เพิ่มมาอีก 20% บวกกับรางวัลอุปกรณ์ ความสำเร็จจากแดนวิญญาณแห่งการทดสอบครั้งนี้ถือได้ว่าอู้ฟู่มากจางหยวนชิงเปิดช่องเก็บของ รองเท้าเต้นรำสีแดงนอนนิ่งอยู่ในช่องแรก เวลานับถอยหลังครึ่งชั่วโมงหายไปแล้วเขากลายเป็นเจ้าของรองเท้าเต้นรำสีแดงอย่างเป็นทางการสองนาทีต่อมา เขาเริ่มปรับตัวเข้ากับสภาพร่างกายได้ บาดแผลที่แขนทั้งสองข้างหายสนิทแล้วจากนั้น จางหยวนชิงก็เบนสายตาไปที่โลงศพหินภารกิจจบลง หมายความว่าระดับการสำรวจถึง 100% แล้ว งั้นโลงศพหินก็ต้องว่างเปล่าสิ?"ดูเหมือนว่าปีศาจต้นไหวก็คือผู้ดูแลศาลเจ้าสินะ แบบนี้ 'ตัวละคร' ทั้งหมดก็ปรากฏตัวครบแล้ว เขามากลายเป็นปีศาจต้นไม้ได้ยังไง ในโลงศพหินคือร่างเนื้อของเขาเหรอ?"เมื่อคิดได้ดังนั้น จางหยวนชิงก็เดินไปที่หน้าโลงศพหินอย่างสบายใจ กะจะรูทของสักหน่อย ไม่แน่ว่าในโลงอาจจะมีของวิเศษฝังร่วมอยู่ด้วยก็ได้ยังเหลือเวลาอีกสองนาทีกว่าก่อนจะออกจากแดนวิญญาณ เวลาแค่นี้เหลือเฟือเพื่อความปลอดภัย เขาเรียกใช้รองเท้าเต้นรำสีแดงอีกครั้ง โดยเลือกโหมดสวมใส่โลงศพหินถูกรากไม้แห้งเหี่ยวพันกอดรัดไว้ จางหยวนชิงกวัดแกว่งสากปราบมาร ตัดรากไม้ที่ไร้ความชุ่มชื้นเหล่านี้ขาดสะบั้นไปทีละเส้น ถึงจะได้เห็นสภาพโลงศพหินเต็มตาความยาวประมาณสองเมตร ตัวโลงสลักลวดลายประณีต บนฝาโลงมีฝุ่นบางๆ เกาะอยู่ชั้นหนึ่ง"ครืด..."เขาค่อยๆ เลื่อนเปิดฝาโลงออก แล้วเพ่งตามองเข้าไปข้างใน ในฐานะเทพท่องราตรี ต่อให้ไม่มีพลังศักดิ์สิทธิ์ของสากปราบมารคอยช่วย เขาก็สามารถมองทะลุความมืดได้อย่างง่ายดายภายในโลงศพหินมีศพหญิงสาวร่างหนึ่งนอนอยู่ สวมกระโปรงผ้าไหมโบราณที่ผุพังไปนานแล้ว สองแขนไขว้กันอยู่บนหน้าท้องแบนราบ เอวคอดกิ่วราวกับต้นหลิว รูปร่างอรชรอ้อนแอ้น และไม่พบร่องรอยการเน่าเปื่อยศพหญิงสาวมีใบหน้างดงามหมดจด เส้นสายบนแก้มทั้งสองข้างวาดโครงหน้าออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ จมูกโด่งรั้นสวยงาม ริมฝีปากเย้ายวนทว่าซีดเผือด ดวงตาทั้งสองปิดสนิท ขนตาหนาเป็นแพซ้อนกันหญิงงามล่มเมืองนี่มัน... จางหยวนชิงตกใจจนถอยหลังไปหลายก้าว ในหัวมีเพียงความคิดเดียว:เป็นเจ้าแม่ภูเขาสามวิถีจริงๆ ด้วยสิวะ?!เมื่อเทียบกับรูปปั้นในตำหนักหลัก ศพหญิงสาวร่างนี้ดูมีความเมตตาน้อยกว่า แต่มีความสวยเย็นชามากกว่า ดูอวบอิ่มน้อยกว่า แต่มีความผอมเพรียวแบบหญิงสาวแรกรุ่นมากกว่าแต่คิ้วและดวงตานั้นเหมือนกันถึงเจ็ดแปดส่วนอย่างแน่นอน"หรือว่าปีศาจต้นไหวจะพูดความจริง? ต้นเหตุที่ลูกศิษย์ในศาลหายตัวไปคือเจ้าแม่ภูเขาสามวิถีงั้นเหรอ?"ชั่วขณะหนึ่ง เขารู้สึกหวาดกลัวอย่างบอกไม่ถูก เริ่มกังขาในการตัดสินใจของตัวเอง และการตัดสินใจที่ผิดพลาดก็ย่อมนำมาซึ่งวิกฤติอันใหญ่หลวง"ไม่สิ ไม่ถูก ภารกิจของฉันสำเร็จไปแล้วจริงๆ นี่แสดงว่าข้อสันนิษฐานของฉันถูกต้อง งั้นเจ้าแม่ในโลงศพหินก็คือภารกิจลับงั้นเหรอ?"จางหยวนชิงพลันนึกเสียใจที่มือบอนไปเปิดโลงในเมื่อในโลงศพหินมีร่างของเจ้าแม่ภูเขาสามวิถีนอนอยู่ เช่นนั้นศาลเจ้าแม่ภูเขาก็ย่อมต้องมีเนื้อเรื่องที่ซ่อนอยู่ลึกกว่านี้แน่นี่เป็นไปได้อย่างยิ่งที่จะกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ที่ไม่ดีตามมาเป็นพรวน อย่างเช่นการทริกเกอร์ภารกิจลับเขาเพิ่งจะคิดปิดฝาโลงกลับคืน ทันใดนั้นก็มองเห็นประกายแสงสีดำขลับแวบหนึ่งผ่านริมฝีปากของศพหญิงสาวมีของอยู่ข้างในเหรอ?เขาลังเลเล็กน้อย ก่อนจะบีบคางแหลมๆ นั่น แล้วง้างริมฝีปากอวบอิ่มเย้ายวนออก ทำให้มองเห็นประกายแสงสีดำขลับนั้นได้ชัดเจนมันคือลูกปัดสีดำสนิทบริสุทธิ์เม็ดหนึ่ง【ชื่อ: ผลึกวิญญาณ】【ประเภท: ของใช้สิ้นเปลือง】【สรรพคุณ: ไม่มี】【รายละเอียด: ผลึกวิญญาณที่ผ่านการชำระล้างด้วยพลังแห่งเทพสุริยัน อัดแน่นไปด้วยพลังวิญญาณมหาศาล เป็นของบำรุงที่เทพท่องราตรีปรารถนาที่สุด】【หมายเหตุ: เจ้าแม่ภูเขาสามวิถีได้ชำระล้างสิ่งเจือปนในผลึกออกไปหมดแล้ว โปรดทานได้อย่างวางใจ】จางหยวนชิงยื่นนิ้วทั้งสองออกไปคีบลูกปัดเม็ดนั้นออกมาลูกปัดละลายอย่างรวดเร็ว กลายเป็นพลังงานเหนียวหนืดสายหนึ่ง พุ่งเข้าสู่หว่างคิ้ว【ติ๊ง คุณได้รับค่าประสบการณ์ 22%】พลังในตัวจางหยวนชิงพุ่งทะยาน เกิดภาพลวงตาว่าสามารถต่อยดาวเคราะห์ให้แตกกระจุยได้ด้วยหมัดเดียวขึ้นมาอีกครั้งเขารู้สึกได้ชัดเจนว่าตัวเองแข็งแกร่งขึ้นมาก ไม่จำเป็นต้องดูหน้าต่างคุณสมบัติ ก็สามารถรับรู้ได้ถึงการยกระดับของสกิลอย่างชัดเจนระยะเวลาของสกิลท่องราตรีเพิ่มขึ้นสามวินาที จากหกวินาทีกลายเป็นเก้าวินาที(แข็งแกร่งขึ้นแบบไม่คาดฝัน เจ้าแม่ก็จงหลับให้สบายเถอะนะ...) จางหยวนชิงปิดฝาโลงหินกลับคืนเงียบๆ ทำตัวประหนึ่งว่าตัวเองไม่เคยเปิดมันมาก่อนหลังจากนั้น ในระหว่างรอเวลานับถอยหลัง จางหยวนชิงก็รู้สึกกระสับกระส่ายนั่งไม่ติด ร้อนรนเป็นพิเศษ กลัวว่าจะเกิดความผิดปกติที่ไม่ดีขึ้น อย่างเช่นการไปแตะต้องภารกิจลับเข้า แล้วทำให้การกลับสู่โลกจริงถูกขัดจังหวะโชคดีที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น จางหยวนชิงมองดูนาฬิกาบนหน้าต่างเรืองแสงสีฟ้าที่เริ่มนับถอยหลัง:5, 4, 3...ทันใดนั้น เสียงพรูลมหายใจยาวเหยียดก็ดังขึ้นในถ้ำหินอันมืดมิดและเงียบสงัดจางหยวนชิง: "..."ฝาโลงถูกเลื่อนเปิดออกจากด้านใน มือที่ขาวซีดและเรียวงามข้างหนึ่งยื่นออกมาเกาะขอบโลงไว้ ทันใดนั้น หญิงงามในโลงศพหินก็ลุกขึ้นนั่งดวงตาของศพหญิงสาวที่ลึกล้ำราวกับสระน้ำกวาดมองไปรอบถ้ำหิน แล้วสบตาเข้ากับจางหยวนชิงที่มีสีหน้าแข็งค้างเธอจ้องมองจางหยวนชิงอยู่ไม่กี่วินาที มุมปากก็ยกยิ้มขึ้นรอยยิ้มนี้แทบจะทำให้จางหยวนชิงตกใจจนหัวใจวายตายคาที่ตอนนั้นเอง ทัศนียภาพรอบด้านก็ราวกับเงาสะท้อนบนผิวน้ำที่ถูกลมพัดจนแตกกระจาย เวลานับถอยหลังสิ้นสุดลงฟ้าดินพร่ามัวไปหมดครู่ต่อมา ภาพก็ค่อยๆ กลับมาคงที่ แสงไฟนีออนสีขาวสว่างจ้าสาดส่องลงมาจากเหนือศีรษะ กำแพงสีขาวสะอาด โต๊ะหนังสือ คอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ เตียงคู่...ผ้าม่านพลิ้วไหวไปตามสายลม ด้านนอกหน้าต่างมีเสียงนกร้องเจื้อยแจ้วเขากลับมายังโลกมนุษย์แล้ว...